เมื่อ Sony KD-77A1 OLED TV ท้าชนโปรเจคเตอร์จอยักษ์ !!? ผลจะเป็นเช่นไรไปชมกัน
พบกันอีกครั้งกับงานบรรยายสนุกๆ จาก LCDTVTHAILAND ซึ่งนอกจากได้รับความรู้พร้อมความบันเทิงแล้ว หลายๆ ท่านยังได้ของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านไปด้วย ซึ่งรอบนี้รางวัลใหญ่จัดหนักเป็นเครื่องเล่นเกม PlayStation 4 Pro กันเลยทีเดียว !!?
เมื่อ Sony จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว KD-77A1 4K HDR OLED TV สดๆ ร้อนๆ ครั้งแรกในไทย เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2561 โดยมีเป้าหมายเข้าไปเป็นจอภาพหลักขนาดใหญ่เพื่อสร้างความบันเทิงในห้องโฮมเธียเตอร์ แต่จะสามารถแทนที่โปรเจคเตอร์ได้หรือไม่? วันถัดมา (24 ก.พ.) ทีมงาน LCDTVTHAILAND จึงขอพาทุกท่านร่วมหาคำตอบกันครับ…

สำหรับโปรเจคเตอร์ที่จะขอท้าชนก็ไม่ใช่รุ่นไก่กาอาราเล่ แต่เป็น VPL-VW550ES 4K SXRD HDR Home Theater Projector รุ่น Hi-End ของทาง Sony นั่นเอง ราคาค่าตัวก็เรียกว่า “เท่ากัน” กับ 77A1 รายละเอียดสเป็ก จะกล่าวถึงต่อไปครับ

งานบรรยาย Sony 77A1 OLED TV ประชันโปรเจคเตอร์ครั้งนี้ จัดขึ้นที่โรงแรม สวิสโซเมล เลอคองคอร์ด รัชดา (MRT ห้วยขวาง) เปิดให้ลงทะเบียนเข้างานกันตั้งแต่เที่ยงวัน

เปรียบเทียบขนาดให้ดูเป็นน้ำจิ้มกันก่อนเริ่มงาน กับ Sony A1 4K UHD HDR OLED TV ทั้ง 3 ขนาด จากขวาไปซ้าย 65, 77 และ 55 นิ้ว ซึ่ง 77 นิ้ว ถือเป็นขนาดจอภาพ OLED TV ใหญ่ที่สุดที่มีวางจำหน่ายในไทย ส่วนที่ตั้งอยู่ข้างๆ ด้านใน คือ 4K HDR LED TV ของ Sony นั่นเอง

เมื่อพร้อมกันแล้วก็ได้ฤกษ์เปิดงาน ดำเนินรายการโดย “คุณโรมัน” วีรเกียรติ จิรัฐการุณธ์ กับ “คุณชานม” ชานนท์ จุทัยรัศม์ เจ้าเดิม

คุณโรมันแจ้ง “ราคาเปิดตัว” ของ Sony A1 4K HDR OLED TV ทั้ง 3 ขนาด คือ 55 นิ้ว 119,990 บาท, 65 นิ้ว 229,990 บาท และ 77 นิ้ว 499,990 บาท สำหรับราคาและโปรโมชั่นปัจจุบัน สอบถามจากหน้าร้านดูนะครับ

จุดเด่นของรุ่นนี้ก็อย่างที่หลายๆ ท่านทราบ คือ เทคโนโลยี OLED สามารถควบคุมเปิด-ปิดแสงได้ในระดับ “พิกเซล” สีดำที่มืดสนิทอย่างแท้จริง ให้ความเปรียบต่างแสงได้สูง เมื่อผนวกกับเทคโนโลยีชิพประมวลผล X1 Extreme ยิ่งส่งเสริมให้การแสดงผล HDR สัมพันธ์กับภาพเคลื่อนไหวสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น แต่ที่สะดุดตาเป็นพิเศษเห็นจะเป็นดีไซน์แบบ One Slate กับนวัตกรรมแหล่งกำเนิดเสียงแบบ Acoustic Surface เป็นความเรียบง่ายอย่างมีสไตล์ โดดเด่นไม่เหมือนใคร

คุณชานมแจ้งสเป็ก VPL-VW550ES Hi-End Home Theater Projctor ของ Sony ผู้ท้าชิงในวันนี้ของ 77A1
โปรเจคเตอร์รุ่นนี้มีความพิเศษตรงที่ใช้เทคโนโลยี SXRD (Silicon X-tal Reflective Display) ซึ่งประยุกต์นำจุดเด่นของ DLP Projector และ LCD Projector เข้าไว้ด้วยกัน จุดเด่น คือ ระดับคอนทราสต์จากการควบคุมระดับสีดำได้โดดเด่นกว่าเทคโนโลยีโปรเจคเตอร์อื่นใด หากเทียบ DLP Projector ที่ให้ระดับความสว่างสูง เป็นเหมือนกัน LED TV ดังนี้ SXRD Projector ก็เปรียบได้กับ OLED TV เพราะให้ระดับสีดำโดดเด่น อีกทั้ง VW550ES ยังถ่ายทอดรายละเอียดได้ถึง 4K (4096 x 2160 pixels) พร้อมรองรับการแสดงผล HDR ความสว่าง 1800 lumen และยังคงรองรับการแสดงผล 3D (Active Glasses) ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 499,990 บาท เท่ากับ 77A1 จึงเป็นคู่ท้าชิงที่สมน้ำสมเนื้อยิ่ง!

สำหรับการเปรียบเทียบภาพ 77A1 OLED TV กับโปรเจคเตอร์ ในช่วงแรก จะทำการปรับขนาดจอภาพให้ “เท่ากัน” ที่ 77 นิ้ว เหตุผลเพื่อให้สามารถเปรียบเทียบรายละเอียดภาพ (Resolution) จากขนาดพิกเซลที่เท่ากัน และการปรับขนาดการฉายภาพของโปรเจคเตอร์จะส่งผลให้ระดับความสว่างผันแปรเปลี่ยนไป แม้สามารถปรับให้ใหญ่กว่า 77 นิ้วได้ แต่จะส่งผลให้ระดับความเปรียบต่างของแสงลดทอนลง (ทีมงานฯ จะทำการเปรียบเทียบฉายภาพโปรเจคเตอร์โดยปรับขนาดให้ใหญ่ขึ้นอีกครั้งภายหลัง)

เพื่อความสมบูรณ์แบบในการจำลองความบันเทิงให้ห้องโฮมเธียเตอร์ การอ้างอิงกับคอนเทนต์ภาพยนตร์ ทีมงานฯ จะเดโมระบบเสียงรอบทิศทางร่วมกับ Blu-ray Home Theater in a Box ระบบลำโพง 5.1/9.1 แชนเนล ของทาง Sony ซึ่งสามารถเติมเต็มเสียงโอบล้อมในห้องในบรรยายของโรงแรมได้ดีเกินขนาดที่เห็น

โหมดภาพที่ใช้อ้างอิงเปรียบเทียบ สำหรับ 77A1 OLED TV จะใช้ “Cinema Pro” เนื่องจากเป็นโหมดโรงงานที่ให้ความเที่ยงตรงของสีสันดีที่สุด ส่วน VW550ES Projector อ้างอิง “Bright Cinema” เนื่องจากเป็นโหมดภาพโรงงานที่ให้ระดับความสว่างสูงสุด ในขณะที่ความเที่ยงตรงของสีสันยังคงทำได้ดี

คอนเทนต์แรกที่ทำการเปรียบเทียบ คือ Dunkirk โดยผู้กำกับฯ ชื่อดัง “คริสโตเฟอร์ โนแลน” ในฟอร์แม็ต 4K UHD HDR Blu-ray Disc เรื่องนี้ไม่เน้นสีสันฉูดฉาด แต่เน้นความสมจริงไม่พึ่ง CG สเปเชียลเอฟเฟ็กต์
จากภาพ – ซ้ายมือ คือ 77A1 OLED TV, ขวามือ คือ VW550ES Projector จะเห็นว่า OLED TV ได้เปรียบในเรื่องของระดับความสว่าง ส่วนมืดทำได้มืดสนิทในขณะที่ยังแจกแจงไล่รายละเอียดได้ดี ในขณะที่ Projector การแยกแยะรายละเอียดส่วนมืดทำได้ยากกว่า และส่วนที่ดำสนิทยังทำได้ไม่มืดสนิทเท่า แต่ถือว่ายอดเยี่ยมสำหรับเทคโนโลยี SXRD ส่วนความสว่างไม่เจิดจ้ามากนักตามสไตล์ Hi-End Home Theater Projector ที่ไม่เน้นสู้แสง ในสภาพห้องที่ปิดไฟมืดสนิทอาจจะดูนุ่มนวลสบายตากว่า
แต่อย่าลืมว่า OLED TV หากรู้สึกสว่างจ้าไป เราปรับลดความสว่างลงได้ครับ แต่ Projector ในบางสถานการณ์หากรู้สึกว่ามืดทึม เราไม่สามารถปรับความสว่างขึ้นได้อีกแล้ว!

คอนเทนต์ต่อไป คือ Transformers: The Last Knight ภาพยนตร์แอ็คชั่นระเบิดภูเขาเผากระท่อมสเปเชียลเอฟเฟ็กต์ตระการตา ในฟอร์แม็ต 4K UHD HDR Blu-ray Disc เรื่องนี้มีหลายฉากที่แสดง “ความเจิดจรัสของแสง” จากเทคโนโลยี HDR ได้ชัด ผลลัพธ์ก็ยังคงเป็นเช่นเดียวกับคอนเทนต์ก่อนหน้า คือ OLED TV ให้ความเปรียบต่างของแสงอันเป็นผลจาก ระดับความสว่างสูงสุดและระดับความมืดสนิท ได้ดีกว่า Projector และหากรับชมในสภาพห้องที่เปิดไฟ (ดังภาพ) OLED TV จะยังคงได้ภาพที่ดีโดยไม่สูญเสียระดับคอนทราสต์ไป

ทั้งนี้ จอรับภาพ (Screen) เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกับคุณภาพภาพของโปรเจคเตอร์มาก ปัจจุบันมีจอรับภาพให้เลือกหลายชนิดหลายระดับราคา ตั้งแต่ Matte White, HD Gray, ฯลฯ ไปจนถึงเทคโนโลยีวัสดุจอรับภาพแบบ Ambient Light Rejecting Screen ซึ่งตัดแสงไฟรบกวนได้ ส่งผลให้ระดับคอนทราสต์ของโปรเจคเตอร์ไม่ถูกรบกวนมากนัก แต่แน่นอนว่าราคาย่อมสูงขึ้นตามผลลัพธ์ที่ได้

ทดสอบการถ่ายทอดระดับคอนทราสต์ของเทคโนโลยีการแสดงผล HDR ของจอภาพ OLED และ Projector ด้วยคอนเทนต์วิดีโอเดโมของทาง Sony ดูบ้าง นอกเหนือจากระดับความสว่างสูงสุดและระดับความมืดสนิทที่เหนือกว่า Projector แล้ว ข้อได้เปรียบอีกประการของเทคโนโลยี OLED ที่สามารถควบคุมการเปิดปิดแสงได้ “ในระดับพิกเซล” ส่งผลให้การไล่ดีเทลช่วงเอฟเฟ็กต์บริเวณ “แสงฟุ้ง” ในภาพ จะทำได้ละเอียดชัดเจนกว่า

ปิดท้ายการเปรียบเทียบคุณภาพของภาพกันด้วยคอนเทนต์ความบันเทิงในฝันของหลายๆ ท่าน นั่นก็คือ “การเล่นเกม” นั่นเอง ในรอบนี้ทีมงานจะลองขยายภาพของโปรเจคเตอร์ให้ใหญ่ขึ้น เพื่อแสดงให้เห็นว่าจุดเด่นด้านนี้ของโปรเจคเตอร์ส่งผลกับการใช้งานจริงเพียงใด
แน่นอนว่าฉายขึ้นจอใหญ่ในห้องใหญ่ย่อมลงตัวกว่า แต่จะฉายให้ใหญ่ก็ต้องใช้กำลังจากแหล่งกำเนิดแสงของโปรเจคเตอร์มากขึ้น ซึ่งด้วยข้อจำกัดย่อมมิได้หมายความว่าจะฉายให้ใหญ่เท่าไหร่ก็ได้เพราะภาพจะทึมลง และเมื่อเปิดไฟในห้อง จะรบกวนรายละเอียดของภาพให้ลดทอนหายไปบางส่วน

ทดลองปิดไฟในห้องให้มืดสนิทพบว่า แม้ขยายภาพให้ใหญ่ขึ้นแล้วความสว่างลดลง แต่หากไม่มีแสงรบกวนแล้วผลลัพธ์จากโปรเจคเตอร์ก็ยังใช้การได้ดีมาก แม้ไม่สว่างเจิดจ้าเท่า OLED TV แต่ในสภาพการรับชมในห้องใหญ่แบบนี้ จอใหญ่จะดูเต็มตากว่า การถ่ายทอดสีสัน รายละเอียดภาพ ดูไม่แพ้ OLED TV เลย… แต่ก็ขึ้นกับว่าท่านชอบดูหนัง-เล่นเกมในห้องใหญ่ “แบบปิดไฟ” หรือเปล่า…

ระหว่างนี้ขอคั่นเวลาแก้ง่วง โดยให้ผู้ร่วมงานส่งตัวแทนร่วมสนุกแข่งเล่นเกม Dragon Ball Fighter Z กับ Gamer God ของทีมงาน LCDTHAILAND หากชนะจะได้รับรางวัลเป็น Jericho HDMI Cable มูลค่า 2,490 บาท พร้อมเงินสดอีก 1,000 บาท จากคุณโรมัน…

ขอขอบคุณผู้ร่วมสนุกทั้ง 2 ท่าน ผู้ท้าชิงเล่นเกม Dragon Ball Fighter Z ร่วมกับทีมงานฯ แม้ไม่ชนะแต่ขอมอบหมอน Sony ให้เป็นการปลอบใจครับ

สรุปจุดเด่นของ OLED TV เปรียบเทียบกับ Projector
– ด้วยระดับความสว่างสูง และการแสดงสีดำได้มืดสนิทอย่างแท้จริง ส่งผลให้ OLED TV มีความยืดหยุ่น สามารถใช้งานในห้องได้หลากหลายสภาพแสง ไม่ว่าห้องสว่าง สลัว หรือมืดก็ได้หมด ในขณะที่ Projector จะเหมาะกับห้องมืดสนิท เพราะเป็นสภาพแวดล้อมที่ให้ภาพได้ดีที่สุด (ระดับคอนทราสต์ไม่ถูกรบกวน)
– ขนาด 77 นิ้วของ OLED TV ใหญ่เพียงพอสำหรับห้องรับแขก ห้องโฮมเธียเตอร์ตามบ้านทั่วไป ในขณะที่ Projector สามารถขยายภาพฉายให้ใหญ่ได้นับร้อยนิ้ว (จอรับภาพต้องซื้อแยกต่างหาก) เหมาะกับการใช้งานในห้องโฮมเธียเตอร์ขนาดใหญ่พิเศษ เพราะดูได้เต็มตากว่า การรับชมในห้องมืดสนิทให้อารมณ์เหมือนกับการรับชมในโรงภาพยนตร์ ไม่เจิดจ้ากระแทกตามากนัก
– ระดับความเปรียบต่างของแสงส่งผลถึงศักยภาพในการแสดงผล HDR ในจุดนี้ OLED TV ทำได้โดดเด่นกว่า อีกทั้งยังรองรับมาตรฐาน HDR หลากหลาย ทั้ง HDR10, HLG และ Dolby Vision ในขณะที่ Projector รองรับเพียง HDR10
– หากรับชมด้วยการ Off ตัวเลือกแทรกเฟรมภาพเคลื่อนไหว (MotionFlow) จะพบว่า Projector ให้ความไหลลื่นของภาพเคลื่อนไหวที่ต่อเนื่องเป็นธรรมชาติมากกว่า OLED TV เล็กน้อย
– OLED TV มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน การบำรุงรักษาไม่ยุ่งยาก ระมัดระวังเรื่องของการเบิร์นอินเพียงอย่างเดียว ในขณะที่ Projector ต้องเปลี่ยน Lamp ทุกๆ 3,000 – 6,000 ชม. มีเสียงพัดลมระบายความร้อนทำงานตลอดเวลาแต่ไม่ดังมาก ต้องคอยทำความสะอาดฟิลเตอร์กันฝุ่น
– Projector ยังคงรองรับการแสดงผล 3D (ต้องซื้อ 3D Active Glasses เพิ่ม) ในขณะที่ทีวีรุ่นใหม่ๆ ไม่รองรับ 3D อีกต่อไป

ผล Lab Test ยืนยันศักยภาพของ Sony 77A1 4K HDR OLED TV เปรียบเทียบกับ VW550ES 4K SXRD HDR Projector

ข้อดีของ 77A1 OLED TV ที่เหนือกว่า Hi-End Home Theater Projector คือ มีระบบเสียงมาด้วยในตัว ถึงแม้จะไม่สามารถทดแทนซิสเต็มลำโพงเซอร์ราวด์รอบทิศทาง ทว่าก็เหนือกว่าลำโพงทีวีทั่วไป ทดแทนระบบเสียงแบบ Soundbar ได้ และอาจจะเหนือกว่า Soundbar ด้วยในแง่ที่เทคโนโลยี Acoustic Surface ให้มิติเสียงออกมาจากกึ่งกลางจอภาพโดยตรง จึงให้ตำแหน่งเสียงสมจริงตามภาพที่เห็น เสียงไม่กองรวมอยู่ใต้จอแบบลำโพงทีวี หรือ Soundbar ทั่วไป ที่สำคัญการที่ไม่มีลำโพงให้เห็น ก็สร้างความประทับใจแรกเห็นและเมื่อได้ยินเสียงได้ดี

ทดสอบคุณภาพเสียงจาก Acoustic Surface เทคโนโลยีกำเนิดเสียงผ่านหน้าจอโดยตรง นอกจากรายละเอียดและมิติเสียงชัดเจน เสียงความถี่ต่ำยังหนักแน่นด้วย “ลำโพงซับวูฟเฟอร์” ที่ซ่อนอยู่ด้านหลัง

ปิดท้ายด้วยฟีเจอร์เด็ดของ 77A1 โดยคุณ NutUnderground ด้วยระบบสมาร์ททีวีระบบปฏิบัติการ Android 7.0 ที่ให้ความล้ำสมัยถูกใจหลายๆ ท่าน รองรับระบบสั่งการด้วยเสียง สามารถจับคำพูดได้อย่างแม่นยำทั้งภาษาไทยและอังกฤษ และยังให้ความยืดหยุ่นสูง ติดตั้งแอพฯ เพิ่มเติมได้จำนวนมาก สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่อพ่วงทั้งคีย์บอร์ด เมาส์ ไปจนถึง PS4 Controller

จุดเด่นอีกประการที่อยากแนะนำ คือ การแชร์ความบันเทิงจากสมาร์ทโฟน รองรับทั้งระบบ Android และ iOS ซึ่งปัจจุบันสามารถใช้งานร่วมกับแอพฯ ดูทีวีออนไลน์ได้ ภาพเสียงดีไม่แพ้ดูผ่านกล่องเคเบิลทีวี

ก่อนไปลุ้นผู้โชคดีที่จะได้รับรางวัลใหญ่ Sony PlayStation 4 Pro ผู้บริหาร Sony Thai นำโดย มร. ทากุโอะ โคบายาชิ ผู้จัดการแผนกการตลาดผลิตภัณฑ์ทีวี ขอกล่าวขอบคุณผู้ร่วมงานทุกท่านที่ให้การสนับสนุน Sony ด้วยดีเสมอมา

ร่วมลุ้นจับฉลากรางวัลใหญ่ Sony PlayStation 4 Pro

ผู้โชคดีที่จะได้รับรางวัลใหญ่ Sony PlayStation 4 Pro ขอแสดงความยินดีด้วยครับ

สุดท้ายนี้ทีมงาน LCDTVTHAILAND ขอขอบ Sony Thai และผู้ร่วมงานทุกท่าน แล้วพบกันใหม่กับงานบรรยายดีๆ แบบนี้อีกครั้งในโอกาสถัดไป

ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลหมอนจาก Sony

ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลหมอนจาก Sony

ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัล Sting HDMI Cable

ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัล Jericho HDMI Cable