ข้ามไปที่เนื้อหา
|

[ต้องอ่าน] ตีแผ่โครงสร้างพิกเซลจอทีวี 4K ทุกแบบ ! พร้อมฟันธงแบบไหนดีที่สุด ???

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 03 Dec 2025

ช่วงนี้แฟนเว็บมีคำถามสงสัยเยอะเกี่ยวกับโครงสร้างพิกเซลของหน้าจอ 4K Ultra HD ชนิดต่างๆ ว่ามันมีกี่แบบ? มีข้อดีข้อเสียเป็นอย่างไร? แล้วแบบไหนดีที่สุด? วันนี้ LCDTVTHAILAND จะไขข้อข้องใจพร้อมรูปประกอบให้กับทุกท่านได้รับทราบกัน ทิ้งท้ายนิดนึงว่าท่านใช้ทีวีรุ่นไหน? มีโครงสร้างพิกเซลแบบใด? ชอบหรือไม่? โพสท์คอมเมนท์ Facebook ด้านล่างให้เรารับทราบกันด้วยนะครับ

คำว่า “พิกเซล” คือ “จุดเม็ดสี” เล็กๆ ที่รวมกันเป็นล้านๆ จุดในการกำเนิดภาพบนหน้าจอทีวี โดยทั่วไป “1 พิกเซล” จะประกอบด้วย “3 ซับพิกเซลย่อย” ตามแม่สีแสงทั้ง 3 สี แดง เขียว และน้ำเงิน หรือ R = REDG = GreenB = Blue 

ต้องรู้ !

Resolution หรือความละเอียดของ “4K Ultra HD TV” จะนับจำนวนพิกเซลได้ 3840 x 2160 หรือเท่ากับ 8.29 ล้านจุดResolution หรือความละเอียดของ “Full HD TV” จะนับจำนวนพิกเซลได้ 1920 x 1080 หรือเท่ากับ 2.1 ล้านจุด

ภาพแสดงโครงสร้างพิกเซล โดยปกติ 1 พิกเซล จะประกอบด้วย 3 ซับพิกเซลย่อย ได้แก่ สีแดง สีเขียว และ สีน้ำเงิน จึงเรียกว่า RGB ซึ่งย่อมาจาก Red Green Blue

1) โครงสร้างพิกเซลแบบ RGB : Red Green Blue

โครงสร้างแบบ Conventional RGB จัดว่าเป็นโครงสร้างที่ “ตรงตามอุดมคติที่สุด” เพราะอิงพื้นฐานของแม่สีแสงตามธรรมชาติ โครงสร้างชนิดนี้พบได้กับทีวีทั่วไป ตั้งแต่ยุคจอตู้ (CRT) ต่อด้วย Plasma TV และยุคของ LCD/LED TV ในปัจจุบัน อาจพูดได้ว่า มากกว่า 90% ของทีวีในท้องตลาดใช้โครงสร้างแบบนี้เป็นหลัก

ข้อดี : เป็นโครงสร้างที่อิงตามแหล่งกำเนิดแสงแม่สี ไม่ซับซ้อนแต่ให้ผลลัพธ์ที่ดี กรณีที่ทำการทดสอบด้วยแพทเทิร์น 1:1 Pixel Matching จอภาพลักษณะนี้จะแสดงผลได้สมบูรณ์ ไม่มีอาการเหลือมสีระหว่างพิกเซล ขอบภาพโดยเฉพาะเส้นตรงแนวตั้งจะคมกริบ รายละเอียดตรงตามต้นฉบับ

ข้อเสีย : โครงสร้าง RGB ก่อให้เกิดข้อจำกัดในการพัฒนา OLED TV ยุคต้น เพราะโครงสร้างซับพิกเซล Blue OLED จะมีอายุการใช้งานสั้นกว่าใครเพื่อน ในระยะยาวอาจทำให้สมดุลสีเสียไปได้ ปัญหานี้ส่งผลให้ต่อมาหลายแบรนด์ต้องยกเลิกการผลิต RGB OLED TV ไป ทว่าก็ยังมีการพัฒนาและนำมาใช้งานกับ Studio Reference OLED Monitor บางรุ่น รวมถึง Smartphone, Tablet และอุปกรณ์พกพาบางชนิด (โครงสร้างซับพิกเซลอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามชนิดของอุปกรณ์) 

โครงสร้าง RGB = [ RGB] [ RGB] [ RGB] [ RGB] จาก LCD/LED TV ที่ใช้ VA (Vertical Alignment) Panel ซึ่งซับพิกเซลจะเป็น “แนวตั้ง”
จุดเด่น : มุมมองแนวตรงดี ภาพสว่างสดใส เปิดกระจ่าง

โครงสร้าง RGB = [ RGB] [ RGB] [ RGB] [ RGB] จาก LCD/LED TV แบบ IPS (In-plane Switching) Panel ซึ่งซับพิกเซลจะมีรูปลักษณ์คล้าย “บั้งยศทหาร”
จุดเด่น : มุมมองการรับชมกว้าง  มองมุมเฉียงสีไม่ซีด

โครงสร้าง RGB = [ RGB] [ RGB] [ RGB] [ RGB] จาก OLED TV ยุคต้น*
จุดที่แตกต่างจาก RGB LCD/LED TV คือ ซับพิกเซลของ RGB OLED TV จะถูกจัดเรียง “แนวนอน”
ทั้งนี้แม่สีในซับพิกเซลที่เห็นในภาพเกิดจากการเรืองแสงของ OLED สีนั้นๆ โดยตรง ไม่ได้ใช้ Color Filter ในการสร้างสีแบบ LCD/LED TV

*ท่านที่ตาดีจะเห็นว่าซับพิกเซลสีน้ำเงินในโครงสร้าง RGB OLED TV มีขนาดที่ใหญ่กว่าซับพิกเซลสีแดงและเขียว เหตุผลเพื่อชดเชยอายุการใช้งาน Blue OLED ที่สั้นกว่านั่นเอง (ขนาดใหญ่กว่าช่วยให้มีพื้นที่เรืองแสงมากกว่า ทำให้ไม่ต้องเร่งแสงมาก ยืดอายุการใช้งานได้ระดับหนึ่ง)

2) โครงสร้างพิกเซลแบบ WRGB (OLED) : White Red Green Blue

ดังที่เกริ่นไปว่า OLED TV ยุคต้น จัดเรียงโครงสร้างซับพิกเซลแบบ RGB นั้น มีข้อจำกัดเรื่องของอายุการใช้งานในระยะยาว แต่นั่นใช่ว่าเป็นปัญหาที่แก้ไม่ได้ นี่จึงเป็นที่มาของโครงสร้าง WRGB OLED TV โดยเริ่มใช้ครั้งแรกเมื่อประมาณปี 2014

หลักการของ WRGB OLED TV คือ เปลี่ยน RGB OLED ที่แยกกันอยู่อิสระ นำมารวมเข้าด้วยกันด้วยเทคนิคเฉพาะจนกลายเป็นแหล่งกำเนิดแสงขาว วิธีนี้จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องอายุการใช้งานของ OLED 3 สี ที่ไม่เท่าเทียมกันได้ จากนั้นจึงใช้ Color Filter ในการกรองแสงขาวให้ได้แม่สีในแต่ละซับพิกเซล (เทคนิคการใช้ Color Filter คล้ายกับ LCD/LED TV) แต่วิธีนี้ใช่ว่าจะดีไปเสียหมด ทั้งนี้ Color Filter ที่เพิ่มเข้ามาจะทำให้สูญเสียความสว่างไปบางส่วน (เมื่อทำการเปรียบเทียบเทียบกับ RGB OLED TV ที่ไม่ใช้ Color Filter) ผู้ผลิตจึงแก้ไขด้วยการ “เพิ่ม” ซับพิกเซล “สีขาว” เข้าไปเพื่อให้ได้ระดับความสว่างที่สูงขึ้น เท่ากับว่า WRGB OLED TV จะมี 4 ซับพิกเซลย่อย คือ ขาว แดง เขียว และน้ำเงิน… นี่คือโครงสร้างของ OLED TV ที่ใช้งานกันอยู่ในปัจจุบัน

ข้อดี : โครงสร้างแบบ WRGB ช่วยแก้ปัญหาอายุการใช้งานที่เกิดกับ OLED TV ในอดีต หากทำการนับจำนวนซับพิกเซลแม่สี (RGB) ก็มีจำนวนเท่ากับโครงสร้างแบบ RGB และเมื่อทำการทดสอบด้วยแพทเทิร์น 1:1 Pixel Matching ก็ทำได้สมบูรณ์ รายละเอียดภาพที่ได้ไม่ต่างกัน

ข้อเสีย : ซับพิกเซลสีขาวที่เพิ่มเข้ามาทำให้การแสดงผลซับซ้อนขึ้น เพราะการผสมสีที่แต่เดิมมีเฉพาะแม่สี กลายเป็นว่ามีสีขาวเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ระบบของทีวีจึงต้องมีอัลกอริธึ่มที่ดีเพื่อจัดการในจุดนี้ ในเชิงเทคนิคหากระบบทำได้ไม่ดีจะสูญเสียความเที่ยงตรงจากมาตรฐานอ้างอิงได้

โครงสร้าง WRGB= [RWBG] [ RWBG] [ RWBG] [ RWBG]*จาก OLED TV ในปัจจุบัน
*ชื่อที่ผู้ผลิตใช้โปรโมทเทคโนโลยีคือ WRGB แต่การจัดเรียงซับพิกเซลบนพาเนลจริง (จากซ้ายไปขวา) คือ RWBG (ภาพอ้างอิงจาก 4K WRGB OLED TV ประจำปี 2016-2017)

3) โครงสร้างพิกเซลแบบ RGBW (LED TV) : Red Green Blue White

อีกหนึ่งโครงสร้างซับพิกเซลที่มี “สีขาว” เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเพิ่งถูกนำมาใช้ได้ไม่นานนักกับ 4K LCD/LED TV ระดับเริ่มต้นราคาประหยัด ทีมงานจึงขอเรียกว่า “RGBW”

จุดที่แตกต่างจาก WRGB OLED TV คือ “สีขาว” ที่มีใน  RGBW นั้น ไม่ได้ถูกเพิ่มเข้ามา แต่ถูกนำมา “แทนที่” ซับพิกเซลแม่สี ทำให้จำนวนซับพิกเซลแม่สีน้อยลงเมื่อเทียบกับ RGB

ข้อดี : จำนวนพิกเซลรวมของ  RGBW ยังคงนับได้ 8.29 ล้านจุด เท่ากับโครงสร้าง RGB ในด้านการรับและแสดงผลสัญญาณต้นทางที่เป็น 4K ก็สามารถทำได้เหมือน 4K TV ทั่วไป แต่มีราคาประหยัดลงเยอะมาก ทำให้ผู้บริโภคเอื้อมถึง ที่สำคัญยังประหยัดพลังงานมากๆด้วยเวลารับชมจริง

ข้อเสีย : จำนวนซับพิกเซลแม่สีของ RGBW น้อยลงจากการถูกแทนที่โดยซับพิกเซลสีขาว ส่งผลให้ความเจิดจ้าของแสงสีถูกลดทอนลง   ประการถัดมาหากทำการทดสอบด้วยแพทเทิร์น 1:1 Pixel Matching จะพบว่ามีอาการสีเหลื่อม จากรูปแบบการจัดเรียงซับพิกเซลที่มีสีขาวแทรกสับหว่างอยู่เป็นระยะ อย่างไรก็ดีผลกระทบจากกรณีนี้เมื่ออ้างอิงกับคอนเทนต์ทั่วไป เช่น ภาพยนตร์ รายการดิจิตอลทีวี หรือแม้กระทั่งเกมส์ โดยเฉพาะเมื่อรับชมในระยะปกติ จะสังเกตเห็นได้ยาก จนแทบแยกความแตกต่างไม่ออก

โครงสร้าง  RGBW = [ RGB] [W RG] [BWR] [GBW]
ใช้หลักการนำซับพิกเซลสีขาว เข้าไป “แทนที่” ซับพิกเซลแม่สี จากรูป ขนาดไปจนถึงจำนวนของพิกเซลรวมทั้งหมดจะนับได้เท่ากับ 4K RGB

4) โครงสร้างพิกเซลแบบ RGBY : Red Green Blue Yellow

เป็นโครงสร้างนวัตกรรมอันเป็นเอกสิทธิ์ของทีวีแบรนด์ดังจากญี่ปุ่นเท่านั้น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้หน้าจอ LED TV ของเขาสามารถแสดง “สีเหลือง”ออกมาได้สมบูรณ์กว่าที่เคย หลักการก็ตามชื่อ คือ เพิ่ม ซับพิกเซล สีเหลือง เข้ามา กลายเป็น 4 ซับพิกเซลย่อย สีเหลืองที่ได้จากซับพิกเซลสีเหลืองโดยตรงย่อมจะมีความกระจ่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ข้อดี : การจัดการกับขอบเขตสีโดยเฉพาะสีเหลืองทำได้ดีขึ้น หากทำการนับจำนวนซับพิกเซลแม่สี (RGB) ก็มีจำนวนเท่ากับโครงสร้างแบบ RGB และเมื่อทำการทดสอบด้วยแพทเทิร์น 1:1 Pixel Matching ก็ทำได้สมบูรณ์ รายละเอียดภาพที่ได้ไม่ต่างกัน

ข้อเสีย : สีเหลืองที่เป็นแม่สีรองนั้นแม้ผลลัพธ์จะดีขึ้น แต่ปัจจัยที่ส่งผลกับขอบเขตสีจริงๆ คือแม่สีหลัก (RGB) ซึ่งไม่ได้รับผลโดยตรงกับการพัฒนาโครงสร้างซับพิกเซลแบบ RGBY ในขณะที่ต้นทุนการผลิตโครงสร้างพาเนลแบบนี้ค่อนข้างสูง จึงส่งผลในแง่การแข่งขันเรื่องของราคา และเช่นเดียวกับโครงสร้าง WRGB (OLED) คือ สีอื่นที่เพิ่มเข้ามา ทำให้การผสมสี (ที่แต่เดิมมีแค่แม่สี RGB) ทำได้ยากขึ้น หากระบบของทีวีมีอัลกอริทึ่มที่ไม่ดีพอ จะส่งผลในแง่ของความเที่ยงตรง

ครงสร้าง RGBY
= [ RGBY] [ RGBY] [ RGBY] [ RGBY]
ผู้ผลิตให้เหตุผลว่าช่วยให้ขอบเขตการแสดงสีเหลืองกว้างกว่าโครงสร้าง RGB ทั่วไป

ตารางสรุปโครงสร้างพิกเซลแต่ละชนิด

วิธีการตรวจสอบว่าทีวีของเราใช้เม็ดพิกเซลแบบไหน ?

– ดูแค่การจัดเรียกลำดับของซับพิกเซล สามารถเปิดภาพสีขาวล้วนกับจอทีวีที่ต้องการตรวจสอบ จากนั้นใช้แว่นขยายกำลังสูง เช่น “แว่นส่องพระ” ส่องเข้าไปที่จอทีวีได้เลย จะเห็นโครงสร้างการจัดเรียงของซับพิกเซลคล้ายกับภาพประกอบที่แสดงอยู่ในบทความนี้

– หากต้องการดูผลกระทบจากการแสดงผล 1:1 Pixel Matching ที่ไม่สมบูรณ์ ต้องใช้แพทเทิร์นทดสอบแบบ 1:1 Pixel Matching และ 1 pixel Vertical Line ที่ความละเอียด 4K (3840 x 2160) และจะต้องกำหนด Aspect Ratio ของทีวีให้เป็น Full Pixel, 16:9 Just Scan หรือ 1:1 Pixel (แต่ละยี่ห้อใช้ชื่อเรียกไม่เหมือนกัน) ก่อนทำการส่องหน้าจอทีวีด้วยแว่นขยาย

สรุป

หากถามว่าทีวีโครงสร้างพิกเซลชนิดไหนดีที่สุด? ก็ขึ้นกับว่าจุดเด่นของเทคโนโลยีพาเนลและโครงสร้างซับพิกเซลชนิดใด ที่แม็ตช์กับลักษณะการใช้งานและความต้องการของท่านมากที่สุด

1) RGBW จริงอยู่ว่ามีความแปลกในโครงสร้างมากกว่าโครงสร้างซับพิกเซลลักษณะอื่น แต่ในการรับชมจริงนั้น จะสังเกตจุดบกพร่องดังกล่าวได้ไม่ง่ายนัก และี่สำคัญเวลาดูภาพจริงแบบเต็มจอก็แทบแยกความแตกต่างไม่เออกเลยจริงๆ จุดสำคัญคือเรื่องของราคาพร้อมการประหยัดพลังงาน เหมาะสำหรับท่านที่มีงบประมาณจำกัดจริงๆ

2) RGBY นับเป็นการนำเสนอทางเลือกของผู้ผลิตที่แตกต่าง น่าสนใจ ซึ่งนวัตกรรมที่มาจากญี่ปุ่นแท้ๆ ย่อมไว้ใจได้ จึงเหมาะกับท่านที่เน้นในเรื่องของคุณภาพการผลิตเป็นสำคัญ

3) หากไม่มี WRGB ก็คงไม่มี OLED TV ที่เราๆ ท่านๆ ใช้งานกันอยู่ทุกวันนี้ นับเป็นการแก้ปัญหาที่ช่วยให้เทคโนโลยีพาเนลแบบใหม่นี้มีเสถียรภาพจนสามารถยืนอยู่ในตลาดได้ ซึ่งจุดเด่นในแง่ของสีดำจาก OLED TV ที่ดำสนิท ไร้ปัญหาอาการแสงลอดแสงรั่วโดยสิ้นเชิง ยากจะหาเทคโนโลยีอื่นใดเทียบเคียง

4) สุดท้าย RGB เหมาะกับสโลแกนที่ว่า Simply The Best อย่างแท้จริง ซึ่งในความเรียบง่ายไม่ซับซ้อนนั้น เราจึงได้โครงสร้างพาเนลตามอุดมคติที่พัฒนาต่อยอดได้ไม่สิ้นสุด และด้วยความไม่ซับซ้อนอีกนั่นแหละที่ทำให้เรามีตัวเลือก RGB LED TV ที่หลากหลายตามงบประมาณที่เหมาะสม ตั้งแค่ราคาไม่แพง ไปจนถึง Hi-End ปัจจุบันหากจะหาทีวีที่ให้ระดับ Peak Brightness สูง สัมพันธ์กับการรับชมมาตรฐาน HDR ก็ต้องหาจาก 4K LED TV ยุคใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงสร้างซับพิกเซลแบบ RGB นี่เอง

ทีมงานหวังเป็นอย่างยิ่งว่า บทความนี้จะช่วยเสริมความรู้พร้อมไขข้อข้องใจ เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจเลือกซื้อทีวีให้ตรงใจท่านได้ไม่มากก็น้อย

สุดท้ายนี้อยากเชิญชวนผู้อ่านทุกท่าน ลองโพสท์คอมเมนท์ใต้บทความหน่อยว่า “ท่านใช้ทีวีรุ่นใด? โครงสร้างพิกเซลแบบไหน? และชอบหรือไม่ชอบจุดใดบ้าง?” ร่วมแบ่งปันความคิดเห็นเพื่อเป็นประโยชน์แก่เพื่อนๆ ท่านอื่น โดยการโพสท์ลงช่องคอมเมนท์ด้านล่างได้เลยครับ

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้