ข้ามไปที่เนื้อหา
|

มือใหม่โฮมเธียเตอร์ – เลือกลำโพง 5.1 (3.1.2) หรือ 7.1 (5.1.2) ดี?

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 08 Dec 2025

“งบจำกัด” แต่อยากเล่นโฮมเธียเตอร์ระบบเสียงรอบทิศทาง จะเริ่มจาก 5.1 (3.1.2) หรือ 7.1 (5.1.2) แชนเนลดี? ระบบเสียง Immersive Audio คืออะไร? แบบไหนเหมาะสมกับการใช้งานในปัจจุบันมากกว่า? วันนี้เราจะมาหาคำตอบกันครับ

สิ่งที่หลายท่านคาดหวังจากระบบโฮมเธียเตอร์ คือ การถ่ายทอดระบบเสียงเซอร์ราวด์รอบทิศทาง เพื่อสร้าง “บรรยากาศเสียงโอบล้อม” เสมือนว่าอยู่ท่ามกลางเหตุการณ์ตามภาพยนตร์หรือเกมที่กำลังรับชม ซึ่งการจะได้เสียงโอบล้อม จำเป็นต้องมีลำโพงรับหน้าที่ถ่ายทอดเสียงจากหลายทิศทาง โดยจำนวนลำโพง 1 ข้าง จะทำหน้าที่ถ่ายทอดเสียง “1 แชนเนล” ตามที่ผู้ผลิตคอนเทนต์ได้บันทึกมากับฟอร์แม็ตระบบเสียงเซอร์ราวด์นั่นเอง

ที่ผ่านมามาตรฐานระบบเสียงเซอร์ราวด์ คือ 5.1 และ 7.1 แชนเนล สามารถให้เสียงได้ครอบคลุมด้านหน้า-ด้านข้าง-ไปจนถึงด้านหลังโอบล้อมตัวผู้ฟัง แต่ปัจจุบันเมื่อเข้าสู่ยุคของระบบเสียง Immersive Audio มีการพัฒนาเพิ่มแชนเนลเสียงที่มีทิศทางจากด้านบน “เหนือศีรษะผู้ฟัง” เข้ามาอีก ทั้งนี้เพื่อให้ได้บรรยากาศโอบล้อมเป็น 3 มิติ มากยิ่งขึ้น

ฟอร์แม็ตระบบเสียง Immersive Audio สำหรับโฮมเธียเตอร์ที่แพร่หลายในปัจจุบัน คือ Dolby Atmos และ DTS:X

ข้อดีอีกอย่างของระบบเสียง Immersive Audio ยุคใหม่ คือ เทคโนโลยีการบันทึกเสียงและเข้ารหัสแบบ Object-based Audio ซึ่งไม่จำกัดจำนวนแชนเนลลำโพงตายตัวเหมือนก่อน ดังนี้เมื่อเพิ่มจำนวนลำโพง (แชนเนล) มากเท่าไหร่ การชี้ชัดตำแหน่งทิศทางเสียงจะมีความ “แม่นยำ” และให้ความโอบล้อม “ต่อเนื่อง” ได้ดีกว่า ปัจจุบันผู้กำหนดมาตรฐานระบบเสียงเซอร์ราวด์อย่าง Dolby ได้เพิ่มการรองรับแชนเนลลำโพงสำหรับ Dolby Atmos ไว้สูงสุดถึง 34 แชนเนล (24 on floor + 10 overhead speakers) !! เหตุผลเพื่อให้เสียงครอบคลุมพื้นที่กว้างๆ อย่างในโรงภาพยนตร์ที่มีหลายแถวที่นั่งรับชม และยังแยกแยะตำแหน่งทิศทางเสียงได้ละเอียดสมจริงมากยิ่งขึ้นด้วย

แต่แน่นอนว่าจำนวนลำโพงมาก ก็ยิ่งต้องการงบประมาณสูง สำหรับห้องโฮมเธียเตอร์เล็กๆ ในบ้าน คงไม่จำเป็นต้องใช้ลำโพงมากหากงบจำกัด… แล้วควรเริ่มที่จำนวนลำโพงกี่แชนเนลดี?

ระบบเซอร์ราวด์ขั้นต่ำ สำหรับโฮมเธียเตอร์ 

ปัจจุบันฟอร์แม็ตระบบเสียง “เซอร์ราวด์” ขั้นต่ำสุดจะอยู่ที่ 5.1 แชนเนล ซึ่งก็ตรงกับมาตรฐานความสามารถขั้นต่ำสุดของ AV Receiver ในปัจจุบัน การจัดหาลำโพงรอบทิศทางมาใช้งานจึงควรเริ่มที่จำนวนเท่านี้ (อันที่จริง 2.0/2.1 แชนเนล ก็ใช้งานได้ แต่จะไม่ได้บรรยากาศเสียงโอบล้อมจากภาพยนตร์หรือเกมได้เต็มอรรถรสนัก)

หากพิจารณาในส่วนของคอนเทนต์ ซีรีส์และภาพยนตร์ยอดฮิตอย่าง Netflix จะรองรับ “ระบบเสียงเซอร์ราวด์แบบ 5.1” เป็นพื้นฐาน (โดยเข้ารหัสแบบ Dolby Digital Plus)

 

5.1 กับ 3.1.2 เลือกอะไรดี? 

การเลือกระบบลำโพงรอบทิศทางระดับเริ่มต้น 2 รูปแบบนี้ ให้ข้อดี-ข้อเสียต่างกัน…

  •  5.1 เป็นมาตรฐานโฮมเธียเตอร์ที่ใช้กันมานาน ปัจจุบันก็ยังตอบสนองในแง่ผลลัพธ์ด้านเสียงที่ดี สามารถถ่ายทอดบรรยากาศเสียงโอบล้อมครอบคลุมจากด้านหน้า เลยไปถึงด้านข้างและด้านหลังตำแหน่งนั่งฟัง อีกทั้งการติดตั้งลำโพง Surround (SL/SR) ในระบบ 5.1 ก็ดำเนินการได้ง่ายกว่าลำโพง Top Surround ของ 3.1.2 ที่ใช้รูปแบบแขวนหรือฝังฝ้าเพดาน

จุดที่ 5.1 เสียเปรียบ 3.1.2 คือ การถ่ายทอดมิติเสียงด้านสูงจะเบาบางไม่ชัดเจน เนื่องจากไม่มีลำโพงที่รับหน้าที่ถ่ายทอดเสียงจากแชนเนลด้านสูงโดยตรง การรับฟังระบบเสียง Dolby Atmos และ DTS:X ผ่านซิสเต็มลำโพงแบบ 5.1 จึงไม่ได้อานิสงส์จากจุดเด่นของระบบเสียงยุคใหม่มากนัก

  • สำหรับ 3.1.2 จะมีทางเลือกอยู่ 3 รูปแบบ แตกต่างกันที่ลักษณะการติดตั้งลำโพงที่รับหน้าที่ถ่ายทอดมิติเสียงด้านสูง หรือ Top Surround นี่เอง ซึ่งแต่ละรูปแบบก็ให้ผลลัพธ์ด้านเสียงที่แตกต่างกันด้วย

3.1.2 รูปแบบแรกที่แนะนำ คือ การติดตั้งลำโพงด้านสูงแบบแขวนหรือฝังบนฝ้าเพดาน เรียกว่า Top Middle Surround (TML/TMR) รูปแบบนี้จะให้ทิศทางเสียงด้านสูงได้ชัดเจนที่สุด และยังช่วยบาลานซ์เสียงให้พอมีบรรยากาศโอบล้อมด้านหลังบ้าง ไม่เน้นหนักเฉพาะทิศทางที่มาจากด้านหน้าของผู้ฟังเพียงอย่างเดียว

3.1.2 รูปแบบที่ 2 คือ การติดตั้งลำโพงด้านสูงแบบ Front Height (FHL/FHR) โดยการแขวนลำโพงบนผนังเหนือตำแหน่งลำโพงหลักคู่หน้า (FL/FR) ซึ่งรูปแบบนี้ให้ทิศทางเสียงด้านสูงได้ดี ทว่าน้ำหนักทิศทางเสียงจะเทไปทางด้านหน้าเสียหมด ขาดบรรยากาศเสียงโอบล้อมด้านหลัง

3.1.2 รูปแบบสุดท้าย คือ การติดตั้งร่วมกับลำโพงพิเศษแบบ Upward-firing Speakers หรือเรียกอีกอย่างว่า Dolby Atmos Enabled Speakers รูปแบบนี้จะดำเนินการติดตั้งได้ง่ายที่สุด เพราะแค่นำลำโพงแชนเนลนี้ไปวางบนลำโพงคู่หน้า

หรือง่ายกว่านั้น คือ เลือกลำโพงแบบ Dolby Atmos Enabled Speakers รูปแบบที่ ผนวก Upward-firing Speakers ฝังมากับลำโพงคู่หน้า (FL/FR)เลย อย่างไรก็ดีจุดที่ต้องพิจารณา คือ หลักการยิงเสียงขึ้นไปสะท้อนกับฝ้าเพดานเพื่อสร้างมิติเสียงด้านสูงรูปแบบนี้ดูจะคาดเดาผลลัพธ์ได้ยาก หากสภาพห้องเอื้ออำนวยก็จะได้เอฟเฟ็กต์เสียงที่ดี แต่ถ้าไม่ ผลลัพธ์จะด้อยกว่า 2 รูปแบบแรกอยู่พอสมควร

สรุป

จุดที่ 3.1.2 เหนือกว่า 5.1 คือ ทิศทางความชัดเจนจากการถ่ายทอดแชนเนลเสียงด้านสูงที่ถูกเพิ่มเติมเข้ามาในระบบ Dolby Atmos/DTS:X ทว่าด้อยกว่าซิสเต็มลำโพง 5.1 ในแง่บรรยากาศโอบล้อมรอบตัว อันเนื่องมาจากการถ่ายทอดมิติเสียงด้านหลังตำแหน่งนั่งฟังที่ยังไม่ชัดเจนนัก อันเป็นข้อจำกัดเรื่องของตำแหน่งลำโพงในระบบของ 3.1.2…

หากต้องฟันธงระหว่าง 2 รูปแบบนี้ ระบบ 5.1 ให้อรรถรสจากบรรยากาศเสียงโอบล้อมได้เหนือกว่า 3.1.2 จึงเป็นรูปแบบที่แนะนำ หากต้องการ “เน้นคุณภาพเสียงในงบประมาณที่ไม่สูงมาก”

แต่กระนั้นหากมีงบประมาณจำกัดมากจริงๆ เริ่มที่ 3.1.2 แบบ Upward-firing Speakers เป็นอันดับแรกก็สามารถทำได้ เพราะดำเนินการได้ง่ายๆ รูปแบบนี้บางทีมาเป็นชุดสำเร็จแบบ Soundbar ซึ่งมีราคาประหยัด การติดตั้งก็ไม่ยุ่งยากเมื่อเทียบกับซิสเต็มลำโพงเซอร์ราวด์รูปแบบอื่นๆ แถมประหยัดที่ ไม่ต้องลากสายลำโพงยาวๆ ดูไม่เกะกะห้อง เหมาะกับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มสั่งสมประสบการณ์กับระบบโฮมเธียเตอร์ครับ

หากเพิ่มงบอีกนิด เลือกระบบ 7.1 หรือ 5.1.2 จะได้อะไรที่ดีขึ้น? 

ปัจจุบันผู้ผลิต AV Receiver พยายามปรับลดราคารุ่นที่ให้ภาคขยายจำนวน 7 แชนเนล ลงมา ราคาขายจึงไม่ห่างจากรุ่นเล็กสุดที่มีภาคขยายเพียง 5 แชนเนล มากนัก แต่ด้วยจำนวนภาคขยายที่เพิ่มขึ้นนี้ จะช่วยให้การถ่ายทอดคุณภาพเสียงเซอร์ราวด์สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

หลักการของระบบ 7.1 ก็คือการอัพเกรด 5.1 ด้วยการเพิ่มเติมลำโพง Surround Back (SBL/SBR) เข้ามา ทำหน้าที่เติมเต็มทิศทางและบรรยากาศเสียงด้านหลังตำแหน่งนั่งฟังให้มีความต่อเนื่องสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นนั่นเอง แต่การจะได้อานิสงส์ตรงนี้อย่างเต็มที่ ระบบเสียงของคอนเทนต์ที่นำมาเปิดรับฟังก็ควรต้องเป็นรูปแบบ 7.1 ด้วย

ปัจจุบันเมื่อระบบเสียง Dolby Atmos/DTS:X แพร่หลายขึ้นเรื่อยๆ ระบบลำโพงโฮมเธียเตอร์แบบ 5.1.2 จึงกลายเป็นทางเลือกเริ่มต้น ที่ได้รับความนิยมแทนที่ 7.1 อันเนื่องมาจากลำโพงที่มีในระบบฯ 5.1.2 โดยเฉพาะแชนเนล Top Surround (TML/TMR) นั้น สอดรับกับศักยภาพของระบบเสียง Immersive Audio ที่เพิ่มเติมมิติเสียงด้านสูงเข้ามามากกว่า

เหตุใดจึงควรเลือก 5.1.2 มากกว่า 5.1 หรือ 3.1.2 

5.1.2 เติมเต็มจุดด้อยของทั้ง 5.1 และ 3.1.2 กล่าวคือ 5.1.2 จะถ่ายทอดมิติเสียงด้านสูงในแบบที่ 5.1 ให้ไม่ได้ ขณะเดียวกันก็ให้บรรยากาศโอบล้อมรอบตัวเป็น 3 มิติ ได้เหนือกว่า 3.1.2

5.1.2 ให้มิติเสียงครอบคลุมโอบล้อมทั้ง ด้านหน้า-ด้านหลัง-ไปจนถึงด้านบนเหนือศีรษะผู้ฟัง ซึ่งระบบ 5.1/7.1 และ 3.1.2 ให้ไม่ได้ ถึงแม้การแยกแยะตำแหน่งและความต่อเนื่องของทิศทางเสียงอาจยังไม่ละเอียดเท่า 5.1.4, 7.1.2, 7.1.4, … แต่ถือว่า 5.1.2 เป็นระบบลำโพงเริ่มต้นที่ดี ที่จะใช้สัมผัสระบบเสียงแบบ Immersive Audio 

สรุป

ถ้าขนาดห้องไม่ใหญ่จนเกินไป (แถวที่นั่งรับฟังมีเพียง 1 – 2 แถว) การอัพเกรดระบบเป็น 5.1.2 สอดรับกับระบบเสียงในปัจจุบันและอนาคต จะรับฟังระบบเสียงจากคอนเทนต์แบบ 5.1 ก็ไม่บกพร่อง ในขณะที่รองรับกับระบบ Dolby Atmos และ DTS:X ได้ อันเป็นอานิสงส์จากลำโพง Top Surround ที่ไม่มีอยู่ในระบบ 5.1/7.1 การถ่ายทอดมิติเสียงด้านสูงตามแบบฉบับของ Immersive Audio จาก 5.1.2 จึงดีกว่า หากมีความพร้อมด้านงบประมาณ การจัดหาระบบโฮมเธียเตอร์แบบ 5.1.2 มาใช้งาน จะให้ผลลัพธ์ด้านเสียงที่ดีกว่า 5.1 และ 3.1.2 ครับ

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้