Laser Projector นวัตกรรมใหม่ที่จะมาปฎิวัติวงการโฮมเธียเตอร์จอยักษ์ !!?

ช่วงกลางเดือนกันยายน ผมได้มีโอกาสได้ไปร่วมงานเปิดตัวโฮมเธียเตอร์โปรเจ็คเตอร์รุ่นใหม่ในประเทศไทยจาก Epson คือ EH-LS10000 (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่ลิงค์ด้านล่าง) แน่นอนด้วยดีกรีระดับรุ่นเรือธง คุณภาพของภาพจึงไม่ธรรมดา ซึ่งมีที่มาจากเทคโนโลยีระดับสูงมากมาย แต่ที่ดูเตะตาน่าสนใจมากที่สุด คือ การถ่ายทอดระดับไดนามิกเรนจ์ อันเป็นผลจากระดับสีดำ (Black Level) ที่ลึกเข้ม !!

Epson เปิดตัว EH-LS10000 ไฮเอ็นด์โฮมโปรเจ็กเตอร์ เทคโนโลยีแหล่งกำเนิดแสงแบบ “เลเซอร์” !?
อาจพูดได้ว่าการถ่ายทอดไดนามิกเรนจ์ที่โดดเด่นเหนือเทคโนโลยีโปรเจ็คเตอร์ใดๆ ในอดีตที่เคยมีมาของ EH-LS10000 นั้น ถ้าจะเปรียบให้เห็นภาพ ก็เหมือนดั่งนำ OLED TV ไปเทียบความต่างกับ LCD/LED TV หรือ Plasma TV ทว่าเป็นภาพจากโปรเจ็คเตอร์ที่ฉายบนจอรับภาพขนาดใหญ่กว่า 100 นิ้ว นั่นแล…
ทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้นจากเหตุและปัจจัย อยู่ดีๆ ภาพจากโปรเจ็คเตอร์จะดีขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผลมิได้ ทั้งนี้ปัจจัยที่ส่งผลให้ EH-LS10000 สามารถถ่ายทอดไดนามิกเรนจ์ โดยเฉพาะผลลัพธ์จากความเปลี่ยนแปลงของระดับ Black Level ได้ยอดเยี่ยมอย่างมีนัยสำคัญ คือ พื้นฐานจากแหล่งกำเนิดแสงที่เรียกว่า “เลเซอร์”‘

Epson EH-LS10000 โฮมเธียเตอร์โปรเจ็คเตอร์แบบ 3LCD เครื่องแรก ที่ใช้แหล่งกำเนิดแสงแบบ “Dual Laser Light Source”!
Projector Light Source
เทคโนโลยีเลเซอร์คงมิใช่ของใหม่ เพราะวงการเครื่องเสียง-โฮมเธียเตอร์ก็เคยใช้เทคโนโลยีนี้กับหัวอ่านเครื่องเล่นซีดีมาก่อนตั้งแต่ยุค 80s ก่อนได้รับการพัฒนามาเป็นเครื่องเล่นภาพและเสียงอย่าง ดีวีดี และ บลูเรย์เพลเยอร์ในปัจจุบัน อย่างไรก็ดีสำหรับการนำมาใช้เป็นแหล่งกำเนิดแสงของโปรเจ็คเตอร์ เพิ่งจะมีเมื่อไม่นานมานี้เอง
แหล่งกำเนิดแสงของโปรเจ็คเตอร์มีความสำคัญอย่างไร? เพื่อให้เข้าใจอย่างชัดแจ้ง ก่อนอื่นต้องขออธิบายหลักการทำงานของโปรเจ็คเตอร์ก่อน

หลักการทำงานของเครื่องฉายสไลด์ โดยพื้นฐานมีความคล้ายคลึงกับโปรเจ็คเตอร์ ภาพประกอบจาก http://labs.mete.metu.edu.tr
ท่านที่ปัจจุบันอายุ 30+ คงจะยังทันได้เห็นเครื่องฉายสไลด์ หลักการของเครื่องฉายสไลด์ที่ไม่ซับซ้อน โดยพื้นฐานนับว่าคล้ายคลึงกับโปรเจ็คเตอร์อยู่มากทีเดียวครับ กล่าวคือ ภาพฉายบนจอที่เราเห็นนั้นเกิดจากการนำแหล่งกำเนิดแสง (จากหลอดไฟ) ฉายผ่านเลนส์รวมแสงไปตกยังภาพที่ต้องการจะดู ในที่นี้ คือ ฟิล์มสไลด์**
หมายเหตุ ** กรณีของโปรเจ็คเตอร์ “ภาพ” จะมาจากเทคโนโลยีแปลงสัญญาณดิจิทัลเป็นภาพ อาทิ DLP (Digital Light Processing), LCD (Liquid Crystal on Silicon) หรือ D-ILA (Direct-drive Image Light Amplifier) ที่มีหลักการปลีกย่อยแตกต่างกัน แต่ทำหน้าที่เดียวกัน
จากนั้นภาพ (ที่มาพร้อมกับแสงของหลอดไฟ) จะผ่านเลนส์ขยายไปตกกระทบบนจอรับภาพให้ได้ชมกัน โปรเจ็คเตอร์ก็มีโครงสร้างการทำงานแบบเดียวกับเครื่องฉายสไลด์นี้ ต่างที่รายละเอียดขั้นสูงที่ซับซ้อนกว่า
จากหลักการข้างต้น หากต้องการรับชมภาพฉายที่มีความสว่างจะแจ้ง หลอดไฟจะต้องมีกำลังความสว่างสูงพอ โดยเฉพาะหากต้องการความชัดเจนเมื่อฉายบนจอรับภาพขนาดใหญ่ หรือในสภาพแวดล้อมที่ต้องสู้แสง แต่ปัญหาคือ หลอดไฟกำลังสูงมักจะมาพร้อมกับความร้อน การถ่ายเทระบายความร้อนออกจากระบบจึงสำคัญ
ที่เห็นทั่วไปก็คือการเพิ่มพัดลม ถ้าไม่เพิ่มขนาดก็ต้องเพิ่มความเร็วรอบของพัดลม นี่คือที่มาของเสียงรบกวน บ่อยครั้งเราจึงเห็นโปรเจ็คเตอร์พรีเซ็นเทชั่นบางเครื่องที่กำลังหลอดไฟสูงๆ เวลาเปิดใช้งานทีเสียงดังอย่างกับเรือหางยาว ซึ่งต้องยอมแลกเพราะหากการระบายความร้อนทำได้ไม่ดี อายุการใช้งานของอุปกรณ์ก็จะสั้นลงกว่าที่ควรจะเป็น
ผลกระทบอีกประการของหลอดไฟกำลังสูง คือ มันจะกลายเป็นภาระสำหรับโปรเจ็คเตอร์เมื่อต้องการแสดงสีดำ สีดำจะไม่ดำสนิทเนื่องจากเป็นการยากจะปิดบังแสงสว่างที่สว่างมากจากหลอดไฟกำลังสูงนั้น มิให้เล็ดลอดออกมารบกวน
นี่คือเหตุผลว่า ทำไมโฮมเธียเตอร์โปรเจ็คเตอร์ทั่วไปจึงไม่เน้นความสว่างสูง ก็ด้วยข้อจำกัดเรื่องของการควบคุมแสงจากหลอดไฟ และเสียงรบกวนจากระบบระบายความร้อนนั่นเอง คงไม่ดีแน่ถ้าต้องนั่งฟังเสียงพัดลมโปรเจ็คเตอร์ไปพร้อมๆ กับการลุ้นฉากสำคัญของภาพยนตร์
ปัจจัยด้านคุณภาพของภาพที่เกี่ยวเนื่องกับหลอดไฟ ยังมีประเด็นเรื่องของการถ่ายทอดคุณภาพสีสัน เนื่องจากความสามารถในการถ่ายทอดสเป็กตรัมแสง กับอุณหภูมิสีของหลอดไฟ จะส่งผลกับภาพฉายโดยตรง ถ้าเทคโนโลยีหลอดไฟถ่ายทอดสเป็กตรัมแสงได้จำกัด ขอบเขตการแสงเฉดสีของโปรเจ็คเตอร์ก็ย่อมจำกัดไปด้วย และเช่นกันว่าถ้าอุณหภูมิสีของหลอดไฟไม่คงที่ การจะได้ภาพฉายที่ให้สมดุลสีเที่ยงตรงย่อมเป็นไปได้ยาก
Laser: The next generation of projector light source
ข้อจำกัดจากเทคโนโลยีแหล่งกำเนิดแสงของโปรเจ็คเตอร์ในอดีตที่กล่าวไปข้างต้น จะถูกลบล้างด้วยแหล่งกำเนิดแสงแบบใหม่ คือ “เลเซอร์” ได้หรือไม่? หากสรุปจากประสิทธิภาพของ EH-LS10000 จะได้ดังนี้

หมายเหตุ: – อ้างอิงเปรียบเทียบคุณสมบัติกว้างๆ เฉพาะในหมวดโฮมเธียเตอร์โปรเจ็คเตอร์เท่านั้น – คุณสมบัติของ Epson EH-LS10000 อ้างอิงจากเอกสารเผยแพร่ของผู้ผลิต

ภาพแสดงโครงสร้างภายในของ Epson EH-LS10000 จะเห็นแหล่งกำเนิดแสงแยกอิสระ 2 จุด หรือก็คือ Dual Laser Light Source นั่นเอง ก่อนที่แสงจากทั้ง 2 แหล่ง จะแยกไปผ่านพาเนลสร้างภาพแบบ 3LCD

โครงสร้างระบายความร้อนประสิทธิภาพสูง แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือ ประสิทธิภาพของ Laser Diodes ที่อัตราสูญเสียเป็นความร้อนต่ำ เสียงรบกวนจากระบบระบายความร้อนจาก EH-LS10000 จึงต่ำมาก เพียง “19dB” เท่านั้น

การถ่ายทอดสเป็กตรัมแสงของ Laser Light Source ที่ทำได้กว้างกว่า สงผลให้ Color Gamut ของ EH-LS10000 แตะที่ระดับ DCI (Digital Cinema Initiatives) อันเป็นมาตรฐานเดียวกับที่ใช้อ้างอิงในสตูดิโอทำมาสเตอริ่งภาพยนตร์ นอกจากนี้เทคโนโลยี Laser Diodes ยังเป็นความหวังเพียงหนึ่งเดียวเวลานี้ เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับจอภาพยุคถัดไปที่สามารถถ่ายทอดสเป็กตรัมสีได้ครอบคลุมกว้างขวางถึงระดับ BT.2020 ในอนาคต
จะเห็นว่าจุดเด่นที่มีนัยสำคัญของ Laser Light Source คือ การถ่ายทอดระดับ Black Level ถึงแม้ว่าข้อมูลนี้จะเป็นการอ้างอิงเมื่อใช้แพทเทิร์นทดสอบสีดำเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่ PISCR (Projected Image System Contrast Ratio) Method จึงไม่สามารถอ้างอิงระดับคอนทราสต์ที่แท้จริงได้โดยตรง ทว่าจะยังเห็นผลลัพธ์จาก Dual Laser Light Source ได้ชัดว่าสามารถควบคุมระดับแสงไม่ให้เล็ดลอดออกมาได้เป็นอย่างดี อันเป็นผลจากประสิทธิภาพการควบคุมระดับแสงของหลอดไฟโดยตรง ไม่จำเป็นต้องพึ่งโครงสร้าง Iris แบบโปรเจ็คเตอร์ทั่วไป ผลพลอยได้คือการตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงระดับความสว่างของหลอดไฟที่อิงตามสัญญาณภาพแบบฉับพลันจะทำได้เที่ยงตรงและฉับไวกว่า
Brightness Uniformity หรือการถ่ายทอดระดับความสว่างที่เท่าเทียมกันทั้งผืนภาพก็ทำได้ดีกว่า จากโครงสร้างกระจายหลอดกำเนิดแสง (Laser Diodes) ไว้ทั่ว ไม่ได้วางจุดเดียวตรงกลางแบบโครงสร้างหลอดไส้ ในส่วนของการเดโมจริงจากภาพยนตร์ก็พอจะยืนยันในจุดนี้ได้ โดยเฉพาะระดับ Black Level เรียกว่าทำเอา D-ILA Projector ที่ว่าดำๆ มีหนาวได้เหมือนกัน
ถัดมาคือระดับเสียงรบกวน เนื่องจากประสิทธิภาพของ Laser Diodes ที่สูงกว่า ใช้พลังงานน้อยกว่าในขณะที่อัตราสูญเสียเป็นความร้อนต่ำกว่า จึงไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการระบายความร้อนเข้มข้นมากเหมือนหลอดไส้แบบเก่า (Metal halide/UHP Lamp) เมื่อเสริมกับการออกแบบโครงสร้างการระบายความร้อนใหม่โดย Epson ระดับเสียงรบกวนที่ได้ขณะที่โปรเจ็คเตอร์ทำงาน คือ 19dB เสียงเครื่องปรับอากาศในหลายๆ ห้องจะกลายเป็นเสียงที่ดังหนวกหูกว่าเสียงของโปรเจ็คเตอร์เยอะเลย…
ประการสุดท้าย ที่ไม่กล่าวถึงมิได้ คือ อายุการใช้งาน ปกติหลายท่านอาจลังเลที่จะซื้อหาโปรเจ็คเตอร์มาใช้เพราะกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนหลอดไฟทุกๆ 3,000 ชม. (Normal) ถึง 6,000 ชม. (Eco) แต่ Laser Light Source ที่อายุการใช้งานสูงสุด 30,000 ชม. เอาให้เห็นภาพง่ายๆ ถ้าอ้างอิงแบบสุดโต่งชมภาพยนตร์กันทั้งวี่ทั้งวัน วันละ 8 ชม. จะดูได้นานถึง 10 ปี ใช้กันลืมไปเลย !?

เมื่อทราบจุดเด่นของแหล่งกำเนิดแสงชนิดใหม่สำหรับโปรเจ็คเตอร์นี้แล้ว มาพิสูจน์ประสิทธิภาพจริงกันต่อได้เลยจากบททดสอบ Epson EH-LS10000 ตามลิงค์ด้านล่างครับ…