ข้ามไปที่เนื้อหา
|

ประกาศผล Best of The Best TV Award ทีวีที่ดีที่สุดประจำปี 2022-2023

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 08 Dec 2025

LCDTVTHAILAND ของเราดำเนินการตัดสินรางวัล Best of The Best TV Award มาอย่างต่อเนื่องเพื่อค้นหาว่า ทีวีที่ทีมงานได้ทดสอบไป รุ่นไหน แบรนด์ใด มีความเหมาะสมกับการได้รับรางวัลในแต่ละสาขามากที่สุด โดยอิงจากผลการทดสอบอันเข้มข้นตามมาตรฐานอุตสาหกรรมภาพและเสียง ผ่านเครื่องมือตรวจวัดระดับมืออาชีพ ผสมผสานกับผลลัพธ์จากการใช้งานจริงแบบผู้ใช้งานทั่วไป… หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผลการประกาศรางวัลนี้ จะเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ที่ช่วยให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทีวีที่ตรงกับที่ใจต้องการอย่างแท้จริง

1) Best of The Best TV Award : LG OLED evo G2

มอบถ้วยรางวัล Best of The Best TV Award ให้กับ
มิสเตอร์ เดวิด ลี ผู้อำนวยการกลุ่มผลิตภัณฑ์โฮมเอนเตอร์เทนเมนต์
บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด

รางวัลทีวีที่ดีที่สุดแห่งปีหรือ Best of The Best TV ตกเป็นของ LG OLED evo G2 | ด้วยพาแนล OLED evo เจนฯ ใหม่ เพิ่มโครงสร้างเลเยอร์เรืองแสงผสานกับการติดตั้ง Heatsink ช่วยระบายความร้อน ยกระดับให้ G2 แสดงความสว่างสูงเป็นพิเศษ ค่า Peak Brightness ในโหมดภาพที่สีตรงที่สุดอย่าง Filmmaker ทำได้เกิน 900 nits (สว่างที่สุดที่ทีมงานได้รีวิว OLED TV ในปีนี้) พร้อมจอแบบ Glossy มันเงา ขับภาพ HDR ออกมาได้อย่างสวยเจิดจรัส พร้อมสีดำที่ดำสนิท 100% จึงได้ทั้งความโดดเด้ง และความลึกของภาพซึ่งก่อให้เกิดมิติภาพในแบบที่ LED TV ให้ไม่ได้ รองรับ Dolby Vision IQ ด้วย และมี HDMI 2.1 x 4 ช่อง รับสัญญาณ 4K 120Hz FreeSync & G-Sync VRR ทุกช่อง ครบจบด้านเกมมิ่ง โดยรวมคือสเปกด้านภาพขั้นท็อปที่สุด และคุณภาพของภาพ “โดดเด่นที่สุด” ในปีนี้

อีกจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์นี้ คือดีไซน์พิเศษที่ทำออกมาเพื่อแขวนผนังเหมือนกรอบรูปศิลปะ ไร้ช่องว่างด้านหลังดูกลมกลืนไปกับผนัง หรือหากจะตั้งพื้นก็สามารถซื้อ Gallery Stand 3 แฉกเสริมได้ (ใช้ได้กับขนาด 55 นิ้ว และ 65 นิ้ว) มาพร้อม webOS 22 เวอร์ชั่นล่าสุดที่อัปเดทให้มีแอปอย่าง Disney+ Hotstar แล้ว ใช้เคียงคู่กับ Magic Remote ตัวเก่ง ควบคุมสะดวก รับคำสั่งเสียงได้ ทีมงานขอยกให้ LG OLED evo G2 คือ “ที่สุดของทีวี” ในปีนี้

LG OLED evo G2 : ขนาด 77 นิ้ว, 65 นิ้ว, 55 นิ้ว

2) Editor’s Choice Award : LG OLED evo C2

มอบถ้วยรางวัล Editor’s Choice Award ให้กับ
คุณอำนาจ สิงหจันทร์ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการตลาด
บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด

จริงอยู่ว่ารุ่น G2 คือ The Best ที่สุด ทว่าหากให้ทีมงานเลือกซื้อใช้เอง เราขอเลือก LG OLED evo C2 เป็นที่หนึ่งในใจของพวกเรา เหตุผล คือ ตัวที่ให้คุณภาพ “ดีเลิศ” ในราคาที่อยู่ในเกณฑ์ “สมเหตุสมผลกว่า” เป็น “ตัวจบ” ที่สำนักรีวิว และนักเล่นทั่วโลกต่างให้การยอมรับ OLED C2 ปีนี้อัปเกรดจากรุ่นปีที่ผานมาในเรื่องความสว่าง ใช้พาแนล OLED evo ให้ความสว่างได้สูงเกิน 800 nits (Vivid/Filmmaker) อาจจะเพลากว่าซีรีส์ G เล็กน้อย แต่พลังภาพโดยรวมยังจัดว่าเกินพอ เหนือชั้นกว่า OLED ทั่วไป ตั้งประชันตัวต่อตัวแล้วเห็นความต่างอย่างมีนัยยะ สีสันสดอิ่มทุกมุมมอง พร้อมได้จอ Glossy มันเงามาช่วยอุ้มชูเรื่องความเจิดจรัสอีกต่อ Dolby Vision IQ & Dolby Atmos ก็มาครบ และปีนี้คลอดไซส์ใหญ่พิเศษ 83 นิ้ว ตอบโจทย์คอภาพยนตร์จอยักษ์ และไซส์เล็กพิเศษ 42 นิ้ว เพื่อเหล่าฮาร์ดคอร์เกมเมอร์ สามารถประยุกต์ใช้เป็นจอมอนิเตอร์เกมมิ่งได้ทันที มี HDMI 2.1 x 4 FreeSync และ G-Sync VRR พร้อม Game Optimizer สามารถโชว์ข้อมูลภาพและเฟรมเรทแบบเรียลไทม์ ครบจบทั้งสายดูหนัง และเกมมิ่งแบบดีเลิศในราคาที่พอดิบพอดี จึงขอยกรางวัล Editor’s Choice ให้ LG OLED evo C2 ไปครอง

LG OLED evo C2 : ขนาด 42 นิ้ว, 48 นิ้ว, 55 นิ้ว, 65 นิ้ว, 77 นิ้ว, 83 นิ้ว

3) Best 8K LED TV Award : Samsung Neo QLED QN900B

คุณนันทพล ผู้สันติ ผู้จัดการสินค้ากลุ่มภาพและเสียง
กับถ้วยรางวัล Best 8K LED TV Award

มาดูฝั่ง LED TV กันบ้าง รางวัลทีวี 8K LED ที่ดีที่สุดตกเป็นของ Samsung Neo QLED 8K QN900B ถือว่าเป็นเจนฯ ที่ 2 ของ Samsung ที่ใช้ Mini LED Backlight ที่มีขนาดเล็กกว่าหลอดไฟ LED Backlight ปกติมาก เป็นหัวใจในการกำเนิดแสง สามารถดิมไฟจากจุดที่มืดที่สุดไปถึงจุดที่สว่างที่สุดได้ละเอียดยิบถึง 14 bits หรือ 16,384 สเต็ป แถมดิมเก็บขอบวัตถุทั้งทรงเหลี่ยม ทรงโค้งได้เนียนอย่างน่าทึ่ง สร้างระดับความดำได้อย่างดีที่สุดในบรรดาทีวีที่ใช้ Mini LED TV ทั้งหมด ไปจนถึง Full-array LED TV ทั้งมวล

นอกจากนี้ยังให้ระดับความสว่าง Peak Brightness สูงสุดได้เกิน 4400 nits (Dynamic) ! เกินกว่าค่ามาตรฐาน Ultra HD Premium ไปถึง 4 เท่า สู้แสงแดดอันเจิดจ้าของเมืองไทยที่ทะลุผ่านบานหน้าต่างเข้ามาในห้องได้ ซึ่งจุดนี้ไม่มีทางที่ OLED TV เครื่องใดจะเทียบได้ สามารถขับภาพต้นฉบับ HDR ที่มาสเตอร์ระดับความสว่างมาสูงได้อย่างหมดจด หากจะดูหนังให้สบายตาในห้องคุมแสงสามารถปรับลดระดับความสว่างลง หรือเลือกใช้โหมดภาพอย่าง Filmmaker ได้ ความละเอียดภาพ 8K 33 ล้านพิกเซล คมชัดจริงโดยเฉพาะเมื่อรับชมจอใหญ่ระดับ 85 นิ้ว ทว่าข้อจำกัด คือ เรายังต้องรอคอนเทนต์ 8K สุกงอมกว่านี้เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศให้สมบูรณ์ รุ่นนี้มี Wi-Fi 6 ล่าสุดเพื่อรองรับการสตรีมมิ่งที่ลื่นไหล ส่วนจุดเด่นอื่นๆ คือ หน้าจอ “ไร้ขอบ” อย่างแท้จริง หากแขวนทีวีแนบผนังจะสวยเหมือนภาพลอยอยู่บนอากาศ และพอร์ท HDMI 2.1 ทั้ง 4 ช่อง รองรับความละเอียดสูงสุดที่ 8K 60Hz และ 4K 120Hz FreeSync VRR จัดว่าเป็นตัวสุดของ 8K Mini LED TV สำหรับ QN900B

Samsung Neo QLED QN900B : ขนาด 85 นิ้ว, 75 นิ้ว, 65 นิ้ว

4) Best 4K LED TV Award : Samsung Neo QLED QN90B

ณชานมมอบถ้วยรางวัล Best 4K LED TV Award
ให้กับคุณนันทพล ผู้สันติ ผู้จัดการสินค้ากลุ่มภาพและเสียง
บริษัท ซัมซุง (ประเทศไทย) จำกัด

QN90B คือ 4K Neo QLED TV ระดับบนของ Samsung ใช้ Mini LED Backlight เวอร์ชั่นใหม่หลอดมีขนาดเล็กดิมไฟได้ละเมียดที่สุดตัวหนึ่งในวงการ คุมความดำได้ดี พร้อมให้ระดับความสว่างสูงสุดได้สูงเกินมาตรฐาน Ultra HD Premium ในปีนี้มีการแบ่งกลุ่ม และสเปกของรุ่น QN90B 2 กลุ่มหลักๆ ได้แก่

  1. กลุ่มขนาดเล็ก จอภาพ 43 นิ้ว และ 50 นิ้ว ให้ความสว่างราว 1300 nits (Dynamic)
  2. กลุ่มขนาดใหญ่ตั้งแต่ 55 นิ้ว ไปจนถึง 85 นิ้ว ความสว่างสูงกว่า 3000 nits (Dynamic)

ในกลุ่มที่ 1 ขนาดพอเหมาะใช้เป็นเกมมิ่งมอนิเตอร์นั่งระยะใกล้ได้ แถมรองรับ 4K 144Hz เป็นครั้งแรกของจอทีวี ! รองรับเกมมิ่งพีซีเฟรมเรทสูงจากได้เลย ส่วนในกลุ่มที่ 2 นับว่า “ยืนหัวแถว” ในบรรดาทีวี 4K ขนาดกลางและใหญ่ในปีนี้ จุดประสงค์เพื่อถ่ายทอดภาพ HDR ได้ถึงอกถึงใจในระยะนั่งรับชมปกติในห้องรับแขกนั่นเอง พร้อม HDMI 2.1 ทั้ง 4 ช่อง รองรับ 4K 120Hz FreeSync VRR สำหรับสายเกม QN90B จึงเป็น 4K LED TV ที่ให้ความสมบูรณ์ครบเครื่องสำหรับสายดูหนังและเกมมิ่ง

หมายเหตุ : รุ่นท็อป QN95B จะมีสเป็คที่ใกล้เคียงกับ QN90B ทว่าจะมีขนาดหน้าจอให้เลือกน้อยกว่า แต่จะได้กล่อง One Connect Box แยกออกมา ช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องการเชื่อมต่อสายและเก็บซ่อนสายสัญญาณต่าง ๆ ให้เรียบร้อยขึ้น

Samsung Neo QLED QN90B : ขนาด 43 นิ้ว, 50 นิ้ว, 55 นิ้ว, 65 นิ้ว, 75 นิ้ว, 85 นิ้ว

5) Best Midrange 4K LED TV Award : Sony X90K

คุณโรมันและคุณชานม มอบถ้วยรางวัล Best Midrange 4K LED TV Award ให้กับ
คุณ Shinpei Nishikawa ผู้จัดการทั่วไปแผนกการตลาด บริษัท โซนี่ ไทย

ชาวอารยธรรมจะเลือกตัวนี้ !!! Sony X90K คือ 4K LED TV คุณภาพสูง ขวัญใจเหล่า Sony Lovers เหตุผลคือ “ความครบเครื่องในราคาที่คุ้มค่า” ใช้เทคโนโลยีระดับพรีเมี่ยมรอบด้าน ทั้ง Full Array LED Backlight ชิปประมวลผล Cognitive Processor XR ตัวท็อป ถ่ายทอด DNA มาจากสตูดิโอมอนิเตอร์ที่ใช้อ้างอิงในการผลิตภาพยนตร์ แนวภาพมีความกลมกล่อมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดูหนังแล้วได้อารมณ์เดียวกับผู้กำกับ โดดเด่นด้วยความสว่างสูงสุดเกิน 1000 nits (Vivid/Custom) พร้อม HDMI 2.1 x 2 ช่อง รองรับการเล่นเกมส์ PlayStation 5 อย่างสมบูรณ์ ระบบ Google TV ติดตั้งแอปฯ ได้เยอะที่สุด แต่ทีเด็ด คือ BRAVIA Core รับชมภาพยนตร์ในเครือของ Sony กว่า 150 เรื่อง แบบ 4K IMAX Enhanced บิทเรทสูง รองรับการสั่งงานด้วยเสียงไทยด้วย จึงครบเครื่องทั้งความสามารถฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ในตัว ในราคาที่ไม่ได้โดดสูงเกินไป ทีมงานขอมอบรางวัลทีวี 4K ระดับกลางที่ดีที่สุดแห่งปี ให้ Sony X90K เครื่องนี้

Sony X90K : ขนาด 55 นิ้ว, 65 นิ้ว, 75 นิ้ว, 85 นิ้ว

6) Best Value 4K LED TV : Hisense U7H (จอ ADS) & Toshiba M550L (จอ VA)

ปีนี้ทีมงานให้รางวัลทีวี 4K รุ่นคุ้มค่าที่สุด แก่ 2 แบรนด์ดัง คือ Hisense U7H และ Toshiba M550L ทั้งคู่ใช้หลอดไฟประสิทธิภาพสูงอย่าง Full Array LED Backlight แบ่งโซนดิมแสง คุมระดับความดำ และให้ความสว่างได้ดีกว่า LED TV ระดับเดียวกันที่มักใช้ Edge LED หรือ Direct LED Backlight เพื่อประหยัดต้นทุน

คุณโรมันมอบรางวัล Best Value 4K LED TV Award
ให้กับคุณฉันท์ชาย พันธุฟัก ผู้อำนวยการส่วนขายการและการตลาด
บริษัท ไฮเซ่นส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด

Hisense U7H : ซีรีส์ 7 ที่ต่อยอดความสำเร็จ 4K ULED TV มา 2-3 ปี ต่อเนื่อง เหตุผลหลัก คือ จัดเต็มเรื่องสเปก แต่ขายในราคาน่ารัก ใช้ Full Array LED Backlight รองรับ Dolby Vision/Atmos พอร์ท HDMI 2.1 x 2 ช่อง เล่นเกมส์ 4K 120Hz ได้ จอภาพเป็น ADS เน้นมุมมองรับชมกว้าง พร้อม VIDAA OS แม้จำนวนแอปฯ ไม่หลากหลายเท่าระบบอื่น แต่ก็มีแอปฯ สตรีมมิ่งใหม่ ๆ เพิ่มเติมต่อเนื่อง อาทิ WeTV และ iQiYi สุดท้ายคือรองรับการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน VIDAA Voice ด้วย จึงเป็นรุ่นที่สเปกสูงในราคาที่คุ้มค่า

Hisense U7H : ขนาด 55 นิ้ว, 65 นิ้ว, 75 นิ้ว, 85 นิ้ว

คุณโรมัน และคุณชานม มอบถ้วยรางวัล Best Value 4K LED TV Award
ให้กับคุณหลวน เมิงเฉวี่ย ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ทีวี (คนที่สองจากด้านซ้าย) และ
คุณคุณพงษ์เทพ ศิริสกุลเวโรจน์ ผู้จัดการอาวุโสแผนกขายผลิตภัณฑ์ทีวี
บริษัท TVS REGZA Corporation Thailand Office

Toshiba M550L : รุ่นนี้ใช้ Full Array LED Backlight เช่นกัน แต่พาแนลเป็นแบบ VA ได้ความสดสว่าง รองรับ HDR ขั้นท็อปอย่าง Dolby Vision มีลำโพง แยกวูฟเฟอร์มาอีก 1 ชุด ด้านหลัง ให้พลังเสียงกระหึ่มหนักแน่น ดูหนัง และคอนเสิร์ตได้อรรถรส หากไม่อยากเสริม Soundbar ก็ได้ ถึงแม้จะยังไม่รองรับ 4K 120Hz เหมือน Hisense U7H แต่ก็ได้ Google TV เข้ามา ด้วยแอปที่หลากหลาย พร้อมลูกเล่นการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Google Assistant ที่แฟนซีกว่า

Toshiba M550L : ขนาด 50 นิ้ว, 55 นิ้ว, 65 นิ้ว

2 รุ่นนี้ “มีดีกันคนหละหมัด” หากเทียบเทคโนโลยีต่อราคา = ให้ความคุ้มค่าสูงทั้งคู่ เลือกตามลักษณะการใช้งานของเราได้

7) Best Budget 4K LED TV : Samsung QLED Q65B

คุณโรมันมอบถ้วยรางวัล Best Budget 4K LED TV Award
ให้กับคุณ นันทพล ผู้สันติ ผู้จัดการสินค้ากลุ่มภาพและเสียง
บริษัท ซัมซุง (ประเทศไทย) จำกัด

ราคาสูสีกับ LED TV แต่ได้เป็น QLED TV ที่ภาพดีกว่า ! Q65B คือ 4K HDR QLED TV รุ่นเริ่มต้นจาก Samsung ราคาประหยัดสบายกระเป๋าแต่คุณภาพของภาพไม่ธรรมดา ใช้เทคโนโลยีสำคัญ 2 อย่าง ที่รุ่นเริ่มต้นอื่นไม่มี คือ Quantum Dot บูสท์อัพสีสันให้สดอิ่ม กับ Backlight แบบ Dual LED หรือ Edge LED ที่ใช้หลอดไฟ 2 ชุด ให้แสงโทนเย็นและโทนอุ่น เพื่อให้แมตช์กับอุณหภูมิสีที่ต้องการ ผลลัพธ์คือ “ค่าสมดุลสี” ที่แม่นยำกว่า จนได้รับ Pantone Validated และ Pantone SkinTone Validated การันตีแสงสีเที่ยงตรงทั้งวัตถุ และผิวคน นำไปใช้อ้างอิงทำสื่อสิ่งพิมพ์ได้ หรือใช้ดูหนังได้ทันทีโดยไม่ต้องปรับแต่งค่าเพิ่มเติมอะไรมากมายในโหมด Filmmaker ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ LED TV รุ่นเริ่มต้นส่วนใหญ่ ไม่สามารถทำได้ เรียกว่าให้ภาพดีกว่าแต่ราคายังคงจับต้องได้ง่ายนั่นเอง

Samsung QLED Q65B : ขนาด 43 นิ้ว, 50 นิ้ว, 55 นิ้ว, 65 นิ้ว, 75 นิ้ว, 85 นิ้ว

8) Best Smart TV Award : Sony OLED A80K

คุณโรมันและคุณชานม มอบถ้วยรางวัล Best Smart TV Award ให้กับ
คุณสุวัฒน์ชัย จารุวิทยานนท์ ผู้จัดการแผนกการตลาดผลิตภัณฑ์ทีวี บริษัท โซนี่ ไทย

Google TV จาก Sony ยังคงครองแชมป์ระบบ Smart TV ยอดเยี่ยมแห่งปี ครั้งนี้มี “ของเล่นใหม่” ที่ทำให้การตัดสินนั้นเด็ดขาดยิ่งกว่าเดิม นอกเหนือจากแอปฯ บน PlayStore ที่มีจำนวนเยอะที่สุดคือเหยียบหลักหมื่นแอปฯ แล้ว ยังได้แอปฯ เอ็กคลูซีฟ อย่าง BRAVIA CORE ที่เปรียบดั่ง “บิดาแห่งแอปฯ สตรีมมิ่งดูหนัง” เข้ามาเสริมทัพ สามารถรับชมหนังในเครือ Sony Pictures กว่า 150 เรื่อง ในรูปแบบ 4K IMAX Enhanced ให้บิทเรทได้สูงถึง 80 Mbps เกือบเทียบเท่าแผ่นหนัง 4K Ultra HD Blu-ray แน่นอนว่าสูงกว่าบริการสตรีมมิ่งด้วยกัน อย่าง Apple TV, Netflix ฯลฯ ให้คุณภาพของภาพโดดเด่นที่สุด ซึ่งสามารถใช้งานฟรีสำหรับผู้ใช้ทีวีซีรีส์ BRAVIA XR รุ่นตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ยังสามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมอย่างกล้องอัจฉริยะ “BRAVIA CAM” ใช้พูดคุยวีดีโอคอลล์ได้ ขณะเดียวกันก็ตรวจจับตำแหน่งผู้ชม และปรับภาพ-เสียงให้เหมาะสมกับทิศทางการนั่งแบบอัตโนมัติ อีกทั้งเป็น Google TV / Android TV เจ้าเดียวที่สามารถเล่นแอปฯ VIU ซีรีส์เกาหลีได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ติดลิขสิทธิ์เหมือนเจ้าอื่น รองรับการสั่งงานด้วยเสียงแบบแฮนด์ฟรี พูดกับทีวีโดยตรงได้ สปีดการใช้งานโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ด้วยคุณสมบัติที่กล่าวมานี้ รวมกับที่เป็น OLED TV จึงให้ผลลัพธ์ภาพ เสียง และลูกเล่นที่ยอดเยี่ยมแบบลงตัวที่สุด !

Sony A80K : ขนาด 55 นิ้ว 65 นิ้ว 77 นิ้ว

9) Best Design Award : Philips OLED706

“สวยวิบวับ เจิดจรัส เปล่งประกาย” คือนิยามที่ทีมงานยกให้ Philips OLED706 โดยรุ่นนี้มี Ambilight เทคโนโลยีหลอดไฟ LED 3 สี กำเนิดแสงสีที่ด้านหลังของจอทีวีสัมพันธ์กับภาพบนจอ ให้เอฟเฟกต์เติมเต็มบรรยากาศภายในห้องระหว่างดูฟุตบอล ชมภาพยนตร์ หรือดูการ์ตูน ในมิติที่แตกต่างแบบสีสันทะลุจอ เวลารับชม HDR Content ยังทำหน้าที่ปรับความเปรียบต่างของแสงให้สมูทดูสบายตาขึ้นด้วย โดยเฉพาะเมื่อดิมไฟในห้องให้มืดลง หรือจะกำหนดแสงสีแบบ Fixed สีเดียวตลอดเวลาก็ได้ หรือจะปิดไฟ Ambilight ไปเลยก็ได้เช่นกัน เมื่อเข้าคู่กับจอ OLED TV ที่มีดีไซน์บางเหมือนกระจกแผ่นเดียว จึงดูสวยทั้งภายในและแสงรอบกายภายนอก เป็นความต่างด้านดีไซน์ที่สวยแหวกแนว โดดเด่นที่สุดแห่งปี

Philips OLED706 : ขนาด 55 นิ้ว, 65 นิ้ว

10) Best Gaming TV Award : LG OLED evo C2

มอบถ้วยรางวัล Best Gaming TV Award ให้กับ
คุณวิภาพร เพ็ญสันติ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์โฮมเอนเตอร์เทนเมนต์
บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด

รางวัลทีวีสายเกมมิ่งที่ดีที่สุดแห่งปี ได้แก่ LG OLED evo C2 ที่เพิ่มขนาดเล็กพิเศษอย่าง 42 นิ้ว เข้ามา จึงประยุกต์ทำเป็น PC Gaming Monitor ได้ คุณภาพของภาพอยู่ในเกณฑ์ดีเลิศตามสไตล์ OLED สีสันสดอิ่มชัดเจนทุกมุมมอง ขับภาพกราฟิกจากเกมออกมาได้โดดเด้ง พร้อม HDMI 2.1 ถึง 4 ช่อง รองรับ 4K 120Hz Freesync & GSync VRR ครบแบบไม่กั๊ก และยังรองรับ Dolby Vision Gaming เมื่อเชื่อมต่อกับคอนโซลอย่าง XBOX ด้วย มีโหมด Game Optimizer สำหรับปรับแต่งภาพ และตรวจสอบสถานะระหว่างเล่นเกมส์ ปรับลดค่า Input lag ต่ำที่สุดแบบอัตโนมัติ ส่วนใครชอบเล่นเกมแบบอลังการจอใหญ่บิ๊กเบิ้มเต็มตา ก็มีขนาด 83 นิ้ว ให้เลือก นับว่าจัดเต็มสำหรับการเล่นเกมในทุกมิติ

LG OLED evo C2 : ขนาด 42 นิ้ว, 48 นิ้ว, 55 นิ้ว, 65 นิ้ว, 77 นิ้ว, 83 นิ้ว

1) Best of The Best Monitor Award : Samsung OLED Odyssey G8

คุณโรมัน และคุณชานมมอบถ้วยรางวัล Best of The Best Monitor Award
ให้กับ คุณอภิรดา พัวพรพงษ์ – ผู้อำนวยการกลุ่มผลิตภัณฑ์จอภาพ
คุณอินซู คิม ผู้จัดการธุรกิจจอภาพ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด

Best of The Best Monitor ปีนี้ ด้วยเทคโนโลยี QD OLED ที่ให้ความสว่างสูง คอนทราสต์สุดเข้มข้นและขอบเขตสีที่ครอบคลุมถึง 99.38% มาตรฐาน DCI-P3 อัดแม่นมาบนจอโค้งขนาด 34”ความละเอียด 3440×1440 รองรับ HDR10+ เต็มตาด้วยอัตราส่วนภาพ 21:9 ตอบโจทย์ทั้งด้านภาพและการเล่นเกม ดูหนัง ด้วย Refresh Rate 175Hz และระบบสมาร์ททีวี Tizen OS พร้อมลำโพงในตัว ครบจบในเครื่องเดียว จึงทำให้รางวัลสุดยอดมอนิเตอร์ประจำปีตกเป็นของ Samsung Odyssey G8

ราคา Samsung Odyssey G8 54,990 บาท

2) Best Gaming Monitor Award : MSI Optix MPG321UR-QD

MSI Optix MPG321UR-QD เกมมิ่งมอนิเตอร์ขนาด 32” ที่มีจุดเด่นในเรื่องภาพ โดยการเทคโนโนยี Quantum Dot เข้ามาอัพเกรดคุณภาพให้สีสันสดอิ่ม ภาพดูมีมิติและค่าความเที่ยงตรงของสีดีกว่าจอทั่วไป ตัวจอมีความละเอียดภาพอยู่ที่ 3840×2160 พิกเซล อัตราส่วนภาพ 16:9 รองรับมาตรฐาน HDR10 อัตรา Refresh Rate 144Hz ที่ความละเอียดภาพแบบ 4K และ Nvidia G-sync Compatible ตัวจอมีพอร์ตเชื่อมต่อที่หลากหลายพร้อม HDMI เวอร์ชั่น 2.1 เรียกได้ว่าตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบเล่นเกมแบบเสพความสวยงามของภาพและยังได้ความลื่นไหล MSI Optix MPG321UR-QD จึงเหมาะกับทั้งสาย Console และ PC และทำให้ได้รางวัล Best Gaming Monitor Award ไปครับ

ราคา MSI Optix MPG321UR-QD 37,900 บาท

3) Best Professional Monitor Award : Asus ProArt PA32UCG-K

ถ้าพูดถึงมอนิเตอร์ที่เหมาะกับงานด้านกราฟิกแบบมืออาชีพมากที่สุดในปีนี้ที่ทดสอบมา ก็ต้องยกให้ Asus ProArt PA32UCG-K เริ่มจากสเปกของตัวจอที่เป็นความละเอียด 4K (3840×2160) 120Hz รองรับ HDR ขั้นท็อปอย่าง Dolby Vision ใช้หลอดแบ็คไลท์แบบ Mini LED จึงสามารถคุมระดับสีดำ ทั้งยังให้ความสว่างได้กว่าจอทั่วไป มีการปรับจูนค่าภาพมาตั้งแต่โรงงานที่ให้ค่าผิดเพี้ยนของสีสันที่ต่ำ จนถึงขนาดเอาไปใช้อ้างอิงในสตูดิโอได้ ภายในกล่องยังแถม X-rite i1 Display ที่เอามาใช้ปรับภาพในภายหลัง สอดคล้องกับฟีเจอร์ในตัวจอที่รองรับการปรับภาพในเชิงลึก ใครที่มีความสามารถในการปรับภาพ ก็จะยิ่งช่วยขับให้ตัวจอสามารถแสดงสีสันได้เที่ยงตรงแม่นยำเพิ่มเข้าไปอีกขั้น ใครที่มีอาชีพที่ข้องเกี่ยวกับเรื่องสีสันไม่ว่าจะเป็น Editor, Colorist หรือ Photographer ก็จะมั่นใจได้เลยว่าภาพที่เห็น สีที่ได้ไม่หลอกตา ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมรุ่นนี้ จึงเหมาะสมแล้วที่จะได้รางวัลนี้ไปครอง

ราคา Asus ProArt PA32UCG-K 159,900 บาท

4) Best Office Monitor Award : Lenovo L32P-30

คุณโรมันมอบถ้วยรางวัลให้กับคุณ Somkiat Jivorawatanakul
4P Manager : Thailand & ROI Consumer Product Thailand Consumer บริษัทเลอโนโว ประเทศไทย

Lenovo L32P-30 ยังคงซึ่งไว้ด้วยเอกลักษณ์และเจตจำนงของคำว่าจอมอนิเตอร์ที่ควรมีใน “ออฟฟิศ” ด้วยดีไซน์ฐานตั้งที่เป็นเอกลักษณ์ใช้วางมือถือได้ สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ ทั้งสมาร์ทโฟนและโน๊ตบุ๊กผ่าน USB Type-C เส้นเดียวส่งภาพขึ้นไป พร้อมชาร์จไฟได้ในตัว รวมกับสเปกตัวที่เป็นแบบ 4K 3840×2160 พิกเซล รองรับ HDR10 และโหมดภาพถนอมสายตาอย่าง Low Blue Light จึงเป็นเหตุผลที่รางวัล Best Office Monitor Award ตกเป็นของ Lenovo L32P-30

ราคา Lenovo L32P-30 12,990 บาท

5) Best Design Award : Samsung Odyssey Ark

คุณโรมัน และคุณชานมมอบถ้วยรางวัล Best Design Award
ให้กับคุณอภิรดา พัวพรพงษ์ – ผู้อำนวยการกลุ่มผลิตภัณฑ์จอภาพ
คุณอินซู คิม ผู้จัดการธุรกิจจอภาพ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด
และคุณปรัชญา นันทปถวี – ผู้ช่วยผู้จัดการการตลาด ผลิตภัณฑ์จอภาพ กลุ่มธุรกิจคอนซุมเมอร์

Samsung Odyssey Ark เป็นหนึ่งม้ามืดที่ฉีกกฏของคำว่ามอนิเตอร์ “Gaming”ด้วยภาพและความใหญ่โตของหน้าจอโค้งขนาด 55” ความละเอียดภาพ 3840×2160 พิกเซล รองรับ HDR10+ และอัตรา Refresh สูงสุดทำได้ที่ 165Hz ใช้เทคโนโลยีเดียวกันกับทีวีไฮเอนด์คือหลอดไฟ Mini LED Blacklight คุมดำได้ดี บวกกับดีไซน์ที่ออกแบบมายืดหยุ่นทั้งการปรับระดับตัวจอรวมถึงหมุนเป็นแนวตั้งได้ แถมราคาสามารถควบคุมหน้าต่างใช้ฟังก์ชั่นหรือระบบสมาร์ททีวี Tizen OS ผ่านรีโมทรูปแบบพิเศษที่เรียกว่า Ark Dial ได้อีกด้วย ทำให้รางวัล Best Design Award ตกเป็นของ Samsung Odyssey Ark ไปในปีนี้

ราคา Samsung Odyssey Ark 99,990 บาท

1) Best of The Best Projector Award : Hisense PX1-Pro

คุณชานมมอบรางวัล Best of The Best Projector Award
ให้กับคุณฉันท์ชาย พันธุฟัก ผู้อำนวยการส่วนขายการและการตลาด
บริษัท ไฮเซ่นส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด

รางวัลโปรเจคเตอร์ที่ดีที่สุดแห่งปีได้แก่ Hisense PX1-Pro | 4K Ultra Short Throw Laser Projector สเปกจัดจ้านและรองรับอนาคตที่สุดในนาทีนี้ มาในคอนเซปต์ Laser Cinema ให้ภาพสไตล์โรงหนัง สีอิ่ม และดูสบายตา โดยใช้ระยะฉายใกล้เพียง 32 ซม. ก็ได้ภาพใหญ่ถึง 100 นิ้วแล้ว ปรับขนาดการฉายได้ยืดหยุ่น 90 -130 นิ้ว กำเนิดแสงด้วยเทคโนโลยี TriChroma Laser แบบ RGB 3 สี ซึ่งสามารถให้ขอบเขตสีได้ทะลุมาตรฐานโรงหนัง DCI-P3 ไปถึงมาตรฐานใหม่อย่าง REC2020 เกินหน้าเกินตาทีวี และโปรเจคเตอร์ระดับพรีเมียมแทบทุกตัว แถมมีอายุการใช้งานยาวนานถึง 20,000 ชั่วโมง

ที่น่าเซอร์ไพรซ์คือรองรับ Dolby Vision มาตรฐาน HDR ขั้นท็อปของโปรเจคเตอร์ เพราะปรกติจะรองรับแค่ HDR10 เท่านั้น แถมให้ HDMI 2.1 มา 2 ช่อง เล่นเกมส์เฟรมเรทสูง 4K 120Hz จากเกมคอนโซลยุคนี้อย่าง PS5 และ XBOX ได้ พร้อม eARC สำหรับเชื่อมต่อกับชุดเครื่องเสียง หรือลำโพง Soundbar ส่วนระบบ Android TV ในตัว ดูสตรีมมิ่งแอปทั้ง YouTube, Apple TV, Prime, Disney+ Hotstar ได้ทันที ติดเล็กน้อยคือยังไม่สามารถติดตั้ง Netflix ได้ เช่นเดียวกับ Smart Projector เครื่องอื่น รองรับการสั่งงานด้วยคำเสียงภาษาไทยผ่าน Google Assistant ฉลาดล้ำ โดยรวมสเปก และผลลัพธ์การรับชมดุดันที่สุดในปีนี้ ขอมอบตำแหน่ง Best of The Best Projector Award ประจำปีให้ไปครอง

Hisense PX1-Pro | 4K Ultra Short Throw Laser Projector ราคา 119,990 บาท

2) Best Mid-range Projector : BenQ X3000i

คุณโรมัน มอบถ้วยรางวัลให้กับคุณวัชรพงษ์ วงษ์มา Associate Director
บริษัทเบ็นคิว ประเทศไทย จำกัด

รางวัลโปรเจคเตอร์ระดับกลางที่คุณภาพยอดเยี่ยมที่สุดได้แก่ BenQ X3000i รุ่นนี้เป็นเครื่องฉายระยะปรกติที่ถูกออกแบบมาเพื่อสาย “ดูหนัง” และ “เกมมิ่ง” โดยเฉพาะ ให้สเปกจัดเต็ม แนวภาพ “สด-สวย-สว่าง-ป็อป” เพราะใช้แหล่งกำเนิดแสงแบบใหม่ 4LED ที่มีการเพิ่มหลอดสีน้ำเงินเป็น 2 หลอดนอกเหนือจากหลอดสีแดง และเขียว ให้ความสว่างได้สูงถึง 3000 ANSI Lumens และทำขอบเขตสีได้กว้างถึง 99% ของมาตรฐานโรงหนัง DCI-P3 มีอายุการใช้งานยาวนาน 20,000 ชั่วโมง และใช้ชิปภาพ DMD เบอร์ใหญ่ถึง 0.65 นิ้ว แบบเดียวกับโปรเจคเตอร์ระดับท็อปราคาหลักแสน จึงให้ภาพที่คมดูเคลียร์สะอาดตากว่าพวกรุ่นที่ใช้ DMD ขนาดเล็กอย่าง 0.47 นิ้ว


มีพอร์ท HDMI eARC เชื่อมต่อกับเครื่องเสียงหรือลำโพง Soundbar ได้ ในส่วนของการเล่นเกมก็จัดเต็ม แม้จะไม่ได้รองรับ 4K 120Hz แบบ Hisense PX1-Pro แต่ก็รองรับสัญญาณ 1080p ได้สูงถึง 240Hz ! ต่อกับ Gaming PC ถูกใจนักเล่นเกมฮาร์ดคอร์แน่นอน ให้ภาพไหลลื่น Input Lag ต่ำในระดับเดียวกับเกมมิ่งมอนิเตอร์แต่มีขนาดจอที่ใหญ่เต็มตากว่า รุ่นนี้มาพร้อม Android TV ผ่าน HDMI Dongle ที่แถมมาด้วย มีแอปฯ สตรีมมิ่งมากมายเช่น YouTube, Apple TV, Disney+ Hotstar และ Prime (ไม่รองรับ Netflix) รวมถึงการใช้งานคำสั่งเสียงทั้งไทย และอังกฤษ ด้วยงบประมาณราวเจ็ด-แปดหมื่นบาท รุ่นนี้ให้ภาพและฟีเจอร์ออกมาได้ครบเครื่องที่สุดในปีนี้

BenQ X3000i | 4K 4LED Projector ราคา 79,990 บาท

3) Best Portable Projector : Samsung The Freestyle

คุณโรมัน และคุณชานม มอบถ้วยรางวัล Best Portable Projector Award
ให้กับคุณณัฐเกียรติ ศรีพรประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการสินค้ากลุ่มภาพและเสียง
บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด

คำว่า “Freestyle” แปลว่า “อิสระ” คือชื่อคอนเซ็ปต์ของเจ้าโปรเจคเตอร์รูปทรงกะทัดรัดขนาดพกพาเครื่องนี้จาก Samsung เนื่องจากดีไซน์มันยืดหยุ่นมาก สามารถปรับ ก้ม-เงย หรือพลิกไปด้านหลังเพื่อฉายภาพได้กว่า 180 องศา เลือกฉายได้ใหญ่ตั้งแต่ 30 – 100 นิ้ว จะฉายเข้าผนังแบบปรกติ หรือฉายขึ้นเพดานแล้วนอนรับชมก็ได้ และโดยเฉพาะเมื่ออยาก “พก” ไปใช้นอกสถานที่ก็ลงตัว เสียบไฟผ่าน Power Bank (USB-PD) ได้ การติดตั้งใช้งานสะดวกด้วยระบบปรับสัดส่วนภาพแก้คางหมูที่บิดเบี้ยวให้ถูกต้องพร้อมโฟกัสให้แบบอัตโนมัติ ด้านภาพ ด้วยแหล่งกำเนิดแสง LED ภาพถือว่าสว่าง คอนทราสต์จัดกว่า Portable Projector ส่วนใหญ่ ที่สำคัญอายุการใช้งานยังยาวนาน 20,000 ชม. ความละเอียด Full HD ให้ภาพที่คมชัด รองรับการแสดงผล HDR พร้อมระบบ Tizen OS ในตัว มีแอปฯ ดูหนัง และซีรีส์แบบเดียวกับ Smart TV ของ Samsung เองเลย ไม่ว่าจะเป็น Netflix, Apple TV, YouTube, AIS Play เป็นต้น มาพร้อมลำโพงที่เปล่งเสียงรอบตัว 360 องศา และมี HDMI eARC ให้ด้วย นี่แหละคือ “จิ๋วแต่แจ๋ว” ของจริง ! จึงขอยกรางวัลโปรเจคเตอร์พกพาที่ดีที่สุดแห่งปีให้ไปครอง

Samsung The Freestyle | ราคา 29,990 บาท

1) Best of The Best Soundbar Award : Klipsch Cinema 1200

คุณโรมัน มอบถ้วยรางวัลให้กับทีมผู้บริหารของบริษัท ซาวด์ รีพับลิค จำกัด นำโดย
คุณกฤศนุ งามประเสริฐพงศ์ กรรมการผู้จัดการ (คนกลาง) และ
คุณจุฑาภรณ์ งามประเสริฐพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ (คนซ้ายมือ)

ซาวด์บาร์รุ่นท็อปของ Klipsch จ้าวแห่งผู้ผลิตลำโพงที่ใช้ในโรงภาพยนตร์ และระบบโฮมเธียเตอร์ จากประสบการณ์ด้านเสียงที่มีมาอย่างยาวนานจึงไม่แปลกที่สไตล์เสียงของซาวด์บาร์รุ่นนี้จะให้ความหนักแน่นดุดัน ด้วยซับวูฟเฟอร์ไร้สายขนาดวูฟเฟอร์ใหญ่ถึง 12 นิ้ว ให้การถ่ายทอดเบสลึกโดดเด่นที่สุดในบรรดาซาวด์บาร์ที่ทีมงานเคยรีวิวมา คุณสมบัติของตู้ลำโพงไม้พร้อมเทคโนโลยี Tractrix Horns แบบเดียวกับลำโพงแยกชิ้นของ Klipsch เอง ยังเอื้อต่อการถ่ายทอดน้ำเสียงที่มีความกลมกล่อม ฟังเพลงก็ได้ ดูหนังก็แจ่ม รุ่นนี้ยังเป็นข้อสังเกตที่ดีว่า ตัวเลขจำนวนแชนเนลสำหรับซาวด์บาร์ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะ 5.1.4 ของ Cinema 1200 สามารถถ่ายทอดบรรยากาศเสียง Dolby Atmos ได้โดดเด่น คุณภาพเสียงใกล้เคียงชุดโฮมเธียเตอร์มากกว่าซาวด์บาร์อื่นขึ้นไปอีกขั้น

Cinema 1200 ให้ HDMI In ถึง 2 ช่อง รองรับ 4K 60Hz Dolby Vision/HDR10+ Passthrough ส่วน HDMI Out รองรับ eARC และยังมี Optical In และ AUX 3.5mm รวมถึงแคสต์เพลงผ่าน Chromecast Built-in และ Bluetooth รุ่นนี้ยังรองรับอัปเกรดลำโพงซับวูฟเฟอร์แบบใช้สายทางช่อง SUB Out ได้ด้วย จุดที่ยังไม่เพอร์เฟ็กต์ เป็นเรื่องการถอดรหัสเสียงที่ไม่รองรับ DTS แต่คงไม่สำคัญนัก เพราะปัจจุบันระบบเสียงนี้ไม่เป็นที่นิยมนัก หากเน้นคุณภาพเสียงเป็นสำคัญ รุ่นนี้จะเป็นตัวจบของหลาย ๆ คนแน่นอน

Klipsch Cinema 1200 | ราคา 75,900 บาท

2) Editor’s Choice : Samsung HW-Q990B

คุณณัฐเกียรติ ศรีพรประเสริฐ กับถ้วยรางวัล Editor’s Choice Award

หากจะหาซาวด์บาร์ที่ครบเครื่องทั้งคุณสมบัติด้านเสียง และลูกเล่น คงไม่พ้น Samsung HW-Q990B รุ่นท็อปประจำปี 2022 ที่ยังครองแชมป์ซาวด์บาร์ที่มีจำนวนแชนแนลมากที่สุด (เท่ากับรุ่นท็อปของ Samsung ปีที่แล้ว) คือ 11.1.4 แชนเนล กับความโดดเด่นจากลำโพงเซอร์ราวด์หลังที่สามารถยิงเสียงอิสระออกไปได้ถึง 3 ทิศทางพร้อมกัน แต่เหนืออื่นใด คือ ดีไซน์รูปลักษณ์ปรับเปลี่ยนเอื้อต่อการใช้งานมากขึ้น โดยนำจอแสดงผลมาไว้ด้านหน้า ในส่วนของลำโพงซับวูฟเฟอร์ก็ได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติม ได้ทั้งความกระชับ และหนักแน่น เชนเดียวกับน้ำเสียงของซาวด์บาร์ที่ปรับจูนใหม่จนได้ความลงตัวกับการดูหนังและฟังเพลง ฟังแล้วสมบูรณ์กว่ารุ่นก่อน รองรับถอดรหัสเสียงได้ครบทั้ง Dolby Atmos และ DTS:X

HW-Q990B ให้ HDMI In มาถึง 2 ช่อง รองรับ 4K 60Hz Dolby Vision/HDR10+ Passthrough พร้อม HDMI Out/eARC และ Optical In สามารถแคสต์ Spotify ไร้สายผ่าน Wi-Fi รวมถึง AirPlay 2 และมี Bluetooth ให้ ครบเครื่องทั้งคุณภาพเสียงและคุณสมบัติระดับนี้ แต่ราคากลับไม่แรงเลย ความคุ้มค่าโดดเด่นมากเมื่อเทียบกับรุ่นท็อปยี่ห้ออื่น

Samsung HW-Q990B | ราคา 36,990 บาท

3) Best Standalone Soundbar Award : Bose Smart Soundbar 900

หากไม่มีที่วางซับวูฟเฟอร์ หรือไม่อยากเซ็ตซับวูฟเฟอร์ให้ยุ่งยาก ไม่ใช่ปัญหา ! ด้วย Bose Smart Soundbar 900 ด้วยตัวขับเสียงรวม 9 ชุด พร้อม Dipole Transducers 1 คู่ รองรับการถอดรหัสเสียง Dolby Atmos เสียงความถี่ต่ำลึกอาจไม่ได้มีมวลหนาแน่นแบบซาวด์บาร์ระดับท็อป ๆ ที่มีซับวูฟเฟอร์แยก แต่ในแง่การเป็น Standalone การถ่ายทอดเบสถือว่าเต็มอิ่มเกินตัว !

ในส่วนช่องต่อ รองรับ HDMI eARC และ Optical In รองรับ Chromecast Built-in และ AirPlay 2 ผ่าน Ethernet/Wi-Fi พร้อม Bluetooth อีกหนึ่งคุณสมบัติเด่นสมชื่อ Smart Soundbar ที่ต้องกล่าวถึง คือ ADAPTiQ ระบบ Auto Calibration ผ่านไมโครโฟนแบบคาดศีรษะของ Bose ที่ช่วยวัด และปรับจูนเสียงให้สมบูรณ์ลงตัวกับสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ง่ายขึ้น ทำให้เสียงโดยรวม บรรยากาศโอบล้อมรวมถึงเสียงด้านบนของ Dolby Atmos มีความชัดเจนโดดเด่นอย่างสัมผัสได้ไม่ยาก เรียกว่าดีเป็นอันดับต้นๆ ของลำโพง Soundbar แบบชิ้นเดียวเลยก็ว่าได้ อนาคตยังสามารถเพิ่มลำโพงเซอร์ราวด์หลัง และซับวูฟเฟอร์ทั้งแบบสาย และไร้สายได้ด้วย ยืดหยุ่นกับการอัปเกรด รองรับการใช้งานได้แบบยาว ๆ

Bose Smart Soundbar 900 | ราคา 37,900 บาท

4) Best Value Soundbar Award : Samsung HW-Q930B

คุณณัฐเกียรติ ศรีพรประเสริฐ กับถ้วยรางวัล Best Value Soundbar Award

ซาวด์บาร์รุ่นรองท็อปของ Samsung ที่ดึงคุณสมบัติเด่นมาเกือบครบทั้งการถอดรหัสเสียง Dolby Atmos และ DTS:X ไปจนถึงรูปลักษณ์โดยรวม ลูกเล่นการใช้งาน และสไตล์เสียง ถึงแม้จำนวนแชนเนลสูงสุดจะน้อยกว่าที่ 9.1.4 แชนเนล แต่ในแง่การแจกแจงเสียงรอบทิศทางไม่ได้ย่อหย่อนลงมากแต่อย่างใด หากรับได้กับจำนวนช่องต่อที่น้อยกว่า (HDMI In มี 1 ช่อง นอกนั้นเท่ากัน) สเกลเสียง และเนื้อเสียงที่ย่อหย่อนลงเล็กน้อย แต่คุณสมบัติอื่น ๆ แทบจะถอดแบบรุ่นท็อปมาเลยในราคาที่เบากว่า Q930B จึงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า หาตัวเปรียบเทียบได้ยาก

Samsung HW-Q930B | ราคา 26,990 บาท

หลายท่านคงสงสัยว่าเว็บไซต์ LCDTVTHAILAND มีขั้นตอนการทดสอบทีวีและโปรเจกเตอร์อย่างไร ? รวมถึงวิธีการตัดสินรางวัล “ทีวีและโปรเจกเตอร์ที่ดีที่สุดประจำปี” อย่าง VIDEOPHILE LCDTVTHAILAND AWARDS  (อ่านว่า วีดีโอไฟล์ แอลซีดีทีวีไทยแลนด์ อะวอร์ด) ซึ่งจะมอบให้กับทีวีและโปรเจกเตอร์ที่ดีที่สุดในแต่ละสาขาประจำปีนั้นๆ วันนี้ขออนุญาตไขข้อสงสัย พร้อมแจ้งหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการประเมินคุณภาพของสินค้าที่ส่งมาทดสอบกับทางเราครับ

ขอเริ่มจากสำหรับเกณฑ์การตัดสินรางวัลทีวีที่ดีที่สุดประจำปีกันก่อนทีวีทุกตัวจะต้องเปิดตัวและวางจำหน่ายภายในระหว่างวันที่ 1 มกราคม จนถึง 30 พฤศจิกายน ของปีนั้นๆ นอกจากนี้จะต้องเป็นทีวีที่ทีมงานได้ทำการรีวิวภายในห้องทดสอบหลักของ LCDTVTHAILAND เองหรือมีโอกาสทดสอบอย่างเข้มข้นนอกสถานที่ / นำไปทดสอบในงานบรรยาย และได้ทำการทดลองปรับแต่งเพื่อวัดประสิทธิภาพในการแสดงผลภาพตามหลักการของสถาบัน ISF หรือ Imaging Science Foundation, สถาบัน THX และล่าสุดกับสถาบัน Professional Video Alliance หรือ PVA แล้วเท่านั้น เพื่อความเป็นกลางในการตัดสินทั้งคะแนนและรางวัล

Imaging Science Foundation หรือ ISF
สถาบันมาตรฐานภาพระดับโลก

THX สถาบันมาตรฐานภาพและเสียงระดับโลก
ก่อตั้งโดย George Lucas ผู้กำกับหนังสตาร์วอรส์

PVA : Professional Video Alliance 
ก่อตั้งโดย Gregg Loewen

สำหรับวิธีการการทดสอบและตัดสินนั้น ทีมงานได้ทดสอบรับชมในสถานที่ที่สภาพแวดล้อมต่างกันได้แก่

1) ในห้องแล็บโฮมเธียเตอร์ที่คุมแสงได้ 100% ทดสอบทั้งโหมดภาพสำเร็จรูปจากโรงงานที่ใกล้เคียงค่าอ้างอิงมากที่สุดและตลอดจนภาพที่ผ่านการปรับภาพให้ถูกต้องแล้วด้วยอุปกรณ์ทั้งฮารด์แวร์และซอฟท์แวร์ที่ได้มาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นในด้านของ Dynamic Range,  White Balance, Color Gamut เพื่อให้ได้ค่าแสงสีที่ถูกต้องที่สุดและเป็นการขับศักยภาพสูงสุดของทีวีตัวนั้นๆออกมาตามมาตรฐานของ Imaging Science Foundation (ISF) ,THX และ PVA ซึ่งเป็นสถาบันมาตรฐานภาพระดับโลก

2) ห้องนั่งเล่นปกติภายในบ้านจริง ทั้งสภาพแสงในช่วงกลางวันและกลางคืน ทดสอบเปิด/ปิดม่านบังแสง เพื่อให้ผลลัพธ์สอดคล้องกับลักษณะการใช้งานทีวี “ของคนไทย” มากที่สุด


ซอฟท์แวร์ปรับภาพที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก
CALMAN Calibration Software

Murideo Fresco Six-G 4K Pattern Generator
เครื่องแสดงแพทเทิร์นทดสอบภาพระดับโปรเฟสชั่นแนล
สามารถเอาท์พุตความละเอียดภาพได้สูงสุดถึง 4K/60Hz

อุปกรณ์วัดค่าแสงสีจาก Spectracal C6 Colorimeter และ KLEIN K10A

ในภาพเป็นการทดสอบปรับค่า Color Management System ทั้งแม่สีหลักและแม่สีรอง 
เพื่อให้ตรงตามค่ามาตรฐานอุตสาหกรรมวีดีโอ

Video Pattern Generators รุ่นต่างๆที่ใช้ทดสอบตั้งแต่ยุค Full HD ไปจนถึงยุค 4K Ultra HD

จอ Sony Studio OLED Monitor ขนาด 30″ ราคา 1,200,000 บาท
ที่ใช้อ้างอิงในกระบวนการผลิตภาพยนตร์

แผ่นบลูเรย์ที่ใช้ในการทดสอบ

แผ่น 4K Blu-ray Disc (HDR) ล่าสุดที่ใช้ทดสอบ

เครื่องเล่น 4K Blu-ray Player รองรับแผ่น 4K HDR

ทดสอบทั้งห้องแล็บโฮมเธียเตอร์ คุมแสงได้ 100%

และห้องนั่งเล่นภายในบ้านปกติ มีม่านบังแสงเปิด/ปิดได้

ห้องนั่งเล่นที่มี “ม่านบังแสง” เปิด-ปิดได้

ทดสอบ Projector ในห้องโฮมเธียเตอร์ 
พร้อมอุปกรณ์วัดและปรับภาพเฉกเช่นทดสอบทีวี

อุปกรณ์ที่ใช้อ้างอิงในการทดสอบของ LCDTVTHAILAND

อีกหนึ่งส่วนเสริมที่ขาดมิได้คือ “การจัดงานบรรยายเพื่อให้ความรู้เรื่องเทคโนโลยีจอภาพและเครื่องเสียง” ในงานแสดงเครื่องภาพและเสียงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย งาน TAV SHOW (Thailand Audio & Video Show) และ BAV SHOW (Bangkok Audio & Video Show) ที่จัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง ซึ่งในแต่ละครั้งจะมีช่วงที่ทีมงานนำเอาทีวีตัวท็อปของแต่ละแบรนด์มา “เปรียบเทียบภาพกันตัวต่อตัว” โดยทำการปรับภาพ (Calibration) ให้ถูกต้องตามมาตรฐานทั้งหมดก่อน และหลังจากนั้นได้รับการตรวจสอบและอนุมัติจากเจ้าหน้าที่ของแบรนด์ทีวีนั้นๆ ทุกแบรนด์ก่อนขึ้นประชัน

พร้อมให้ผู้เข้าชมงานบรรยายที่เป็นแฟนเว็บในฐานะ “สักขีพยาน” ร่วมด้วยช่วยดูและตรวจสอบด้วยตาตัวเองให้ประจักษ์ เพื่อให้เกิด “ความชอบธรรม” ในการตัดสินคะแนนและตัดสินรางวัลทีวีที่ดีที่สุดประจำปี หรือหากเป็นการบรรยายเฉพาะแบรนด์ก็จะมีการเปรียบเทียบภาพระหว่างซีรีส์ต่างๆ “รุ่นเล็ก VS รุ่นกลาง VS รุ่นใหญ่” เพื่อให้เห็นว่าแต่ละซีรีส์มีเด่นมีด้อยต่างกันอย่างไร พร้อมทั้งสาธิตฟีเจอร์ล่าสุดที่กำลังจะเป็นมาตรฐานใหม่ในอนาคต อาทิ ภาพ 4K, HDR, Local Dimming, Motion, Black Level และ Android/Smart TV เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้เห็นภาพและรับทราบถึงความสำคัญของฟีเจอร์เหล่านั้น หรือถ้าหากในปีนั้นๆแบรนด์ไม่สะดวกส่งทีวีเข้าร่วมประชัน จะต้องส่งทีวีให้ทีมงานทดสอบอย่างเข้มข้นพร้อมนำเสนอรีวิวในรูปแบบเขียน+วีดีโออย่างรอบด้าน เพื่อให้แฟนเว็บได้รับข้อมูลมากที่สุดในทุกรูปแบบ

**ท่านสามารถคลิ๊กที่รูปด้านล่างเพื่อชมกระทู้งานบรรยายประจำปีของ LCDTVTHAILAND

งานบรรยายประจำปีของ LCDTVTHAILAND แสดงประสิทธิภาพของทีวี “เปรียบเทียบกันตัวต่อตัว”
หรือหากเป็นสินค้าแบรนด์เดียวกันก็จะนำทีวีแต่ละซีรีส์มาชนกันเพื่อให้เห็นถึงคุณภาพของแต่ละซีรีส์
โดยทีมงานเปิดให้แฟนเว็บที่สนใจเข้าร่วม “พิสูจน์ด้วยตัวเอง” อย่างใกล้ชิด

ท่านสามารถติดตามข่าวสาร “งานบรรยายประจำปี” ของเว็บ LCDTVTHAILAND ได้ที่-หน้าเว็บไซต์หลัก ตลอดจนทางเฟสบุ๊ค https://www.facebook.com/LCDTVTHAILAND ซึ่งจะได้ทั้งสาระความรู้ควบคู่ความบันเทิง โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมงานฟรี !

 

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้