ข้ามไปที่เนื้อหา
|

ขาวจั๊ว ขอเจี๊ยะ – รีวิว LG 55LA7400 ทีวีที่ตอบโจทย์ทุกอย่าง

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 03 Feb 2022 0 ความคิดเห็น

หากใครเป็นแฟนคลับตัวยงของ LG เชื่อว่าในเวลานี้หลายคนคงเทใจให้ซีรีส์ LA6910 ทว่าทีวีที่อยู่ในมือผมในเวลานี้กลับมีหลายๆ อย่างที่ทำได้ดีกว่า 42LA6910 ที่ผมเคยได้รีวิวไปแล้วในก่อนหน้านี้ หลายคนคงอยากรู้กันละสิว่าไอเจ้าทีวีที่ผมกำลังเอ่ยถึงนี้คือรุ่นอะไร เฉลยให้ก็ได้ครับมันก็คือรุ่น LA7400 นั่นเอง ซึ่งที่อยู่ในรีวิวนี้เป็นขนาด 55″ ครับ ถือเป็นรุ่นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในซีรีส์นี้ รองลงมาก็จะเป็นขนาด 47″ ครับ

คุณสมบัติเด่น

• Real Metal CINEMA screen ดีไซน์กรอบหน้าจอบางเฉียบ กรอบโลหะหรูหรา
• Magic Swivel ขาตั้งปรับหมุนได้
• Motion Control ควบคุมการท่างานของสมาร์ททีวีด้วยมือเปล่า
• Smart Share แชร์คอนเทนต์บนอุปกรณ์ไฮเทคกับทีวีผ่านฟังก์ชั่น Smart Share (WiDi, Miracast, 2nd Display, MHL)
• Time Machine II บันทึกรายการโปรดไว้ในสมาร์ททีวี
• Camera Ready รองรับการเชื่อมต่อกับกล้องเพื่อใช้งานฟังก์ชั่นสมาร์ททีวี
• เทคโนโลยีสามมิติแบบ CINEMA 3D แสดงภาพสามมิติสบายตา แว่นตาไม่ต้องใช้แบตเตอรี่
• 2.1 Speaker พร้อม built-in Subwoofer ให้พลังเสียงกระหึ่ม
• ราคา 64,990 บาท

การออกแบบ

ความแตกต่างอย่างแรกที่เห็นได้ชัดเจนเลยก็คือ “แผ่นหลัง” ครับ ไม่ใช่แผ่นหลังคนนะครับหลังเครื่องทีวี ในซีรีส์ LA7400 หลังเครื่องจะเป็นสีขาวสะอาดตา ผิดกับซีรีส์ LA6910 ที่จะเป็นสีดำ นอกเหนือจากนี้แล้วแทบจะหาความแตกต่างกันไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นกรอบแบบ Cinema Screen Design หรือฐานตั้งแบบ Magic Swivel มีซับวูฟเฟอร์ด้านหลัง หรือแม้กระทั่งการจัดวางตำแหน่งช่องต่อต่างๆ ก็ตาม 

ด้านหลังเป็นสีขาว ดูแล้วก็สวยไปอีกแบบ

กรอบแบบ Cinema Screen Design

ด้านข้างก็บางใช้ได้เลยทีเดียว

มีปุ่นฮาร์ดคีย์ใช้สำหรับควบคุมทีวีเบื้องต้น

ช่องต่อ

ช่องต่อต่างๆ บน 55LA7400 เครื่องนี้ ครบครันน่าดูชมทีเดียว หรือจะบอกว่าให้มาอย่างเหลือเฟือก็ไม่ผิดนัก แน่นอนครับตามหลักการออกแบบที่ดีสิ่งใดที่ใช้บ่อยควรต้องจัดวางในตำแหน่งที่ถอดเปลี่ยนได้ง่าย อย่าง HDMI, USB ก็จะถูกจัดวางที่ตำแหน่งด้านข้าง ส่วนช่องต่อไหนที่มักจะเสียบคาไว้ตลอดอย่าง Antenna, Component, LAN, H/P, Optical ก็จะจัดวางไว้ที่ด้านหลังแทน

สรุปช่องต่อทั้งหมดของ 55LA7400
1.HDMI x 3
2.USB x 3
3.Antenna
4.Component
5.LAN
6.H/P (Head Phone)
7.Optical
8.Wi-Fi Built In

รีโมทธรรมดาดูจะไม่ได้รับการปรับปรุงซักเท่าไหร่ หากแต่ Magic Remote กลับได้รับการปรับปรุง พัฒนาทุกปี

ภาพ

ในเมื่อ LA7400 กับ LA6910 เป็นรุ่นศิษย์พี่ศิษย์น้องกันแบบนี้แล้วแนวภาพจะเหมือนกันหรือเปล่า จากเท่าที่ผมดูแล้วแนวภาพใกล้เคียงกันครับหากแต่ 55LA7400 เครื่องนี้สามารถแสดงรายละเอียดที่ดีกว่า รวมไปถึงภาพยังดูสบายตากว่าอีกด้วย โดยแนวภาพที่ผมได้บอกไปนั้นมันคือสิ่งที่ได้ก่อนปรับภาพนะครับ นั่นหมายความว่าโดยพื้นฐานแล้วด้วยค่าเดิมๆ จากโงาน 55LA7400 สามารถให้ภาพที่ดีกว่า 42LA6910 นั่นเอง

โหมดภาพสำเร็จรูปที่มีอยู่ในรุ่นนี้มีทั้งหมด 7 โหมดด้วยกัน แบ่งเป็น Vivid / Standard / Eco / Cinema / Game / isf Expert1/ isf Expert2 ซึ่งในจำนวนโหมดภาพสำเร็จรูปเหล่านี้โหมดที่น่าใช้ที่สุดก็ยังคงเป็นโหมด Cinema และ isf Expert1เนื่องจากทั้งสองโหมดนี้ให้ความสว่างที่พอดี สีสันไม่สดจี๊ดจ๊าดจนเกินไป และถ้าสังเกตอัตราการใช้ไฟที่ด้านข้างจะพบว่าแม้เลือกใช้โหมด Eco แต่ก็ไม่ได้ประหยัดพลังงานเสียเท่าไหร่เพราะใช้ไฟไปถึง 102watts ต่างกับโหมด Cinema นอกจากจะให้ภาพที่ดีแล้วยังใช้ไฟเพียง 73watts เท่านั้น

ต้องโหมด Cinema หรือ isf Expert1 นอกจากภาพจะดีแล้วยังประหยัดพลังงานอีกด้วย

ค่าก่อนปรับภาพ (สามารถคลิกที่รูปเพื่อดูรูปขนาดใหญ่) 
จากกราฟก่อนปรับภาพจะเห็นได้ว่าสีแดงจะโดดกว่าสีอื่น

ค่าหลังปรับภาพ (สามารถคลิกที่รูปเพื่อดูรูปขนาดใหญ่) 
หลังใช้เครื่องมือปรับภาพแล้ว พบว่าทั้งสามสี RGB Balance (แดง น้ำเงิน เขียว) สามารถจูนเข้าหา
แทบจะเป็นเส้นเดียวกันเลยครับ

อัตราส่วนภาพ หรือ Aspect Ratio บน 55LA7400 มีให้เลือกเยอะมากครับ แต่ที่ใช้กันจริงๆ ก็มีอยู่แค่เพียงไม่กี่อันเท่านั้น ซึ่งถ้าเราอยากได้ภาพที่เต็มสัดส่วนก็ต้องเลือกแบบ Just Scan ครับ ส่วนโหมดอื่นๆ ที่เรามักจะไม่ค่อยได้เห็นกันแต่ก็มีมาให้นั่นก็คือ Zoom กับ Cinema Zoom ทั้งสองแบบนี้เป็นการปรับอัตราส่วนภาพแบบแมนนวลครับ นั่นหมายความว่าเราจะต้องขยับเลื่อนซ้าย – ขวา หรือ บน – ล่าง ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ระยะที่พอดี ฟังๆ ไปแล้วก็ดูยุ่งยากใช่ไหมละครับ ดังนั้นผมจึงบอกไปตั้งแต่ตอนต้นแล้วว่าอัตราส่วนภาพเหล่านี้ดูแล้วคงจะไม่ได้ใช้กันแน่ๆ

ตามหลักแล้วถ้าอยากจะดูภาพว่าทีวีรุ่นนั้น กับทีวีรุ่นนี้ แตกต่างกันอย่างไร ย่อมสมควรที่จะต้องใช้คอนเทนท์เดียวกันในการดู เนื่องจากต้องการเห็นภาพที่ชัดเจนผมจึงต้องทดสอบด้วยการใช้ภาพยนตร์เรื่องเดียวกันในการดูภาพนั่นก็คือเรื่อง The Last Stand และ Batman The Dark Knight เท่าที่ดูแล้ว 55LA7400 เครื่องนี้สามารถแสดงรายละเอียดในส่วนสว่าง และในส่วนมืดได้ดีกว่า 42LA6910 เล็กน้อย (พวกเส้นผม เส้นเล็กๆ ที่โดนแสง หรือ พุ่มไม้ กรอบหน้าต่างในเงามืด) นอกจากนี้ 55LA7400 ยังให้ภาพที่ดูสบายตา สะอาดตากว่า ทว่าในเรื่องของสมดุลแสงขาว (White Balance) 42LA6910 กลับทำได้ดีกว่า แต่ก็ไม่ได้ดีกว่ามากมายอะไรนัก ถ้าจะให้คะแนนในเรื่องนี้ ผมให้42LA6910 มีคะแนนนำ 1 คะแนนครับ

คนอึดตายยาก ฉากนี้สำหรับทดสอบการแสดงรายละเอียดในที่มืดและสว่างได้ในคราวเดียวกัน

ฉากพระจันทร์ที่คุ้นเคยใช้สำหรับทดสอบการคุมแสง หากเทียบกับซีรีส์ก่อนหน้านี้ 55LA7400 ทำได้ดีขึ้นมากครับ

ถ้าพูดถึงเรื่องทีวีสามมิติแล้ว นาทีนี้คงต้องยกให้ LG เค้าล่ะครับ ด้วยความที่เป็นผู้นำ และชูโรงเทคโนโลยีสามมิติแบบ Passive 3D  มานมนาน จนมาถึงทุกวันนี้ก็พิสูจน์กันให้เห็นแล้วว่าของ LG นั้นดีจริง!! เพราะด้วยแว่นที่ใช้มีน้ำหนักเบา ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ ยืดหยุ่นต่อการใช้งาน อีกทั้งภาพสามมิติที่ให้ ก็ได้ทั้งความลึก ได้ทั้งความลอย เรียกได้ว่าครบสูตรภาพสามมิติ ในเมื่อมันดีแบบนี้แล้วจะไปเทียบภาพสามมิติกับใครดี? แน่นอนครับคงไม่พ้นที่ผมจะนำไปเทียบกับศิษย์น้องอย่าง 42LA6910 เมื่อผมดูไปดูมาก็สรุปว่า กินกันไม่ลงครับ!!

ชอบมากครับฉากนี้ ตัวแทบจะเปียกน้ำเลย

ต่อดูภาพจากฟรีทีวีก็ใช้ได้เลยครับ

ต่อเปิดหนังจากโน๊ตบุ๊คแล้วต่อขึ้น 55LA7400 ก็ดีไม่หยอก หรือจะใช้งานเป็นจอที่สองก็ไม่เลว

เสียง

ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะที่ทีวีมีขนาดใหญ่กว่าหรือเปล่านะครับ เพราะพอผมได้ยินเสียงจาก 55LA7400 เครื่องนี้มันดูดีกว่า 42LA6910 ระดับนึงเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นความหนักแน่นของเบส เสียงต่างๆ ความใสของเสียง แทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่านี่เป็นเสียงที่ได้จากทีวี ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เสียงจากทีวีดีขนาดนี้ก็เพราะ 55LA7400 มีซับวูฟเฟอร์ในตัว ดังนั้นพลังเสียงจึงกินกว่ารุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกัน ส่วนโหมดเสียงที่ให้มาก็มีหลากหลาย แบ่งเป็น Smart Sound Mode / Standard / Music / Cinema / Sport / Game และ User setting และในแต่ละโหมดก็มีแนวเสียงที่แตกต่างกันไป ซึ่งในการเลือกโหมดเสียงสำเร็จรูปเราเอาจเลือกไว้เป็น Smart Sound Mode ก็ได้ครับ เพราะโหมดนี้จะเปลี่ยนแนวเสียงให้เหมาะสมกับคอนเทนท์ที่เราเปิดในขณะนั้น

ถ้าไม่อยากปรับโหมดเสียงตามคอนเทนท์ให้ยุ่งยาก ก็ให้เลือกเป็น Smart Sound Mode ไว้

มีซับวูฟเฟอร์ในตัวแบบนี้พอเปิดกับหนังประเภทสงครามเสียงระเบิด “ตูมตาม” โดนใจทีเดียว

เพิ่มเติม

Smart Home เป็นชื่อเรียกของประตูสู่โลกความบันเทิงของ LG ในเฟิร์มแวร์เวอร์ชั่นนี้อินเตอร์เฟสของ Smart Home ก็ยังคงเหมือนกับปีก่อนๆ ครับ แม้ว่าหน้าตาจะเหมือนเดิมหากแต่ LG ได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นใส่ลงไปมากมาย โดยแอพพลิเคชั่นส่วนใหญ่ต่างก็เป็นแอพฟรีทั้งนั้นดังนั้นเราจึงค่อนข้างที่จะอิสระในการลองเล่น ลองใช้แอพต่างๆ เหล่านี้ อีกทั้งยังมีหมวด Premium App ที่ถือว่าเป็นหมวดที่รวบรวมแอพพลิเคชั่นเด็ดๆ ไว้ ซึ่งในนั้นก็มีแอพ LCDTVTHAILAND ของเราเสียด้วย อ่อ…เกือบลืมไป!! ถ้าอยากใช้งานในส่วนของ Smart Home ได้คล่องตัวควรจะใช้ Magic Remote นะครับ

Smart Home หน้าตายังคงเหมือนกับปีก่อนๆ

Premium Apps แหล่วงรวบรวมแอพชั้นนำ

แอพ LCDTVTHAILAND เป็นที่รวบรวม รีวิว ข่าวสาร อีเวนท์ต่างๆ ของ LG ครับ

อีกแอพที่อย่างแนะนำ 3D World แอพนี้ได้รวบรวมคลิป ภาพยนตร์ ในรูปแบบสามมิติไว้ ให้ผู้ใช้ LG ได้ดูกันฟรีๆ

คลิปวิดีโอ Seoul Auto Salon บน 3D World ครับ ความคมชัดตามความแรงของอินเทอร์เน็ต

ผมเชื่อว่ามีหลายคนครับที่ชอบต่อ External HDD เข้ากับทีวีโดยตรงเพื่อเปิดไฟล์ .MKV ในการดูภาพยนตร์ 55LA7400 เครื่องนี้สามารถเล่นไฟล์ .MKV ได้อย่างลื่นไหลครับ หากแต่ประสบปัญหาอย่างหนึ่งคือการแสดงซับไตเติ้ลยังทำได้ไม่สมบูรณ์ บางไฟล์แสดงซับไตเติ้ลได้ บางไฟล์แสดงซับไตเติ้ลไม่ได้ ในจุดนี้ก็คงต้องรอเฟิร์มแวร์เวอร์ชั่นใหม่ๆ ออกมาแก้ไข

าพนี้เป็นการเล่นไฟล์ .MKV โดยตรงผ่าน External HDD ซับไตเติ้ลขึ้นเป็นปกติ แตบางไฟล์กลับไม่ขึ้น

จะว่าไปแล้วผมได้ยินมาว่ามีผู้ใช้ทีวี LG หลายท่านที่หาเมนูแสดงซับไตเติ้ลไม่เจอ วันนี้ผมจะมาชี้แจงแถลงไขให้ครับ ในขณะที่เรากำลังเปิดไฟล์อยู่ให้ทำการกดปุ่ม “OK” เพื่อเรียก Seekbar ขึ้นมา จากนั้นให้เข้าไปที่เมนู “Option” พอเลือกแล้วก็จะมีป๊อบอัพเมนูปรากฏขึ้นมา ให้เราเลือกไปที่คำว่า “Set Video Play” ครับ ในนั้นจะมีเมนูย่อยให้เราปรับซับไตเติ้ล เปลี่ยนเสียง ระยะเวลาการ Sync ได้ครับ

ลือก Set Video Play จะปรากฏป๊อบอัพเมนูนี้ขึ้นมาให้เราเลือกปรับซับไตเติ้ล เปลี่ยนเสียง ครับ

ลูกเล่นอีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจบน 55LA7400 คือการทำ Screen Mirroring ครับ Screen Mirroring คือการนำภาพ และเสียงบนอุปกรณ์พกพาอย่าง Smart Phone หรือคอมพิวเตอร์ ขึ้นไปแสดงบนทีวีครับ เพียงแต่การทำ Screen Mirroing นั้นอาจแตกต่างกันไปตามวิธีการเชื่อมต่อ เช่น NFC, MHL, Wi-Fi Alliance, WiDi ซึ่ง 55LA7400 เครื่องนี้ก็รองรับการเชื่อมต่อตามทีผมได้กล่าวมาทั้งหมด โดยการเชื่อมต่อแต่ละแบบก็มีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกันไป อย่างการเชื่อมต่อแบบ MHL จะต้องใช้สาย MHL ในการเชื่อมต่อ ทำให้จะติดปัญหาเวลาขยับตัวไปไหนมาไหน แต่ก็ได้ข้อดีที่แม้ Smart Phone เชื่อมต่อกับทีวีอยู่ก็สามารถชาร์จไฟได้ในตัว แต่ถ้าเราเชื่อมต่อแบบ NFC หรือ Wi-Fi Alliance ก็จะได้ข้อดีในเรื่องการโยกย้ายตัวเองไปไหนมาไหน เพราะการเชื่อมต่อแบบนี้เป็นแบบไร้สาย เพียงแต่การเชื่อมต่อแบบนี้จะสูบแบตเตอรี่พอสมควร

สำหรับ LG แล้ว ฟีเจอร์การควบคุมสั่งการทีวีด้วยท่าทาง หรือที่เรียกว่า Motion Control นั้นนับเป็นของใหม่พอดู ในรุ่น 55LA7400 นี้ตัวทีวีเองก็รอบรับฟีเจอร์นี้เช่นกัน จากการทดสอบอยู่นานสองนานก็คงต้องเรียนตามตรงครับว่ายังใช้งานได้ไม่ดีเท่าไหร่ เพราะเซ็นเซอร์กล้องยังจับได้ช้าอยู่ ผมคิดว่าสาเหตุหลักๆ มีสองประการอย่างแรกฟีเจอร์นี้ยังใหม่มากสำหรับ LG และ 55LA7400 เครื่องนี้ไม่ได้มีกล้องในตัว ต้องติดตั้งกล้องแยกต่างหาก ทำให้เวลาสั่งการทำได้ค่อนข้างช้า นอกจาการใช้งานด้าน Motion Control แล้วเรายังสามารถใช้เป็น Video Call เล่นผ่านแอพ Skype ก็ได้เช่นกัน

ภาพนี้เป็นกล้องเว็บแคมที่ใช้ทดสอบครับ Smart TV Camera รุ่น LG AN-VC400

สรุป

55LA7400 เครื่องนี้ แม้ดีไซน์จะคล้ายคลึงกับรุ่นอื่นๆ ในตระกูล LG เดียวกัน หากแต่สีสันนั้นโดดเด่นกว่ากันมากนัก เพราะด้านหลังที่เป็นสีขาวสะอาดตาดูไปแล้วสวยงามอยากครอบครองเป็นเจ้าของ ในเรื่องของภาพและเสียงก็ดีกว่า 42LA6910 ขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง แม้ภาพจะดีกว่ากันไม่มากนัก แต่เรื่องของเสียงนี่ขอบอกว่าเด่นกว่ากันอย่างชัดเจน ก็ไม่รู้ว่าถ้าเอามาชนกับ 55LA6910 ที่มีขนาดเดียวกัน เรื่องภาพและเสียงจะเป็นอย่างไรบ้าง แต่ผมเชื่อว่าคงไม่ได้กินกันมากนัก ด้านภาพสามมิติของ LG เองก็ขึ้นชื่อลือชาอยู่แล้วในรุ่นนี้ก็สามารถแสดงภาพสามมิติได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งลอย ทั้งเด้ง โดนใจคอสามมิติแน่นอน ส่วนลูกเล่นการใช้งานก็ถือว่ามีอะไรหลายๆ อย่างให้เล่นในรุ่นนี้ ไม่ว่าจะเป็น Motion Control หรือ Screen Mirroring  ดังนั้นคงต้องบอกตรงนี้เลยครับว่า 55LA7400 เครื่องนี้เหมาะเป็นอย่างยิ่งที่จะเข้าไปตั้งอยู่ในบ้านของท่าน เพราะไม่ว่าจะเป็นภาพ หรือเสียง ล้วนทำได้ดีเกินตัวจริงๆ

ข้อดี
1.ด้านหลังเป็นสีขาวโดดเด่น ดูแล้วสวยงามแปลกตา
2.ฐานตั้ง Magic Swivel สวยงามแข็งแรง ที่สำคัญ!! หมุนได้
3.เป็นทีวีที่มีซับวูฟเฟอร์ในตัว ทำให้ได้เสียงที่โดดเด่น
4.Magic Remote ใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก
5.ภาพสามมิติมีความคมชัด มีมิติ ทั้งในเรื่องของความลึก และความลอย
6.เล่นไฟล์เสียง Hi-Resolution ได้ (192kHz/24-bit)

ข้อเสีย
1.ด้วยความที่พื้นหลังเป็นสีขาวจึงต้องใส่ใจในการทำความสะอาด
2.การแสดง และเปลี่ยนซับไตเติ้ลขณะเล่นไฟล์ .MKV ยังทำได้ไม่สมบูรณ์ (เปลี่ยนได้แค่บางไฟล์)
3.LG น่าจะมีการปรับเปลียนรูปทรงรีโมทปกติ และหน้า Smart Home บ้าง

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้