ข้ามไปที่เนื้อหา
|

คมชัด จัดให้ ! รีวิว BenQ MH680 Full HD Projector ไม่ได้มีดีแค่ดูหนัง

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 26 Jan 2022 0 ความคิดเห็น

คมชัด จัดให้ ! รีวิว BenQ MH680 Full HD Projector ไม่ได้มีดีแค่ดูหนัง

หากให้พูดถึงแบรนด์ Projector คุณภาพสูงก็คงหนีไม่พ้น BenQ แบรนด์ชื่อดังจากไต้หวัน โดยรุ่นที่ผมได้มาทดสอบนี้คือรุ่น MH680 เป็น Full HD DLP Projector ที่มีคุณสมบัติครอบจักรวาลทั้งการดูหนัง, พรีเซนต์เทชั่น, และรวมถึงการฉาย Pattern หลากแบบที่เหมาะกับการเรียนการสอน  ส่วนราคาเปิดตัวก็อยู่ที่ 34,900 บาท 

BenQ MH680 ราคาเปิดตัว 34,900 บาท

BenQ MH680
Type : DLP
3D : Yes
Resolution : Full HD 1920 x 1080
Contrast : 10000:1
Brightness : 3000 Lumens
Projection Size : 45″-300″
Key Stone Correction : +-40
Built In Speaker : 10 Watts
Lifespan : Normal 4000 Hrs, Eco Mode 5000 Hrs, Smart Eco 6500 Hrs
HDMI x 1
VGA x 2
USB x 1
Weight : 2.6 KG
Dimension : 12.3 x 4.1 x 9.6″ / 312.0 x 105.0 x 244.0 mm
Price 34,900 Baht

ดีไซน์

ดีไซน์ของ MH680 มีบอดี้สีทูโทน คือสีดำสลับขาวดูกิ๋บเก๋ฉีกแนวสีโมโนโทนทั่วไป มีพัดลมระบายอากาศอยู่ด้านหน้า ส่วนด้านหลังเป็นแผงช่องต่อทั้งหลายแหล่ รวมถึงช่องเสียบปลั๊กแบบ IEC 3 ขา ส่วนสายไปก็แถมแบบหน้าตัดใหญ่กำลังดี ในส่วนของตัวเลนส์ด้านหน้ามีฝาปิดแบบเชือกคล้องเอาไว้ให้ ช่วย “ป้องกันฝาครอบหาย” ได้ดีนักแล  บริเวณด้านหน้ามีปุ่มกดปรับระดับความสูงของตัวเครื่อง กดลงไป…ตัว “ขายก” จะยืดขึ้นมาทีละสเต็ป หากเป็น Projector ทั่วไปจะใช้วิธีบิดหมุนเกลียว เห็นแบบนี้แล้วผมขออนุญาต “ชมเชย..อย่างแรง” ว่า BenQ ใส่ใจในรายละเอียดปลีกย่อยโดยยึดถือตามหลักการใช้งานจริงๆของผู้บริโภค จึงออกแบบให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งานสุดๆ มีก้านปรับโฟกัส และวงแหวนซูมเข้าออกให้ปรับเองบริเวณด้านบนของหลอดฉาย สุดท้ายคือรีโมทคอนโทรลขนาดกระทัดรัด มีปุ่มที่จำเป็นครบถ้วน รวมถึงปุ่มสีเขียว Smart Eco เพื่อเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน ที่ขอติเล็กน้อยคือหากรีโมทมีไฟแบ็คไลท์จะดีมากเลยเพราะการใช้งาน Projector ส่วนใหญ่จะใช้ในห้องมืด 

MH630 กับสีทูโทน

ฝาครอบเลนส์กันฝุ่นมาพร้อมเชือกคล้องกันฝาหาย

ด้านหลังพร้อมช่องต่อมากมายทั้ง HDMI, VGA, AV, S-Video, USB และรวมถึงช่องเสียบสายไฟ IEC 3 ขา

ช่องต่อของ MH680

– 1x HDMI Audio/Video (Input)
– 2x 15-pin VGA Video (Input)
– 1x S-Video Video (Input)
– 1x RCA Composite Video (Input)
-1x RCA Stereo (L/R) Audio (Input)
– 1x 1/8″ (3.5 mm) Mini Audio (Input)
– 1x 1/8″ (3.5 mm) Mini Audio (Output)
– 1x 15-pin VGA Video (Output)
– 1x USB Type-A Female (Input)
– 1x Mini-USB Type-B Female
– 1x RS-232C Control

หมายเหตุ : ช่องต่อ USB สามารถเสียบ Thumb Drive แล้วเล่นไฟล์รูปภาพนิ่งอย่าง Jpeg, bmp, gif ได้

ด้านบนมีก้านปรับระยะซูมและวงแหวนปรับโฟกัส พร้อมปุ่มกดที่จำเป็นทั้งหลาย รีโมทหายก็ยังใช้ได้สบายบรื๋อ

พระเอกของเราครับเจ้าเลนส์ฉายสุดหล่อ

นี่ครับ ปุ่มกดขาปรับระดับจะไหลลงมาทันที ทำให้ปรับระยะสูงต่ำได้ง่ายขึ้น (หากเป็น Projector ทั่วไปต้องใช้มือหมุนๆปรับสกรูแบบดิบๆ)

รีโมทคอนโทรลไซส์มินิ มาพร้อมกับปุ่ม Smart Eco สีเขียวๆ

อุปกรณ์ที่แถมมากับตัวเครื่อง สาย VGA, รีโมทคอนโทรล และคู่มือการใช้งาน

ภาพ

MH680 เป็น DLP Projector ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 มีระดับความสว่างสูงถึง 3000 Ansi Lumens ซึ่งถือว่า “สว่างมาก” หากเทียบกับ Projector ความละเอียด Full HD ในท้องตลาด มี Contrast Ratio สูงถึง 10000:1  มีโหมด SmartEco ที่ยืดอายุการใช้งานของหลอดให้ยาวนานถึง 6,500 ชั่วโมง (โหมดปกติ 4,000  ชั่วโมง) โดยยังรักษาคุณภาพของภาพและระดับความสว่างไว้อย่างพอเหมาะ พร้อมฟีเจอร์ปรับภาพระดับโปรเฟสชั่นแนลทั้ง White Balance และ Color Management System พิเศษไปกว่านั้นคือให้ Pattern สำเร็จรูปสำหรับฉายเข้ากระดานดำหรือกระดานขาวสำหรับการเรียนการสอนโดยเฉพาะ ซึ่ง Pattern จะมีให้เลือกหลายแบบไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบ “บรรทัด” หรือ “ตาราง” เพื่อที่เวลาอาจารย์สอนจะได้ใช้เส้นบรรทัดหรือเส้นตารางนั้นประกอบการใช้ปากกาหมึกเขียนตัวอักษรลงไปเลยเป็นต้น อย่างที่บอกว่าอรรถประโยชน์ของเจ้า MH680 ตัวนี้ทำได้หลายอย่างมากทั้งดูหนัง, พรีเซนต์เทชั่น และรวมถึงการเรียนการสอน มาดูรายละเอียดการทดสอบเบื้องลึกกันเลย

เริ่มกดปุ่ม Power เปิดโรงภาพยนตร์ขนาดย่อมที่ห้องทดสอบ

โดยผมใช้เครื่องเล่น Blu-ray Player Oppo BDP-95 เชื่อมต่อสาย HDMI Jericho ความยาว 10 เมตรจากช่อง HDMI 1 Out เข้าช่องต่อ HDMI ของ BenQ MH680 โดยตรง ฉายเข้าจอทดสอบขนาดใหญ่ 90″ พร้อมปรับโฟกัสให้คมกริบและระยะซูมให้เต็มจอพอดี

ต่อสาย HDMI จาก Oppo BDP-95 เข้าช่องต่อ HDMI ของ BenQ MH680

สามารถกดปรับ Keystone +-40 ได้เพื่อให้ภาพเป็นสี่เหลี่ยมพอดีกับตัวจอรับภาพ

โหมดภาพสำเร็จรูปมีให้เลือกหลายแบบมากเริ่มตั้งแต่ Dynamic, Presentation, sRGB, Cinema, User 1 และ User 2 โดยผมแนะนำหากใช้ดูหนังทั่วไปก็เลือก User 1 หรือ 2 เลย แสงสีมาค่อนข้างดีอยู่แล้ว หรือหากจะใช้ต่อคอมพิวเตอร์พรีเซนเทชั่นก็โหมด Presentation ตรงตัวเลยแหละ กระนั้นโหมด Presentation (พร้อม Color Temp – Warm) เองก็ให้แสงสีได้แม่นยำถูกต้องมากๆระดับหนึ่งอยู่แล้วสามารถใช้ดูหนังดูรายการต่างๆได้เลยเช่นกัน ในขณะที่สัดส่วนภาพหรือ Aspect Ratio มีให้เลือกหลาหลายทั้ง 16:9, 16:10, 4:3, Auto และ Real แนะนำว่าให้เลือก Auto ครับได้ภาพเต็มจอพอดีเมื่อดูหนังไฮเดฟ ส่วนสัดส่วนอย่าง Real จะแสดงภาพตามความละเอียดจริงของคอนเทนต์ที่เปิดเล่น เช่นเปิดภาพความละเอียด 720p ภาพก็จะหดเล็กลงไม่เต็มจอตามความละเอียดของสัญญาณต้นฉบับ

สามารถปรับค่าภาพเบื้องลึกได้ได้ อย่าง White Balance ให้เข้าไปที่ Color Temperature Fine Tuning ส่วน Color Management System ก็ให้เข้าไปที่ 3D Color Management

ก่อนปรับภาพ วัดด้วยโหมด Presentation และใช้โหมดประหยัดพลังงานแบบ Smart Eco White Balance พอใช้ได้ ส่วน CMS แม่สีหลักและแม่สีรองยังไม่ค่อยเข้าขอบเขตที่ควรแสดงเท่าไหร่

ปรับภาพด้วยโหมด User – sRGB และใช้โหมดประหยัดพลังงานเป็น Eco White Balance ดีขึ้นอยู่นเกณฑ์อ้างอิงได้เลย ส่วน CMS ยังคงไม่ลงล็อกเท่าที่ควรจะเป็น

Picture Modes CTT Gamma Consumption CTT Mode
Smart Eco Eco Smart Eco Eco Smart Eco Eco
Dynamic 6085 6112 1.87 2.06 251 209 Normal
Presentation 7364 7484 2.22 2.4 252 209 Normal
sRGB 6650 6785 2.05 2.15 252 208 Normal
Cinema 5510 5562 2.46 2.67 252 208 Normal
User – Presentation 6534 6104 2.22 2.07 252 209 Warm
User – sRGB   6549   2.24   208 Normal
User – calibrated 6516

ตารางสรุปอุณหภูมิสีและอัตราการบริโภคไฟของโหมดภาพสำเร็จรูป
หากอยากใช้โหมดภาพสำเร็ขรูปในการรับชมภาพยนตร์แล้วอยากได้ค่าอุณหภูมิสีที่ใกล้ค่าอ้างอิงมากที่สุดแนะนำโหมด Presentation , ปรับ Color Temperature เป็น Warm และเปิด Smart Eco 

ทดสอบภาพ 2 มิติ
ผมทดสอบโดยใช้หนัง Blu-ray เรื่อง iRobot  เปิดมาครั้งแรกครั้งแรกภาพมีความสว่างสดใส ด้วยระดับความสว่างถึง 3000 ANSI Lumens ก็สว่างกว่า Projector ดูหนังทั่วไปอยู่พอตัว ตัวละครอย่างพี่วิลมิธในฉากที่วิ่งไล่ล่าหุ่นยนต์ก็มีความคมกริบที่พอดิบพอดีไม่มีขึ้นขอบแบบโหมดสำเร็จรูปของทีวี  รายละเอียดในที่มืดอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงค่อนข้างดี แนะนำเพิ่ม Brightness จาก 50 เป็น 51  ส่วนระดับสีดำสังเกตจากเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มและพื้นที่ Black Bar บนล่างก็อยู่ในเกณฑ์ดีน่าพอใจ ผมใช้คำว่า “ดำกว่า” Projector Full HD ระดับต่ำกว่าหรือใกล้เคียงแทบทุกตัว แต่ก็มิได้ดำเท่า W1500 ตัวท็อปราคาหกเจ็ดหมื่นบาทที่ผมคยรีวิวไปเมื่อปลายปีที่แล้ว สีสันโดยรวมสดอิ่มกำลังดี ทดสอบกับเรื่อง Toy Story 3 ในฉากที่ Mr. และ Ms. Patato Head ทำลูกตาหลุดแล้วให้ความสด อิ่ม และมิติของภาพในเชิงลึกที่ดีเยี่ยม (แนะนำต้องเปิด Brillliant Color : On) ส่วนภาพเคลื่อนไหวนั้นแนะนำให้ตั้งค่า Blu-ray Player ของท่านให้ Output เป็น 1080p/60Hz ให้ตัว Player ทำ 3:2 Pull Down ด้วยตัวเอง จะให้ภาพที่ลื่นไหลไร้การสะดุด กล่าวคือดีกว่าปล่อย 1080p/24Hz ให้ตัวเครื่อง Projector ทำการ Pull Down เองอยู่สเต็ปนึง  ทว่าหลังจากทดสอบได้ไปซักระยะ ปล่อยให้หลอดฉายเบิร์นทำงานไปเรื่อยๆ ปราฏว่าภาพเคลื่อนไหวก็ดีขึ้นตามลำดับ ฉะนั้นในวงการภาพและเสียงขอบอกได้เลยว่าอย่าดูถูกคำว่า “เบิร์นอิน” หรือการเปิดใช้งานตัวเครื่องไปนานๆซักระยะเพื่อให้อะไรๆเข้าที่ !

ทดสอบกับเรื่อง iRobot ได้เรื่องความคมชัด สีสัน และความสว่าง

สีสันจากการ์ตูนเรื่อง Toy Story 3 สดใส อิ่มเอิบ ช่วยแยกแยะมิติลึก-ตื้นได้ดี

โหมดประหยัดพลังงานของ BenQ ถือว่าเป็นลูกเล่นอรรถประโยชน์สูงมาก ทั้งเป็นการลดระดับความสว่างโดยรวมลง เสมือนการลดระดับ Backlight ของทีวี ตลอดจนประหยัดไฟและยืดอายุการใช้งานของหลอดฉาย จากปกติโหมด Normal อายุการใช้งานของหลอดฉายอยู่ประมาณ 4,000 ชั่วโมง หากเป็นโหมด Eco ก็จะยืดอายุการใช้งานได้เป็น 5,000 ชั่วโมง แต่ถ้าหากใช้เป็น SmartEco ก็จะยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 6,500 ชั่วโมง โดยส่วนตัวแล้วหากห้องมืดๆหรือคุมแสงให้สงัดได้ 100% โหมดอย่าง Eco และ SmartEco ก็ให้ความสว่างได้เพียงพออยู่แล้ว จึงแนะนำปุ่ม “Smart Eco” สีเขียวบนรีโมทคอนโทรลเพื่อให้ลองใช้งานโหมดประหยัดพลังงานเหล่านี้ดู !

โหมดประหยัดพลังงานของ BenQ ถือว่าเป็นลูกเล่นอรรถประโยชน์สูงมาก ทั้งเป็นการลดระดับความสว่างโดยรวมลง เสมือนการลดระดับ Backlight ของทีวี ตลอดจนประหยัดไฟและยืดอายุการใช้งานของหลอดฉาย จากปกติโหมด Normal อายุการใช้งานของหลอดฉายอยู่ประมาณ 4,000 ชั่วโมง หากเป็นโหมด Eco ก็จะยืดอายุการใช้งานได้เป็น 5,000 ชั่วโมง แต่ถ้าหากใช้เป็น SmartEco ก็จะยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 6,500 ชั่วโมง โดยส่วนตัวแล้วหากห้องมืดๆหรือคุมแสงให้สงัดได้ 100% โหมดอย่าง Eco และ SmartEco ก็ให้ความสว่างได้เพียงพออยู่แล้ว จึงแนะนำปุ่ม “Smart Eco” สีเขียวบนรีโมทคอนโทรลเพื่อให้ลองใช้งานโหมดประหยัดพลังงานเหล่านี้ดู !

โหมดประหยัดพลังงานมี 3 ระดับ ได้แก่ Normal / Eco / SmarEco

หมายเหตุ : จริงๆแล้ว BenQ MH680 มีระบบ 3D แบบ Active ด้วย ตัวแว่นตา 3 มิติเป็นอุปกรณ์เสริมต้องซื้อแยกต่างหาก

มีข้อมูลที่น่าสนใจจากทาง BenQ DLP Projector ถึงคุณภาพของหลอดฉายว่าหากเราใช้ไปและถึงเวลาเปลี่ยนหลอดฉาย คุณภาพของภาพและแสงสีก็ยังถูกต้องเฉกเช่นเริ่มแกะกล่องใช้งานใหม่เลย แตกต่างจาก Projector ชนิดอื่น ดังนี้ผู้ใช้จึงมั่นใจในการใช้งานระยะยาวได้ว่าในอนาคตหากเปลี่ยนหลอดแล้วสีสันก็ยังคงถูกต้องเช้งกระเด๊ะอยู่ !

Non-DLP Projector After 2000 Hours of use After New Lamped Installed

BenQ DLP Projector After 2000 Hours of use    After New Lamped Installed

ทดสอบเล่นเกมส์ Street Fighter 4 แสง สี เสียง (จากโฮมเธียเตอร์) ก็อยู่ในเกณฑ์น่าประทับใจ ภาพที่ได้เต็มจอ เต็มตาแบบ 16:9 พร้อมสีสันของตัวละครที่สดอิ่ม ส่วนการตอบสนองต่อคำสั่งของคอนโทรลเลอร์ก็ฉับไวใช้ได้ ผมนั่งเล่นเกมส์กับทั้งคอมพิวเตอร์และคู่แข่งอย่างคุณชานม ยอมรับว่าได้อรรถรสการเล่นอย่างแรงงงงส์ ตอนแรกนั่งเล่นกันอยู่แบบปกติ พอเล่นไปเล่นมาเริ่มยืนเล่นและลุ้นกันตัวเกร็งมากยิ่งขึ้น ยิ่งจอใหญ่ยิ่งสะใจ เพราะตกลงกันแล้วว่าแพ้ชนะกันตาละ 20 บาทเชียวนะ !!!

ทดสอบกับเกมส์ PS3 : Street Fighter ภาค 4

สำหรับการใช้ BenQ M680 เป็นเครื่องฉายสำหรับพรีเซนเทนชั่นก็ถือว่าเหมาะเหม็งมาก ที่ผมกล้าบอกก็เพราะว่า 1) ระดับความสว่าง 3000 Ansi Lumens มันสว่างสู้แสงไหวแน่ๆ ก็สามารถใช้งานได้ทั้งที่ห้องมืดสนิท หรือห้องที่สลัวๆที่ไม่ถึงกับมืดสนิท  2) เทคโนโลยีลดขนาดของกรอบสีดำที่ล้อมรอบเม็ดพิกเซลแต่ละเม็ดอยู่ที่มีขนาดเล็กลง (Screen Door Effect) ทำให้ตัวอักษรคมขึ้น มีรอยขึ้นขอบของภาพน้อยลง ภาพและตัวอักษรแลดูคมชัดเป็นเนื้อเดียวกันไม่เห็นรอยต่อระหว่างพิกเซล และสุดท้าย 3) คือมีโหมดภาพสำเร็จรูปอย่าง Presentation เพื่อการนี้โดยเฉพาะ ที่ให้แสงสีที่สบายตา ส่งเสริมความคมชัดให้ตัวอักษรได้ดียิ่งขึ้น จากการทดสอบทั้งเปิดเว็บไซต์และพรีเซนต์เทชั่นกับ MS Powerpoint ก็โชว์ศักยภาพได้ดีตามที่คาดหมายเอาไว้

โหมด Presentation : ปิด Powerpoint ตัวอักษรคมชัด แสงสีแลดูสบายตา

เปิดหน้าเว็บไซต์ LCDTVTHAILAND พวกตัวอักษรก็อ่านได้ง่ายดี

อีกหนึ่งลูกเล่นคือ Teaching Template หรือเป็น Pattern สำหรับการเรียนการสอนเอาไว้ฉายเข้ากระดานดำหรือกระดานขาว โดย Pattern นั้นก็มีมาให้หลายรูปแบบทั้งเป็นบรรทัด, ตาราง, และอื่นๆ ตัวอย่างในรูปคือรูปแบบ “บรรทัด” โดยสามารถฉายเข้ากระดานแล้วครูผู้สอนก็เขียนลงไปบนกระดานโดยมีบรรทัดเป็น Guideline ได้ ช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับครูผู้สอน โดยไม่ต้องมานั่งตีเส้นหรือลบเส้นบรรทัด ท่านไหนจะนำไปประยุกต์สำหรับการพรีเซนต์งานหรือการเรียนการสอนในรูปแบบต่างๆก็สามารถนำไปลองใช้ได้

Teaching Template แบบฉายสำเร็จรูปที่เป็น Pattern ต่างๆทั้ง ในรูปแบบของบรรทัดและตารางสำหรับฉายเข้ากระดานดำและการะดานขาว

ระบบเสียง 

ระบบเสียงของ BenQ MH680 ให้ลำโพงขนาดเล็กติดมากับตัวเครื่อง มีกำลังขับ 10 Watts คุณภาพเสียงอยู่ในเกณฑ์ฟังได้  คือได้เรื่องระดับความดังก็พอเอาอยู่กับห้องนั่งเล่นหรือห้องดูหนังทั่วไป ถือว่าเป็นน้องๆของลำโพงทีวี ส่วนความใสของเสียงก็อยู่ในเกณฑ์กลางๆไม่ถึงกับแย่แต่ก็ไม่ได้ถึงกับดีเยี่ยม ก็จะถือว่าพอเอามาใช้งานแก้ขัดไปพลางๆหากไม่มีชุดเครื่องเสียงโฮมเธียเตอร์  

สรุป

ข้อดี
1. ภาพ 2 มิติ คมชัด สีสดสว่าง เหมาะกับการใช้งานหลากรูปแบบ
2. มี Teaching Template แถมมาให้ สำหรับการเรียนการสอน และการนำเสนองาน
3. มีปุ่มกดเพื่อปรับยกขาแบบเลื่อนปรื๊ดสูงขึ้น เงยหน้าฉายง่ายขึ้น ไม่ต้องเอามือหมุนขั้นให้สูงขึ้นแบบ Projector ทั่วไป
4. โหมด SmartEco และ Eco ช่วยลดระดับความสว่างให้เหมาะสมแถมยังยืดอายุการใช้งานของหลอดฉายได้อีกต่างหาก

ข้อเสีย
1. CMS การแสดงของเขตของแม่สีหลักและรองยังไม่แม่นเท่าที่ควร (แต่แทบไม่กระทบการใช้งานจริง)
2. รีโมทคอนโทรลไม่มีไฟ Backlight มาให้
3. ให้ช่อง Input HDMI มาแค่ 1 ช่อง หากให้มา 2 ข่องจะสะดวกต่อการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆกว่านี้

BenQ MH680 ราคาเปิดตัว 34,900 บาท

สรุป
BenQ MH680 เป็น Full HD DLP Projector ที่ถูกออกแบบมาเพื่อครอบคลุมการใช้งานแทยทุกประเภท ทั้งดูหนัง, ดูบอล (บอลโลกใหญ่เต็มตา), เล่นเกมส์, พรีเซนต์เทชั่น และตลอดจนนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนด้วย Teaching Template ที่ผนวกมาให้ คุณภาพของภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ดีคุ้มค่าในระดับราคาสามหมื่นกว่าบาท ถึงแม้ยังมีบางจุดเป็นรองตัวท็อปอย่าง W1500 ซึ่งเป็นตัวท็อปเอ็นด์ของ BenQ ก็ตาม (ราคาก็กระโดดไปอีกเท่าตัว)  แต่ถ้าเทียบกับ Full HD Projector ระดับราคาใกล้เคียงกัน บอกได้เลยว่า MH680 ก็ยังคมกว่า ชัดกว่า ดำกว่า และสว่างกว่าอยู่หนึ่งก้าว ดังนี้ท่านไหนมีงบประมาณสามหมื่นกว่าบาท อยากได้ Projector Full HD ที่มีคุณภาพดีแถมยังรองรับการใช้งานหลากรูปแบบ เจ้า BenQ MH680 ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ท่านคู่ควร  !

*** มาตรฐานคะแนนปี 2014 *** 

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้