ข้ามไปที่เนื้อหา
|

จอใหญ่ระยะเผาขน!! รีวิว BenQ W1080ST+ (Short-Throw) Full HD Projector ภาพดีดีกรีเรือธง - LCDTVTHAILAND

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 16 Jan 2022 0 ความคิดเห็น

จบจาก W1070+ ไปได้หมาดๆ ทาง BenQ ก็จัด W1080ST+ เครื่องนี้มาเข้าคิวให้ทีมงานได้รีวิวกันต่อ และแน่นอนว่าเพื่อการเปรียบเทียบอย่างมีประสิทธิภาพ นาย Boomerang จึงต้องอาสาเป็นรับโปรเจ็กเตอร์ตัวนี้มาทดลองใช้งานให้ทุกท่านได้ชมกัน

W1080ST+ เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่อัพเกรดจากซีรี่ย์ก่อนอย่าง W1080ST ซึ่งชูจุดเด่นในเรื่องของระยะฉายที่สามารถแสดงภาพขนาดใหญ่ๆ ได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องถอยตัวเครื่องไปไกลจากฉาก ที่สำคัญคือ DLP DarkChip 3 ตัวประมวลผลภาพอันใหม่แบบเดียวกับรุ่น W1070+ ซึ่งให้สีสันอิ่มสดใสสมจริงแบบอัพเกรดกว่ารุ่นก่อนหน้าชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ สเปคเทพฟีเจอร์เพียบแบบนี้ จะใช้งานจริงได้ดีขนาดไหน ผมจะมาพิสูจน์ให้ทุกท่านได้ชมกันในรีวิวนี้ครับ

BenQ W1080ST+ Full HD DLP Projector

– 3D Full HD 1080p

– DLP DarkChip 3

– Projection Distance 100″ at 1.5m 

– 10W Speaker built-in

– Lamp Life : Normal 3,500 / ECO 5,000 / Power Save 6,000

– ISFccc® Calibration Certified

ราคาตั้ง 46,900 บาท

ดีไซน์

หน้าตาของ BenQ W1080ST+ ไม่ได้เปลี่ยนไปจากรุ่นก่อนหน้าสักเท่าไร

จุดสังเกตหลักที่ทำให้ W1080ST+ แตกต่างจาก W1070+ คือลักษณะเลนส์ที่นูนโค้งออกมา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเลนส์มุมกว้างครับผม

ด้านหน้ามีที่ปรับระดับก้มเงยแบบเป็นสเต็ป ทว่าโดยส่วนใหญ่เราจะพยายามที่จะไม่ใช้ เพราะมันจะทำให้ภาพที่ฉายออกไปมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมคางหมูครับ

ปุ่มควบคุมพื้นฐานต่างๆ ถูกวางไว้บริเวณด้านบนตัวเครื่อง

ส่วนนี้เป็นแหวนหมุนปรับซูมและโฟกัสตามตำแหน่งสากล น่าเสียดายที่ไม่มีตัวปรับ Vertical Lens Shift มาให้

รูระบายลมร้อนของ BenQ W1080ST+ จะมีลักษณะยิงออกด้านหน้าช่วยให้เรายกเครื่องขณะทำงานได้แบบไม่ต้องกลัวลวกมือ

ด้านหลังเป็นตัวหมุนปรับระดับความสูงได้ 1 ข้าง

รีโมทเป็นสไตล์เดิมสีขาวสวยงาม กดแล้วมีไฟส่องสว่างสีแดงในตัว ปุ่มนิ่มกดง่ายกำลังดี

แว่นตา 3 มิติ สามารถใช้ร่วมกันได้เกือบทุกรุ่นครับ เป็นแว่นแบบ Active ต้องซื้อแยกต่างหาก ไม่มีแถมมากับตัวเครื่อง

ช่องต่อ

ช่องต่อทั้งหมดด้านหลังจะเหมือนกับของรุ่นฝาแฝด W1070+ ซึ่งได้แก่…

1. HDMI v1.4 x2 (MHL@HDMI2)

2. DC 12V Trigger

3. USB Type A/MINI B

4. RS232

5. PC IN (VGA Port)

6. Component Video

7. Audio in (L/R)

8. Audio in/out

นับว่าดีไซน์แบบออกมาเป็นพี่น้องกันเลยระหว่างรุ่น W1080ST+ และ W1070+ ถือว่าเป็นสายเลือดเดียวกันแบบไม่ผิดเพี้ยน ต่างกันที่เลนส์ฉายภาพกับตัวปรับ Lens Shift นอกจากนี้เหมือนกันหมดทุกอย่างครับผม

ภาพ

ความซับซ้อนของการใช้งานโปรเจ็กเตอร์แบบช่วงฉายสั้นจะอยู่ในช่วงแรกที่ต้องมีการจูนภาพให้พอดีฉาก ด้วยความที่เป็นเลนส์มุมกว้าง จึงทำให้ตอนเราเปิด Test Pattern จะพบว่าภาพที่ได้มีอาการบวมตรงกลาง หรือที่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า Barrel Distortion ฉะนั้นก่อนที่จะทำการวางระนาบให้ตรง ผมจึงอยากจะแนะนำให้ทำการปรับซูมและโฟกัสให้เรียบร้อยก่อนเลยครับ โดยใช้เมนูของเครื่องโปรเจ็กเตอร์นี่แหละเป็นตัวอ้างอิง

เราสามารถเปิด Test Pattern ขึ้นมาได้โดยกดไปที่ Menu > System Setup : Advanced > Test Pattern : On เราก็จะเจอกับตารางสีขาวแบบนี้สำหรับทำการปรับภาพให้ตรงและพอดีกับฉาก

เมื่อภาพบนจอชัดแล้วก็ได้เวลามาปรับระนาบให้ตรง โดยสังเกตที่เส้นสีขาวของ Test Pattern พยายามอย่าให้มันลู่เข้าหากัน หรือเบนออกจากกัน ถ้าเป็นไปได้พยายามอย่าให้โปรเจ็กเตอร์ก้มหรือเงยครับ เว้นแต่ว่าวางไม่ลงจริงๆ ก็พอจะปล่อยให้มันเบี้ยวนิดหน่อย แล้วมาใช้ฟีเจอร์ Keystone แก้ไขเอาครับ ทว่าการปรับค่าดังกล่าวจะส่งผลต่อความคมของภาพเล็กน้อย นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงต้องวางโปรเจ็กเตอร์ให้ตรงที่สุดเท่าที่จะทำได้

2D Keystone ช่วยให้เราสามารถแก้ไขอาการภาพบิดเบี้ยวจากตำแหน่งการวางของโปรเจ็กเตอร์ แต่ทว่าการปรับค่าดังกล่าวจะทำให้ความคมของภาพลดลงนั่นเอง

เริ่มการทดสอบด้วยแอนิเมชั่นเรื่อง Rio ที่มีฉากหลังเป็นป่าดงดิบอะเมซอนในประเทศบราซิล เพื่อดูความเขียวแบบแอนิเมชั่นที่ตัวโปรเจ็กเตอร์ถ่ายทอดออกมา ซึ่งสีสันที่ออกมาดูดีมีระดับอย่าบอกใคร เรียกว่าเป็นเอกลักษณ์ติดตัวในแบบฉบับของโปรเจ็กเตอร์ในซีรี่ส์นี้ของ BenQ เพราะจากที่ได้ทดสอบตัว W1070+ ภาพก็ออกมาสวยแจ่มตั้งแต่ต้นอยู่แล้วแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม

สีสันต่างๆ ดูสวยสดเด้งให้อารมณ์ครื้นเครงไปตามสถานการณ์ของตัวคอนเทนต์ ณ ขณะนั้น

วกมาดูภาพยนตร์ที่เป็นคนซะหน่อย สีผิวและรายละเอียดในที่มืดถูกถ่ายทอดออกมาได้ดี สมราคาชิพประมวลผลภาพ DLP DarkChip 3 จริงๆ

X-Men First Class ภาพยนตร์ปฐมบทรีบูธมนุษย์กลายพันธุ์ที่เราหยิบเอาฉากท้ายของเรื่องมาใช้ในการทดสอบภาพ

หลายคนอาจจะกังวลกับรายละเอียดของภาพในโซนมืดเพราะการทำงานของโปรเจ็กเตอร์จะเป็นการยิงแสงไปอัดกับกำแพง ฉะนั้นถ้าเกิดเราวางโปรเจ็กเตอร์ใกล้ฉากรับมากๆ (ซึ่งเป็นขอจำกัดที่เลี่ยงได้ยากของโปรเจ็กเตอร์แบบระยะฉายสั้น) ก็จะทำให้ภาพที่ได้ดูจะขาวโพลน ตรงจุดนี้เราสามารถบรรเทาอาการดังกล่าวได้โดยการเปิดโหมด ECO ช่วย* ซึ่งจะทำให้ความสว่างภาพลดลงและลดอาการขาวโพลนลงได้

*ขั้นตอนดังกล่าวจะให้ประสิทธิภาพสูงสุดก็ต่อเมื่อห้องที่รับชมสามารถคุมแสงรบกวนได้ค่อนข้างดีหรือเปิดดูตอนกลางคืน เพราะมิฉะนั้นแล้วจะทำให้ความสดใสของภาพลดลงได้

ดูภาพด้วยค่าจากโรงงานกันพอสมควรก็ได้เวลาส่งโปรเจ็กเตอร์ขึ้นเขียงแล้วทำการปรับภาพสักหน่อย ต้องบอกก่อนว่าเราจะปรับภาพกันแบบพื้นฐานไม่ลงลึกไปยุ่งกับฟีเจอร์ ISF ที่ต้องใช้พาสเวิร์ดจากผู้ได้ใบรับรองการปรับภาพของสถาบันนี้ในการปลดล็อค ฉะนั้นแล้วค่าหลักๆ ที่เราจะใช้การปรับก็คือพวก Brightness, Contrast, 2P White Balance และค่าพื้นฐานอื่นๆ ที่สามารถปรับได้โดยที่ไม่ต้องใส่พาสเวิร์ดเพิ่มเติม

Picture Mode   CTT   Gamma   Consumption (Watts)   CTT Mode 
Normal Eco  Normal Eco Normal Eco   
Bright 7295   2.05   280   Lamp Native
Standard  7008   2.23   278   Normal
Cinema 7236   2.24   278   Normal
User 7074 2.23 278 224 Normal
User (Calibrated)   6536   2.2   203 Normal

 

ตารางด้านบนคือตัวเลขของค่าต่างๆ ที่วัดได้ก่อนและหลังทำการปรับภาพ โดยโหมดภาพที่ดูจะเข้าท่าที่สุดแบบไม่ต้องปรับภาพก็ยังคงเป็น Standard อยู่นะครับ เพราะให้ค่าที่ใกล้เคียงมาตรฐานมาก คราวนี้มาลองดูที่ช่อง User (Calibrated) ซึ่งก็คือค่าที่ได้หลังจากทำการปรับภาพ โดยเราได้อุณหภูมิสีที่ 6536 ซึ่งเป็นค่าที่ดีทีเดียว โดยจะต้องเปิดใช้งานโหมด ECO ควบคู่กันไปด้วย คราวนี้มาดูกราฟสีแบบละเอียดกันครับ

กราฟแสดงค่าเบื้องต้นก่อนทำการปรับภาพ ถ้าเราดูที่ RGB Balance จะเห็นว่าสีแดงดูจะจางกว่ามาตรฐาน ตัวภาพมีลักษณะอมเขียวและน้ำเงินนิดหน่อย

หลังจากปรับภาพจะเห็นว่า RGB Balance ลงล็อคกลางเกือบจะเป๊ะๆเลย ตัว Color Space ก็วิ่งเข้าใกล้จุดตามมาตรฐาน HD REC.709 แบบสุดๆ

หลังจากการปรับภาพเสร็จเรียบร้อยแล้วจะพบว่าพวกค่าอุณหภูมิสีมาตรฐานสามารถปรับได้ลงล็อคไม่ยาก ที่สำคัญคือไม่มีบั๊กเรื่อง Color Space เหมือนในรุ่น 1070+ ที่จะไม่สามารถปรับค่า 2P White Balance ได้ถ้าไม่ได้ปรับ Color Space ให้เป็น RGB จะว่าไปมันก็เป็นเรื่องบั๊กของซอฟต์แวร์นะครับ สุดท้ายผลลัพธ์ที่ออกมาก็ให้ค่าที่น่าพอใจทั้งคู่อยู่ดี

มาดูภาพหลังจากทำการปรับภาพกันดีกว่าครับ…..

วกกลับมาดูภาพอีกครั้งในเรื่อง Life of Pi สีสันดูเข้าที่เข้าทางมีมิติสวยงามกว่าเก่า

รายละเอียดในที่มืดถูกเผยให้เห็นมากขึ้นเป็นอีกหนึ่งข้อดีที่ได้รับจากการปรับภาพครับ

ไปดูภาพ 3 มิติ ในเรื่อง Oz the Great and Powerful ภาพมีมิติลึกตื้นเพิ่มขึ้นแต่ภาพยังติดอมแดงเหมือนรุ่น W1070+

แม้ว่าภาพก่อนใส่แว่นจะติดสีแดง แต่เมื่อสวมแว่นแล้วอาการดังกล่าวก็ลดน้อยลง โดยเฉพาะบริเวณขอบภาพนี่หายห่วงได้เลยครับไม่กระทบต่อสีจริงที่ฉายออกมา

ทดสอบภาพเคลื่อนไหวกันแบบฮาร์ดคอร์ด้วยการเล่นเกมเหมือนเดิมฮะ อัตราการตอบสนองของโปรเจ็กเตอร์ตัวนี้ทำได้ไว ไม่ค่อยรู้สึกถึงอาการ Input Lag สักเท่าไร

ระหว่างใช้งานอาจจะมีรุ้งให้เห็นบ้างเมื่อกลอกตาไปมาเร็วๆ ซึ่งต้องบอกว่าเป็นอาการปกติของโปรเจ็กเตอร์ DLP ซึ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีได้พัฒนาให้กงล้อสีหมุนเร็วขึ้นจนรุ้งน้อยลงกว่าช่วงแรกที่เทคโนโลยีนี้ออกมาสู่ตลาด

เก็บมาให้ดูเล็กน้อยกับโหมดภาพ ISF ที่เป็นอีกขั้นของการปรับภาพ ซึ่งจะเปิดใช้งานได้ก็ต่อเมื่อได้รับรหัสจากตัวแทนปรับภาพ ที่ได้รับการรับรองจากสถาบัน ISF ซึ่งทางทีมงานได้ลองดูคร่าวๆ แล้วพบว่าเมื่อใช้งานโหมด ISF Day ภาพที่ได้ก็ดูลึกมีมิติมากขึ้นสีสันที่แสดงออกมามีความอิ่มสดใสและใกล้เคียงกับค่ามาตรฐานไปอีกระดับ

เสียง

สำหรับ BenQ W1080ST+ ได้ทำติดตั้งลำโพงขนาด 10W มาให้ในตัวเครื่องด้วย สร้างความยืดหยุ่นให้กับการใช้งานได้มากขึ้น สำหรับคนที่ไม่ซีเรียสทางด้านเสียงก็สามารถต่อรับชมได้โดยไม่ต้องพึ่งลำโพงภายนอกก็สามารถเสียบเครื่องเล่นแล้วฉายภาพขึ้นฉากได้เลยโดยที่ไม่ต้องพะวงเรื่องเสียง

อยากจะบอกว่าเสียงจากลำโพง 10W ของ W1080ST+ ดังแบบเล็กพริกขี้หนูมาก โดยส่วนตัวที่ฟังชัดเจนเลยว่าดังกว่ารุ่น W1070+ ในระดับเสียงเท่ากันอยู่พอสมควร ใครที่ดูในห้อง 4×6 เมตร รับรองว่าได้ยินกันทั่วถึงไม่แบบไม่ต้องเงี่ยหูฟัง

สรุป

หลังจากที่ได้ทดสอบโปรเจ็กเตอร์ของ BenQ มาสองรุ่นในไลน์อัพเดียวกัน ทั้ง W1080ST+ และ W1070+ ต้องยอมรับเลยว่าทั้งคู่เป็นโปรเจ็กเตอร์ที่ให้ภาพดีมาตั้งแต่ต้นจริงๆ เหมาะกับท่านที่ชอบอรรถรสการดูหนังแบบโรงภาพยนตร์เป็นอย่างมาก เพียงซื้อมาเสียบเข้าเครื่องเล่นแล้วฉายขึ้นฉากหรือผนังบ้าน ก็สนุกสุดมันส์ไปกับคอนเทนต์บนจอใหญ่ยักษ์กว่า 100 นิ้วได้ไม่ยาก โดยโหมดภาพที่ผมแนะนำให้ใช้ในกรณีที่ไม่ต้องการปรับภาพละเอียดก็คือ Standard ซึ่งมีค่าอุณหภูมิสีเบื้องต้นจากโรงงานที่ค่อนข้างใกล้เคียงมาตรฐานอุตสาหกรรมภาพยนตร์

ข้อแตกต่างระหว่าง W1080ST+ และ W1070+ จะเป็นเรื่องของลูกเล่นในการฉายภาพล้วนๆ ซึ่ง W1080ST+ จะมีระยะฉายสั้นทำให้เราสามารถขยายขนาดจอได้ใหญ่โตมโหฬารกว่า 300″ โดยที่ไม่ต้องวางโปรเจ็กเตอร์ไกลจากฉาก นอกนั้นแล้วสไตล์ภาพที่ได้จะใกล้เคียงกันมากเพราะใช้ชิพประมวลผลภาพ DLP DarkChip 3 ตัวเดียวกัน ฉะนั้นแล้วถ้าจะให้เลือกก็คงจะต้องพิจารณากันตามการใช้งานทั่วไปมากกว่าครับ

แม้ว่าภาพที่ได้สีจะเทพขนาดไหนแต่จุดอ่อนของโปรเจ็กเตอร์แบบระยะฉายสั้นที่ใช้เลนส์มุมกว้างก็คืออาการบวมของภาพ หรือที่เรียกกันว่า Barrel Distortion ทำให้การวางโปรเจ็กเตอร์ให้ตรงระนาบทำได้ลำบากนิดนึง จนบางครั้งต้องใช้การปรับ Keystone Correction ช่วย และนั่นก็จะกระทบกับความคมชัดของภาพที่แสดงผลโดยตรง ฉะนั้นจึงต้องพิจารณาการใช้งานให้ดีครับ ถึงจะสามารถรีดประสิทธิภาพของ BenQ W1080ST+ ตัวนี้ออกมาได้สูงสุด เพราะนอกเหนือจากเรื่องนี้แล้ว นี่คือโปรเจ็กเตอร์ที่ภาพดีตรงมาตรฐานภาพยนตร์อีกหนึ่งตัวที่สามารถเนรมิตห้องนั่งเล่นเล็กๆ ของคุณให้กลายเป็นโรงภาพยนตร์จอใหญ่ร้อยนิ้วได้ไม่ยากเย็น

LIKE

– โปรเจ็กเตอร์ระยะฉายสั้น ที่สามารถฉายภาพขนาดใหญ่กว่า 300 นิ้วได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องวางตัวเครื่องให้ห่างจากฉากมากนัก

– ชิพประมวลผลภาพ DLP DarkChip 3 ให้สีสันที่แม่นยำและใกล้มาตรฐานอุตสาหกรรมภาพยนตร์มากๆ ประสิทธิภาพการแสดงผลโดยรวมไม่ต่างจากรุ่น W1070+ เลย

– ลำโพง 10W ที่ติดเครื่องมาเสียงดังมาก ดังสูสีกับทีวี 50 นิ้วเลยก็ว่าได้ ครอบคลุมห้องขนาด 4×6 นิ้วสบายๆ ช่วยให้เราดูหนังจอใหญ่โดยไม่ต้องพึ่งชุดเครื่องเสียง

DISLIKE AND SUGGESTION

– ภาพที่ฉายออกมาจะมี Barrel Distortion หรืออาการภาพบวมของคู่กันกับเลนส์มุมกว้างในโปรเจ็กเตอร์ช่วงฉายสั้น ซึ่งนั่นทำให้เราต้องปรับ Keystone Correction ช่วย และก็จะส่งผลต่อความคมชัดของภาพเล็กน้อย

– เมื่อฉายภาพ 3 มิติภาพจะมีสีแดงติดมาบริเวณกลางๆ จอ ซึ่งเป็นเหมือนกันทั้งสองรุ่นที่ได้รีวิวมา แต่พอใส่แว่นแล้วผลกระทบจากสีแดงที่ขึ้นมาก็จะลดน้อยลง

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้