ข้ามไปที่เนื้อหา
|

ประสิทธิภาพที่(ควร)ต้องอ้างอิงของ THX 3D Display ?? รีวิว Panansonic TH-P55VT50T 3D Plasma TV

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 14 Jan 2022 0 ความคิดเห็น

ต้องยอมรับว่าหากดูจากยอดขายในปัจจุบันของ พลาสมาทีวี อาจไม่สูงเท่า แอลอีดีทีวี ถึงกระนั้นด้วยลักษณะภาพอันโดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ ส่งผลให้พลาสมาทีวีเป็นหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มีจุดยืนชัดเจนเช่นเดียวกับ Panasonic ที่ยังคงยึดมั่นผลิตพลาสมาทีวีคุณภาพสูงสู่ตลาด

การตอบสนองในประเด็นเรื่องของคุณภาพของภาพจาก “พลาสมาทีวีตัวท็อป” โมเดลล่าสุดของ Panasonic คือ TH-P55VT50T  สามารถยืนยันได้จากจำนวนผลโหวตจากผู้ชมในงานบรรยายที่ทีมงาน LCDTVTHAILAND จัดขึ้นช่วงงาน BAV ครั้งล่าสุด หลายท่านคงได้สัมผัสด้วยตนเองกันมาบ้างแล้ว ถึงตอนนี้เราจะมาดูรายละเอียดว่า พลาสมาทีวีหนึ่งเดียวในหมู่แอลอีดีทีวีนั้น มีดีอะไร จึงยืนหยัดมาได้…

Brand Panasonic
Model TH-P55VT50T
Size 55″
Native Resolution 1920 x 1080
Panel Type Neo Plasma Black 2500
3D Playback Yes
(Active Shutter Glasses)
2D to 3D Yes
Video Processor Smart VIERA Engine Pro
Frame Interpolation 24p Intelligent Frame Creation
Design  Glass & Metal
One Sheet of Glass
HDMI 4
USB 3
Internet Connection WiFi Integrated, LAN
Internet & Network VIERA Connect / DLNA
Price 109,990 .-

 

ดีไซน์

ต้องถือเป็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน กับภาพลักษณ์ของ Panasonic VIERA ในปีนี้ จากที่ยึดมั่นกับรูปแบบเดิมๆ มานาน แม้ว่าประเด็นความเปลี่ยนแปลงล่าสุดนี้ จะให้ความชัดเจนกับ WT Series (LED TV) มากกว่า VT Series (Plasma TV) อยู่บ้าง กระนั้น “ดีไซน์” ก็นับเป็นจุดสำคัญ ที่ทำให้ TH-P55VT50T Plasma TV ตัวท็อปของปีนี้ ดูโดดเด่นขึ้นไม่น้อย

คอนเซ็ปต์หลักของ Panasonic VIERA (2012) คือ Glass & Metal Design หรือก็คือ การผสมผสานความงามจากวัสดุที่ให้ลักษณะเงาแบบกระจก (และ/หรือ ใสแบบแก้ว) เข้ากับโลหะ แต่ดังที่เรียนไปข้างต้นว่า ความชัดเจนของคอนเซ็ปต์กระจกและโลหะนี้ จะไปโดดเด่นอยู่ที่ LED TV – WT Series เสียมาก ส่วนกรณีของ Plasma TV – VT Series นั้น แม้ว่าจะคงพื้นฐานคอนเซ็ปต์เดียวกัน แต่จะไปเน้นหนักกับคำว่า “One Sheet of Glass” !

One Sheet of Glass เป็นผลจากการใช้แผ่นวัสดุคล้ายกระจกปิดเต็มหน้าจอ ลดทอนการแสดงขอบเขตปิดกั้น (ของกรอบ) ลง จึงให้ความรู้สึกเป็นผืนเดียว (แนวทางนี้อาจจะคุ้นเคยมาจากทีวีอื่นกันบ้างแล้ว) ส่วนกรอบที่ลดความสำคัญลงไปนั้น เหลือแค่บริเวณขอบ (Edge) แน่นอนว่ากรอบนี้ใช้วัสดุโลหะสีเงิน ตัดกับแผ่นกระจกสีดำ เพื่อเพิ่มความหรูและโดดเด่น ตามคอนเซ็ปต์ Glass & Metal 

ส่วนของฐานเป็นแผ่นเรียบธรรมดา อันที่จริงฐานนี้ เป็นอีกส่วนสำคัญ ที่ใช้ในการแสดงลักษณะของ “โลหะ” ตามคอนเซ็ปต์ Glass & Metal อย่างไรก็ดีฐานของ VT Series อาจยังให้ความรู้สึกของโลหะ (ทั้งรูปลักษณ์ และผิวสัมผัส) ได้ไม่ชัดเจนมากเท่ากับ WT Series… อ้อ TH-P55VT50T เมื่อยึดกับฐาน จะเอียงหน้าทีวี (Swivel) ไม่ได้นะครับ

มาดูเบื้องหลังกันบ้าง อาจไม่ใช่จุดที่ใช้โชว์ความงาม แต่โครงสร้างความแข็งแรงของวัสดุ งานประกอบนั้น “แน่นปึ้ก” ตามสไตล์ Panasonic VIERA Plasma TV เขาล่ะ

ปุ่มควบคุมต่างๆ จัดเรียงไว้ด้านข้าง ฝั่งขวา เยื้องไปด้านหลัง สวิทช์เพาเวอร์ที่เห็น ทำหน้าที่เป็นเมนสวิทช์สำหรับตัดไฟ เพื่อการประหยัดพลังงานได้ด้วย

หมายเหตุ: การปิดทีวีโดยสั่งการผ่านรีโมตคอนโทรล ทีวีจะเข้าสู่โหมดสแตนบาย ซึ่งยังคงใช้พลังไฟฟ้าเลี้ยงวงจรอยู่เล็กน้อย เพื่อใช้เตรียมพร้อมสำหรับการเปิดใช้งานครั้งต่อไปได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ดีการ Switch Off ที่ทีวี จะลดการสูญเสียพลังงานจากโหมดสแตนบายลงได้อีก เหมาะกับเวลาเลิกใช้งานทีวีเป็นเวลานานระหว่างวัน แต่กรณีที่ออกจากบ้านไปไหนไกลๆ ควรทำการถอดปลั๊กออกจากเต้ารับด้วยย่อมจะดีกว่าครับ

ต่อไปดูช่องต่อต่างๆ และอุปกรณ์อื่นๆ ที่ให้มาในกล่องของ TH-P55VT50T กันครับ

รีโมตคอนโทรลมาตรฐานที่คุ้นเคยกันดี รุ่นนี้ช่วยให้การเข้าถึง VIERA Tools, Media Player และ Internet (Online) Content ฟีเจอร์สำคัญจาก Smart VIERA ทำได้รวดเร็ว ทันใจ เพราะกดที่ปุ่ม Shortcut บนรีโมตได้เลย มี Backlit สีแดง สว่างสไวในที่มืดได้

VIERA Touch Pad Controller นับเป็นรีโมตคอนโทรลอันที่สอง ที่ช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับ Smart VIERA ได้เป็นอย่างดี พื้นที่วงกลมนั้นทำหน้าที่เป็น Touch Pad หน้าที่ของมันเหมือนกับ Touch Pad ที่ใช้งานบน Notebook เลย แตะหนึ่งที คือ ok (หรือ คลิก) เลื่อนนิ้ว วนเป็นวงกลม คือ scroll ความรวดเร็วในการเลื่อนเคอร์เซอร์แม้ยกถือไว้ในอุ้งมือก็ทำได้สะดวกดี ไม่ติดขัด

แน่นอนว่า 3D Plasma TV จะขาดแว่น 3D ไม่ได้ ก็ระดับ THX 3D Certified ย่อมต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้ว สำหรับรุ่นนี้เป็นแบบ Active Shutter Glasses ซึ่ง Panasonic เน้นว่าเป็น Full HD 3D Glasses ที่สามารถรับชมคอนเทนต์ 3D ได้อรรถรสครบถ้วน คมชัดทุกรายละเอียด โดยจะแถมมาให้ 2 ชุด ใช้วิธีซิงค์ด้วยคลื่นวิทยุ ไม่ต้องกังวลว่าสัญญาณจะหลุดเวลาขยับตัว หรือเมื่ออยู่ในตำแหน่งที่สูงหรือต่ำกว่าทีวี รุ่นนี้ไม่มีสายชาร์จ USB เพราะใช้วิธีเปลี่ยนถ่าน ตำแหน่งถ่านอยู่กึ่งกลางด้านหลัง มีสวิตช์เพาเวอร์เปิด-ปิด อยู่ด้านบน น้ำหนักนับว่าค่อนข้างเบา ไม่รู้สึกรำคาญเมื่อใส่นานๆ

ช่องต่อ

ช่องต่อของ Panasonic TH-55VT50T ให้มาอย่างครบครัน หลักๆ คือ HDMI 4 ช่อง โดย HDMI2 รองรับฟังก์ชั่น ARC สามารถส่งสัญญาณเสียงของทีวีไปยังชุดเครื่องเสียงผ่านทางสาย HDMI ได้ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณเสียงในแบบดิจิทัล แน่นอนชุดเครื่องเสียงก็ต้องรองรับ ARC ด้วย กระนั้นก็มีอีกทางเลือก คือ เชื่อมต่อผ่าน Digital Optical หรือจะเป็นทาง Analog Audio Out ก็ได้ ส่วนการเชื่อมต่อเน็ตเวิร์ก/อินเตอร์เน็ต ซึ่งถือเป็นฟีเจอร์เด่นสำหรับ Smart VIERA TV โดย VT50 มีทั้ง Wi-Fi Built-In หรือจะเชื่อมต่อผ่านสาย LAN ก็ได้

หมายเหตุ:การใช้งานฟังก์ชั่น ARC สำหรับ Panasonic VIERA TV ต้องเปิดฟังก์ชั่น VIERA Link ไว้ด้วย (ที่ Main Menu >> Setup >> VIERA Link Settings) 

จุดเชื่อมต่อหลักที่สำคัญคงไม่พ้น HDMI Input ซึ่ง 50VT50 มีทั้งหมด 4 ช่อง (HDMI2 รองรับ ARC) เหนือขึ้นไป คือ USB Input 3 ช่อง เผื่อไว้เสียบ USB Webcam และ Storage Devices แล้ว ก็ยังเหลือๆ อ้อ เสียบ SD Card และหูฟังได้ด้วยนะครับ ทั้งหมดติดตั้งทางด้านข้าง

ส่วนทางด้านล่าง เป็นช่องต่อสัญญาณแบบอะนาล็อก และช่องต่ออื่นๆ ที่อาจจำเป็นต้องใช้ เช่น Composite In (AV1) และ Component In (AV2), PC In (D-SUB), Digital Optical Audio Out, Antenna In และ Ethernet (LAN) Input

หมายเหตุ:
– สัญญาณอะนาล็อกแบบ Composite และ Component ต้องเสียบต่อผ่านสายอแดปเตอร์หน้าตาแบบนี้ (มีให้มาในกล่อง) ในส่วนของอแดปเตอร์แบบ Composite (สีเหลือง) ด้านขวามือนั้น หากสังเกตจะเห็นว่ามีช่องต่อ Audio (ขั้วต่อ RCA สีขาว-แดง) ถึง 2 ชุด ทั้งนี้ชุดที่ “สายเป็นสีเทา” คือ Analog Audio Out สำหรับต่อเสียงของทีวีให้ไปออกที่ชุดเครื่องเสียง หรือ Recorder ได้ ส่วน “สายสีดำ” คือ Analog Audio In รับสัญญาณเสียงเข้ามา เวลาเสียบสัญญาณจากแหล่งโปรแกรมใดๆ เช่น กล่องเคเบิลทีวี – ดาวเทียม ฯลฯ ก็ให้เสียบที่เส้นสีดำ
 
– กรณีใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์ผ่านช่องสัญญาณ VGA หรือ DVI แปลงมาเป็น HDMI แล้วต้องการเชื่อมต่อสัญญาณเสียง (แบบอะนาล็อก) มายังทีวีด้วย ให้เสียบใช้ช่อง Audio In ร่วมกับ AV2 (Component) โดยเสียบผ่านสายอแดปเตอร์ข้างต้น

ขั้วต่อสายไฟของ Panasonic Plasma TV เป็นมาตรฐาน IEC 3 ขา ถอดเปลี่ยนสายไฟเทพได้ครับ ผิดกับ LED TV จอบางเฉียบ ที่สายไฟเป็นแบบติดตาย หรือถอดได้ก็เป็นแบบ C7 (หัวเลข 8) 

หมายเหตุ: ที่ขั้วต่อสายไฟของ TH-P55VT50T จะติดตั้งสลักยึดล็อคสายไฟมาด้วย การเปลี่ยนไปใช้งานสายไฟเส้นอื่น (ที่ไม่ใช่สายไฟแถม) จะติดสลักนี้ทำให้เสียบไม่ได้ ทว่ากรณีนี้แก้ไขได้ด้วยการถอดสลักยึดล็อคออกได้ เสียเวลาขันน็อตแค่ 2 ตัว เพียงเท่านี้จะใช้สายไฟเทพแค่ไหนก็เสียบได้ ดังที่เห็นในรูปข้างบน แต่ระวังเรื่องน้ำหนัก และระยะดัดงอสายด้านหลังทีวีด้วยนะครับ

เพิ่มเติม

จุดเด่นของ Smart VIERA ที่ทาง Panasonic ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือ ความบันเทิงบนอินเทอร์เน็ตผ่านบริการในรูปแบบของ Cloud Service ที่เรียกว่า VIERA Connect โดยบรรจุวิดีโอต่างๆ เกม ไปจนถึงแอพพลิเคชั่นเสริมอื่นๆ และแน่นอนว่ารองรับ Social Network พร้อมการติดต่อสื่อสารพูดคุยแบบเห็นหน้ากันได้ (ต้องซื้อ Webcam เพิ่ม)

หน้าจอหลักของ Smart VIERA ในส่วนของ Internet Content สามารถเข้าสู่หน้าจอนี้ได้ง่ายๆ เพียงกดปุ่ม Internet ที่รีโมต

Online content ผ่าน VIERA Connect ที่ไม่พูดคงไม่ได้ คือ 3BB Movie Buffet ที่ให้เราได้รับชมภาพยนตร์ไทย-เทศ หลากหลายเรื่องผ่าน Smart VIERA อย่างหนำใจ เรียกว่าไม่ต้องเดินไปร้านเช่าหน้าปากซอยเลย ผลการรับชมแม้จะเป็นการสตรีมมิ่งผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ก็ยังดูได้ต่อเนื่อง ไม่สะดุด สำหรับไตเติลที่เป็นมาตรฐาน HD ก็มีคุณภาพของภาพที่คมชัดไม่น้อย ระบบเสียงชัดเจน แต่ยังเป็น Stereo 2.0 อยู่นะครับ

อัพเดทข่าวสารจาก Voice TV

หรือจะชมภาพยนตร์คลาสสิก แฟชั่น ข่าวดาราคนดัง ผ่าน WOW TV ก็ได้

และยังมีวิธีทำอาหารจากหลากหลายเมนูเด็ดให้เลือกสรรจาก dumenu.com

ชมคลิปใหม่ๆ จาก Youtube

แน่นอนว่าจุดเด่นของ VIERA Connect ก็คือ App สามารถดาวน์โหลดผ่าน VIERA Connect Market

ลองดาวน์โหลด และติดตั้งเกม Chess ซึ่งเล่นฆ่าเวลาได้ดีทีเดียว

และไม่พลาดในส่วนของ Web Browser ซึ่งของ Panasonic ทำได้ดีครับ อ่านภาษาไทย และแสดง Adobe Flash ทั่วๆ ไป บนหน้าเว็บได้ไหลลื่นดี ทว่าการคีย์ข้อความภาษาไทยหากจะให้ดี คงต้องพึ่ง Smart Phone หรือ Tablet ที่ลง VIERA Remote app ไว้แล้ว ส่วนการควบคุมพื้นฐานอย่างเช่นการเลื่อนเคอร์เซอร์สำหรับฟังก์ชั่น Web Browser ด้วย VIERA Touch Pad Controller ทำได้สะดวกดีทีเดียว

เพิ่มเติม

Smart VIERA มิได้จำกัดเฉพาะความบันเทิงบนโลกออนไลน์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์รูปแบบ Smart และการแชร์มีเดียไฟล์ผ่านระบบเน็ตเวิร์กด้วยมาตรฐาน DLNA หรือผ่านทางช่องต่อ USB โดยดำเนินการผ่านฟังก์ชั่น Media Player

หน้าจอหลักของ Media Player สามารถเข้าสู่หน้าจอนี้ได้ง่ายๆ เพียงกดปุ่ม Media Player ที่รีโมต

ฟอร์แม็ตที่รองรับมีดังต่อไปนี้  Photo – JPEG / Video – AVCHD, DivXPlus HD, WMV, MKV, AVI, MP4,
MOV, M4v, FLV, 3GP, VRO, VOB,TS,PS / Music – MP3, AAC, WMA, FLAC

Media Player หน้าจอหลักในส่วนของ Photo จะพรีวิวรูปของไฟล์ภาพที่บรรจุอยู่ภายใน Storage Devices ให้เห็น (ซึ่งรวมถึงภาพพรีวิวจากไฟล์วิดีโอด้วย) ขณะเดียวกันจะมีเสียงเพลงแบ็คกราวด์ให้ฟังเพลินๆ

การรับชมไฟล์ Video สามารถเลือกเสียง และซับไตเติลได้

หน้าจอในส่วนของ Music เมื่อรับฟังดนตรี สามารถแสดงชื่อเพลง อัลบั้ม ศิลปิน และโชว์ปกได้ (ถ้ามี)

ภาพ

Viewing Modes CTT
(70IRE)
Luminance**
Dynamic 11394 High
Normal 8143 Low
Cinema 8023 Low
THX Cinema 6251 Normal
THX Bright Room 6137 High
Game 8176 Low
Professional1
Professional2
6250 Low

Factory Settings, Eco Mode – Off
** Fixed Cell Light level

หมายเหตุ: ความหมายที่ใช้ในการอ้างอิงระดับความสว่าง (Luminance)
– Very High ให้ระดับความสว่างสูงมาก สามารถใช้งานในสภาพสู้แสง ภายในอาคารได้
– High ให้ระดับความสว่างค่อนข้างสูง สามารถใช้งานในห้องที่ค่อนข้างสว่าง (มีการควบคุมแสงแวดล้อมระดับหนึ่ง)
– Normal ระดับความสว่างปานกลาง เหมาะกับการใช้งานในห้องที่สามารถควบคุมแสงสว่างได้ดี แต่ไม่ถึงกับมืด
– Low ระดับความสว่างใกล้เคียง หรือสูงกว่า Home Theater Projector เล็กน้อย เหมาะกับการใช้งานในห้องที่ควบคุมแสงแวดล้อมได้เบ็ดเสร็จ เช่น ห้องมืดสนิท หรือสลัว

ลักษณะภาพ จากโหมดสำเร็จรูปของ TH-P55VT50T พร้อมอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้า (อ้างอิงที่ Eco Mode – Off)

หมายเหตุ:เฉพาะ Professional1 มีการเปลี่ยนแปลงค่ากำหนดจากขั้นตอน Calibration Process นอกนั้นเป็นค่าเริ่มต้นจากโรงงาน

คุณภาพของภาพ 2D นั้น ต้องเรียกว่าให้ระดับความเที่ยงตรง (หรืออีกนัยหนึ่งจะว่า มีความเป็นธรรมชาติ) สูงที่สุดเครื่องหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นประเด็นในเรื่องของความถูกต้องของสีสัน หรือการไล่ระดับความสว่าง อันเป็นคุณสมบัติจากโหมดภาพที่รองรับการปรับตั้งค่าละเอียดมาก จริงอยู่แม้ในส่วนของ White Balance และ CMS อาจจะละเอียดไม่แตกต่างจากทีวีระดับเดียวกันนัก แต่จุดที่ต้องทึ่งคือการปรับ Gamma Point ที่ไม่แน่ว่าทีวีระดับท็อปทั่วไปจะรองรับในจุดนี้ นี่เป็นเหตุผลว่า เหตุใดมันจึงเป็นทีวีที่ให้ภาพในระดับอ้างอิงได้เป็นอย่างดีครับ ทว่าประเด็นที่กล่าวมาข้างต้นนี้ จะส่งผลดีก็ต่อเมื่อ TH-P55VT50T เครื่องนั้น ผ่านขั้นตอนการ Calibrated โดยละเอียดเท่านั้น… แล้วโหมดภาพสำเร็จรูป ที่ผู้ผลิตให้มา และเป็นจุดที่ส่งผลต่อศักยภาพที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะได้รับล่ะ เป็นอย่างไร?

หมายเหตุ: 
– โหมดภาพที่รองรับการปรับตั้งค่ากำหนดด้านภาพแบบละเอียด คือ Professional1 และ Professional2 โดยทั้ง 2 โหมดนี้จะไม่ปรากฏในตัวเลือก Viewing Mode จนกว่าผู้ใช้ตั้งค่า Advance(isfccc) เป็น On เสียก่อน (เป็นหัวข้อย่อยใน Setup)
– การปรับอุณหภูมิสี รองรับแบบพื้นฐาน คือ 2-point และแบบละเอียด 10-point calibration process


TH-P55VT50T เป็นพลาสมาทีวีที่ได้มาตรฐาน THX 3D Display โดยศักยภาพก็ย่อมไม่ทำให้เสียชื่อ THX แน่นอนว่าคงมิได้อิงเฉพาะการรับชมแบบ 3D แต่รูปแบบ 2D นับเป็นประเด็นหลัก ที่ THX น่าจะให้ความสำคัญมาก่อนเสียด้วยซ้ำ ผลพลอยได้ในประเด็นนี้ที่ชัดเจน คือ โหมดภาพอ้างอิง 2 โหมด… THX Cinema และ THX Bright Room โดยชื่อน่าจะบอกวัตถุประสงค์การใช้งานได้ค่อนข้างชัดเจน กล่าวคือ ทั้งคู่เป็นโหมดภาพที่เหมาะสำหรับใช้รับชมภาพยนตร์ ต่างกันตรงที่ THX Cinema เหมาะกับสภาพแวดล้อมห้องโฮมเธียเตอร์ (ควบคุมแสงแวดล้อมได้ดี) ส่วน THX Bright Room เหมาะกับห้องที่ค่อนข้างสว่าง เท่าที่ตรวจสอบดูพบว่าให้สีสันความเที่ยงตรงอยู่ในระดับที่น่าสนใจ ภาพอาจจะติดโทนเหลืองเล็กน้อย (เพราะอุณหภูมิสีตำกว่า 6500K) แต่ก็ให้ความนุ่มนวล อบอุ่นดี กระนั้นการปรับภาพพื้นฐานบางอย่างเพิ่มเติมเล็กน้อย เพื่อให้แม็ตช์กับสภาวะใช้งานของผู้ใช้โดยตรง ก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับโหมดสำเร็จรูป สามารถดูแนวทางเบื้องต้น 

ภาพโดยรวมจากโหมดสำเร็จรูป พบว่าระดับ Brightness ที่เกี่ยวข้องกับ Shadow Detail มาค่อนข้างต่ำไปนิดหนึ่ง เมื่อเปิดรับชมโดยอ้างอิงค่าเริ่มต้น อาจพบว่ารายละเอียดในที่มืดติดจมอยู่บ้าง แต่มิได้เป็นปัญหาใดๆ เพราะสามารถแก้ไขได้ไม่ยากด้วยการปรับตั้งระดับ Brightness ให้ถูกต้อง (แนวทางเบื้องต้น ผู้ใช้สามารถดำเนินการปรับภาพด้วยตนเอง ตามลิงค์ที่ให้ไว้ในย่อหน้าก่อน)

อย่างไรก็ดี ถึงแม้กำหนดปรับภาพพื้นฐานได้ถูกต้องแล้ว แต่เนื่องจากโหมดภาพสำเร็จรูปหลายๆ โหมด รวมถึงโหมดที่ให้ความเที่ยงตรงสูงที่สุดอย่าง Professional1/2 มีศักยภาพในการให้ระดับความสว่างไม่สูงนัก และทุกโหมดภาพของ TH-P55VT50T ไม่รองรับการกำหนดระดับ Cell Light เพิ่มเติม (กำหนดปรับเปลี่ยนได้อย่างมาก คือ การเพิ่มระดับ Contrast ซึ่งช่วยยกระดับความสว่างสูงสุด ขึ้นได้นิดหน่อย) การรับชมในบางสภาพแวดล้อม (ที่ไม่เหมาะสม) ย่อมส่งผลต่อการรับชมให้รู้สึกว่าภาพมืดทึม ขาดความจะแจ้งสดใสไปบ้าง หากเป็นเช่นนี้ มิใช่ความผิดปกติของทีวี หากเป็นผลกระทบจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม การคำนึงถึงปัจจัยอย่างระดับความสว่างภายในห้อง ตำแหน่งตั้งวางที่เกี่ยวเนื่องกับทิศทางของแหล่งกำเนิดแสงภายนอก ฯลฯ จึงเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึง หากต้องการประสิทธิภาพสูงสุดจากทีวี แนวทางนี้เป็นสิ่งที่ควรกระทำกับทีวีทุกรูปแบบ ทุกเครื่อง ไม่เฉพาะแต่พลาสมาทีวีเครื่องนี้เท่านั้น

อัตราการใช้พลังงานของโหมด Dynamic ที่ให้ระดับความสว่าง (Luminance) สูงสุด; อ้างอิงที่ Eco Mode Off Luminance per watt อาจดูน้อย เมื่อเทียบกับ LED TV ขนาดเดียวกัน (55″ ที่มีอัตราการใช้พลังงานราว 100 วัตต์ นิดๆ) แต่ถ้าเทียบกับมาตรฐาน Plasma TV ด้วยกัน นับว่าอยู่ในเกณฑ์ดี

กระนั้นหากมีความจำเป็น โหมดภาพสำเร็จรูปอีกโหมดหนึ่งที่อาจมีความจำเป็นต้องใช้สำหรับการใช้งานในพื้นที่ที่ค่อนข้างสว่าง หรือคุมแสงได้ลำบาก คือ Dynamic โดยเป็นโหมดที่ให้ระดับความสว่างสูงที่สุด จึงใช้เมื่อต้องการสู้กับแสงแวดล้อม แต่ความเที่ยงตรงจะเป็นรองโหมดอื่นๆ อยู่มาก หากให้ความสำคัญกับประเด็นเรื่องความถูกต้อง (มากกว่าถูกใจ) โหมด THX Bright Room ที่ให้ระดับความสว่างต่ำกว่าเล็กน้อย จะตอบสนองการใช้งานได้ดีกว่า Dynamic (ย้ำว่า กรณีที่ต้องการใช้งานในสภาพแวดล้อมค่อนข้างสว่าง)

ภาพ

ส่วน 3D Frame Packing (Frame Sequential) ไม่ต้องกดปุ่มอะไร ทีวีก็เปลี่ยนเป็น 3D Mode ให้โดยอัตโนมัติอยู่แล้ว ในกรณีที่อยากรับชมแบบ 2D (3D to 2D) ก็กดปุ่ม 3D ที่รีโมตอีกครั้ง หรือเลือกที่ 2D Mode และกลับกัน ถ้ารับชมคอนเทนต์ 2D อยู่ จะทำเป็น 3D (2D to 3D) ก็ทำได้ เพียงกดปุ่ม 3D ที่รีโมตครั้งเดียวเช่นกัน ง่าย และ สะดวกรวดเร็วไม่น้อย

แต่ถ้าต้องการเลือก 3D Mode ด้วยตนเองแบบแมนนวล ก็สามารถทำได้ ดังที่เห็น

หมายเหตุ: วิธีการเข้าสู่หน้า 3D Mode Selection (Manual) คือ เมื่ออยู่ในหน้า 3D Mode Selection (ในรูปก่อนหน้า) ให้กดปุ่มสีแดงที่รีโมต

ธนู มีด กระเด็นทิ่มตากันเลยทีเดียวสำหรับคุณภาพของภาพ 3D ซึ่งความโดดเด่นในเรื่องของความคมชัดก็ระดับ Full HD 3D แท้ๆ นี่นะ Crosstalk ต่ำมาก ส่งผลให้มิติภาพที่หลุดลอยนั้น มีความชัดเจน ความคมชัด ไม่เบลอนี้ ลดทอนความมึนงง ช่วยให้ดูได้นาน ไม่ล้า (ถ้าสภาพแวดล้อมอื่นๆ เหมาะสม) หลังจากสวมแว่น 3D จะทำให้ภาพมืดลงไปบ้าง ซึ่งเมื่ออยู่ในโหมด 3D จอภาพจะทำการปรับเพิ่มระดับความสว่างเล็กน้อย และยกระดับ Brightness ขึ้นมาชดเชยมิให้ดำจม ซึ่งถือว่าช่วยได้ แต่ยังอิงระดับ Cell Light จากโหมดภาพ 2D ซึ่งในบางสภาพแวดล้อม อาจต้องทำการเปลี่ยนโหมดภาพที่สว่างขึ้น (เช่น THX Bright Room หรือ Dynamic) หรือไม่ก็ดำเนินการเช่นเดียวกับการรับชมภาพ 2D คือ การควบคุมระดับแสงสว่างภายในห้องให้เหมาะสม อันเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องคำนึงถึง เพื่อให้ได้ศักยภาพสูงสุดจากการรับชมภาพ 3 มิติที่ดี จาก TH-P55VT50T ครับ

หมายเหตุ: รูปแบบการตั้งค่าของโหมดภาพที่ใช้ในการรับชม 2D และ 3D แยกกันอิสระ ดังนั้นเมื่อทำการปรับภาพสำหรับ 2D แล้ว ต้องดำเนินการสำหรับการรับชม 3D ด้วย

TH-P55VT50T มาพร้อมกับระบบแทรกเฟรมภาพเคลื่อนไหว ที่ช่วยเพิ่มความลื่นไหลให้กับบางคอนเทนต์ เช่น 24p Smooth Film สามารถกำหนดได้ 3 ระดับ โดยระดับสูงสุด (Max) เพิ่มความไหลลื่นได้มาก แต่ก็มีโอกาสสังเกตเห็นจุดบกพร่องของการ “แทรกเฟรมเสมือน” ได้ง่ายเช่นกันกันครับ… ส่วนจะเปิดใช้หรือไม่ใช้ดี? ใช้แล้วจะเลือกระดับไหน? ชอบหรือไม่ชอบอย่างไร? ทดลองดูด้วยตนเองได้เลยครับ

แฟนๆ Panasonic คงจะคุ้นเคยกับรูปแบบการตั้งค่า Aspect Ratio นี้ดีอยู่แล้ว โดยจะแตกต่างจากทีวียี่ห้ออื่นๆ เล็กน้อย

ตัวเลือกตั้งค่าการแสดงอัตราส่วน (Aspect) ที่เหมาะสมสำหรับการรับชมภาพยนตร์ของ TH-P55VT50T คือ 16:9 แล้วตั้งค่า Overscan – Off แบบนี้จะสามารถแสดงภาพได้เต็มจอพอดี ไม่มีการตัดขอบ และเป็นรูปแบบที่แสดงรายละเอียดแบบ 1:1 Pixel

Infinite Black Ultra Panel ใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาให้สามารถแสดงสีดำได้ลึกขึ้น อีกทั้งแก้ไขปัญหาอมเขียวนิดๆ ของซีรี่ส์ก่อนได้อย่างเบ็ดเสร็จ นอกจากนี้ด้วยความที่เป็น Plasma ไม่มีปัญหาเรื่อง Backlight Leakage แบบ LCD/LED TV แม้จะเป็นการรับชมในห้องมืดสลัว ก็ยังคงให้ระดับ Black Level ที่ดำลึก จึงเหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ในห้องโฮมเธียเตอร์ที่ควบคุมแสงสว่างได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ดีในการรับชมคอนเทนต์ 2D ก็ไม่แนะนำให้รับชมในสภาพแวดล้อมที่มืดสนิทครับ ขอให้เป็นที่สลัว หรือมีแสงสว่างปานกลางก็นับว่ากำลังดี ส่วนคอนเทนต์ 3D การรับชมในห้องมืดถือว่าเหมาะสมดีครับ (ปรับภาพเพิ่มนิดหน่อย) อันจะเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้พลาสมาทีวีเครื่องนี้ แสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่

หมายเหตุ: การป้องกันแสงภายนอก แล้วควบคุมระดับความสว่างด้วยระบบส่องสว่างภายในห้อง (จาก artificial light ที่สามารถเปิด ปิด หรือหรี่ได้) ถือเป็นแนวทางที่ดีสำหรับการรับชมทั่วไปครับ

แม้คอนเทนต์จะมีรายละเอียดต่ำ แต่ด้วยลักษณะภาพของ TH-P55VT50T ที่ให้ภาพที่นุ่มนวล ส่งเสริมให้การรับชมฟรีทีวีดูสบายตาไปด้วย จุดบกพร่องต่างๆ ของคอนเทนต์ไม่ถูกเน้นขึ้นมาชัดเจนมากนัก และที่สำคัญ คือ ดูได้นานไม่ล้า

ทดลองเล่นเกมดูบ้าง ก็เป็นเช่นเดียวกัน คือ ดูสบายตา และถึงแม้จะเป็นภาพเคลื่อนไหวที่รวดเร็วก็แสดงรายละเอียดได้ไม่เบลอ หรือมี Ghost ให้เห็นแต่ประการใด อย่างไรก็ดีอาจต้องระมัดระวังเรื่องของ Image Retention สำหรับคอนเทนต์บางลักษณะ

การใช้งานเป็นจอมอนิเตอร์เมื่อเชื่อมต่อกับ PC/NB ด้วยความเที่ยงตรงของภาพ (หลัง Calibrated) นั้น สามารถใช้อ้างอิงความถูกต้องกับงานที่ต้องใช้ความพิถีพิถันได้ดีทีเดียว กระนั้นต้องระมัดระวังเรื่องของ Image Retention การป้องกันด้วยการกำหนด Screen Saver (ที่ PC/NB) และการเปิดใช้ฟังก์ชั่นเลื่อนตำแหน่งภาพเล็กน้อย (Orbiter) สามารถช่วยได้ระดับหนึ่ง

หมายเหตุ: ระบบจัดการเรื่องของ Image Retention ของ Panasonic จะเน้นไปที่เรื่องของการป้องกันเป็นหลัก มิได้ให้ฟังก์ชั่นแก้ไข กรณีเกิดภาพติดค้าง (แบบชั่วคราว) มาด้วย

เสียง

นับวันทีวีก็มีแต่บางลงเรื่อยๆ พื้นที่สำหรับติดตั้งอุปกรณ์ย่อมมีขนาดที่เล็กลง เช่นเดียวกับไดรเวอร์ หรือตัวขับเสียงที่ใช้งานกับทีวี ด้วยข้อจำกัดนี้เอง ทาง Panasonic จึงคิดค้นพัฒนาตัวขับเสียงขนาดเล็ก จัดวางต่อเนื่องกันในแนวยาวตามชื่อที่เรียกว่า 8-Train Speakers เพื่อเพิ่มศักยภาพของตัวขับเสียงในพื้นที่จำกัดของทีวี และด้านหลังเสริมด้วยวูฟเฟอร์เพื่อเติมเต็มย่านความถี่ต่ำ อันเป็นย่านที่สำคัญในการเพิ่มอรรถรสการรับชม โดยในรุ่น TH-P55VT50T จะใช้วูฟเฟอร์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 80mm (หากเป็นรุ่นจอภาพ 65 นิ้ว จะใช้วูฟเฟอร์ขนาดใหญ่ขึ้น คือ 100mm)

คุณภาพเสียงถือว่าใช้ได้ดีตามมาตรฐานระบบเสียงของทีวีระดับราคานี้ การจัดวางบนขาตั้ง ทิศทางมุมกระจายเสียงจะยิงลงด้านล่างแล้วสะท้อนกับชั้นวาง ซึ่งให้รายละเอียดเสียงได้ระดับหนึ่ง กล่าวคือให้ความชัดเจนของเสียงสนทนาได้ดี วูฟเฟอร์ด้านหลังมีส่วนช่วยเติมเต็มน้ำหนักเสียงให้มีความลงตัวมากขึ้น สามารถเปิดได้ดัง รองรับการใช้งานในพื้นที่ห้องขนาดค่อนข้างใหญ่ได้

สรุป

ข้อดี
– ให้ระดับความถูกต้องเที่ยงตรงของภาพเป็นเยี่ยม (ภายหลัง calibrate)
– ระดับ Black Level โดดเด่น มุมมองกว้างขวาง อันเป็นจุดเด่นของ พลาสมาทีวี
– ภาพ 3D คมชัด crosstalk ต่ำมาก ให้มิติที่หลุดลอยในขณะที่ดูสบายตา

ข้อเสีย
– โหมดภาพ Professional1-2 ที่ให้ระดับความเที่ยงตรงสูงสุด (ภายหลัง calibrate) มีระดับความสว่างต่ำ ต้องพิถีพิถันกับการควบคุมแสงสว่างแวดล้อมเป็นอย่างดี จึงจะได้ประสิทธิภาพสูงสุดทั้งการรับชม 2D/3D
– โครงสร้างฐานตั้ง ไม่สามารถหมุนเอียงจอได้

สรุป
นับว่าไม่เสียชื่อแชมป์ที่ Panasonic มักจะเหมามาอย่างยาวนานกับหมวดพลาสมาทีวี ท่านใดที่ยังคงหลงใหลในเอกลักษณ์ที่ชัดเจน VT50 ถือเป็นรายชื่อที่จะต้องอยู่ในตัวเลือกพิจารณา กระนั้นความพิถีพิถันในเรื่องของการใช้งานยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับการถ่ายทอดศักยภาพสูงสุดของทีวี จึงมิควรละเลยเป็นอย่างยิ่ง

*อ้างอิงในห้องทดสอบที่ควบคุมแสงได้อย่างเบ็ดเสร็จ กับโหมดภาพ Professional ภายหลังจากขั้นตอน Full Calibration process
มาตรฐานการให้คะแนนปี 2012

หมายเหตุประกอบการให้คะแนน


– ดีไซน์รูปลักษณ์อาจไม่หวือหวานัก แต่ที่โดดเด่นคือโครงสร้างงานประกอบ ที่ดูมั่นคงแข็งแรงกว่ายี่ห้ออื่น โดยรวมถือว่าเก๋ขึ้นกว่าของปีที่แล้วด้วยคอนเซ็ปต์ One Sheet of Glass และตัดขอบด้วยขอบโลหะสีเงินมันวาว เมื่อยึดกับฐานแล้วไม่สามารถหมุนเอียงได้ (ต่างจากซีรี่ส์อื่น)
– คุณภาพของภาพ 2D อยู่ที่การถ่ายทอดความเที่ยงตรงในระดับอ้างอิง แน่นอนว่าเป็นรากฐานของความถูกต้อง แต่จะถูกใจหรือไม่ก็แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละท่าน ต้องขอบคุณฟังก์ชั่น isfccc กับการปรับภาพได้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะปรับได้จาก consumer TV ณ เวลานี้ กระนั้นผลลัพธ์จะดีได้ต้องพิถีพิถันกับตัวแปรแวดล้อมที่กระทบกับศํกยภาพของทีวีด้วย (รวมถึงการเลือกคอนเทนต์ที่เหมาะสม) คุณภาพของภาพ 3D ให้ความคมชัดสูง และเช่นเดียวกันว่า ควรควบคุมแสงแวดล้อมเพื่อการถ่ายทอดศักยภาพที่โดดเด่น
– คุณภาพเสียงอยู่ในเกณฑ์ดี รายละเอียดเสียงอาจจะยังไม่ชัดเจนที่สุด เสียงยังมีจมนิดหน่อย แต่เรื่องของระดับความดัง และการให้น้ำหนักเสียงนั้นไม่ธรรมดา
– ช่องต่อครบครัน มี HDMI 4 ช่อง USB Input 3 ช่อง Analog Audio Out แยกอิสระกับช่องเสียบหูฟัง ส่วน Composite/Component เสียบผ่านสายอแดปเตอร์แบบมินิแจ็คที่มีมาให้ มี Optical Out และ Wi-Fi บิลท์อินในตัว รองรับ SD Card โดยตรง
– ฟังก์ชั่น VIERA Connect มาพร้อมกับออนไลน์คอนเทนต์ที่น่าสนใจ คือ 3BB On TV ที่มีภาพยนตร์ทั้งเรื่องให้ดูอย่างจุใจ เช่นเดียวกับ Social Network และ app ต่างๆ อันหลากหลาย Web browser มีศักยภาพและความยืดหยุ่น การพิมพ์ข้อความภาษาไทยจะให้สะดวกต้องใช้งานร่วมกับ Smart Devices
– พลาสมาทีวีที่มีคุณภาพระดับอ้างอิง ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เช่นเดียวกับลูกเล่นจาก Smart VIERA ที่สร้างความบันเทิงได้อย่างคุ้มค่าไม่น้อย

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้