ข้ามไปที่เนื้อหา
|

รีวิวซาวด์บาร์ Yamaha YSP-2700 เสียงจัด ซับฯโดน ให้เซอร์ราวด์สมจริงจนคิดว่าชุดโฮมฯมาเอง

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 06 Feb 2022 0 ความคิดเห็น

Digital Sound Projector Soundbar

Yamaha YSP-2700

ราคา 49,000 บาท

ต้องยอมรับเลยว่ากระแสความนิยมของซาวด์บาร์นั้นพุ่งขึ้นสูงจนฉุดไม่อยู่จริงๆ ด้วยรูปร่างที่เพรียวบาง ขจัดปัญหาเรื่องพื้นที่การจัดวางให้หายไป ด้านคุณภาพเสียงก็ให้ความไพเราะยอดเยี่ยม แต่ยังมีอีกหนึ่งสิ่ง ที่หลายท่านย่อมรู้ดีว่า ซาวด์บาร์ไม่อาจให้เทียบเท่าเต็มระบบได้ นั่นคือ การสร้างความเซอร์ราวด์หรือเสียงรอบด้าน เนื่องจากรูปลักษณ์ที่จะพิชิตข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ ทำให้ความสามารถดังกล่าวถูกบั่นทอนลง

Facebook Live สาธิตการใช้งาน พร้อมเปิดเสียงให้ฟังสดๆ

คลิปทดสอบเสียงการใช้งานจริง

แต่ที่กล่าวมานั้น มันเป็นอดีตไปแล้ว นวัตกรรมใหม่ๆ ก้าวหน้าขึ้นไปทุกวัน จนปัจจุบันนี้ซาวด์บาร์เองก็ให้ความเซอร์ราวด์เพิ่มมิติการฟังได้เฉกเช่นเดียวกับซิสเต็มขนาด 7.1-Channel และ Yamaha เองเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับเป็นอย่างมาก ในเรื่องการสร้างมิติเสียงของซาวด์บาร์ โดยซาวด์บาร์ของแบรนด์นี้ จะแบ่งซีรี่ส์ตามเทคโนโลยีการทำเซอร์ราวด์ 2 นิด ใช้ชื่อย่อรหัสว่า YAS และ YSP

YAS ย่อมาจาก Yamaha Air Surround ในซีรี่ส์นี้จะใช้เทคโนโลยี Air Surround Xtreme ขับเสียงออกมาในรูปแบบสนามเสียงจำลองระบบ 7.1-Channel ครอบคลุมพื้นที่การฟังในลักษณะวงกลม แต่ซีรี่ส์ YSP ที่ย่อมาจาก Yamaha Digital Sound Projectors ให้เสียงได้สมจริงกว่าตระกูล YASตรงที่การทำเซอร์ราวด์ด้วยวิธียิงเสียงเข้ากำแพง เพื่อให้เสียงสะท้อนสู่ผู้ฟังรอบด้านแบบ 7.1-Channel

ซึ่งรีวิวครั้งนี้ กับซาวด์บาร์ Yamaha YSP-2700 ผมเองก็อยากรู้แล้วว่าจะให้ความสมจริงดั่งที่ร่ำลือกันหรือไม่ เพราะแม้แต่สื่อนอกอย่าง  Trusted Reviews ต้องติดป้ายแนะนำ และ What Hi-Fi? ยังมอบคะแนนให้ถึง 5 ดาว!

Design – การออกแบบ

ซาวด์บาร์ YSP-2700 ไม่ได้มาแค่ตัวเครื่องซาวด์บาร์โดดๆ ยังพ่วงซับวูฟเฟอร์ไร้สายมาด้วย โดยรูปลักษณ์ภายนอกของ YSP-2700 นั้นหากเทียบกับรุ่นก่อนๆ หน้า ค่อนข้างแตกต่างพอสมควร เมื่อก่อนจะเน้นทรวดทรงหวือหวาโฉบเฉี่ยว แต่มาในรุ่นนี้ดูบึกบึนทรงพลัง ขนาดความยาวอยู่ที่ 94.4 ซม. ความสูง 5.1 ซม. ส่วนความลึกมีขนาด 15.4 ซม. ซึ่งถือว่าค่อนข้างใช้พื้นที่ในการติดตั้งพอสมควร

รูปทรงขรึมแต่ให้ความดุดัน แตกต่างจากรุ่นก่อนๆ ที่ดูไม่ทะมัดทะแมงเท่าไรนัก

ตัวเครื่องของ YSP-2700 มีวัสดุเป็นอะลูมิเนียมให้ความแข็งแรงคงทนสูง ดีไซน์เป็นแบบปิด ไม่มีช่องคายอากาศ ด้านหน้าเป็นตะแกรงอะลูมิเนียมครอบแผงไดรเวอร์ที่เรียงรายอยู่ทั้ง 16 ดอก แต่ละดอกมีขนาด 1 นิ้วครึ่ง ใช้กำลังขับขนาด 2 วัตต์ สามารถถอดขาตั้งออกได้ ด้านหน้าเครื่องฝั่งขวาเป็นจอแสดงผล LCDโดยจะแสดงผลเป็นตัวหนังสือและมีดวงไฟเล็กๆ ไว้บอกสถานะการใช้งาน

สามารถลดระดับแสงสว่างของไฟสัญญาณและจอแสดงผลได้ด้วยปุ่ม ECO

ปุ่มคำสั่งต่างๆ จะอยู่บริเวณขอบด้านบนฝั่งขวา ได้แก่ ปุ่ม Connect สำหรับเชื่อมต่อสัญญาณไร้สาย, ปุ่ม Input ไว้สลับช่องใช้งานตามการเชื่อมต่อ, ปุ่ม Mute สำหรับปิดเสียง, ปุ่ม Vol-/+ เพิ่มลดระดับความดัง และปุ่ม Power ปิด/เปิดซาวด์บาร์ สิ่งพิเศษอีกอย่างของ YSP-2700 นั้น อยู่ตรงกลางเครื่องเลย นั่นคือเสารับสัญญาณที่อยู่ภายนอกเครื่อง ช่วยให้รับสัญญาณได้ดีมากขึ้น

กดปุ่ม Connect ค้างไว้เป็นเวลา 5 วินาที จะเปิดการเชื่อมต่อ Wi-Fi แบบโดยตรง

เสาสัญญาณทางด้านหลังซาวด์บาร์ ช่วยรับสัญญาณได้ดีขึ้นในการใช้งาน Multi-room

ด้านช่องต่อจัดว่าครบครันมาก อยู่ทางด้านหลังเครื่องตำแหน่งเดียวกับแถบปุ่มคำสั่ง เริ่มต้นที่ช่องต่อสายไมค์โครโฟน IntelliBeam (หลายท่านอาจสงสัยว่าคืออะไร เดี๋ยวมาทำความรู้จักกันต่อไป), ช่องต่อ System Connector เป็นช่องเสียบสายแจ๊ค 3.5 มม. จากซาวด์บาร์สู่ซับวูฟเฟอร์, ช่อง Subwoofer Out จะใช้งานแบบเดียวกับช่องก่อนหน้า, ถัดมาเป็นช่องต่ออะนาล็อก, CoaxialOptical และช่องต่อ Ethernet

IntelliBeam เสารับสัญญาณสำหรับคาลิเบรต หน้าตาเป็นแบบนี้!

ช่องต่อ HDMI ให้มาเยอะมาก มีจำนวน 4 ช่อง แบ่งเป็นเอ๊าท์พุต 1 ช่อง และอินพุต 3 ช่อง เป็น HDMI เวอร์ชั่น 2.0 รองรับ HDCP 2.2 สามารถส่งผ่านสัญญาณภาพ 4K 60Hz และ HDR จากเครื่องเล่นสู่ทีวีได้อย่างไร้กังวล ซึ่งเอ๊าท์พุตรองรับ ARC แยกเสียงส่งไปยัง AVR ส่วนช่องเสียบ USB ที่ให้มานั้น ไม่รองรับการเชื่อมต่อ USB Drive สำหรับเล่นไฟล์ มีไว้เพื่ออัพเดตซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียว ซึ่งด้านหลังมีรูเล็กๆ สำหรับแขวนผนังด้วย

ช่องต่อเรียบง่ายเป็นระเบียบ มีอักษรกำกับไว้ชัดเจน

มาดูซับวูฟเฟอร์กันบ้าง หน้าตาของซับวูฟเฟอร์มีลักษณะเป็นลูกบาศก์สี่เหลี่ยม ใช้ไม้ MDF เป็นวัสดุหลัก ให้พื้นผิวลายไม้น่าสัมผัส มีน้ำหนักค่อนข้างสูง อยู่ที่ 9.1 กก. ด้านหน้ามีหน้ากากผ้าปิดทับดอกลำโพงเอาไว้ ไม่สามารถถอดออกได้ เป็นโคนวูฟเฟอร์แบบยิงเสียงทางด้านหน้าขนาด 5 นิ้วครึ่ง กำลังขับ 75 วัตต์ ตอบสนองความถี่ต่ำสุดถึง 40Hz  แม้จะรองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สาย แต่ซับวูฟเฟอร์นี้ก็ยังคงช่องต่อผ่านสายเอาไว้ด้วย

ทรงลูกบาศก์เรียบหรูดุดัน แต่หน้ากากถอดออกไม่ได้นะ

รีโมตที่ให้มานั้น ขนาดใหญ่พอๆ กับรีโมตทีวี ต่างจากซาวด์บาร์ทั่วไปที่มีขนาดเล็ก แต่ก็ช่วยให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น เพราะแยกแต่ละโหมด แต่ละคำสั่งออกมาไว้บนรีโมต ไม่ต้องกดเลื่อนหาให้ยุ่งยาก หลักๆ จะแบ่งเป็นปุ่มคำสั่งเลือกช่องอินพุต, ช่องบันทึกการตั้งค่า, ปุ่มสำหรับตั้งค่าต่างๆ และโหมดเสียง ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายโหมดเลยทีเดียว

รีโมตแบ่งโซนคำสั่งชัดเจน เวลาใช้จริงไม่เกิดอาการงงปุ่ม

Features – ลูกเล่น

ลูกเล่นที่ต้องพูดถึงเป็นอย่างแรกเลยคือ ความสามารถในการทำเซอร์ราวด์สมจริงระบบ 7.1-Channel ด้วยเทคโนโลยี Digital Surround Projector ดอกลำโพงทั้ง 16 ดอก จะยิงเสียงออกจากซาวด์บาร์เข้าสู่ผนังห้อง เพื่อสะท้อนหรือเรียกง่ายๆ ว่ายิงชิ่งกำแพงทำมุมกระทบให้เสียงสะท้อนมายังตำแหน่งผู้ฟัง

รูปแบบโครงสร้างเซอร์ราวด์ของ YSP-2700

และใครที่กังวลว่าฟีเจอร์ดังกล่าวจะใช้ได้จริงที่บ้านหรือห้องของท่านหรือไม่นั้น คลายกังวลไปได้เลย เพราะ Yamaha ได้แก้โจทย์นี้ด้วยฟีเจอร์ต่อไป IntelliBeam ระบบปรับแต่งคาลิเบรตเสียงอัตโนมัติ เอกสิทธิ์เฉพาะจาก Yamaha เพราะพื้นที่ห้องจริงๆ ย่อมไม่ใช่ห้องสี่เหลี่ยมโล่งๆ อยู่แล้ว ฟีเจอร์นี้แหละ ที่จะทำให้ทิศทางการสะท้อนของเสียงมีตำแหน่งที่ถูกต้องอย่างง่ายดาย มือใหม่ก็สามารถใช้งานได้

จากทิศทางเสียงที่สะเปะสะปะ เมื่อผ่านการปรับโดย IntelliBeam ก็จะได้ตำแหน่งเสียงที่ถูกต้อง

จุดเด่นต่อมาคือการเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Wi-Fi ซึ่ง YSP-2700 มีเสารับสัญญาณแยกออกมา เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับส่งสัญญาณ มาพร้อมฟีเจอร์สำหรับแอพพลิเคชั่น MusicCast ที่จะช่วยให้สมาร์ทโฟนของผู้ใช้งาน เป็นศูนย์รวมการเชื่อมต่อกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ Yamaha ที่รองรับ MusicCast เช่นกัน เพื่อใช้งานแบบ Multi-room ควบคุมหรือปรับแต่งเสียง รวมทั้งสตรีมมิ่งผ่านแอพฯ นี้ได้

เปลี่ยนสมาร์ทโฟนให้กลายเป็นศูนย์กลางของทุกอุปกรณ์

การใช้งานก็ไม่ยาก โหลดแอพพลิเคชั่น MusicCast ลงบนสมาร์ทโฟน ได้ทั้ง iOS และ Android จากนั้น เมื่อเปิดแอพฯ ขึ้นมา จะมีคำสั่งให้กดปุ่ม Connect ทางด้านหลังซาวด์บาร์ ค้างไว้ 5 วินาที ตัวซาวด์บาร์จะเปิดเครือข่าย MusicCast ขึ้นมา ให้เปลี่ยนการเชื่อมต่อ Wi-Fi บนสมาร์ทโฟนมาเชื่อมต่อที่ MusicCastSetUp ดังภาพ…

กดปุ่ม Connect ค้าง 5 วินาที หน้าจอแสดงผลบนซาวด์บาร์จะขึ้นคำว่า Connect Wi-Fi เป็นอันเปิดเครือข่ายเรียบร้อย

หลังเชื่อมต่อแล้ว แอพฯ จะทำการจับคู่สัญญาณให้ ให้เลือกมาที่ซาวด์บาร์ ต่อด้วยเลือกเครือข่าย Wi-Fi ภายในบ้าน ตัวแอพฯ จะสร้าง “ห้อง” แทนการเรียกพื้นที่การฟังของอุปกรณนั้นๆ ขึ้นมา ใช้ชื่อว่า Room (สามารถแก้ไขชื่อได้) หลังจบขั้นตอน ถือว่าเชื่อมต่อเรียบร้อย สามารถสร้าง “ห้อง” เช่นนี้กับอุปกรณ์ เพื่อใช้งานแบบ Multi-room ได้

เมื่อจิ้มสมาร์ทโฟน เลือก “ห้อง” ที่ต้องการใช้งาน จะเจอเมนูสำหรับเลือกช่องทางฟังเพลงมากมาย ทั้ง Pandora, Spotify, Airplay หรือเล่นไฟล์เพลงในเครื่องก็ทำได้ สามารถปรับแต่งตั้งค่าการฟังเบื้องต้นผ่านแอพฯ นี้ รองรับการสตรีมเพลงความละเอียดสูง แต่ก็ต้องบอกก่อนนิดนึงว่า บริการสตรีมมิ่งเพลงบางบริการที่ MusicCast รองรับ ยังไม่เปิดให้บริการในบ้านเรา

หน้าจอการใช้งาน MusicCast

Setup – การติดตั้ง

ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดามากที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ที่เป็นมือใหม่ หรือไม่มีความรู้ด้านเครื่องเสียงมาก่อน มักจะบ่นว่าเครื่องเสียงที่ซื้อกลับบ้านไป เสียงไม่ดีเท่าตอนลองฟังที่ร้าน นั่นก็เพราะพื้นที่การฟังของร้านกับที่บ้านของท่านนั้นต่างกัน รวมถึงการติดตั้งที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากการจำกัดในเรื่องของพื้นที่ เสียงจึงออกมาไม่ดีอย่างที่ควรจะเป็น จะปรับแต่งเสียงด้วยตัวเองก็ยุ่งยากไม่เข้าใจ ทำให้เสียงเกิดผิดเพี้ยนหนักไปกว่าเดิม

เจ้านี่แหละ ที่จะทำให้การปรับเสียงอันแสนยุ่งยาก กลายเป็นเรื่องง่ายแค่ 3 นาที!!!

แต่ปัญหาเหล่านี้ ไม่มีทางเกิดกับซาวด์บาร์ Yamaha YSP-2700 แน่นอน ด้วยลูกเล่นการปรับแต่งสมดุลเสียงแบบอัตโนมัติ ไม่ยุ่งยาก เข้าถึงง่าย และรวดเร็ว สละเวลาเพียง 3 นาที ก็ได้พื้นที่การฟังโดนใจ โดยในชุดจะมีแป้นเสารับสัญญาณเสียงสำหรับปรับแต่งที่ชื่อว่า IntelliBeam ให้มาด้วย เสียบต่อกับซาวด์บาร์ที่ช่องต่อแรก นำแป้นรับเสียงวางอยู่ระดับเดียวกับหู ในตำแหน่งที่นั่งฟังจริงๆ

ภายในกล่องจะมีขาตั้งกระดาษ เพื่อเป็นฐานให้ตัวรับสัญญาณสามารถตั้งในระดับการฟังได้

ก่อนจะเซ็ตอัพเสียง แนะนำให้เชื่อมต่อ Wi-Fi เพื่ออัพเดทเฟิร์มแวร์เสียก่อน จากนั้นกดปุ่ม “Set Up” เลือกที่เมนูแรก “Beam” และต่อด้วย “Auto Beam Calibrating” พอมาถึงตรงนี้จะมี 3 หัวข้อ ข้อแรกจะเป็นการคาลิเบรตทั้งระดับเสียงและทิศทาง ส่วนอีก 2 ข้อจะแยกการคาลิเบรตของทั้ง 2 อย่างข้างต้น ในการปรับครั้งแรกให้แนะนำข้อ 1 เมื่อเลือกแล้วให้ผู้ใช้งานออกจากบริเวณนั้นก่อน การคาลิเบรตจะได้ดำเนินไปอย่างถูกต้อง ใช้เวลาคาลิเบรตประมาณ 3 นาที เสร็จแล้วผู้ใช้งานสามารถเลือกบันทึกการตั้งค่าได้ถึง 3 ช่อง สามารถกดเลือกบันทึกการตั้งค่าได้ที่ปุ่ม “System Memory”

เข้าที่เมนู “Set Up” แล้วทำตามภาพเลย…

เมื่อมาถึงหน้านี้ ให้กดปุ่ม “Enter” เพื่อเริ่มคาลิเบรต ซึ่งตัวผู้ใช้งานเอง ควรออกจากพื้นที่การฟังด้วย

คลิกเพื่อชมการสาธิตวิธีคาลิเบรตเสียง

Sound – เสียง

ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงอะไรมาก หลังจากปรับเสียงด้วย IntelliBeam ก็ทดสอบศักยภาพของ YSP-2700 ด้วยภาพยนตร์ X-Men: Days of Future Past โดยฉากเริ่มของเรื่องเป็นการต่อสู้ระหว่าง X-Men กลุ่มสุดท้ายกับบรรดาหุ่น Sentinel อีกหนึ่งฉากทดสอบเสียงชั้นยอด มีความฉวัดเฉวียนโยนเสียงไปมาอย่างชัดเจน รวมถึงความโครมครามท้าทายพละกำลังซับวูฟเฟอร์

ฉากเปิดเรื่องที่มีเสียงเอฟเฟ็กต์ต่างๆ มากมาย เหมาะต่อการทดสอบทุกย่านเสียง จนกลายเป็นฉากอ้างอิงในตำนาน

แรกเริ่มก็สร้างความประทับใจได้ทันที เพราะ Yamaha YSP-2700 สนองอารมณ์ด้วยการแผดเสียงเอฟเฟ็กต์ต่างๆ แบบถึงพริกถึงขิง เสียงเศษสะเก็ดระเบิดยิบยับชัดเจน แนวเสียงที่สัมผัสได้ในครั้งแรกคือความจัดจ้าน สามารถขับย่านเสียงแหลมออกมาได้อย่างแสบทรวง ถ้ายกให้เป็นอาหาร ต้องอิงเป็นต้มยำกุ้งแซ่บๆ เปรี้ยวจี๊ดเผ็ดปาก ผิดจากรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูเคร่งขรึม เก็บรายละเอียดและถ่ายทอดฉากการต่อสู้ชนิดเต็มอรรถรสครบถ้วน

ดอกลำโพงทั้ง 16 ดอก แบ่งหน้าที่ยิงเสียง สร้างความเซอร์ราวด์แก่ผู้ฟัง

เมื่อเจอลำโพงที่สนองย่านเสียงแหลมได้ดี ก็มักจะประสบปัญหาเรื่องเสียงฟุ้ง หรือเสียงจัดเกินไปจนย่านกลางติดโทนแหลม ได้เสียงสนทนาของตัวละครไม่ชัดเจน แต่ไม่ใช่ก็ซาวด์บาร์รุ่นนี้ สามารถควบคุมสมดุลเสียงในแต่ละย่านได้ลงตัว ซึ่งซับวูฟเฟอร์ไม่ได้มีหน้าที่ให้เสียงอึกทึกคึกโครม หรือทอดต่ำดึงบรรยากาศเพียงอย่างเดียว ยังทำหน้าที่ช่วยหนุนเสียงพูดให้มีความทุ้มต่ำ ได้เสียงพูดที่ดูเป็นธรรมชาติ มีความชัดเจนไม่ต้องเพ่งหูฟังจนละเลยความสนุก

ซึ่งการทดสอบนี้ได้ปิด DSP ที่เป็นโปรแกรมจำลองเสียงเพื่อปรับโหมดเสียงตามสไตล์ต่างๆ เอาไว้ เพื่อรับรู้คาแร็กเตอร์ของรุ่นนี้แบบชัด แต่ก็ได้ทดสอบด้วยโหมดต่างๆ เช่นกัน ในแต่ละโหมดจะปรับแต่งเสียงตามลักษณะเด่นของแนวเสียงนั้นๆ เช่น โหมด Adventure จะช่วยเพิ่มความกระแทกกระทั้นของเบสขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เป็นต้น

CinemaDSP ฟีเจอร์จำลองเสียงต่างๆ ของ Yamaha YSP-2700 กดเลือกได้ทันทีบนรีโมต

และที่ต้องพูดถึงให้ได้เลย นั่นคือความสามารถในการทำเซอร์ราวด์ YSP-2700 สามารถบิตสตรีมสัญญาณเสียงที่ถ่ายทอดจากเครื่องเล่นได้โดยตรง ถอดรหัสเสียงเซอร์ราวด์ทั้ง Dolby TrueHD และ DTS-HD Master แล้วขับเสียงออกมาในรูปแบบ 7.1-Channel หลังจากที่ได้ฟังแล้วนั้น ทัศนคติที่มีต่อซาวด์บาร์ในเรื่องการทำเซอร์ราวด์ต้องเปลี่ยนไป

การยิงเสียงสะท้อนกำแพงเพื่อสร้างเซอร์ราวด์มาสู่ผู้ฟังนั้นสามารถให้ความสมจริงไม่แพ้ชุดโฮมฯ เต็มรูปแบบ การโยนเสียงไปมาค่อนข้างชัดเจนว่องไว ซึ่งซีนที่ต้องสร้างบรรยากาศรอบด้าน ก็ให้ “ระยะ” สัมผัสได้ถึงความลึกตื้นของเสียง ราวกับอยู่ในฉาก จนต้องไฮไลต์เอาไว้ เช่น เสียงรถ, เสียงเพลง, เสียงลม เป็นต้น จากการยิงเสียงที่ทำให้ระยะการเดินทางของเสียงยาวขึ้น จึงเกิดมิติเสียงได้ลึกกว่าชุด 7.1 ที่ลำโพงตั้งเอาไว้ มีระยะกำเนิดเสียงที่แน่นอน

ยังสร้างพื้นที่การฟังได้เกินขอบเขตซาวด์บาร์ทั่วไป ไม่จำเป็นต้องใช้งานในห้องขนาดเล็กเสมอไป ห้องขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่ก็เอาอยู่ สามารถยิงเสียงเพื่อสะท้อน พร้อมที่จะให้ความเซอร์ราวด์ได้ หากลองสลับโหมดเซอร์ราวด์มาที่โหมดสเตอริโอ จะพบถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน พื้นที่การฟังแคบลง แต่ได้ความกระชับและความแน่นของเสียงมากขึ้น

เหมือนเอาฮอลล์คอนเสิร์ตมาตั้งในบ้านเลยทีเดียว

ทดลองเสียง 7.1-Channel ด้วยคอนเสิร์ตวง Imagine Dragons ในเพลง It”s Time ที่มีจุดเด่นเป็นเสียงแหลมปิ๊งปั๊งจากบันโจ และเสียงกลองขนาดใหญ่อันทุ้มหนา Yamaha YSP-2700 ไม่ทำให้ผิดหวังสักนิด เก็บรายละเอียดได้แม่นยำ ไม่ผิดเพี้ยน ความก้องของฮอลล์คอนเสิร์ตก็ขับออกมาได้สมจริง สมกับเป็นซาวด์บาร์สไตล์รุกเร้าให้ความคึกคัก จนต้องคิดว่ามาเต็มระบบ

พระเอกของงานนี้ไม่ได้มีแค่ตัวซาวด์บาร์ ซับวูฟเฟอร์ไร้สายที่พ่วงมาในชุดก็เป็นจุดเด่นที่ต้องแนะนำ ตัวผู้รีวิวเองค่อนข้างประทับใจมาก เพราะความสามารถในการสร้างมิติเสียงนั้นทำได้ดีกว่าซับวูฟเฟอร์แยกชิ้นบางรุ่นเสียอีก ให้เสียงเบสที่ลึกต่ำทอดยาว ไร้เสียงอื้ออึงหรือมีความอูมใดๆ มาเจือปน เสียงเบสกระชับรวดเร็ว ตอบสนองได้ฉับไว ไม่เนิบยานจนปล่อยความสะเทือนจมหายไป เหมาะทั้งดูหนังและฟังเพลง

ซึ่งจุดตัดเสียงของซับวูฟเฟอร์นี้ อยู่ที่ 500 Hz ทำให้ซับวูฟเฟอร์มีบทบาทอยากมากในการพยุงเสียงกลาง เพิ่มความฉ่ำชนิดแนบเนียน เมื่อซาวด์บาร์ที่ทำเซอร์ราวด์มีมิติได้สัมผัสและซับวูฟเฟอร์ที่ขับเบสได้อย่างเป็นธรรมชาติ ในการฟังเพลงแบบสเตอริโอ YSP-2700 ก็เอาอยู่แบบสบายๆ แต่ด้วยเนื้อเสียงที่ค่อนข้างจัดจ้านรุกเร้า อาจจะดูแข็งกร้านไปสักหน่อยสำหรับผู้ที่ชอบแนวเสียงหวานๆ ตรงจุดนี้สามารถปรับแก้ได้ที่โหมด Option จะมีเมนูปรับแต่งเสียง สำหรับเพิ่ม-ลด ย่านเสียงแหลม (Treble) หรือย่านเสียงต่ำ (Bass)

จอยได้ทุกรุ่น ที่มีสัญลักษณ์นี้ติดอยู่ที่เครื่อง โหลดแอพฯ กันไว้เลย

ปิดท้ายการทดสอบด้วยการใช้งานไร้สายผ่าน Bluetooth และแอพพลิเคชั่น MusicCast ซึ่งเสียงที่ได้จากการฟังเพลงของทั้งคู่นั้นต่างกัน โดยการฟังเพลงผ่าน MusicCast นั้น จะเป็นการสตรีมมิ่งด้วยสัญญาณ Wi-Fi ในเครือข่าย MusicCast การสตรีมมิ่งจึงทำได้ดี สามารถสตรีมมิ่งไฮเรสได้ เสียงที่ได้จึงมีความละเอียดตามไฟล์เพลงและคุณภาพการเชื่อมต่อ

ตัดมาที่การเล่นเพลงผ่าน Bluetooth แม้จะเผยรายละเอียดของการฟังได้ไม่ดีเท่าสตรีมมิ่ง MusicCast แต่เสียงที่ได้นั้น กลับฟังสบายกว่า มีไดนามิกมากกว่า เบสมาชัด อิ่มแน่นเป็นลูก ส่วนเรื่องความใสเป็นประกายยังให้เท่าการสตรีมไม่ได้ ดังนั้นจึงแนะนำให้ใช้ตามความสะดวกและเหมาะสม

คลิปทดสอบเสียงการใช้งานจริง

Conclusion – สรุป

ใครที่อ่านมาถึงตรงจุดนี้ คงจะได้ข้อสรุปในใจกันบ้างแล้ว ก็ต้องสรุปเลยว่า Yamaha YSP-2700 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกแนะนำที่ยอดเยี่ยม สำหรับผู้ที่ต้องความครบครัน ครบเครื่อง คุ้มราคาชนิดซื้อทีเดียวแล้วจบไป ในการเลือกซื้อเครื่องเสียงสำหรับรับชมภาพยนตร์แบบเต็มระบบ โดยที่ได้ของแถมเป็นพื้นที่ภายในห้อง ได้ความสนุกครบถ้วนแบบไม่ต้องเบียดเบียนพื้นที่อยู่อาศัย

รวมถึงมิติการรับฟังที่ให้ได้ลึก สัมผัสได้ถึง “ระยะ” อย่างเป็นธรรมชาติ ต่างจากชุดลำโพงที่มีตำแหน่งเสียงแน่นอน โดยที่คุณภาพเสียงไม่แพ้กันเลย ได้ความเซอร์ราวด์รอบด้านมาแบบเต็มๆ สไตล์เสียงจัดจ้าน เผ็ดดุ ผสานกับซับวูฟเฟอร์ไร้สายที่ให้คุณภาพเสียงเกินกว่าซับวูฟเฟอร์แยกชิ้นบางรุ่นด้วยซ้ำ

มีช่องต่อ HDMI ที่ทันสมัย ส่งผ่านภาพ 4K พร้อม HDR มาแบบเต็มๆ ไม่บั่นทอนคุณภาพ

ด้านการเชื่อมต่อต่างๆ ก็ด้วย ครบครันทันสมัย การใช้งานไร้สายผ่านเครือข่ายนั้นสามารถใช้งานได้จริง และใช้งานง่ายมาก ควบคุมทุกอย่างบนสมาร์ทโฟน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานแบบ Multi-room, ฟังเพลงบนบริการสตรีมมิ่ง หรือนิยมฟังเพลงไฮเรสความละเอียดสูง ส่วนอินพุตก็มีให้มากมาย การเชื่อมต่อแบบอะนาล็อกยังคงไว้ให้ เพื่อใช้งานกับอุปกรณ์ที่หลากหลาย พูดได้ว่า Yamaha YSP-2700 ย่อขนาดของซิสเต็ม 7.1-Channel ขนาดใหญ่เอาไว้ในซาวด์บาร์เครื่องเดียว

ราคาเปิดตัวที่ 49,000 บาท อาจมองว่าสูงไป แต่ถ้าเทียบกับค่าใช้จ่ายสำหรับซิสเต็มเต็มระบบสักชุดแล้ว แทบจะไม่แตกต่างกันเท่าไร อาจจะมากกว่างบเท่านี้อีกด้วยซ้ำ พร้อมเซฟพื้นที่ภายในบ้าน ให้เหลือสำหรับทำกิจกรรมอื่นๆ มือใหม่หรือผู้ที่ไม่เคยสัมผัส ไม่มีความรู้ด้านเสียงเครื่องก็สามารถใช้งานได้ทันที คาลิเบรตปรับแต่งเสียงให้ถูกใจได้ตลอดเวลา Yamaha YSP-2700 จึงเป็นอีกตัวเลือกแนะนำ ที่ไม่ควรมองข้าม จบได้ในชุดเดียว

สำหรับท่านใดที่อยากรับฟังเสียงสดๆ พร้อมทดสอบความสามารถดังที่รีวิวไป สามารถไปทดสอบด้วยตัวท่านเองได้ที่ แผนก Power Buy ของห้างสรรพสินค้า The Mall ทุกสาขาและยังมีโชว์รูมที่ทาง Yamaha ได้จำลองห้องโฮมเธียเตอร์เอาไว้ให้ทุกท่านได้เปิดประสบการณ์การรับชม มีที่ใดบ้างนั้น อ่านรายละเอียดตามนี้เลย…

Yamaha Shop in Shop 5 สาขา
1.ร้าน HI STYLE HI FI สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ พลาซ่า ชั้น 3 โทร. 02-646-1874-5  
2.ร้านนำชัยโฮม อิเล็คโทรนิคส์ สาขาพัทยากลาง จังหวัดชลบุรี โทร. 038-716-040 
3.ร้านนิยมพานิช จังหวัดเชียงใหม่ โทร. 053-270-020 
4.ร้านสหพานิช จังหวัดเชียงใหม่ โทร. 053-220-999 
5.ร้าน พี.เค.อินเตอร์ มิวสิค จังหวัดภูเก็ต โทร. 076-218-884 และ 089-729-8858

รวมทุกฟีเจอร์ทันสมัย ใช้งานได้จริง ไร้ความยุ่งยาก

ข้อดีของ Yamaha YSP-2700
1. ทำเซอร์ราวด์ได้สมจริง ให้มิติเสียงไม่แพ้ชุดเต็มระบบ
2. ซับวูฟเฟอร์ตอบสนองย่านต่ำได้ลึก เบสกระชับว่องไว เอาอยู่ทุกการฟัง
3. มีฟีเจอร์ IntelliBeam ช่วยคาลิเบรตเสียงให้อัตโนมัติ แม้ไม่มีความรู้ก็ตาม
4. รองรับการเชื่อมต่อทันสมัย รองรับการใช้งานในระยะยาว มีอินพุต HDMI ให้เยอะ

ข้อเสียของ Yamaha YSP-2700
1. ราคาค่อนข้างสูงหากเทียบกับซาวด์บาร์ทั่วไป แต่ดูสมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับชุดเต็มระบบ
2. เสียงค่อนข้างจัดจ้าน อาจไม่ถูกหูผู้ที่ชื่นชอบความนุ่มนวล สามารถปรับแก้ที่เมนู Option
3. ไม่รองรับการเล่นไฟล์ผ่าน USB Drive แต่แทบไม่จำเป็น เพราะใช้งานผ่านการเชื่อมต่ออื่นๆ ที่ครบครันได้

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้