ข้ามไปที่เนื้อหา
|

รีวิว ASUS MX279H – ดีไซน์เรียบง่ายดุจดังนาฬิกาแดด คุณภาพทั้งภาพและเสียงไม่เป็นสองรองใคร !!

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 22 Jan 2022 0 ความคิดเห็น

รีวิว ASUS MX279H – ดีไซน์เรียบง่ายดุจดังนาฬิกาแดด คุณภาพทั้งภาพและเสียงไม่เป็นสองรองใคร

หลายครั้งหลายคราวที่แฟนๆ เว็บไซต์ LCDTVTHAILAND ได้ถามเรามาว่านอกจากจะรีวิว ทีวี แล้วไม่มีรีวิว “จอมอนิเตอร์” ให้ได้ชมกันบ้างเลยเหรอ? ทางเราจึงทนกระแสกดดันจากท่านผู้อ่านมิไหวประจวบเหมาะกับทาง บริษัท เอซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดส่งจอมอนิเตอร์รุ่น MX279H ขนาด 27 นิ้วมาให้ทางเราได้รีวิวพอดีเลย

โดยกระผมนาย OatState ก็ได้รับมอบหมายให้จัดการชำแหละ และรีวิวเจ้า ASUS MX279H ในครั้งนี้ ซึ่งใน MX Series อย่างเจ้า MX279H ถือว่าเป็นตัวเรือธงของทาง ASUS เลยก็ว่าได้ และอาจจะกำลังเป็นที่หมายตาจากเหล่าเกมส์เมอร์ด้วยเช่นกัน

ASUS MX279H
ราคา 21,900 บาท

นอกจากนี้เจ้า ASUS MX279H ยังโดดเด่นด้วยหน้าจอ (Panel) แบบ AH-IPS ที่ให้สีสันสดใสและสมจริง แถมยังให้มุมมองที่กว้างมากถึง 178 องศา (แนวตั้ง-แนวนอน) ถึงแม้ว่าหน้าจอที่ให้มาจะใหญ่ถึง 27 นิ้ว แต่ก็ยังอัดแน่นด้วยความละเอียดระดับ 1080p ( Full HD) ที่ 1920 x 1080 พิกเซล “ซึ่งคุณภาพของภาพเบื่องต้นเรามิอาจจะการันตีอะไรได้คงต้องไปทดสอบกันในลำดับถัดไป”

ที่แน่ๆ เมื่อมองด้วยตาเปล่าคงจะเป็นเรื่องของดีไซน์ที่ต้องขอบอกว่าโดนใจจริงๆ “กระผมให้ผ่านจ้า อิอิ” จะพูดมากไปกว่านี้เดี๋ยวจะเสียเวลาเปล่าๆ และเพื่อไม่ให้เป็นการเวิ่นเว้อ กระผมขอเชิญทุกๆ ท่านพบกับรีวิว ASUS MX279H ได้ ณ บัด Now !!

มาเรียกน้ำย่อยก่อนจะไปรับชมรีวิว ด้วยสเปคของ ASUS MX279H เป็นออเดิร์ฟคร่าวๆ ไปก่อน

ดีไซน์

ก่อนอื่นกระผมต้องขอพาคุณผู้อ่านไปลงลึกยังส่วนของ “ดีไซน์ หรือ การออกแบบ” กันก่อน สำหรับเจ้า ASUS MX279H นั้นเป็นจอมอนิเตอร์ที่มีดีไซน์เรียบหรู สง่างาม และเพรียวบางได้ขนาดนี้ มันก็ต้องมีประวัติกันเล็กน้อยใช่ไหมล่ะ?

ของแถมและสายเชื่อมต่อที่ทาง ASUS ได้แถมมาให้ในกล่อง

อุปกรณ์ที่แถมมาให้พร้อมกับ ASUS MX279H มีดังนี้
   1. คู่มือการใช้งาน จำนวน 1 ชุด
   2. บัตรรับประกัน จำนวน 1 ใบ
   3. สายสัญญาณภาพแบบ RGB จำนวน 1 ชุด
   4. สายสัญญาณภาพแบบ DVI จำนวน 1 ชุด
   5. สายไฟ AC และอแดปเตอร์ จำนวน 1 ชุด

หมายเหตุอุปกรณ์ที่แถมมาให้ในชุดที่จำหน่ายจริงอาจจะมีมาให้มามากกว่าชุดที่ทีมงานนำมารีวิวทดสอบ

จ๊ะเอ๋!! พระเอกของเราออกมาแล้ว สิ่งแรกที่เตะตาและต้องร้องออกมาว่า “ยูเรก้า” นั้นก็ คือ ขอบจอ

โดยทาง ASUS ได้ออกแบบให้ขอบของหน้าจอมีความบางเพียงแค่ 0.8 มิลลิเมตรเท่านั้น ทำให้เมื่อเรานำไปใช้งานจริงจะรู้สึกว่าภาพที่แสดงออกมาดูมีมิติ ตื้น-ลึก และสมจริงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากการที่ขอบจอมีลักษณะบางจึงทำให้ไม่รู้สึกว่าไปเกะกะสายตาของผู้ใช้งานนั่นเอง

ส่วนควบคุมการตั้งค่าต่างๆ ของจอมอนิเตอร์จะอยู่ที่แผงด้านล่างทางมุมขวา (เมื่อหันหน้าเข้าหาจอ)

ปุ่มควบคุมที่มีมาให้ประกอบด้วย (จากซ้ายไปขวา)
   1. ปุ่มสำหรับปรับ Grid บนหน้าจอมีให้เลือก 3 รูปแบบ คือ Alignment Grid, Photo และ Document
   2. ปุ่ม OSD menu สามารถใช้เลือกเป็นคีย์ลัดในการเลือกโหมดภาพได้ และใช้เป็นปุ่มย้อนกลับ   
   3. ปุ่ม Volume hotkey, ใช้เป็นปุ่มเลื่อน ซ้าย/ลง
   4. ปุ่ม Menu หลัก
   5. ปุ่ม Brightness hotkey, ใช้เป็นปุ่มเลื่อน ขวา/ขึ้น
   6. ปุ่มสำหรับเลือก Input
   7. ปุ่ม Power

สำหรับที่ขอบจอด้านล่าง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดที่ค่อนข้างเตะตาผู้พบเห็นเลยก็ว่าได้ ซึ่งเมื่อสังเกตใกล้ๆ จะพบว่ามีความมันวาว เพราะเป็นพลาสติกที่เคลือบด้วยสีเงินขัดลาย และยังแอบแฝงไปด้วยความเรียบง่าย

ถัดมาต่อกันที่มุมซ้ายจะมีสกรีนคำว่า IPS, HDMI และเทคโนโลยีเสียง SonicMaster ที่ทาง ASUS ได้ ทำการพัฒนาร่วมกับทีม Bang & Olufsen รวมถึง Audio by Bang & Olufsen ICEpower ด้วยเช่นกัน

ที่กึ่งกลางขอบจอด้านล่างจะสังเกตเห็น Logo ASUS แบบ 3 มิติที่มีลักษณะนูนขึ้นมา

อีกจุดเด่นสำคัญที่ทำให้เจ้า ASUS MX279H มีดีไซน์ออกมาอย่างที่เราได้เห็นกันนั่นก็คือ “ฐานตั้งจอ” ซึ่งนักออกแบบได้นำเอาความเรียบง่ายของ “นาฬิกาแดด” มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบเจ้า MX279H สังเกตได้จากเส้นสายของฐานตั้งจอไล่ขึ้นไปยังแขนที่ใช้รับน้ำหนักตัวจอมอนิเตอร์นั่นเอง

หมายเหตุ ถ้าใครนึกถึงหน้าตาของนาฬิกาแดดไม่ออกลองไปถามอากู๋ดูจ้า แล้วท่านจะร้อง อ่อ ^^

ตัวจอมอนิเตอร์เมื่อมองจากด้านข้างถือว่าค่อนข้างบางเลยล่ะ โดยมีความหนา เพียงแค่ 17.5 มิลลิเมตรเท่านั้น

ถ้าซูมเข้าไปที่ขอบจอข้างขวาใกล้ๆ จะพบกับสกรีนคำว่า “Designed by ASUS in TAIWAN”

แม้ว่าทาง ASUS จะให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ที่ด้านหน้ามากเพียงใด แต่ทีมออกแบบ ก็ยังไม่ลืมที่จะเก็บรายละเอียดที่ด้านหลังของจอมอนิเตอร์ด้วย

วัสดุที่ด้านหลังทำมาจากพลาสติกที่ทนทาน โดยมีการเลือกใช้สีดำแบบมันเงาและที่ขอบจอทั้ง 4 ด้าน จะมีความโค้งมนเล็กน้อยไม่ถึงกับเหลี่ยม ส่วนตรงกลางจะเป็นลอยปั้มคำว่า “ASUS”

ถัดมาที่แขนหรือขายึดจออันนี้กระผมก็เรียกไม่ถูก แต่ที่แน่ๆ มันสามารถปรับ ก้ม-เง้ย หน้าจอได้ที่มุม -5 ถึง 20 องศา

ส่วนที่มุมด้านล่างสุด ซ้าย-ขวา จะเห็นว่ามีช่องตะแกรงเล็กๆ ซึ่งช่องนี้ก็เป็นทาง ออกของเสียงที่เปล่งมาจากไดรเวอร์ทางด้านในนั่นเอง

เมื่อพลิกมาดูที่ด้านใต้จะพบกับช่องลำโพงอีก 2 ช่อง โดยเจ้า ASUS MX279H ได้รับการออกแบบ ตัวไดรเวอร์จากทีม ASUS Golden Ear และทีม Bang & Olufsen ICEpower

ซึ่งขุมพลังที่ใช้ในการถ่ายทอดเสียงออกมาให้เราได้ยินนั้นเป็นลำโพงที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 32 มิลลิเมตร จำนวน 2 ตัว มาพร้อมกับ Amplifier ในตัวและให้กำลังขับมากถึง 5 วัตต์ต่อแชนแนล

ช่องต่อ

หลังจากที่กระผมได้พาท่านผู้อ่านไปชมในส่วนของดีไซน์ และเล่าถึงประวัติความเป็นมาว่าทำไมเจ้า ASUS MX279H ถึงได้มีดีไซน์ออกมาเช่นนี้ จากนี้จะขอเปลี่ยนบรรยากาศไปชมส่วนที่เป็นช่องต่อกันบ้างต้องขอบอกว่าทาง ASUS ก็ใส่มาให้เกือบๆ เต็ม Max เช่นกัน ซึ่งจะมีช่องต่อชนิดไหนมาให้ใช้งานบ้างต้องไปดูกัน !!

สำหรับปุ่มควบคุมที่ติดมากับตัวจอมอนิเตอร์เป็นปุ่มแบบสัมผัส ซึ่งปุ่มชนิดนี้ เรามักเห็นในจอมอนิเตอร์ระดับพรีเมียม

ช่องต่อที่แถมมาให้ถือว่าพอเหมาะกับการใช้งานเลยล่ะ โดยเฉพาะพอร์ต HDMI ที่ให้มามากถึง 2 พอร์ต

ช่องต่อที่มาพร้อมกับเจ้า ASUS MX279H มีดังนี้
   1. พอร์ต HDMI จำนวน 2 พอร์ต
   2. พอร์ต VGA จำนวน 1 พอร์ต
   3. พอร์ต Audio input จำนวน 1 พอร์ต
   4. พอร์ต Earphone jack จำนวน 1 พอร์ต
   5. พอร์ต DC in (Power) จำนวน 1 พอร์ต
   6. Kensington Lock (ด้านล่าง) สำหรับไว้คล้องกับสายล็อคจอกันจอหาย

ภาพ

ถึงแม้ว่า ASUS MX279H จะมาพร้อมกับดีไซน์และช่องต่อที่เลิศหรูมากน้อยเพียงใด แต่หัวใจหลังของทีวี และจอมอนิเตอร์ก็คงจะไม่พ้นเรื่องของคุณภาพของภาพ ซึ่งส่วนนี้จะเป็นตัวชี้วัดได้เลยว่าจอภาพนี้จะดีหรือไม่ดี และจะน่าใช้หรือไม่? โดยเจ้า MX279H จะเป็นอย่างไรนั้นต้องไปชมกัน

ก่อนที่เราจะไปทดสอบเรื่องคุณภาพของภาพ และการปรับภาพนั้น ขอทดสอบกันที่อัตราการบริโภคพลังงานกันก่อน

โหมดภาพสำเร็จรูปที่มากับเจ้า ASUS MX279H จากการใช้เครื่องวัดไฟมีอัตราการกินไฟดังนี้

หลังจากที่วัดอัตราการกินไฟไปแล้ว เราจะมาเริ่มทดสอบคุณภาพของภาพได้นั้นทางทีมงานจะต้องเอาเจ้า ASUS MX279H ไปเข้าคอร์สปรับภาพและวัดอุณหภูมิสี เพื่อให้การทดสอบในครั้งนี้ออกมาได้แม่นยำที่สุด ทางทีมงานได้ใช้เครื่อง Calibrate และซอฟต์แวร์ของ CALMAN มาใช้ในการปรับภาพครั้งนี้

จากการวัดค่าในแต่ละโหมดจะมีค่า “อุณหภูมิสี / ความสว่าง” ดังนี้

จากการวัดค่าอุณหภูมิสีเบื้องต้น เราพบว่าตัวจอมอนิเตอร์นี้มีข้อดีคือ สามารถให้อุณหภูมิสีได้ใกล้เคียงกับค่ามาตรฐาน (6,500K) อย่างเห็นได้ชัด ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เจ้า ASUS MX279H สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการนำไปใช้รับชมภาพยนตร์, เล่นเกมส์, ทำงานกราฟฟิก และทำงานเอกสาร รวมถึงการใช้งานในด้านอื่นๆ ได้ดี

จากโหมด Scenery จะเห็นว่าค่าสี RGB ค่อนข้างจะ Balance ทำให้ค่าสีค่อนข้างตรง

สำหรับโหมด sRGB จากกราฟจะเห็นว่าค่ากราฟ G (สีเขียว) ต่ำมาก และให้ความสว่างมากกว่าโหมดอื่น แต่ในเรื่องของสีสันจะติดอึมครึม

หลายท่านอาจจะยังสงสัยว่าแล้วเราจะเลือกใช้งานโหมดไหนดีล่ะ? ซึ่งถ้าให้กระผมแนะนำก็จะเป็นโหมด Scenery เพราะว่าในโหมดนี้ให้ค่าของอุณหภูมิสีได้ค่อนข้างใกล้เคียงมาตรฐาน และให้ความเป็นธรรมชาติของภาพได้สมจริงที่สุด แถมสีสันยังไม่จี๊ดจ๊าดเกินไป

หมายเหตุค่าที่ใช้อ้างอิงคือ 6,500K = อุณหภูมิแสงสีขาวที่ใช้ในการอ้างอิงสำหรับการมองเห็น ซึ่งใช้เป็นมาตรฐานในอุตสาหกรรมวีดีโอ

ทดสอบกันที่การแสดงผลภาพว่ามีส่วนไหนที่ล้นขอบจอบ้างไหม ด้วย Pattern ที่เราคุ้นเคยจากแผ่น DVE

จากสเปคของตัวจอมอนิเตอร์เบื้องต้นจะเป็นจอภาพขนาด 27 นิ้วมีความละเอียดอยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล และที่สำคัญเจ้า ASUS MX279H ก็มีสัดส่วนของภาพ (Aspect Ratio) อยู่ที่ 16:9 โดยที่ปรับภาพให้เป็นแบบ 1:1 Pixel Matching หรือการให้จอแสดงรายละเอียดต่างๆ ออกมาได้ครบถ้วน

ผลที่ได้พบว่าตัวจอมอนิเตอร์สามารถแสดงรายละเอียดของภาพออกมาได้อย่างครบถ้วน (ภาพด้านบน) ซึ่งสังเกตได้ที่เส้น Scale ไม่มีส่วนไหนที่ล้นออกนอกขอบจอไปเลย

ในทางกลับกัน เมื่อลองปรับไปที่ Overscan จะพบว่าที่ขอบ บน-ล่าง หรือขอบ ซ้าย-ขวา จะมีส่วนที่ถูก Crop หายไปบางส่วน

การไล่ความสว่างจากฉากสว่างไปมึดทำออกมาได้ดี แม้ในฉากที่ออกไปทางมึดจะติดดำไปนิดนึง แต่ก็ยังคงให้มิติของภาพของมาได้ดีอย่างเห็นได้ชัด

แสดงสีสันได้สดใสและเป็นธรรมชาติ ไม่ติดเฉดสีที่จี๊ดจ๊าดจนเกินไป

ทำให้รับชมในเวลานานๆ แล้วไม่เกิดอาการเมื่อยล้าสายตาได้ง่าย และเนื่องจากด้านหน้าของตัวจอมอนิเตอร์เป็นจอแบบด้านจึงช่วยในเรื่องของการลดแสงสะท้อนที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมภายนอกได้ดี

ลำโพงที่ติดมากับเจ้า ASUS MX279H ต้องขอบอกว่าใช้ดู “The Fast and The Furious” เสียงกระหึ่มเกินตัว !! ไม่ว่าจะเป็นฉากตอนที่รถระเบิด ตัวซับวูฟเฟอร์ก็สามารถถ่ายทอดความมันออกมาได้ลงตัว

ในส่วนของการแสดงรายละเอียด และเฉดสีของคน

โดยใช้ภาพยนตร์เรื่อง “Journey 2” ที่ทีมงานเราคุ้นเคยเรียกได้ว่าดูกันเป็นพันๆ รอบแล้วล่ะ สำหรับผลที่ออกมาถือว่าคุณภาพของภาพที่แสดงออกมาค่อนข้างใกล้เคียงกับจอที่อยู่ในทีวีตัวเทพๆ เลยจ้า ถึงแม้จะติดโทนอุ่นไปสักเล็กน้อยก็ตาม

ทดสอบการใช้งานกับเครื่องเล่น Blu-ray ไปแล้ว ขอนำเจ้า ASUS MX279H ไปต่อเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ กันบ้าง เดี๋ยวจะหาว่าใช้งานไม่ถูกต้องตามจุดประสงค์ของจอมอนิเตอร์ อิอิ

เริ่มด้วยความคมชัดในการใช้งานท่องเว็บไซต์

เนื่องด้วยจอของ ASUS MX279H มีขนาดจอที่ใหญ่ แต่สามารถแสดงผลได้ในระดับ 1080p หลายๆ ท่านอาจจะสงสัยว่าจอใหญ่ขนาดนี้ เมื่อนำไปใช้งานกับคอมพิวเตอร์ภาพมันจะคมชัดไหม? ตัวหนังสือจะแตกหรือเปล่า?

ต้องขอบอกเลยว่าไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเลย ถึงแม้ว่าถ้ามองใกล้ๆ จะเห็นเป็นเม็ดพิกเซลอยู่บ้าง แต่ในการใช้งานจริงเราไม่ได้ไปนั่งใกล้ถึงกับจ้องอะไรขนาดนั้นอยู่แล้ว ซึ่งจากการทดสอบด้วยการใช้งานในระยะประมาณ 1.5-2 ฟุต กระผมพบว่าในส่วนของการแสดงตัวอักษร และภาพถือว่าคมมาก ทำให้แทบจะไม่เห็นรอยหยักของเส้นโค้งเลยแม้แต่นิดเดียว (ใครกำลังเล็งๆ อยู่หายห่วงไปได้)

เอามาเปิดดู “โคนัน” ด้วยโปรแกรม KMPlayer ภาพสดใสเต็มจอ แถมซับไตเติ้ลก็คมกริบ !!

มาถึงทีเด็ดของรีวิวนี้กันเลย เหล่าเกมส์เมอร์ต้องกำลังรอผลทดสอบเมื่อนำไปเล่นเกมส์อยู่แน่ๆ เลย โดยกระผมได้แอบนำเจ้า ASUS MX279H ไปเล่นเกมส์ด้วยจะเป็นอย่างไรไปชมกัน

ใช้เล่นเกม “Battlefield 3” จอใหญ่สะใจเต็มตาดี ให้มุมมองที่กว้างอย่างเห็นได้ชัด

หรือจะเล่นเกม “Crysis 3” เจ้า ASUS MX279H ก็แสดงรายละเอียดได้คมชัด ไม่ว่าจะเป็นเส้นสาย ของวัตถุต่างๆ ที่อยู่ภายในเกม Crysis 3 ก็แสดงออกมาได้หมด

เปลี่ยนมาลอง “Sleeping Dog” ในฉากที่มีการเคลื่อนไหว (Motion) เร็วๆ ทำออกมาได้ดีทีเดียว ไม่มีอาการGhost ให้เห็น

หากเบื่อเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์จะเอาเจ้า ASUS MX279H ไปต่อเล่นกับเครื่องเล่นเกมส์ Play Station 3 ภาพดีใช่ย่อยนะจะบอกให้

เสียง

เสร็จจากการทดสอบเรื่องภาพกันไปแล้ว ซึ่งคุณภาพของภาพที่เจ้า ASUS MX279H ทำออกมาได้นั้นถือว่าดีมากไม่เสียชื่อ ASUS เลยจ้า แต่แอบเห็นว่าจอมอนิเตอร์รุ่นนี้เขาไม่ธรรมดาจริงๆ เพราะว่ามันมาพร้อมกับไดรเวอร์ขนาด 32 มิลลิเมตรจำนวน 2 ตัว ที่ถูกพัฒนาโดยทีม ASUS และ Bang & Olufsen

โดยตัวไดรเวอร์จะถูกขับเคลื่อนด้วยขุมพลังจาก Amplifier ข้างละ 5 วัตต์ พร้อมทั้งยังได้ใส่เทคโนโลยี ASUS SonicMaster, Bang & Olufsen ICEpower® และ Class D MobileSound 3 เข้าไปด้วย

ASUS MX279H รองรับ Input ระบบเสียงแบบ PCM 2 แชนแนล ที่ 44.1KHz-48KHz

ซึ่งจากการใช้งานจริงไม่ว่าจะเป็นการใช้รับชมภาพยนตร์ เล่นเกมส์ และรวมถึงการใช้ฟังเพลง เจ้าลำโพงที่ติดมาในตัวสามารถตอบสนองเสียงในย่านความถี่ สูง-ต่ำได้ดีเลยทีเดียว โดยเสียงที่เปล่งออกมาจากเจ้า ASUS MX279H ค่อนข้างมีน้ำมีมวลไม่ได้แหบแห้งมากไปนัก ในส่วนของเสียงเบสทำได้โดดเด่นกว่าจอมอนิเตอร์ในท้องตลาดที่มีลำโพงมาให้ ระดับเสียงก็ดังดี ถึงแม้จะไม่ดังบ้านแตก ทั้งนี้โดยรวมแล้วกระผมคิดว่าทำได้ดีเกินคุ้ม เหมาะสำหรับท่านที่ไม่อยากจะต่อลำโพงแยก

สรุป

อ่านรีวิวกันมาตั้งนานในที่สุดก็มาถึงส่วนท้ายๆ สุดแล้วนะจ๊ะ โดยรวมแล้วถ้าถามกระผมว่าชอบเจ้า ASUS MX279H ไหม? กระผมขอตอบว่า “ค่อนข้างจะชอบตรงดีไซน์เป็นพิเศษ”

เนื่องจากตัวขอบของหน้าจอมีความบางมาก ทำให้เมื่อนำไปใช้งานจริงแล้วจะรู้สึกได้เลยว่าไม่มีอะไรมาเกะกะสายตาเรา และความบางของขอบยังไปช่วยเพิ่มมิติของภาพอีกด้วย ทั้งนี้ในส่วนของปุ่มควบคุมที่ซ่อนอยู่ตรงแถบด้านล่างยังเป็นแบบสัมผัสอีกด้วย จากลักษณะการออกแบบดุจดังนาฬิกาแดดที่มีความเพรียวบาง แต่เต็มไปด้วยความเรียบหรู จึงทำให้เจ้า ASUS MX279H ได้คว้ารางวัล 2012 Good Design Awards มาด้วยนะจะบอกให้ !!

มาดูในส่วนของคุณภาพของภาพกันบาง จากการทดลองปรับภาพและวัดอุณหภูมิสีไปแล้วถือว่าค่าที่แสดงออกมาดีเกินคาด พบว่าโหมดสำเร็จรูปอย่าง Scenery Mode มีอุณหภูมิสีอยู่ที่ 6,459K เมื่อเทียบกับค่ามาตรฐานของอุณหภูมิสีแล้ว +/-41 เท่านั้น (ค่าอ้างอิงมาตรฐานของอุณหภูมิสีอยู่ที่ 6,500K)

ASUS MX279H
ราคา 21,900 บาท

ตัวจอมอนิเตอร์เมื่อนำไปใช้งานจริงพบว่าสู้แสงได้ดี อาจเป็นเพราะว่าด้านหน้านั้นเป็นจอแบบด้านเวลานำไปใช้งานในห้องที่ควบคุมแสงได้ยากจึงไม่เกิดอาการสะท้อน แถมยังมีความละเอียดระดับ Full HD ที่ขนาดหน้าจอ 27 นิ้ว ซึ่งสามารถตอบสนองการแสดงสีสันที่สดใส ทั้งเรื่องของรายละเอียดของเส้นและการแสดงตัวอักษรก็ไม่ค่อยมีรอยหยักให้เห็น

ถัดไปที่การต่อใช้งานกับคอมพิวเตอร์ก็เหมือนกับจอมอนิเตอร์ทั่วๆ ไป แต่แอบต่างกันตรงที่สามารถให้มิติของภาพดีกว่า หากเกมส์เมอร์ที่กำลังมองหาจอมอนิเตอร์ดีๆ มาใช้งานสักตัว เจ้า ASUS MX279H ที่มาพร้อมกับหน้าจอแบบ AH-IPS สามารถให้มุมมองได้กว้างถึง 178 องศา ทั้งยังให้ความเอิบอิ่มของสีสันได้สมจริง ถึงแม้ว่าจะมี Response Time อยู่ที่ 5ms แต่จากที่ได้ลองเอาไปเล่นเกมส์ก็ไม่มีอาการ Ghost ให้เห็นแต่อย่างใด

ปิดท้ายด้วยเรื่องของระบบเสียงที่ถือว่าทาง ASUS ทำการบ้านมาดี เพราะว่าลำโพงที่ติดมากับจอมอนิเตอร์เป็นผลงานที่พัฒนาร่วมกันระหว่าง ASUS กับ Bang & Olufsen โดยคุณภาพของเสียงนั้นไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเสียงเบสที่หนักแน่นกำลังดีไม่ถึงกับมาเป็นลูกๆ เสียงกลางที่ไม่แหบแห้งเหมือนกับลำโพงที่ติดมากับจอมอนิเตอร์ทั่วไป

ข้อดีของ ASUS MX279H มีดังนี้
   1. อุณหภูมิสีใน Scenery Mode มีความเที่ยงตรงแทบจะไม่ต้องไปปรับค่าอะไรเพิ่มเติม
   2. ในโหมดสำเร็จรูปที่ให้มาทั้งหมดสามารถเข้าไปปรับแต่งค่าได้เยอะ รวมถึง Color Temperature (1P calibration process) แต่ยังไม่รองรับการปรับ CMS
   4. ดีไซน์เรียบหรู แถมยังมาพร้อมกับขอบจอที่เพียวบาง
   5. คุณภาพเสียงที่ได้จากลำโพงดูมีน้ำมีนวลรายละเอียดชัดเจน หนักแน่นกว่าลำโพงที่ติดมากับจอมอนิเตอร์ทั่วไป
   6. สามารถปรับ ก้ม-เงย หน้าจอได้
   7. ให้ HDMI Input มามากถึง 2 พอร์ต

ข้อเสียของ ASUS MX279H มีดังนี้
   1. ขาตั้งไม่สามารถปรับหัน ซ้าย-ขวา ได้
   2. ด้านหลังจอทำมาจากพลาสติกสีดำมันเงา อาจจะเป็นรอยขนแมวได้ง่าย

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้