รีวิว BenQ ZOWIE 2546K การอัพเกรดอีกครั้ง เพื่อตอกย้ำความเป็นที่สุดของ e-Sport Monitor!!! | LCDTVTHAILAND

ผ่านมาสักพักใหญ่แล้วหลังจากที่ BenQ ได้เปิดตัว Zowie XL2546 จอ e-Sport Gaming Monitor ที่เกมเมอร์กล่าวขานกันว่านี่คือจอสำหรับการเล่นเกมและการแข่งขันที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่งในท้องตลาด
ในตอนนี้ก็ถือได้เวลาอันสมควรแล้วที่ทาง BenQ จะได้เปิดตัว Zowie XL2546K จอรุ่นต่อยอดที่มีการปรับปรุง พัฒนาความสามารถและประสิทธิภาพขึ้นอีกเพื่อตอกย้ำความเป็นที่สุดของจอสำหรับโปรเพลยเยอร์หรือนีกกีฬา e-Sport มืออาชีพ แน่นอนว่าพูดกันมาขนาดนี้ในรีวิวนี้เราจะมาเจาะลึกถึงรายละเอียดของ Zowie XL2546K จะมีอะไรที่โดดเด่นกว่าเดิมและยอดเยี่ยมกว่าเดิมบ้างมาดูกันได้เลยครับ!!
– ขนาด 24.5”
– ความละเอียดภาพ 1920×1080 พิเซล
– พาแนล TN คุณภาพสูง
– Refresh Rate 240Hz Native
– HDMI 2.0, Display Port 1.2
– มี S-switch
– มีฟีเจอร์ DyAc+, Color Vibrance, Black eQualizer
– ราคาเปิดตัว 19,900 บาท

ดีไซน์
ดีไซน์ของ ZOWIE XL2546K เรียกว่ามีการปรับปรุงจาก XL2546 แบบยกเครื่องใหม่หมดโดยยังคงรูปแบบดีไซน์อ้างอิงจากรุ่นก่อนไว้บ้าง แต่จะเพิ่มเติมด้วยการย้ายรายละเอียดส่วนต่างๆ ของจอที่นักกีฬาหลายคนได้ส่ง Feedback ให้กับทางแบรนด์เพื่อปรับปรุงให้จอนั้นตอบสนองต่อการใช้งานและแข่งขัน e-Sport ได้ดีกว่าเดิม
ไม่ว่าจะเป็นการย้ายปุ่มเปิด – ปิด เครื่องไปที่ด้านหลัง เปลี่ยนมุมยึดหูฟัง มีการปรับแต่งส่วนต่างๆ ให้เล็กลงและดูกระชับกว่าในรุ่นก่อนซึ่งโดยรวมแล้วเปรียบได้ว่าเป็นการปรับปรุงงานดีไซน์ที่ดีอยู่แล้วให้ลงตัวขึ้นไปอีกเพื่อตอบโจทย์กับการเล่นเกมแบบจริงจังยิ่งกว่าเคย
เริ่มกันที่ขนาดของจอจะอยู่ที่ 521.2 (สูงสุด) / 442.9 (ต่ำสุด) x 571 x 200.2 มม. (สูง x กว้าง x ลึก) โดยบริเวณฐานของจอจะถูกปรับให้มีขนาดเล็กลง ทาง ZOWIE ได้บอกว่าการปรับขนาดฐานที่เล็กลงนั้นช่วยเพิ่มพื้นที่ให้กับนักกีฬาที่มีการเคลื่อนไหวทั้งการวางเมาส์และคีย์บอร์ดให้เหมาะสมกับแต่ละคนได้มากยิ่งขึ้น

หน้าตรงของ ZOWIE 2546K ดีไซน์สวยงามคงความเป็น e-Sport ไว้อย่างเต็มเปี่ยม

ปรับมุมมองได้ทั้งด้านซ้ายและขวา

จอสามารถปรับระดับความสูงได้ด้วยเช่นกัน

ปรับระดับมุมมองทั้ง ก้ม-เงย ได้

การปรับดีไซน์ของฐานทำให้ตอบโจทย์นักกีฬา e-Sport ในการวางเมาส์และคีย์บอร์ดได้ตามความถนัด

นักกีฬา e-Sport บางคนจะมีการวางเมาส์และคีย์บอร์ดที่ไม่เหมือนผู้เล่นทั่วไป ซึ่งจอรุ่นนี้ก็ตอบโจทย์ได้อย่างดีเยี่ยมจากดีไซน์ที่ขัดเกลามาเพื่อนักกีฬาอย่างแท้จริง

ชิลด์ป้องกันสายตาในรุ่นนี้เป็นแบบสลักเกี่ยวไม่จำเป็นต้องใช้ไขควงในการประกอบแล้ว

มาร์คเกอร์วัดระดับหน้าจอทำให้เราสามารถจำระดับความสูงของจอที่ตั้งค่าไว้ได้ แม้เคลื่อนย้ายจอออกไปนอกสถานที่

ช่องต่อจะถูกย้ายมาบริเวณด้านล่างของจอ โดยประกอบไปด้วย HDMI 2.0 x3 (รองรับ 240Hz ทั้ง 3 ช่อง) / DP 1.2 / headphone jack ขาดไปก็เป็นแค่ USB-Hub เท่านั้น

ที่แขวนหูฟังก็ถูกนำมาไว้ที่บริเวณด้านหลังเช่นเดียวกัน

ปุ่มสำหรับควบคุมและปุ่ม เปิด-ปิด หน้าจอก็ถูกย้ายมาไว้ข้างหลังด้วย

เปรียบเทียบระหว่าง ZOWIE XL 2546K (ซ้าย) และ ZOWIE XL 2546 (ขวา) จะเห็นได้ว่าฐานของรุ่นใหม่เล็กลงช่วยเพิ่มพื้นที่ใต้จอได้อย่างชัดเจน

ZOWIE XL 2546K (ซ้าย) และ ZOWIE XL 2546 (ขวา) ดีไซน์ด้านข้างก็ถูกปรับด้วยเช่นกัน

ด้านหลังของ ZOWIE XL 2546K (ซ้าย) จะดูโค้งมนกว่ารุ่น XL 2546 และมีความบางลงด้วย

S-Switch รุ่นใหม่เพิ่มการควบคุมของปุ่มลูกกลิ้งตรงกลางให้เลื่อน ซ้าย-ขวาได้แล้ว สะดวกกว่าเดิม
ภาพ
สำหรับด้านภาพของ XL2546K ตัวจอรุ่นนี้จะมาพร้อมกับขนาด 24.5 นิ้วความละเอียด Full HD 1080p บนพาแนล TN รองรับอัตรา Refresh Rate แบบ 240Hz “แท้ๆ” และปรับปรุงอัตราการตอบสนองที่รวดเร็วกว่าเดิมแถมเพิ่มคุณภาพการแสดงผลที่ดีขึ้น
สัมผัสแรกในการใช้งานเมื่อเราปรับค่าการแสดงผลไปที่ 240Hz บนคอมพิวเตอร์นั้นจะให้ความลื่นตากว่าจอแบบ 60Hz แบบสัมผัสได้ เพราะนี่คือจอที่เกิดมาเพื่อเเป็นจอสำหรับการใช้ในการแข่งขัน e-Sport ในระดับสูงอยู่แล้ว การเล่นเกมบนจอ XL2546K นั้นไม่ต้องห่วงเอาอยู่หมดทุกเกมแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกมประเภท FPS ซึ่งต้องการการตอบสนองและการแสดงผลที่รวดเร็วฉับไวเป็นอันดับแรก
โดยการเทสกับเกมอย่าง WarZone, Valorant, CS:GO หรือแม้กระทั่ง APEX: Legends ซึ่งเป็นเกม FPS ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันนั้นตัวจอก็สามารถแสดงผลได้ยอดเยี่ยมการเคลื่อนไหวต่างๆ นั้นทันต่อการตอบสนอง การเปลี่ยนมุมมองเร็วๆ ด้วยเมาส์ การกวาดหาศัตรูบนหน้าจอก็ทำได้อย่างแม่นยำมากกว่าการใช้จอแบบ 60Hz หรือ 144Hz อย่างเห็นได้ชัด รวมถึงรุ่นนี้ยังรองรับฟีเจอร์ AMD FreeSync เรียบร้อยแล้วด้วย (ต้องปิด DyAc+ เมื่อใช้ FreeSync)

การตอบภาพในระดับสุดยอดของ XL2546K ทำได้อย่างยอดเยี่ยม
โหมดภาพจากโรงงานนั้นทาง ZOWIE ได้มีมาให้แบบจัดเต็มหลากหลายโหมดให้เลือกใช้ตามแต่ความถนัดของแต่ละคน แต่ถ้าหากพูดถึงโหมดภาพที่มีการแสดงผลสีสันที่ถูกต้องมากที่สุดจากการวัดผลด้วยเครื่องมือของทาง LCDTVTHAILAND ก็จะเป็นโหมดภาพที่ชื่อว่า Movie โดยโหมดนี้ตัวจอสามารถแสดงผลได้ครอบคลุมมาตรฐานการแสดงผลสีแบบ Rec.709 ได้มากถึง 96.6% และมีค่า Peak Brightness อยู่ที่ 310 nits มีค่าความผิดเพี้ยนของสีหรือ ΔE ที่ 7.3 (Gray Scale) และค่า HDMI Input lag ที่ 13ms (ปิด DyAC+, วัดค่าที่ 60Hz) รวมไปถึงค่า Response Time ที่น้อยมากๆ เพียง 0.5 ms เท่านั้น

มีโหมดภาพหลากหลายโหมดให้เลือก

โหมด Movie ที่แสดงผลได้อย่างเที่ยงตรงที่สุดในโหมดภาพจากโรงงาน

ค่าการแสดงผลของจอในแต่ละโหมดภาพ

ก่อนปรับแต่งถือว่าโอเคเลย

เมื่อมาถึงมือทีมงาน LCDTVTHAILAND แล้วเราก็ต้องรีดศักยภาพของ XL2546K ออกมาให้ถึงที่สุดด้วยการปรับแต่งค่าการแสดงผลเพื่อให้จอสามารถแสดงผลได้อย่างเที่ยงตรงไปอีกขั้นโดยจากการปรับค่าแล้วจอรุ่นนี้ก็สามารถแสดงผลภาพได้เที่ยงตรงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมและเมื่อหลอมรวมกับการแสดงผลใน Refresh Rate 240Hz ยิ่งทำให้ผู้ใช้งานสามารถสัมผัสประสบการเล่นเกมที่ยอดเยี่ยมที่ไม่อาจหาได้จากจอรุ่นอื่นๆ ได้เลย

ค่าหลังการปรับแต่งแล้วดูดีขึ้นกว่าเดิม!!
ด้วยความที่จอรุ่นนี้เป็น e-Sport Monitor ทำให้เรื่องของการแสดงผลที่เที่ยงตรงเป็นเรื่องรองแต่จุดที่สำคัญเป็นเรื่องของการตอบสนองและความฉับไวเสียมากกว่า โดยรวมแล้วการแสดงผลเรื่องความเที่ยงตรงถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจเลยครับ แต่การตั้งค่าโปรไฟล์สีของจอรุ่นนี้เมื่อมีการปรับเซ็ตฟีเจอร์ตัวช่วยอย่าง DyAc+, Black eQualizer หรือ Color Vibrance (ดูรายละเอียดฟีเจอร์เหล่านี้ได้ในส่วน “เพิ่มเติม” ในหัวข้อถัดไป) การตั้งค่าจะถูกเซ็ตกลับมาเป็นค่าเดิมแต่ก็สามารถเลือกปรับการตั้งค่าภาพแบบเฉพาะของเราไว้ที่โปรไฟล์ส่วนตัว 3 โปรไฟล์ที่แยกเอาไว้ได้เหมือนกัน
เพิ่มเติม
อีกหนึ่งจุดเด่นของจอรุ่นนี้ก็คงหนีไม่พ้นฟีเจอร์พิเศษต่างๆ ของจอที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมของเหล่านักกีฬา e-Sport ให้ออกมาได้ถึงขีดสุดไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์อย่าง DyAC+ หรืออีกหลายฟีเจอร์ที่น่าสนใจเดี๋ยวเรามาดูกันว่ามีอะไรกันบ้าง

DyAc+ ฟีเจอร์ที่ช่วยให้การแสดงผลของภาพจะลดอาการเบลอลงเมื่อผู้เล่นนั้นทำการสาดกระสุนหรือในวงการเกมจะเรียกกันว่า สเปรย์ ซึ่งจอทั่วไปเมื่อทำการสาดกระสุนภาพที่แสดงบนจอนั้นจะมีอาการเบลอและทำให้ผู้เล่นนั้นทำการเล็งยิงศัตรูหรือมองภาพเหตุการณ์ในช่วงเวลานั้นได้อย่างลำบาก
โดย DyAc+ นั้นเป็นฟีเจอร์ที่เกิดมาเพื่อลดปัญหาเหล่านั้นช่วยให้ลดอาการเบลอและช่วยให้ผู้ใช้งานโฟกัสภาพบนจอได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยฟีเจอร์นี้จะมีสองระดับให้ปรับนั่นก็คือ High และ Premium โดยผู้เล่นสามารถเเลือกใช้ได้ตามความถนัดเลยครับ

Color Vibrance ที่เป็นการเร่งสีสันของภาพบนจอให้จัดจ้านมากยิ่งขึ้นหรือแม้แต่การลดสีสันลงในระดับขาวดำเลยทีเดียว ซึ่งฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถที่จะสังเกต “วัตถุ, ไอเทม และ ศัตรู” ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งได้เป็นอย่างดี

Color Vibrance มีระดับให้เลือกตั้งแต่ 0 – 20
Black eQualizer ฟีเจอร์ที่ทำให้จอสามารถแสดงผลในส่วนของที่มืดได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ทำให้ผู้ใช้งานมองเห็นตัวละครหรือไอเท็มพิเศษที่ซ่อนไว้ในที่มืดได้มากกว่าการใช้จอแบบปกติ หรือการปิดฟีเจอร์นี้ไว้นั่นเอง ความพิเศษของฟีเจอร์นี้ตัวจอจะไม่ได้เป็นการปรับความสว่างของภาพแบบเดียวกับการเเพิ่มค่า Brightness แต่จะเป็นเพิ่มความสว่างเฉพาะส่วนที่มืดเท่านั้น

เท่านั้นยังไม่พอด้วยการที่จอออกแบบมาให้ใช้สำหรับนักกีฬา e-Sport ทำให้ BenQ ได้ออกแอปฯ ที่ชื่อว่า XL Setting To Share™ สำหรับการเซฟค่าโปรไฟล์ภาพที่เราปรับแต่งเก็บไว้บนคลาวด์ได้ เพื่อที่เวลานักกีฬานั้นเปลี่ยนสถานที่ในการแข่งขันแล้วไปใช้จอรุ่นเดียวกันกับที่ฝึกซ้อมก็สามารถดาวน์โหลดโปรไฟล์ภาพมาใช้งานได้ทันที หรือจะนำไปแบ่งปันกับเพื่อนร่วมทีมเพื่อให้ทุกคนในทีมมีมุมมองภาพในแบบเดียวกันก็ทำได้

XL Setting To Share™
ต้องบอกว่าทุกๆ ฟีเจอร์ของ XL2546K นั้นถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองการเล่นเกมที่จริงจังของเหล่านักกีฬา e-Sport ได้เป็นอย่างดีเลยครับ เพราะสำหรับเกมเมอร์หรือผู้เล่นในระดับสูงการเพิ่มปัจจัยในการสร้างความได้เปรียบนั้นก็เป็นหนึ่งในกุญแจที่จะนำพาผู้เล่นไปสู่ชัยชนะได้นั่นเองครับ
สรุป
BenQ ZOWIE 2546K ถือว่าเป็นการอัพเกรดอีกขั้นของ e-Sport Monitor รุ่นหนึ่งที่ได้การยอมรับมากที่สุดแวดวงเกมเมอร์ ณ ตอนนี้ โดยการอัพเกรดก็มีดีไซน์ที่ตอบโจทย์การใช้งานมากยิ่งขึ้น, ฟีเจอร์ที่อัดแน่น รวมไปถึงด้านภาพที่มีความรวดเร็วมากกว่าเดิมทั้ง Response Time ที่ลดลงเหลือ 0.5 ms บวกกับพาแนลที่มี Refresh Rate 240Hz ซึ่งรองรับการตอบสนองการควบคุมที่รวดเร็วแม่นยำของนักกีฬา e-Sport ได้อย่างถึงขีดสุด ถ้าหากใครที่ต้องการการจอสำหรับฝึกซ้อมเพื่อการแข่งขันเกมหรือเพื่อพัฒนาฝีมือในการเล่นเกมแล้วล่ะก็ จอรุ่นนี้ถือว่าคือตอบที่ดีที่สุดเลยครับ
ข้อดี
1.ดีไซน์ถูกออกแบบมาเพื่อตอบรับกับการเล่นเกมได้ถึงขีดสุด
2.อัตรา Response Time ที่รวดเร็วกว่าเดิม
3.มีลูกเล่นและฟีเจอร์ให้ใช้และเห็นผลจริงทั้ง DyAc+, Black eQualizer, Color Vibrance, XL Setting To Share™
4.รองรับ Refresh Rate สูงถึง 240Hz
5.Input Lag ต่ำมาก
ข้อเสีย
1. USB-Hub ถูกตัดออกไป
2. ไม่รองรับ HDR
3. ต้องใช้เครื่องสเปคแรงสักหน่อยถึงจะรีดศักยภาพของจอออกมาอย่างเต็มที่