รีวิว Cambridge Audio Bluetone 100 ลำโพงบลูทูธสายย่องานดีมีระดับ

ทุกวันนี้แบรนด์เครื่องเสียงทุกเกรดล้วนแล้วแต่ให้ความสำคัญกับการลงทุนสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในเทรนด์ยุคใหม่กันจนเป็นสินค้าใน segment ที่ดุเดือด โดยเฉพาะกลุ่มของลำโพงบลูทูธเล่นเพลงผ่านสตรีมมิ่งซึ่งมีขนาดพกพาง่าย เอาไปต่อยอดกับกิจกรรมต่างๆ ในวันหยุด รวมทั้งการเชื่อมต่อที่เน้นไปที่ device ร่วมสมัยเข้าไว้ ภายใต้โจทย์สำคัญคือยังให้คุณภาพเสียงที่ดีหรืออย่างน้อยก็ไม่ขี้เหร่มากนัก

Cambridge Audio Bluetone 100 ราคาเปิดตัว 11,900 บาท
Cambridge Audio อีกหนึ่งแบรนด์เครื่องเสียงสัญชาติผู้ดีอังกฤษที่กลุ่มคนเล่นเครื่องเสียงคุ้นเคยกันดีได้เปิดตัวอีกหนึ่งลำโพงบลูทูธรุ่น Bluetone 100 เครื่องเล่นที่มีเข้าคอนเซ็ปต์ portable speaker เสียงดี พกพาได้ แถมรูปร่างหน้าตาดูดีสมกับเป็นเครื่องเสียงแบรนด์บริติช แน่นอนว่าอาจไม่ถึงกับพกพาคล่องตัวหรือเบาโหยงชนิดพกไปตั้งแคมป์บาร์บิคิว แต่มันเป็นเครื่องเสียง ‘สายย่อ’ ซึ่งเหมาะกับการเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีเสียงชั้นเยี่ยมและอิมแพ็คไปทั่วห้องของคุณ
Design – การออกแบบ
สัมผัสแรก แรกเริ่มแกะกล่องออกมาก็พบว่า Bluetone 100 มีน้ำหนักกว่าที่คาดไว้เล็กน้อย ด้วยความที่มันหนัก 4.1 กิโลกรัม ทำให้ไม่เหมาะกับการยกไปโน่นไปนี่มากนัก แต่ดีไซน์เครื่องทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากสีดำสนิทตัดกับขอบเครื่องสี Charcoal Gray ที่ออกแบบมาโค้งมน ก็ทำให้ Bluetone 100 หน้าตาดูสวยหรูเป๊ะหมดจด ซึ่งการออกแบบในลักษณะนี้ก็เป็นเอกลักษณ์ของ Cambridge Audio ที่ระบุว่าเพื่อให้เสียงนั้นกระจายตัวออกไปกว้างมากที่สุดนั่นเอง

ด้านบนของตัวเครื่องนั้นจะมีแผงคอนโทรลที่เป็นลักษณะปุ่มยาง แบ่งแยกออกเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งละ 3 ฟังก์ชัน ขณะที่ด้านล่างก็มีแผ่นยางขนาดใหญ่รองเครื่องเล่นอีกชั้นอย่างมั่นคงทนทานและซับเสียงตอนวางเครื่องลงไปได้ดีมาก ด้านหลังตัวเครื่องนั้นตัววัสดุทำจาก Brushed Aluminum โดยผิวด้านนอกใช้ texture เป็นพลาสติกอย่างดีล้อมรอบให้ความรู้สึกถึงตัวตู้ที่แข็งแกร่งทรงพลัง นอกจากนี้ ยังออกแบบช่องเสียบ input มาอย่างเรียบง่าย โดยมีช่องเสียบสาย Power AC, ช่องเสียบ RCA analog, ช่องเสียบ Mp3 In, รวมทั้งปุ่มปรับเสียงเบส


ปุ่มยางสำหรับควบคุม

แผงช่องต่อด้านหลัง
ด้านหน้าของเครื่องภายใต้หน้ากากลำโพงมีมีไดร์เวอร์คู่ขนาด 4 นิ้ว เป็นแบบลำโพงสองทางที่ใช้เทคโนโลยีแบบ BMR (Balanced Mode Radiator) เทียบเท่าลำโพง Full-Range ที่ตอบสนองเสียงทุกย่านความถี่ครบถ้วนในดอกเดียว แม้ว่าจะอยู่ในรูปแบบ pertable speaker ก็ตาม โดยมีคุณสมบัติการกระจายเสียงไปทั่วบริเวณแบบ 180 องศาทั้งแนวตั้งและแนวดิ่ง ทำให้ตั้ง Bluetone 100 ไว้จุดไหนของห้องก็ได้ยินเสียงมาถึงแบบครบถ้วนเหมือนกัน


รายการอุปกรณ์ที่แถมมาให้ในกล่อง
Sound – เสียง
การเชื่อมต่อ จุดขายของ Bluetone 100 ก็หนีไม่พ้นการสตรีมเพลงผ่านบลูทูธ ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นประตูผ่านทางเพื่อต่อยอดในการใช้งานกับ device ในตลาดปัจจุบันอย่าง สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, แล็ปท็อป ไปจนถึงพีซีตั้งโต๊ะ และหนึ่งใน Key Selling Point คือมันเป็น ‘AptX Bluetooth’ นั่นหมายความว่าเจ้าบลูทูธตัวนี้รองรับ Audio Codec Compression หรือรูปแบบการเข้ารหัสของข้อมูลเสียงแบบ APT-x นั่นเอง ซึ่งเป็นการเข้ารหัสข้อมูลเสียงที่ CSR บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์บลูทูธคิดค้นขึ้น โดยมีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถรับ-ส่งข้อมูลไฟล์เสียงคุณภาพสูงได้โดยที่ยังทำการส่งข้อมูลผ่าน A2DP* เช่นเดิมอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าปกติแล้วบลูทูธไม่สามารถรับ-ส่งข้อมูลเสียงบิตเรทสูงๆ ได้ นอกจากนี้ Bluetone 100 ยังรองรับการเล่นในรูปแบบอื่นๆ ที่เป็นมาตรฐานของลำโพงบลูทูธในตลาดคือ เชื่อมต่อผ่านช่อง AUX 3.5 มม. และ Mp3 In ในกรณีที่เล่นผ่าน device ที่ไม่รองรับบลูทูธนั่นเอง

ไฟแสดงสถานะ
เริ่มทดสอบ เมื่อเสียบปลั๊กแล้ว Bluetone 100 จะแสดงไฟสีแดงขึ้นที่ด้านหน้าของตัวเครื่องและเมื่อกดปุ่มเปิดเครื่อง ไฟแสดงผลก็จะกระพริบเปลี่ยนเป็นสีฟ้า ผมเริ่มจากการสตรีมมิ่งเพลงผ่านแอปพลิเคชันที่คนส่วนใหญ่ใช้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้วอย่าง Joox Music และ Apple Music ซึ่งผมอิงจากสภาพการใช้งานโดยการสตริมมิ่งผ่าน Wi-Fi เป็นหลัก โดยหากเราทำการจับคู่เชื่อมต่อบลูทูธของอุปกรณ์เข้ากับ Bluetone 100 สำเร็จก็จะมีเสียงตี๊ดยาวๆ แจ้งเตือน
เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ผมเริ่มจากงานของศิลปินคนโปรดอย่าง John Lennon ในงานชุด Double Fantasy ซึ่งเป็นอัลบั้มสุดท้ายของเขาก่อนหน้าที่จะถูกยิงเสียชีวิตไม่ถึงเดือนหลังจากนั้น โดยในส่วนของการทดสอบก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีมากสำหรับความประทับใจที่มีต่อ Bluetone 100 กับการรับมือเพลงสไตล์ร็อคในงานชุดนี้ได้เยี่ยม ตั้งแต่คุณภาพเสียงที่มีมิติชัดเจน เสียงเบสหนักแน่นโดดเด่นจับต้องได้ โดยเฉพาะในเพลง I’m Losing You ที่มาพร้อมกับเสียงกีตาร์ซาวน์ดิบๆ รวมทั้งยังมีรายละเอียดชิ้นดนตรีที่แยกเวทีเสียงได้ค่อนข้างดี แคแร็คเตอร์เสียงมีความสด และในส่วนของการกระจายน้ำหนักของเสียงก็ควบคุมได้ดี ผมลองเปลี่ยนจุดตั้ง Bluetone 100 ในหลายๆ จุดของห้องทำงาน ก็พบว่ามันยังให้คุณภาพเสียงที่ดีทั่วถึงและมาถึงหูเราได้แบบครบถ้วน สร้างเซอร์ไพรส์ได้มากกว่าที่คิดพอสมควร

งานชุดต่อมาที่ได้ลองฟังผ่านสตรีมมิ่งคืออัลบั้มรวมฮิตชุด Kyoto Cafe ซึ่งเป็นเพลงในโทนป๊อบฟังสบายซะส่วนใหญ่และเมื่อลองทดสอบแล้วก็ยังทำออกมาได้ดีต่อเนื่อง เรียกได้ว่าเอาอยู่เลยกับเพลงเบาๆ หวานๆ ซึ้งๆ ฟังสบายๆ แนะนำเลยกับเพลงอย่าง Anata Ni Aini Ikou (Chika Yuri) และ Asu E Yuke (Super Butter Dog) ก่อนจะปิดท้ายด้วยงานของ Lisa Ono กับอัลบั้ม The music of Antonio Carlos Jobim “Ipanema” ซึ่ง Bluetone 100 ขับส่วนของเสียงร้องได้ชัดเจน อิ่มหวาน มีมิติ เก็บรายละเอียดเสียงย่านกลางและแหลมได้ในระดับน่าพอใจเลยทีเดียว
หมายเหตุ 1: A2DP ย่อมาจากคำเต็มว่า Advanced Audio Distribution Profile ซึ่งก็คือ Profile ชนิดหนึ่งของเทคโนโลยีBluetooth ที่พัฒนาและออกแบบมาเพื่อส่งผ่านข้อมูลเสียงในแบบ Stereo ดังนั้นหูฟัง Bluetooth รุ่นใดที่มีเขียนกำกับไว้ว่าเป็นหูฟังแบบ A2DP นั่นก็หมายความว่าหูฟัง Bluetooth รุ่นนั้นสามารถรองรับการฟังเพลงแบบ Stereo จากเดิมที่เสียงออกมาเพียงแค่ทางเดียว (Mono Sound) และในทำนองเดียวกัน อาจจะเรียกได้ง่ายๆ ตามภาษาทั่วไปว่าหูฟังแบบ Stereo Bluetooth นั่นเอง
หมายเหตุ 2: หากฟังแบบสตรีมมิ่งผ่าน Wi-Fi บิทเรตจะสูงกว่าฟังผ่านเครือข่ายมือถือ (3G และ 4G) ซึ่ง Apple จะเลือกบิทเรตให้เองตามคุณภาพเครือข่ายที่เชื่อมต่อ และหากดาวน์โหลดมาฟังแบบออฟไลน์จะได้ไฟล์ขนาดเต็มบิทเรต 256kbps AAC แบบติด DRM
Conclusion – สรุป
Bluetone 100 เป็นลำโพงบลูทูธที่มาพร้อมกับคุณภาพของพลังเสียงที่กระหึ่มทรงพลังภายใต้รูปลักษณ์พรีเมียมสไตล์คอมแพ็คโดยเฉพาะเมื่อใช้งานบริเวณห้องทำงานหรือห้องนั่งเล่น เหมาะกับการท่านที่ไม่ค่อยได้ออกไปไหนบ่อยๆ นี่ถือเป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ แถมยังเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่เรียบหรู ดูหล่อขึ้นอีกเท่าตัว

Cambridge Audio Bluetone 100 ราคาเปิดตัว 11,900 บาท
ข้อดี
1. พลังเสียงที่ทรงพลัง หนักแน่น
2. ขนาดของเวทีเสียงกว้าง มีไดนามิคที่ดี
3. เสียงเบสนุ่ม กระชับ เอาอยู่ทั้งเพลงร็อคหนักๆ เพลงป๊อบหวานๆ หรือเพลงแจ๊สอบอุ่น
4. ดีไซน์ดูดีระดับพรีเมียม เหมาะกับการประดับห้องทำงานหรือห้องส่วนตัวอย่างมาก
ข้อเสีย
1. หากมีช่องเสียบ USB จะใช้งานได้คล่องขึ้นอีกมาก
2. น้ำหนักเยอะไปหน่อยจนพกพายากหากเทียบกับลำโพงบลูทูธหลายๆ เจ้าในตลาด