รีวิว KEF E305 โฮมเธียเตอร์ไซส์เล็ก สูตรเด็ดลำโพงรูปไข่

ช่วงนี้ไม่รู้ว่าทีมงานเนื้อหอมหรือกระไร มีแต่อุปกรณ์ถาโถมเข้ามาให้รีวิวกันไม่เว้นแต่ละวัน ที่บ่นนี่ไม่ใช่ว่าจะไม่ชอบนะครับ ได้โปรดกระหน่ำส่งสินค้ากันเข้ามาเยอะๆ ได้เลย ทางเราพร้อมจะทดสอบให้ได้ทุกกระบวนท่าอยู่แล้ว!
ขอวกกลับเข้ามาดูตัวสินค้าที่จะมาทดสอบในครั้งนี้อันมีชื่อเรียกเต็มๆ ว่า KEF E305 จากเมืองผู้ดีประเทศอังกฤษ โดยเซ็ตลำโพงในรุ่น E305 เป็นชุดโฮมเธียเตอร์บรรจุกล่องพร้อมใช้งานประกอบไปด้วยลำโพงแซทเทิลไลท์ทั้งหมด 5 ตัว รวมซับวูฟเฟอร์อีก 1 ลูก จากการสืบเสาะในเว็บต่างประเทศพบว่าเป็นรุ่นขายดีที่ให้ประสิทธิภาพเสียงไม่ธรรมดา ได้รับการชมเชยจากทุกสำนักว่าไปวัดกับเซ็ตลำโพงเล็กรุ่นใหญ่ของแบรนด์ดังได้ไม่น้อยหน้าเลยทีเดียว

KEF E305 Home Theater Speaker
Frequency Response(±3dB) : 90Hz – 33kHz(Satellite), 33Hz – 280Hz(Subwoofer)
Drive Units : Uni-Q driver array – HF: 19mm vented aluminium dome
MF: 115mm aluminium
LF(Subwoofer): 200mm (8in.)
Dimensions (W x H x D) : E301 = 136 x 260 x 159 mm
E301c = 220 x 157 x 155 mm
E-2 = 430 x 320 x 270 mm
Cabinet Color : Black, White
ราคาพิเศษเฉพาะ KEF E305 49,900 บาท
ราคาจัดเซ็ตประกบ Sherwood R-807 69,900 บาท
ราคาจัดเซ็ตประกบ Sherwood R-607 59,900 บาท
Design – การออกแบบ
งานดีไซน์ของตัวชุดลำโพง E305 มีเอกลักษณ์เฉพาะที่เด่นสร้างความแตกต่างได้อย่างมาก โดยจะมีลักษณะเป็นรูปวงรีสวยงามหรือเรียกแบบบ้านๆ ว่าเป็นวงรีแบบเดียวกับไข่ไก่ก็ไม่ผิดซะทีเดียว โดยทางดีไซน์เนอร์ได้ตั้งใจออกแบบให้มันทำงานร่วมกันกับไดร์เวอร์ Uni-Q ได้อย่างราบเรียบกลมกลืนปราศจากการรบกวนจากภายนอกและยังคงความแม่นยำในการขับเสียงในย่านความถี่ต่างๆ ได้อย่างเที่ยงตรงอีกด้วย

หน้าตา E301c(ขวา) และ E301 ลำโพงแซทเทิลไลท์ในเซ็ต E305
โดย E301c ทำหน้าที่เป็นเซ็นเตอร์ และ E301 เป็นคู่หน้ากับเซอร์ราวด์ครับ

ด้านข้างก็โค้งมนไร้เหลี่ยม ขาตั้งดีไซน์เหมือนช้อนคว่ำเป็นวัสดุเมทัลลิคสีเงินสะท้อนแสงตัดกับสีดำด้านอย่างลงตัว
ความเจ๋งของลำโพงเซ็ตนี้คืองานประกอบที่ดึงเอาวิธีการเก็บอะคูสติกแบบเดียวกับในรุ่น LS50
ที่เป็นลำโพงมอนิเตอร์ตัวเทพมาแบบเป๊ะๆ




ด้านล่างเป็นจุดเสียบสายลำโพงแบบกด-หนีบ เหมือนลำโพงแซทเทิลไลท์ทั่วไป
สำหรับท่านที่แขวนหนังสามารถนำประแจหกเหลี่ยม(แถมมาให้) มาขันเพื่อเปลี่ยนตำแหน่งขาตั้งได้



Power, Phase, Bass คือสามอย่างที่เราสามารถทำการปรับแต่งได้
ส่วนจุดไหนมีหน้าที่อย่างไร เดี๋ยวจะมาพูดถึงในหน้าถัดไปครับ


สำหรับแอมป์ที่มาจัดชุดกับ KEF E305 ในครั้งนี้ก็คือ Sherwood R-807
แอมป์ 7.1 แชนแนล รองรับ 3D และ 4K ถือว่าใหญ่ขึ้นมาจาก R-607 ที่ผมได้ทดสอบไปในรีวิวที่แล้วหนึ่งขั้น



ช่องต่อด้านมีการเพิ่มปริมาณขึ้นเล็กน้อยที่เห็นได้ชัดคือช่องเสียบสายลำโพงสำหรับ Surr Back/Front High
ช่อง HDMI ที่มากขึ้น และช่องเสียบสาย LAN Ethernet สำหรับเชื่อมแอมป์ตัวนี้เข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
Setup – การติดตั้ง
ด้วยความที่ KEF E305 เป็นเซ็ตลำโพงที่มีขนาดเล็กกระทัดรัด ทำให้สามารถวางเข้าเซ็ตกับห้องที่มีพื้นที่จำกัดได้เป็นอย่างดี ใครสะดวกวางไว้หน้าทีวีก็ทำได้ แต่อาจจะต้องยกตัวทีวีให้สูงขึ้นกว่าระดับลำโพงสักนิดเพราะอาจจะเกิดการบดบังการรับชมได้ หรือถ้าใครอยากจะได้ความสวยงามเข้าเซ็ต ก็สามารถสั่งขาตั้งที่ออกแบบมาโดยเฉพาะมาติดตั้งก็ได้เช่นเดียวกัน



ส่วนซับวูฟเฟอร์อย่าลืมแปะแผ่นยางที่มีมาให้ในกล่อง ไว้ที่บริเวณขาทั้งสี่ขาเพื่อซับแรงปฏิกิริยาที่จะเกิดขึ้น
เมื่อลำโพงมีการขับเสียงออกมา

สำหรับทีมงานเราเลือกใช้ขาตั้ง Made in Thailand ก็จะได้หน้าตาออกมาประมาณนี้
เข้าเซ็ตกับชั้นวางระดับตำนานก็ออกมาดูดีไม่แพ้ใคร
อีกจุดหนึ่งที่ควรจะคำนึงถึงนอกจากการจัดวางลำโพง ก็คือการปรับจุดตัดความถี่ที่ตัวแอมป์ให้สอดรับกับซับวูฟเฟอร์ โดยปกติแล้วเราจะใช้ระบบ Auto Calibration ของตัวแอมป์เพื่อช่วยเหลือในจุดนี้ก่อน แต่ถ้าแอมป์ใครไม่มีฟีเจอร์ดังกล่าวก็สามารถทำการปรับจูนคร่าวๆเองได้เช่นเดียวกัน
จากสเปคในหน้าแรกจะเห็นว่าตัวลำโพงแซทเทิลไลท์สามารถตอบสนองได้จะอยู่ในช่วง 90Hz-33kHz ซึ่งค่า Crossover ที่ทางผู้ผลิตแนะนำมาจะอยู่ที่ 90Hz ส่วนตัวแนะนำให้ทดลองฟังดูกันอีกทีหากว่าช่วงความถี่เสียงนั้นมีระดับที่ใกล้เคียงกันแล้วหรือก็คือตอนที่ซับวูฟเฟอร์ไม่ฟ้องตำแหน่งที่ตั้งจนผู้ฟังรู้สึกเหมือนเสียงเบสถูกขับออกมาจากลำโพงคู่หน้า ถ้าเป็นแบบนี้นั่นหมายความว่าเราได้ค่า Crossover ที่เหมาะสมกับซิสเต็มแล้วครับ
สิ่งที่ทำให้ลำโพงหน้าตาธรรมดาๆ ดูมีราคาและน่าหลงไหล นั่นก็คือเทคโนโลยีที่ทางผู้ผลิตได้สรรสร้างขึ้นมาเพื่อขับกล่อมเสียงอันไพเราะให้ออกมาสู่หูผู้เป็นเจ้าของ KEF E305 ก็เช่นเดียวกันโดยมันมีชื่อเรียกว่า Uni-Q ไดร์เวอร์
Uni-Q ไดร์เวอร์ คือการรวมเอาทวิตเตอร์และมิดเบสเอาไว้ด้วยกันอย่างที่ผมได้บรรยายไว้ในหน้าแรกนะครับ แน่นอนว่านี่เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ KEF Q Series กลายเป็นลำโพงยอดนิยมที่นักเล่นเครื่องเสียงส่วนใหญ่ต้องรู้จัก ซึ่ง ณ ตอนนี้มันถูกย่อส่วนและติดตั้งมาใน KEF E305 เรียบร้อยแล้ว


จุดประสงค์หลักๆของไดร์เวอร์ Uni-Q คือการขยายจุด Sweet Spot ให้กว้างมากขึ้น หากเราลองมาจินตนาการถึงลำโพงทั่วไปซึ่งมีไดร์เวอร์แยกส่วนกันระหว่างทวิตเตอร์และมิดเบส เมื่อคลื่นเสียงถูกขับออกมาจึงทำให้ดูเหมือนเสียงจะตีกันก่อนที่จะวิ่งมาถึงผู้ฟัง เป็นสาเหตุให้ตำแหน่งของการนั่งฟังมีผลต่อเสียงค่อนข้างมาก ซึ่งโดยส่วนใหญ่เรามักจะต้องนั่งตรงกลางระหว่างลำโพงจึงจะได้เนื้อเสียงที่ดีที่สุด แต่กับ KEF E305 นั้นไม่ใช่
เมื่อเราสามารถรวมเอาไดร์เวอร์ทวิตเตอร์และมิดเบสเข้าไว้ด้วยกันแล้ว การกวนกันของคลื่นเสียงก็ลดลงเนื่องจากเสียงถูกขับออกมาจากแหล่งกำเนิด ณ จุดเดียวกันนั่นเอง ฉะนั้นจุดที่ลำโพงจะให้เสียงดีที่สุดจึงกว้างขึ้น ทำให้เราไม่จำเป็นจะต้องถูกบังคับให้นั่งตรงกลางห้องอีกต่อไป นับว่าเป็นการออกแบบลำโพงที่ชาญฉลาดเป็นอย่างมาก


ข้อดีของ Uni-Q ไม่ได้มีดีแค่การขยายจุดที่เสียงดีที่สุดเท่านั้น แต่มันยังช่วยดึงความเป็นธรรมชาติมาเติมแต่งลงไปในเสียงที่ขับออกมาของลำโพงอีกด้วย เนื่องจากแหล่งกำเนิดเสียงในทุกความถี่ถูกขับออกมาจากจุดเดียวกัน จึงไม่ต่างอะไรกับเวลาที่เรานั่งฟังวงดนตรีสดเล่น เพราะในสถานการณ์นั้นเสียงจากทุกความถี่ก็ออกมาจากจุดเดียวกัน ฉะนั้นเสียงร้องเสียงดนตรีที่ได้จจึงมีความสมจริงคล้ายกับว่านักดนตรีมาอยู่ตรงหน้า
Sound – เสียง
ซิสเต็มร่วมทดสอบที่เป็นแบรนด์อื่นซึ่งไม่ใช่ KEF ก็เห็นจะเป็นแอมป์คู่บุญนามว่า Sherwood รุ่น R-807 ที่ทางผู้นำเข้าได้ทำการจับคู่ตุนาหงันเป็นแพ็คเกจโฮมเธียเตอร์แล้วส่งมาให้ทีมงานทดสอบในครั้งนี้ สำหรับเพลเยอร์ที่ใช้เรายังคงมั่นใจใน OPPO BDP-95 ที่ยังคงความเก๋าไม่แพ้เพลเยอร์รุ่นใหม่ แม้จะมีอายุเกือบ 2 ปีแล้ว
หลังจากเปิดเบิร์นไว้ระยะเวลาหนึ่งผมก็เริ่มทดสอบด้วยการนั่งชมภาพยนตร์เรื่อง The Wolverine หรือวูล์ฟเวอรีนตะลุยโตเกียวนั่นเอง(ชื่อจริงไม่ใช่อย่างนี้นะ) ในฉากที่โลแกนกำลังลุยเข้าไปช่วยนางเอกจากห้องทดลองท้ายเรื่อง จะมีช่วงนึงที่มีเหล่านินจาออกมาขวางด้วยการยิ่งธนูเข้าใส่ มิติของลูกธนูที่วิ่งเฉี่ยวหูไปมาถูกถ่ายทอดออกมาด้วยมิติเสียงที่เหนือชั้น

ด้วยความที่เป็นลำโพงสัญชาติอังกฤษ เอกลักษณ์เสียงของสินค้าจากแดนผู้ดีคือมีความนุ่มสุขุม โทนเสียงที่ได้รับออกมาแตกต่างกับชุด Klipsch Quintet V ที่ผมเพิ่งได้รีวิวไปหมาดๆ ขานั้นออกแนวพุ่งทะลวงคมกระชับทุกแชนแนล แต่ KEF E305 ซิสเต็มนี้จะเนรมิตเวทีเสียงมาโอบคลุมจุดฟัง แล้วเริ่มบิ้วอารมณ์ด้วยความละเมียดละไม
ตัวซับวูฟเฟอร์แม้ว่าไซส์ของไดร์เวอร์จะมีขนาดเพียง 8 นิ้ว แต่ก็คุมมวลรวมของซิสเต็มได้อยู่หมัด แม้ลำโพงทั้งเซ็ตจะตัวเล็ก แต่เสียงการตะลุมบอน(ด์) ในช่วงท้ายฉากที่บ้านเกิดของสายลับอังกฤษจากเรื่อง 007 Skyfall สามารถเติมเต็มบรรยากาศได้เกินขนาดตัวอย่างมาก

เนื้อเสียงที่แน่นอิ่มเป็นจุดเด่นที่เราได้รับจากลำโพงชุดนี้ ผมเลยเริ่มมาทดสอบการฟังเพลงบ้าง โดยเลือกฟังในโหมด 2.1 แชนแนล สิ่งที่โดดเด่นคือช่วงเบสต้นที่นุ่มละมุนจากซับวูฟเฟอร์ ซึ่งช่วยเกลาทุกๆ โมเมนต์ให้ออกมากลมกล่อม เสียงโฟล์คกีต้าร์อันไพเราะของ Roger Wang ที่บรรเลงสอดผสานกับเสียงร้องของ Gina Panizales ในแผ่น Love”s Tapestry ได้หวานละมุนตามสไตล์ลำโพงอังกฤษ ปลายเสียงแหลมมีลักษณะกลมมนแต่ทอดตัวได้ไกลระดับนึง ทำให้ไม่อุดอู้ เนื้อเสียงใหญ่อิ่มเกินขนาดฟังได้เพลินและนานไม่เครียดจนเกินไป

วกกลับมาดูเรื่องสวิตช์ Bass ที่ซับวูฟเฟอร์กันบ้างว่าแต่ละพารามิเตอร์นั้นทำงานอย่างไร จะเห็นว่าเรามีตัวเลือกให้ปรับอยู่สามแบบนั่นก็คือ Cut, Flat และ Boost ซึ่งถ้าเรามาเปิดคู่มือดูจะมีให้คำแนะนำไว้ดังนี้ครับ

จะเห็นว่าตัวเลือกทั้งสามแบบส่งผลโดยตรงต่อเสียงความถี่ต่ำ โดยเป็นการเพิ่ม-ลด ระดับเสียงในย่านความถี่ประมาณ 50Hz (ตามรูป 1,2,3) ซึ่งถ้าว่ากันตามตรงจะต้องมาพิจารณาหน้างานอีกทีครับ สำหรับห้องที่ทีมงานใช้ทดสอบที่เป็นห้องคุมเสียงที่บุผนังมาอย่างดี เลือกเป็น FLAT น่าจะให้เสียงที่ถูกใจมากที่สุด ได้เนื้อได้แรงปะทะกำลังดี ไม่เหือดหายจนฟังแล้วไม่สนุก จุดเด่นของซับวูฟเฟอร์ลูกนี้หากเซ็ตจนเข้าที่แล้ว จะให้เสียงที่ต่อเนื่องกับลำโพงแซทเทิลไลท์เป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นข้อดีที่ช่วยให้เนื้อเสียงของซิสเต็มออกมาเป็นเซ็ตและเป็นแผ่นเดียวกัน มิติเสียงดูโอ่อ่าใหญ่โตเกินไซส์ของลำโพงในซิสเต็มไปพอสมควร
ต้องบอกว่าเทคโนโลยีการออกแบบลำโพงในปัจจุบันนั้นล้ำหน้าไปไกลมากจริงๆ ส่วนตัวผมค่อนข้างประทับใจกับชุด Mid-end HTiB เซ็ตนี้มากๆ ด้วยน้ำเสียงนุ่มอิ่มฟังง่าย อิมเมจใหญ่เติมเต็มอารมณ์ห้องได้อยู่หมัด ทำให้ไม่ว่าจะเอาไปดูหนังหรือฟังเพลงก็เข้าแก๊ปอย่าบอกใคร ตัวลำโพงทั้งซิสเต็มก็ขับง่ายไม่งอแง แนะนำว่าถ้าจะซื้อเป็นเซ็ตโปรโมชั่นจากผู้นำเข้าให้เพิ่มเงินอีกนิดกดเอาตัว Sherwood R-807 มาเลยครับ จะได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุด

หากเปรียบเซ็ต KEF E305 กับ Klipsch Quintet V ที่ผมเพิ่งรีวิวไปไล่เลี่ยกัน เรื่องความกลมกลืนของมวลเสียงรวมในซิสเต็มและความหวานฉ่ำต้องยกให้ KEF แน่นอนครับ เอกลักษณ์เสียงแบบนี้เลยคำว่าลำโพงแซทเทิลไลท์ไปแล้วครับแน่นอนว่าประสิทธิภาพที่ดีก็แลกมาด้วยค่าตัวที่ค่อนข้างสูงนิดนึงแลกกับประสิทธิภาพที่ได้ เรื่องของการรุกเร้าสองชุดนี้ต้องบอกว่าสูสีกันมาก แต่ Klipsch อาจจะให้ความพุ่งทะลวงที่ดีกว่าชนิดที่เฉือนกันนิดหน่อย ฉะนั้นแล้วหากต้องการความพรั่งพร้อมเพอร์เฟ็คก็ขอแนะนำให้เลือก KEF E305 อย่างไม่ต้องสงสัยเลยครับผม

LIKE
– เนื้อเสียงนุ่มฟังง่าย สามารถนั่งฟังติดต่อกันเป็นเวลานานๆ ได้โดยไม่ล้าหู
– ตัวซิสเต็มมีอิมเมจเสียงที่ใหญ่ สร้างอารมณ์ในการชมภาพยนตร์ได้ไม่ขาดตกบกพร่อง
– Uni-Q ไดร์เวอร์แบบเดียวกับ KEF Q200 ช่วยขยายจุด sweet spot ของซิสเต็มให้กว้างขึ้น ทำให้ไม่จำเป็นจะต้องนั่งตรงกลางเสมอไป นอกจากนี้ยังให้เสียงที่เป็นธรรมชาติและลดความเหลื่อมล้ำระหว่างย่านความถี่เสียงอีกด้วย
DISLIKE AND SUGGESTION
– เนื่องจากสไตล์เสียงแบบสุภาพ ทำให้บางจังหวะซับวูฟเฟอร์อาจจะสร้างแรงปะทะที่ขาดการรุกเร้าไปบ้างขณะรับชมภาพยนตร์
– ตัวลำโพงมีราคาค่าตัวที่สูงไปสักนิด แต่หากเทียบประสิทธิภาพเสียงต่อราคาแล้วก็พอจะรับได้ในจุดนี้ครับ
สนใจสินค้าติดต่อ
บริษัท โฮม ไฮ ไฟ จำกัด
สำนักงานใหญ่และศูนย์บริการ (ตรงข้ามสายใต้ใหม่):
284, 286 ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี
เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170
Tel. 02-448-5489, 448-5465-6 Fax. 02-408-8172