ข้ามไปที่เนื้อหา
|

รีวิว Samsung 55Q80B Full-array Local Dimming QLED TV สุดคุ้มค่า จัดเต็ม HDMI 2.1 4 ช่อง

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 18 Oct 2022 0 ความคิดเห็น

ทุก ๆ ปีเราจะได้เห็นทีวีที่โดดเด่นเรื่องภาพและลูกเล่นในระดับราคาที่เรียกว่าคุ้มค่าหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันไป สำหรับปีนี้ หากจะให้คัดรุ่นที่มีแวว ผมว่า Samsung Q80B น่าจะเป็นหนึ่งในตัวเต็ง แต่จะเหมาะสมจริงหรือไม่ มาช่วยกันพิจารณาครับ…

คุณสมบัติเบื้องต้นของ Q80B คือ เป็น 4K HDR QLED TV ระดับราคาถือว่ากลาง ๆ ไม่ได้ต่ำแบบรุ่นเริ่มต้น แต่ก็ไม่ได้สูงแบบ Neo QLED TV รุ่นท็อป ๆ เรียกว่าอยู่ในระดับที่เอื้อมถึงได้ไม่ยาก แต่ที่พิเศษ คือ รุ่นนี้มาพร้อม Full-array LED Local Dimming Backlight กับ HDMI 2.1 รองรับ 4K 120Hz VRR ถึง 4 ช่อง ซึ่งเมื่อเทียบกับระดับราคาแล้ว บอกเลยว่าเป็นคุณสมบัติที่ไม่ธรรมดา

ปัจจุบัน Q80B มีให้เลือก 5 ขนาด คือ 50, 55, 65, 75 และ 85 นิ้ว ซึ่งรุ่นที่จะทำการรีวิวต่อไปนี้ คือ “55Q80B” ขนาด 55 นิ้ว ครับ

ดีไซน์

รูปลักษณ์ภายนอกเน้นความเรียบง่าย วัสดุไม่หรูหราแต่มองโดยรวมก็ดูโอเค ไม่มีจุดที่ต้องติติง

จอภาพเมื่อมองจากด้านข้างจะดูหนานิด ๆ ซึ่งเป็นปกติของพาเนลที่ติดตั้ง LED Backlight แบบ Full-array Local Dimming

โลโก้ Samsung ที่กึ่งกลางจอ มีปุ่มควบคุมซ่อนอยู่ ใช้เปิด-ปิดเครื่อง เปลี่ยนช่องรายการ และปรับระดับเสียงได้โดยไม่ต้องพึ่งรีโมท

ฐานรองรับบริเวณกึ่งกลาง ความมั่นคงอาจไม่เท่าขาทรงกิ่งไม้ แต่หาชั้นวางได้ง่ายกว่า ไม่กินที่ ความสูงของขาตั้งยังเผื่อระยะให้พอที่จะวาง Soundbar ใต้จอได้

ด้านหลังทำลวดลายเทกเจอร์ไม่ให้ดูเรียบเกินไป ช่องต่อรับสัญญาณต่างๆ ถูกติดตั้งไว้ที่ฝั่งซ้าย ส่วนสายไฟอยู่กึ่งกลางเยื้องไปทางขวา ทำร่องไว้สำหรับเหน็บสายไฟร้อยออกที่ส่วนล่างของฐานตั้งได้ (มีฝาครอบที่ขาตั้งเปิดออกได้)

One Remote ขนาดกะทัดรัดหน้าตาแบบที่คุ้นเคย มาพร้อมแบตเตอรี่และแผงโซล่าเซลล์ สามารถรีชาร์จได้ในตัว (ต้องคว่ำหน้าหันโซล่าเซลล์ขึ้น แสง Indoor ก็ชาร์จได้) หรือจะชาร์จผ่านช่อง USB Type-C โดยตรงก็ได้ มีไมโครโฟนรับคำสั่งเสียง (รองรับ Google Assistant แล้ว)

ภาพ

ดังที่เกริ่นไปว่า 55Q80B คือ QLED TV ที่มาพร้อมกับ LED Backlight แบบ Full-array Local Dimming สามารถดิมแสงแบ่งโซนบนหน้าจอเพื่อคุมแสงลอดได้ ความละเอียดของจำนวนโซนอาจไม่มากเท่ากับรุ่นสูง ๆ อย่าง Neo QLED ก็จริง ทว่าเมื่ออิงกับระดับราคาแล้ว ถือว่าให้ผลลัพธ์โอเคเลยทีเดียว

ซึ่งเราสามารถกำหนด Local Dimming ได้ 3 ระดับ High จะให้คอนทราสต์จัดเหมาะกับ HDR ส่วนการชมคอนเทนต์แบบ SDR ระดับ Standard อาจช่วยลดการกระชากของแสงให้ดูสบายตาขึ้นในสภาพห้องที่มีการคุมแสง แต่ก็ทดลองปรับเปลี่ยนดูได้ตามความเหมาะสมครับ

อีกจุดที่ส่งผลให้ 55Q80B ถ่ายทอดระดับคอนทราสต์ได้ดี ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผลจากการใช้ LCD Panel แบบ VA (Vertical Alignment) แนะนำรับชมมุมตรง ผลลัพธ์จะดีที่สุดครับ

– SDR –

ในด้านความเที่ยงตรงของการแสดงสีสัน SDR จากผล Lab Test พบว่า Filmmaker Mode ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับ Movie จะเลือกใช้โหมดไหนก็ได้ ค่าความเพี้ยนต่ำไม่ต่างกัน

Flimmaker/Movie ภาพจะดูนุ่มนวลสบายตา ไม่เร่งความคมชัด ปรุงแต่งสีสัน หรือแทรกเฟรมภาพเคลื่อนไหว จึงให้ความเป็นธรรมชาติสูงเหมาะแก่การรับชมในบ้าน แต่แน่นอนว่าถ้าเทียบกับโหมดอื่น ความสว่างจะต่ำกว่า และสีสันจะดูไม่สดจี๊ดจ๊าดนัก ทั้งนี้ในบางสภาพแวดล้อมหากรู้สึกว่าภาพ Movie หรือ Filmmaker Mode ดูสว่างหรือมืดเกินไปเมื่อรับชม SDR content ก็สามารถปรับเพิ่มลดความสว่างที่ตัวเลือก Brightness (Backlight) ตามที่เห็นสมควร

Rec.709 – Post ColorChecker

SDR – Post Calibration


SDR – Pre Calibration

โหมดภาพ Filmmaker Mode (หรือ Movie) ของ 55Q80B มีความเที่ยงตรงของสีสันอยู่ในเกณฑ์ดีมาก อุณหภูมิสีเฉลี่ยอยู่ที่ราว 6864K ค่าความผิดเพี้ยนสมดุลแสงขาวเฉลี่ย (Grayscale Avg dE) ต่ำเพียง 2.1 ขอบเขตสีก็ทำได้เที่ยงตรงอิงมาตรฐาน Rec.709 ค่าความผิดเพี้ยน (Color Space Avg dE) ดีมากเพียง 1.5 การใช้งานตามบ้านอาจไม่จำเป็นต้องปรับภาพเพิ่ม

หากต้องการ รุ่นนี้สามารถปรับภาพเชิงลึกได้ ค่าความผิดเพี้ยนสมดุลแสงขาว (Grayscale Avg dE) ลดต่ำลงมาเหลือเพียง 0.7 เท่านั้นเอง ในขณะที่หากไฟน์จูน CMS ค่าความผิดเพี้ยน (Color Space Avg dE) จะลดลงเหลือเพียง 0.9

Rec.709 Color Checker หลังดำเนินการปรับภาพ ก็ให้ผลลัพธ์ดีขึ้นตามคาด ค่าความผิดเพี้ยนสีโดยรวมแบบเฉลี่ย (Saturation Avg dE) ที่ 0.8 (Max dE = 2) ดีมาก จะใช้อ้างอิงทำงานกราฟิก-ตัดต่อวิดีโอ แทนมอนิเตอร์ก็สามารถทำได้

– HDR –

อานิสงส์หนึ่งของการใช้ Full-array LED Local Dimming Backlight คือ ให้ระดับความสว่างสูง ส่งผลให้ HDR Peak Brightness (10% Window) ของ 55Q80B ในโหมด Dynamic สูงถึง 1,484 nits ขณะที่โหมดความเที่ยงตรงสูงอย่าง Movie/Filmmaker ความสว่างจะเพลาลงมาอยู่ที่ 845 nits

รุ่นนี้รองรับมาตรฐาน Static HDR ทั้ง HDR10 และ HLG ส่วน Dynamic HDR รองรับมาตรฐาน HDR10+ (อนาคตอาจได้เห็น HDR10+ for Gaming)

P3 – Post Saturation Sweeps


HDR – Post Calibration


HDR – Pre Calibration

ความเที่ยงตรงของสีสัน HDR ในโหมด Movie/Filmmaker ของ 55Q80B นับว่าอยู่ในเกณฑ์ดี (Grayscale Avg dE 2.4, Colorspace Avg dE 4.1) ส่วนขอบเขตสี HDR Color Space ทำได้ครอบคลุม 88.38/92.59% ของมาตรฐาน DCI-P3 (xy/uv) หรือเทียบเท่า 63.48/68.65% Rec2020 (xy/uv)

และเช่นเคย ว่าหลังปรับภาพ HDR ในโหมด Movie/Filmmaker ให้ความเที่ยงตรงโดดเด่นมาก (Grayscale Avg dE 0.8, Colorspace Avg dE 0.7) ความสว่าง HDR Peak Brightness จะลดลงเพียงเล็กน้อยอยู่ที่ 793 nits

ด้านการเล่นเกม Q80B ยังมาพร้อมฟีเจอร์ ALLM หรือ Auto Low Latency Mode ซึ่งจะปรับสถานะการแสดงผลเข้าสู่ “Game Mode” อัตโนมัติเมื่อมีการเชื่อมต่อสัญญาณภาพจากคอมพิวเตอร์ หรือเกมคอนโซล ฟีเจอร์ Game Bar ยังใช้ตรวจสอบสถานะเฟรมเรต (FPS) และ VRR ได้แบบ Real Time รวมถึงเข้าเมนูตั้งค่าการแสดงผลเกมต่างๆ ได้สะดวก

ทดลองเชื่อมต่อกับ PS5 และ Xbox SX ผ่าน HDMI Input ทั้ง 4 ช่อง ของ Q80B สามารถรับสัญญาณ 4K 120Hz พร้อม VRR/FreeSync Premium Pro และเปิดการแสดงผล HDR10 ได้ไม่มีปัญหา โหมดเกมให้ภาพติดโทนเย็นไปหน่อย แต่สามารถปรับอุณหภูมิสีชดเชยได้

ค่า HDMI Input Lag (Game Mode; Game Motion Plus = Off) ที่ 60Hz อยู่ที่ 10.9 ms ในขณะที่ 120Hz วัดได้ต่ำเพียง 5 ms เท่านั้น !

เสียง

ในสเปคระบบเสียงของ 55Q80B แจ้งว่าติดตั้งลำโพงแบบ 2.2.2 แชนเนล คือมีลำโพงด้านล่าง 2 ชุด ด้านบน 2 ชุด และวูฟเฟอร์อีก 2 ชุด กำลังขับรวม 60 วัตต์ รองรับ Dolby Atmos

การใช้งานจริงพบว่าระดับเสียงลำโพงทีวีรุ่นนี้ไม่ถึงกับดังนัก หากใช้งานในห้องนอนขนาดไม่ใหญ่น่าจะเพียงพอ แต่ถ้าเป็นห้องรับแขกไซส์ใหญ่อาจต้องพิจารณาอัพเกรดเพิ่มเติม Soundbar (รุ่นนี้รองรับ Q-Symphony ร่วมกับ Soundbar รุ่นที่รองรับได้ด้วย) โดยเชื่อมต่อผ่านทาง HDMI eARC, Optical Out หรือ Bluetooth ก็ได้

HDMI eARC ของ 55Q80B ช่วยให้ “Pass-through” ระบบเสียงรอบทิศทางได้สูงสุดถึง Dolby Atmos/TrueHD ทว่าจะไม่รองรับระบบเสียง DTS ทุกรูปแบบ ตั้งแต่ DTS 5.1, DTS-HD MA ไปจนถึง DTS:X กรณีที่ต้องการ แนะนำให้เชื่อมต่อสัญญาณเสียงจากเพลเยอร์ตรงเข้า AVR/Soundbar

ช่องต่อ

แม้เป็นรุ่นระดับกลาง แต่ก็จัดเต็ม HDMI 2.1 In รองรับ 4K 120 Hz (พร้อม VRR) ครบทั้ง 4 ช่อง ! ส่วน ARC/eARC รองรับที่ HDMI In 3

ช่องต่ออื่นๆ ที่ให้มา ได้แก่ Digital Optical Audio Output, Ethernet Port (มี Wi-Fi & Bluetooth Built-in ให้ด้วย) และ DVB-T2 Antenna In แต่ไม่มีช่องต่อ Audio/Headphones Out ทว่าสามารถเชื่อมต่อหูฟังไร้สายผ่าน Bluetooth ได้ 

ช่องต่อ USB ทั้ง 2 ช่องเป็นเวอร์ชั่น 2.0 สามารถเชื่อมต่อกับ USB Flash Drive, External HDD (5V/1A) และอาจรวมถึง Keyboard, Mouse ฯลฯ

สรุปจำนวนช่องต่อของ Samsung 55Q80B ได้ดังนี้

HDMI™ In  4 (ด้านข้าง) เป็น HDMI 2.1 ทั้งหมด
USB 2 (ด้านข้าง)
Ethernet 1 (ด้านข้าง) พร้อม Wi-Fi Built-In
Composite Video In
Component Video In
RF (Antenna) In 1 (ด้านข้าง) พร้อม DVB-T2 Digital Tuner
PC HD15 In
Analog Audio In
Digital Audio Out 1 (Optical ด้านข้าง)
Audio/Headphone Out
Bluetooth Audio Yes

 

เพิ่มเติม

Smart Hub รูปแบบใหม่ จาก Tizen OS เวอร์ชั่นล่าสุด จะคัดคอนเทนต์น่าสนใจมารวมไว้ให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น

และในที่สุด Samsung Tizen OS ก็รองรับ Google Assistant แล้ว การรับคำสั่งเสียง จับคำไทย-อังกฤษ จะทำได้แม่นยำและครอบคลุมยิ่งขึ้น การใช้งานจะต้องเข้าไปเปลี่ยนที่ตัวเลือก Voice Assistant ก่อนครับ

แอปความบันเทิงน่าสนใจ เช่น Apple TV รองรับการแสดงผล 4K HDR10 การรับฟังระบบเสียง Dolby Atmos (DD+) แนะนำให้เชื่อมต่อ HDMI ARC ไปยังชุดเครื่องเสียงภายนอก

Netflix รองรับการแสดงผล 4K HDR10 การรับฟังระบบเสียง Dolby Atmos (DD+) แนะนำให้เชื่อมต่อ HDMI ARC ไปยังชุดเครื่องเสียงภายนอก

Amazon Prime Video อีกหนึ่งผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งคุณภาพ

YouTube สามารถรับชมที่ความละเอียด 4K (2160p) HDR

นอกจากนี้ยังมีแอปความบันเทิงอีกมากมาย ทั้ง AIS Play, WeTV, Viu ฯลฯ แต่สำหรับแอป Disney+ ตอนนี้ยังไม่มานะครับ คงต้องสตรีมผ่านสมาร์ทโฟนไปก่อน

สรุป

55Q80B 4K HDR TV ระดับราคาไม่แรง ทว่าจัดเต็มเรื่องของคุณสมบัติด้านภาพ จากการผสมผสาน VA LCD Panel กับ Full-array LED Local Dimming Backlight ให้คอนทราสต์ดี รวมไปถึงลูกเล่นรองรับอนาคตอย่าง HDMI 2.1 รองรับ 4K 120Hz VRR ทั้ง 4 ช่อง นับเป็นหนึ่งตัวเต็งที่ให้ความคุ้มค่าประจำปี 2022 ครับ

ข้อดีของ Samsung 55Q80B

1. รูปลักษณ์เรียบง่ายไม่หวือหวา วัสดุไม่หรูหราแต่ก็ดูโอเคสมราคา

2. VA Panel ผสานกับ Full-array LED Local Dimming ให้คอนทราสต์โดดเด่นเมื่อเทียบกับระดับราคา, Filmmaker Mode/Movie ให้สมดุลสีเที่ยงตรงดีทั้ง SDR/HDR หลังปรับภาพยิ่งโดดเด่น

3. HDMI 2.1 ทั้ง 4 ช่องรองรับ 4K 120Hz VRR (FreeSync Premium Pro)

4. Game Bar แจ้งสถานะและตั้งค่าเวลาเล่นเกมได้สะดวก, HDMI Input Lag ต่ำ (120Hz = 5ms, 60Hz = 10.9 ms)

ข้อจำกัดของ Samsung 55Q80B

1. แนะนำรับชมมุมตรง จึงจะได้ระดับคอนทราสต์ และประสิทธิภาพการคุมระดับความดำที่ดี

2. แนะนำรับชมคู่กับ Soundbar เพื่อคุณภาพเสียงที่กระหึ่ม สมจริงยิ่งขึ้น

3. ไม่มีช่องต่อ Analog Video (Composite)/Audio In และ Headphone Out

4. ยังไม่มีแอปพลิเคชัน Disney+ รอติดตามข่าวอัพเดทจากซัมซุงได้เร็ว ๆ นี้

ราคาเปิดตัว Samsung 55Q80B

44,990 บาท

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification

ฝากอีเมลของคุณไว้ แล้วเราจะแจ้งให้ทราบทันทีที่สินค้า/รุ่นสินค้ามีในสต็อกอีกครั้ง

ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้