ข้ามไปที่เนื้อหา
|

รีวิว Samsung HW-Q950A Atmos/DTS:X Soundbar ตัวท็อป จัดเต็มด้วยจำนวนตัวขับเสียงสูงสุด 11.1.4 แชนเนล

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 01 Oct 2021 0 ความคิดเห็น

สานต่อตำนานลำโพงซาวด์บาร์ตัวท็อป ที่จัดเต็มเรื่องจำนวนแชนเนลลำโพง ร่วมกับฟีเจอร์ถอดรหัสเสียง และ Pass-through ระบบภาพ HDR ครบครัน มาพิสูจน์กันว่า รุ่นใหม่ประจำปี 2021 จะตอบโจทย์ในแง่การดูหนังและฟังเพลงโดดเด่นขึ้นจริงหรือไม่…

HW-Q950A คือ ซาวด์บาร์ตัวท็อป ประจำปี 2021 ของ Samsung โดยจะมาเป็นชุดลำโพง Soundbar + Subwoofer + Surround แกะกล่องติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดแล้วก็พร้อมถอดรหัสเสียงรอบทิศทางอย่าง Dolby Atmos และ DTS:X

Design – การออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกของ Q950A ยังคงอิงมาจากรุ่น Q950T โดยเน้นวัสดุสีดำ ดูเรียบ ๆ แต่ก็กลมกลืนเข้ากับทีวีได้ง่ายจุดที่อัพเกรดเพิ่มเติมเข้ามาของรุ่นใหม่ คือ ที่ลำโพงเซอร์ราวด์คู่หลัง จะเพิ่มการยิงเสียงออกไปด้านข้าง (Rear Side) เมื่อรวมกับตัวขับเสียงทั้งหมดในระบบของ Q950A จะเท่ากับ 11.1.4 แชนเนล (เพิ่มจาก 9.1.4 แชนเนล ในรุ่น Q950T)ลำโพงเซอร์ราวด์มองเผิน ๆ ขนาดและรูปลักษณ์ดูคล้ายรุ่นก่อนก็จริง แต่หากสังเกตดี ๆ ด้านข้างตู้ลำโพงจะมีหน้ากากผ้าครอบอยู่เหมือนกับด้านหน้าและด้านบน เนื่องจากมีตัวขับเสียงติดตั้งอยู่ เท่ากับว่าลำโพงเซอร์ราวด์ในแต่ละข้างของรุ่นนี้ ยิงเสียงออกไปได้ถึง 3 ทิศทางพร้อมกัน ! การสร้างสนามเสียงโอบล้อม จากรุ่นใหม่จึงทำได้ครอบคลุมกว่าเนื่องจากเป็นลำโพงแบบแอ็คทีฟ คือ มีภาคขยาย และวงจรรับสัญญาณเสียงแบบไร้สายอยู่ภายใน การใช้งานลำโพงเซอร์ราวด์จึงต้องเสียบปลั๊กไฟ (เชื่อมต่อสายไฟที่ด้านล่าง) แต่สายให้มาไม่ยาวนัก อาจจำเป็นต้องเตรียมปลั๊กพ่วงไว้ สำหรับเคสที่ไม่ได้เผื่อติดตั้งปลั๊กผนังตรงตำแหน่งที่จะตั้งวางลำโพงเซอร์ราวด์ปุ่มควบคุมพื้นฐาน และหน้าจอแสดงสถานะและใช้ตั้งค่าต่าง ๆ ของซาวด์บาร์ Q950A ถูกติดตั้งด้านบน เยื้องไปด้านหลังไม่ต่างจากเดิม เมื่อกดปุ่มใด ๆ ที่ตัวเครื่องหรือที่รีโมท จอจะติดสว่างขึ้นแล้วจะดับลงอัตโนมัติเพื่อกันแสงรบกวน แต่ด้วยตำแหน่งจอ เวลาใช้งานจริงมองเห็นยาก เวลาจะตรวจสอบการตั้งค่าใด ๆ ก็ต้องลุกจากที่นั่งเพื่อมาดูจออยู่บ่อย ๆจำนวน ชนิด และขนาดตัวขับเสียงในส่วนของซาวด์บาร์ และลำโพงซับวูฟเฟอร์ อิงรุ่นก่อนมาเหมือนเดิม เฉพาะในส่วนของซาวด์บาร์ติดตั้งตัวขับเสียง 7 แชนเนล สำหรับยิงเสียงออกด้านหน้าและด้านข้าง และอีก 2 แชนเนล ยิงเสียงขึ้นด้านบน (Up-firing)ซับวูฟเฟอร์ตัวตู้ทรงสลิมประกอบขึ้นจากไม้ ติดตั้งภาคขยาย 160 วัตต์ ตัวขับเสียงขนาด 8 นิ้ว จัดวางด้านข้าง ส่วนท่อจูนเบสขนาดใหญ่อยู่ด้านหลัง ไม่มีจุดเชื่อมต่อสายสัญญาณ เนื่องจากรับสัญญาณเสียงความถี่ต่ำจากซาวด์บาร์แบบไร้สายรีโมทซาวด์บาร์ (ขวา) เทียบกับ รีโมททีวี (ซ้าย) ยี่ห้อเดียวกัน อิงดีไซน์คล้ายกันดูกลมกลืนกันดี

Connectivity – ช่องต่อ

ช่องต่อรับสัญญาณของ Q950A ประกอบไปด้วย HDMI 2.0 Out 1 ช่อง รองรับ eARC/ARC และ HDMI 2.0 In จำนวน 2 ช่อง ถัดมาคือ Digital Optical In 1 ช่อง ไม่มีช่องต่อ Analog AUX In ให้ครับ

แน่นอนว่า Q950A รับสัญญาณเสียงแบบไร้สายได้ด้วย โดยเชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth (SBC) และ Wi-Fi กรณีของ Android สามารถแคสต์เพลงจากแอป Spotify โดยตรง ส่วน iPhone/iPad/Mac จะรองรับ AirPlay 2 คุณภาพเสียงผ่าน Wi-Fi จะเหนือกว่า Bluetooth (รองรับถึง Lossless/Hi-res)

หมายเหตุ: การเปลี่ยนช่องสัญญาณของ Q950A ทำได้โดยการกดปุ่ม Source (Input) ที่รีโมทซ้ำ ๆ โดยไล่วนจาก eARC > HDMI1 > HDMI2 > WiFi > BT > D.IN

Features – ลูกเล่นพิเศษ

การเชื่อมต่อ Q950A ทาง ARC เมื่อเล่นกับแอปของ Smart TV ที่รองรับ เช่น Netflix, Apple TV จะรับสัญญาณและถอดรหัสเสียง Dolby Atmos (DD+) ได้ ส่วน Dolby Atmos/TrueHD หากเชื่อมต่อ 4K Blu-ray Player ทีวีจะ Pass-through สัญญาณผ่าน eARC มาถอดรหัสที่ Q950A ได้

หมายเหตุ: Q950A สามารถรับสัญญาณและถอดรหัสเสียง DTS:X, DTS-HD MA ทาง eARC ได้ แต่รุ่นทีวีที่สามารถ Pass-through ระบบเสียงดังกล่าว ปัจจุบันยังมีไม่มาก (เป็นข้อจำกัดเรื่องการอนุญาตใช้สิทธิ์ของทีวี ไม่ใช่ที่ซาวด์บาร์) ส่วนการเชื่อมต่อสัญญาณเสียงตรงเข้า HDMI In ของ Q950A จะไม่มีข้อจำกัดในประเด็นนี้

กรณีที่จับคู่ Q950A กับ Samsung TV รุ่นที่รองรับ จะเพิ่มคุณสมบัติพิเศษให้เป็นทางเลือกใช้งานได้ 2 อย่าง

อย่างแรก ผสานการทำงาน TV + Soundbar ในแบบ “Q-Symphony” เป็นการใช้งานลำโพงของทีวี และลำโพงซาวด์บาร์ร่วมกัน (เสียงออกทั้งคู่)

ประโยชน์ที่ได้จากการใช้งานจริง คือ อิมเมจของเสียงจะถูกยกให้สูงขึ้น โดยเฉพาะเสียงสนทนาจะอยู่ที่กลางจอ จะเห็นผลชัดเจนขึ้นในกรณีที่ตำแหน่งติดตั้งซาวด์บาร์ต่ำกว่าจอทีวีมาก ๆ ทว่าผลลัพธ์ด้านเสียงจะแตกต่างไปตามรุ่นของทีวีที่จับคู่ใช้งานด้วย ทีวีรุ่นสูง ๆ จะได้เปรียบกว่าในเรื่องของน้ำหนักเสียง ความรู้สึกแปลกแยกแตกต่างจากซาวด์บาร์น้อยกว่า ไปจนถึงตัวช่วยจากลำโพงทีวีที่มีตัวขับเสียงติดตั้งที่ส่วนบนของจอภาพก็มีส่วนอย่างที่ 2 สามารถ เชื่อมต่อสัญญาณเสียงกับทีวีแบบ “ไร้สาย” ผ่าน “Wi-Fi” ได้ แตกต่างจากการแคสต์ (Music Streaming via Network) ตรงที่เป็นการรับสัญญาณเสียงขณะรับชมความบันเทิงต่าง ๆ บนหน้าจอทีวีแบบเรียลไทม์ ซึ่งให้คุณภาพเสียงเหนือกว่า Bluetooth รองรับระบบเสียงได้ถึง 5.1 และโอกาสเจอปัญหาเสียงดีเลย์ก็น้อยกว่าด้วย เป็นแนวทางแนะนำสำหรับใครที่อยากติดตั้ง TV + Soundbar แบบไม่ให้มีสายสัญญาณเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์แอป SmartThings นอกจากใช้จัดการอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านแล้ว กับ Soundbar ยังใช้ควบคุม ปรับแต่งเสียง ตั้งค่าต่าง ๆ ได้สะดวกกว่าปุ่มที่ตัวซาวด์บาร์และบนรีโมท นอกจากนี้ยังเข้าถึงแอดวานซ์ฟีเจอร์อย่างการทำ Auto EQ ได้ด้วยAuto EQ ของ Q950A อาจช่วยลดทอนปัญหาเสียงความถี่ต่ำ (เบสบวม) จากข้อจำกัดเรื่องจุดตั้งวางลำโพงซับวูฟเฟอร์ให้เบาบางลง อย่างไรก็ดีฟีเจอร์นี้จะไม่ครอบคลุมถึงการบาลานซ์ระดับเสียงของลำโพงแต่ละแชนเนล และลำโพงซับวูฟเฟอร์ กรณีที่ต้องการให้เสียงกลมกลืนสอดประสานกันทั้งหมด ผู้ใช้ยังคงต้องดำเนินการปรับชดเชยในจุดนี้ด้วยตนเอง

การปรับชดเชยระดับเสียงของลำโพงแต่ละแชนเนล ทำได้โดยกดปุ่ม Settings (รูปฟันเฟือง) ที่รีโมทซ้ำ ๆ แล้วสังเกตหน้าจอบนซาวด์บาร์ จะเจอ

CENTER LEVEL, SIDE LEVEL, FRONT TOP LEVEL, REAR LEVEL, REAR TOP LEVEL, REAR SIDE LEVEL สามารถปรับชดเชยได้ตั้งแต่ -6 ถึง +6

ส่วนระดับเสียงของซับวูฟเฟอร์กำหนดได้โดยตรงที่ปุ่มปรับ Woofer Level บนรีโมท สามารถปรับชดเชยได้ตั้งแต่ -12 ถึง +6

หากจริงจังเรื่องการบาลานซ์ระดับเสียงของลำโพงแต่ละแชนเนลให้เที่ยงตรง แนะนำให้ใช้แผ่นอ้างอิง อย่าง Dolby Atmos หรือ DTS:X Demo Disc ร่วมกับ Sound Level Meter

Q950A สามารถเลือกรูปแบบการถอดรหัสเสียงได้ 4 แบบ โดยกดที่ปุ่ม Sound Mode บนรีโมทซ้ำ ๆ

Standard จะเป็นรูปแบบการถอดรหัส “Direct Decoded” คือ ต้นฉบับเป็นอย่างไรระบบก็ถอดรหัสเสียงไปตามนั้น หากสัญญาณต้นทางเป็น Stereo เสียงก็ออก 2.1 ถ้าต้นฉบับบันทึกมา 5.1 เสียงก็ออก 5.1 เป็นต้น

แต่จะมีข้อสังเกต คือ กรณีฟอร์แมตเสียง Object-based Audio อย่าง Dolby Atmos/DTS:X การถอดรหัสในแบบ Standard ของ Q950A จะได้เสียงรอบทิศทางแบบ 7.1.4 แชนเนล กล่าวคือ ลำโพงที่ยิงเสียงออกด้านข้าง (Front Wide, Surround Wide) จะไม่มีเสียงออกมา

กรณีที่ต้องการให้ลำโพงที่ยิงเสียงออกด้านข้างทำงาน (+Front Wide, +Surround Wide รวม 11.1.4 แชนเนล) จะต้องเปิดใช้โหมดจำลองเสียง (Up-mixing) อย่าง Surround, Game Pro และ Adaptive Sound ซึ่งให้ลักษณะการปรุงแต่งเสียงต่างกัน เลือกได้ตามแต่รสนิยมครับ

Picture – ภาพ

HDMI In ทั้ง 2 ช่องของ Q950A เป็นเวอร์ชัน 2.0 เมื่อเชื่อมต่อกับ 4K HDR Blu-ray Player อย่าง Oppo UDP-203/205 จะสามารถ Pass-through สัญญาณภาพ HDR ได้ครบทั้ง HDR10+ และ Dolby Vision* โดยรองรับที่ความละเอียดสูงสุด 4K 60Hz (ซึ่งเป็นความละเอียดสูงสุดของแผ่นบลูเรย์ภาพยนตร์ในปัจจุบัน)

*หมายเหตุ: อ้างอิงกับ Oppo 4K HDR Blu-ray Player ทั้งนี้ทีวีต้องรองรับระบบภาพดังกล่าวด้วย จึงจะแสดงผลได้อย่างไรก็ดี หากทำการเชื่อมต่อเครื่องเล่นเกม ผ่าน HDMI In ของ Q950A สัญญาณภาพจะถูกจำกัดไว้ที่ 4K 60Hz หรือ 1440p 120Hz (รองรับ VRR) กรณีที่ต้องการ 4K 120Hz หรือ 8K 60Hz แนะนำให้เชื่อมต่อสัญญาณภาพจากเครื่องคอนโซล/พีซี ตรงเข้า HDMI 2.1 In ของทีวี

Sound – เสียง

รุ่นก่อนอย่าง Q90R ถึงแม้จะดูหนังได้หวือหวาสะใจ แต่เสียงติดกระด้างไปนิดหนึ่ง ฟังนาน ๆ แล้วล้า เมื่อ Q950T ออกมาก็ทำแนวเสียงผ่อนคลายลง แต่บางคนอาจฟังรู้สึกว่าขาดความเฟี้ยวฟ้าวไปบ้าง การมาถึงของ Q950A จึงเป็นการทลายขีดจำกัดของรุ่นเก่า เพราะนำจุดเด่นของรุ่นที่ผ่านมารวมไว้ด้วยกัน และยังเพิ่มจุดเด่นของรุ่นใหม่เข้ามาอีก

แชนเนลลำโพง Rear Side ที่เพิ่มเข้ามา ส่งผลให้ลำโพงเซอร์ราวด์ของรุ่นใหม่ทำงานคล้ายลำโพงแบบ Bipole/Dipole ช่วยขยายมุมกระจายเสียงให้ครอบคลุมพื้นที่รับฟังได้กว้างขวางกว่า และยังส่งผลให้ตำแหน่งติดตั้งลำโพงเซอร์ราวด์ภายในห้อง มีความยืดหยุ่นมากขึ้นด้วย (ไม่เลือกตำแหน่งว่าจะต้องอิงตามสูตรสำเร็จมากนัก)

จะติดตั้งที่ผนังด้านข้างตำแหน่งพอดีกับระนาบโซฟา หรือเยื้องไปด้านหลังก็ได้ หรือจะติดตั้งบนผนังด้านหลังจุดนั่งฟังก็ลงตัว การโท-อิน เอียงหน้าลำโพงเข้าหาจุดนั่งฟังหรือไม่ ไม่ส่งผลมากนักสำหรับรุ่นนี้ การเติมเต็มเสียงโอบล้อมได้บรรยากาศที่กว้าง ไม่ฟ้องตำแหน่งลำโพงเซอร์ราวด์มากเกินไป แต่ควรวางลำโพงให้ห่างจากจุดนั่งฟัง (ยิ่งห่าง บรรยากาศเสียงยิ่งกว้าง) และความสูงจะต้องไม่ต่ำกว่าระดับหู สูงกว่าเล็กน้อยได้ การบาลานซ์ระดับเสียงแชนเนลต่าง ๆ ที่ลำโพงหลังให้ลงตัวสัมพันธ์กับเสียงจากแชนเนลด้านหน้าของซาวด์บาร์ ก็เป็นอีกจุดที่ควรคำนึงถึง

ในแง่ประโยชน์ที่ได้จากลำโพง Rear Side ที่เพิ่มเข้ามา สามารถเติมเต็มผลลัพธ์ได้ชัดเจนกว่า Front Side ที่ติดตั้งอยู่ข้างหน้าที่ด้านข้างของลำโพงซาวด์บาร์ (ซึ่งเพิ่มมาตั้งแต่รุ่น Q950T) แต่ทั้ง Front Side และ Rear Side สำหรับ Q950A จะทำงานร่วมกับโหมดจำลองเสียงเท่านั้น (ไม่ทำงานในโหมด Standard)

มองเผิน ๆ ลำโพงซาวด์บาร์ดูไม่แตกต่างจากรุ่นก่อน (Q950T) ทั้งรูปทรงภายนอกและจำนวนตัวขับเสียงที่ติดตั้งอยู่ภายใน แต่ทาง Samsung (ซึ่งน่าจะได้ Know-how จาก Harman Kardon ไปแล้ว) ก็ปรับจูนเสียงให้ลงตัวมากยิ่งขึ้น การถ่ายทอดรายละเอียดเสียงโดดเด่นกว่า Q950T เสียงจะออกไปทางเปิดเผยกว่า ทดลองกับเรื่อง Kate จาก Netflix ระบบเสียง Dolby Atmos/DD+ ให้ความสะใจดีมาก มาทั้งความหนักแน่นและเสียงโอบล้อมตื่นตาตื่นใจ แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงความนุ่มนวลไว้บ้าง เสียงไม่แข็งแบบ Q90R โดยเฉพาะเมื่อเร่งระดับเสียงค่อนข้างดังลำโพงซับวูฟเฟอร์เหมือนจะจูนเสียงมาให้แรงปะทะดุดันขึ้นอีกเล็กน้อย ปริมาณเบสลึกไม่ต่างจากเดิมมากนัก Auto EQ อาจช่วยให้เสียงความถี่ต่ำลงตัวขึ้น (เบสบวมน้อยลงในบางสภาพแวดล้อม) วูฟเฟอร์ขนาด 8 นิ้ว ยังคงให้ความกระชับ และยังได้อานิสงส์ช่วยให้เสียงย่านกลางต่ำลงไปถึงเบสต้นมีความต่อเนื่องกลมกลืนเข้ากับซาวด์บาร์ได้ง่ายกว่าซับวูฟเฟอร์ขนาดใหญ่ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับตำแหน่งและการกำหนดระดับเสียงของลำโพงซับวูฟเฟอร์ของผู้ใช้งานด้วย หากยังไม่ลงตัว เสียงย่านต่ำที่อื้ออึงจะขาดโฟกัส เสียงอาจจะแปลกแยกจนฟ้องตำแหน่ง และกลบความเด่นของเสียงย่านอื่นได้ จึงควรให้ความสำคัญกับตำแหน่งตั้งวางภายในห้อง และกำหนดระดับเสียงของซับวูฟเฟอร์ให้พอเหมาะจะว่า Q950A เด่นเฉพาะการดูหนังคงไม่ใช่ ในด้านฟังเพลงถือว่ามีการไฟน์จูนเสียงได้ลงตัวน่าฟังขึ้นกว่ารุ่นก่อนด้วย ทดลองกับ Celine Dion: Live In Las Vegas: A New Day (Blu-ray: DD TrueHD, LPCM 24-bit/96kHz) ให้เสียงร้องใสเคลียร์น่าฟังดีมาก บาลานซ์กับความอิ่มของน้ำเสียงกำลังดีไม่ถึงกับจัดจ้านจนเกินไป ฟังได้นาน ฟังได้เพลิน เบสกระชับหนักแน่น

มีทริคเล็ก ๆ เผื่อใครจะลองทำดู คือ ให้หาอะไรมารองข้างใต้เพื่อยกลำโพงซาวด์บาร์ให้สูงขึ้นนิดนึง เมื่อส่วนที่แนบกับชั้นวางน้อยลง การส่งผ่านแรงสั่นค้าง (Resonance) จะน้อยตามไปด้วย บางย่านเสียงที่เคยติดคลุมเครือนิด ๆ จะปลดเปลื้องออกมาได้อิสระ โฟกัสเสียงร้องนิ่งมากขึ้น รายละเอียดเสียงต่าง ๆ ก็จะชัดเจนกว่า

Q950A ยังเป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่เพิ่มอรรถรสการเล่นเกมได้สนุกยิ่งขึ้น บรรยากาศเสียงโอบล้อมอันน่าตื่นเต้น และเสียงความถี่ต่ำที่ดุดัน สามารถแยกทิศทางของศัตรู และเสียงบรรยากาศแวดล้อมต่าง ๆ ได้ กรณีที่เล่นกับเกมที่รองรับระบบเสียง Dolby Atmos ยังได้มิติเสียงด้านสูงเพิ่มขึ้นมา ด้วยลำโพง Up-firing ทั้ง 4 แชนเนล หน้า-หลัง ทำงานประสานกัน ตำแหน่งจับต้องชี้ชัดได้ง่ายกว่าหูฟัง และแน่นอนว่าลำโพงทีวีไม่มีทางเทียบได้เลย !

Conclusion – สรุป

แม้จุดที่เพิ่มเข้ามา คือ แชนเนลลำโพง Rear Side ที่ด้านข้างลำโพงเซอร์ราวด์ แต่ Samsung ก็ยังทำการปรับจูนเสียงจนได้ผลลัพธ์โดยรวมลงตัวยิ่งขึ้น เป็นการนำจุดเด่นแนวเสียงด้านการดูหนังฟังเพลงของ 2 รุ่นก่อน มารวมเข้าไว้ด้วยกัน ในขณะที่ฟีเจอร์การถอดรหัสเสียง และ Pass-through ฟอร์แมต HDR จากภาพยนตร์ก็รองรับได้ครบเหมือนเดิม แต่เหนืออื่นใด คือ ระดับราคาเมื่อเทียบกับคุณสมบัติที่ได้ ถือว่าเป็นมิตรมากครับ

ข้อดีของ Samsung HW-Q950A

1.  รูปลักษณ์อิงดีไซน์เดิม ผ้าหุ้มสีดำ ดูเรียบ ๆ แต่ก็กลมกลืนเข้ากับทีวีได้ง่าย จะวางบนชั้นก็ดีหรือแขวนผนังก็ลงตัว

2. ติดตั้งตัวขับเสียงรอบทิศทางจำนวนมาก มี Side และ Height speakers อย่างละ 4 แชนเนล หน้า-หลัง รวมทั้งหมดเป็น 11.1.4 แชนเนล ช่วยขยายสนามเสียงให้โอบล้อมครอบคลุมพื้นที่กว้างมากขึ้น ตำแหน่งติดตั้งลำโพงเซอร์ราวด์ยืดหยุ่นขึ้น

3. ถอดรหัสเสียงครบทั้ง Dolby Atmos/TrueHD, DTS:X/HD-MA

4. HDMI 2.0 In 2 ช่อง สามารถ Pass-through สัญญาณภาพจากภาพยนตร์ทั้ง HDR10+ และ Dolby Vision รวมถึง VRR เมื่อเชื่อมต่อกับเครื่องเกม, HDMI 2.0 Out รองรับ eARC

ข้อจำกัดของ Samsung HW-Q950A

1. จอหลักใช้บอกสถานะและตั้งค่า จัดวางในตำแหน่งที่มองเห็นได้ยาก

2. Auto EQ อาจช่วยจัดการเสียงความถี่ต่ำ แต่ยังไม่ครอบคลุมเรื่องของการกำหนดบาลานซ์ระดับเสียงของลำโพงแต่ละแชนเนลและซับวูฟเฟอร์ ให้กลมกลืนกัน (ผู้ใช้ยังต้องปรับเองในจุดนี้)

3. Android หากทำการแคสผ่านแอป Music Streaming โดยตรง จะรองรับแค่ Spotify เท่านั้น (ไม่รองรับ Chromecast)

*คุณภาพเสียงอิงมาตรฐานซาวด์บาร์

ราคาเปิดตัว Samsung HW-Q950A

28,900 บาท

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติม และสั่งซื้อทางออนไลน์ได้ที่ https://bit.ly/3EO0thA บนเว็บไซต์มีโปรโมชั่นจากทางแบรนด์อยู่เรื่อยๆ เข้าไปติดตามกันได้ครับ

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้