ข้ามไปที่เนื้อหา
|

รีวิว Sony 65A8G 4K HDR OLED TV คุ้มค่ายิ่งกว่าเดิม ด้วยราคาเปิดตัวต่ำกว่า A8F

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 15 Jul 2019 0 ความคิดเห็น

Sony 65A8G 4K/UHD HDR OLED TV

4K HDR OLED คุ้มค่ายิ่งกว่าเดิม
ด้วยราคาเปิดตัวต่ำกว่า A8F !!?

 

ในปี 2018 Sony วางตัว A8F 4K HDR OLED TV ไว้เป็นรุ่นที่เอื้อมถึงได้ง่ายกว่า A1 ด้วยราคาต่ำกว่าแต่ศักยภาพถือว่าไม่หนีกัน โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพของภาพ เสียง และลูกเล่นล้ำสมัยจาก Android TV พอมาถึงปี 2019 “A8G” ดูจะตอกย้ำความคุ้มค่าให้เด่นชัดยิ่งขึ้น กับราคาตั้งเมื่อเปิดตัวต่ำกว่า A8F ไปอีกขั้น !!

ปัจจุบัน A8G มีจอภาพให้เลือก 2 ขนาด คือ 55 นิ้ว และ 65 นิ้ว ซึ่งรุ่นที่ทีมงานจะทำการทดสอบต่อไปนี้ มีขนาด 65 นิ้ว ครับ ส่วนศักยภาพของรุ่นนี้จะเป็นเช่นไร มาพิสูจน์กันเลย..

ดีไซน์

คราวนี้ดูเหมือน Sony ไม่เน้นให้รายละเอียดการออกแบบของรุ่น A8G มากนัก เพราะไม่มีการอ้างถึงคอนเซ็ปต์การออกแบบรูปลักษณ์ของรุ่นนี้แบบชัดเจน แต่เชื่อว่ายังคงอิงแนวคิด One Slate Design ซึ่งก็ออกมาได้ดี เพราะดูเป็นแผ่นหินชวนสีดำทะมึนตั้งตระหง่านท้าทายสายตาไม่แพ้รุ่นอื่น

พื้นฐานการออกแบบยังคงเน้นความเรียบง่าย (Minimalist Design) เช่นเคย ซึ่งสังเกตได้ชัดไม่ว่าจะมองจากด้านหน้า หรือด้านหลัง

จุดที่แตกต่างชัดเจนจากรุ่นก่อนอย่าง A8F คือ ฐานตั้งเปลี่ยนจากแผ่นโลหะสีเงินปัดเสี้ยน มาเป็นเส้นโลหะโค้งสีดำ วัสดุอาจจะดูไม่หรูหราเท่าในแง่ความสวยงาม แต่ในแง่ความยืดหยุ่นต่อการใช้งานนั้น ฐานตั้งของรุ่น A8G ทำได้ดีกว่าครับ

ทั้งนี้ฐานตั้งของรุ่น A8G สามารถสลับการติดตั้งได้ 2 แบบ หากหันด้านโค้งมาทางด้านหน้า ฐานตั้งจะอยู่ค่อนข้างแนบชิดกับจอภาพดูคล้ายกับรุ่นก่อนๆ ซึ่งให้ความสวยงามดี แต่รูปแบบนี้อาจพบปัญหาเมื่อต้องวาง Soundbar ไว้ข้างหน้าทีวี กรณีนี้สามารถสลับตำแหน่งฐานตั้งของ A8G จะยกจอทีวีให้สูงพ้น Soundbar ขึ้นมาได้ครับ

ความบางเฉียบของจอภาพไม่แพ้รุ่นก่อนๆ ยืนยันกันด้วยรูปนี้ ส่วนด้านหลังที่ดูหนาออกมานั้น ส่วนหนึ่งเป็นตำแหน่งติดตั้งตัวขับเสียงแบบ Acoustic Surface และ Woofer คู่ นั่นเองครับ

รุ่นนี้ยังคงคำนึงถึงความสวยงามด้านหลังทีวีด้วยโครงสร้างขาตั้งที่สามารถร้อยสายได้ในตัว ช่วยในการจัดระเบียบซ่อนสายสัญญาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยไม่รกรุงรัง

ปี 2019 นี้ ถือเป็นปีแรกที่ Sony เริ่มทยอยนำรีโมตคอนโทรลดีไซน์ใหม่มาใช้กับทีวีหลังจากที่ไม่ได้เปลี่ยนมานานมาก อย่างไรก็ดีสำหรับรุ่น A8G ยังคงให้รีโมตดีไซน์เก่าแบบเดียวกับรุ่น A8F อยู่ครับ

ช่องต่อ

จำนวนอินพุตรับสัญญาณของ A8G ประกอบไปด้วย HDMI In 4 ช่อง (รองรับ HDCP 2.3 ทั้งหมด ส่วน ARC รองรับที่ HDMI In 3), USB 3.0 1 ช่อง, USB 2.0 2 ช่อง, Analog Video Input (3.5mm Composite) 1 ช่อง, Audio/Headphone Out (3.5mm) 1 ช่อง

Digital Audio Out (Optical) 1 ช่อง, DVB-T2 Antenna In และ Ethernet (LAN) In พร้อม Wi-Fi 802.11AC & Bluetooth 4.1 Built-in ส่วนสายไฟเป็นมาตรฐาน IEC ถอดเปลี่ยนสายได้ (เหมือนรุ่น A1)

สรุปจำนวนช่องต่อของ Sony 65A8G ได้ดังนี้

เพิ่มเติม

อ้างอิงช่วงเวลาทดสอบ (มิ.ย. 2019) ระบบปฏิบัติการที่ติดตั้งมาพร้อมกับ A8G ยังคงเป็น Android 7.0 ไม่ต่างจาก A8F หรือรุ่นอื่นๆ ของ Sony ที่วางจำหน่ายตั้งแต่ปี 2017 ซึ่งค่อนข้างแปลกใจ เพราะรุ่น A9F ที่ออกมาก่อนนี้สักพักใหญ่ๆ ก็ได้รับการอัพเกรดเป็น Android 8.0 มาจากโรงงานเลย แต่คิดว่าทาง Sony คงจะเตรียมให้อัพเดทกันเร็วๆ นี้ครับ

กระนั้นความแตกต่างในแง่ฟีเจอร์ใช้งานระหว่าง Android 7.0 กับ 8.0 ก็ไม่ได้มีนัยสำคัญมากนัก ฟีเจอร์หลักๆ อย่างความบันเทิงผ่าน Chromecast built-in หรือจากแอพฯ ที่มีจำนวนมากมายหลากหลาย ไปจนถึงการค้นหาและรับคำสั่งเสียงผ่าน Google Assistant ก็ทำได้ไม่ต่างกัน

แอพเกมคุณภาพที่ผู้ใช้งาน Android TV ถูกใจ นอกจากนี้สำหรับ Sony TV สามารถเชื่อมต่อกับ PS4 Controller ได้ด้วย

Video Streaming app ยอดฮิตอย่าง Netflix รองรับ 4K HDR พร้อมแสดงผล Dolby Vision และระบบเสียง Dolby Atmos ทาง HDMI ARC

Google Play Movies ก็มีภาพยนตร์มีภาพยนตร์ให้ชมมากมาย อัพเดทเรื่องใหม่ทันท่วงที

Amazon Prime อีกหนึ่งผู้ให้บริการ Video Streaming รองรับ 4K HDR

YouTube รองรับ 4K HDR สามารถกำหนดตัวเลือกความละเอียดเองได้

ข้อดีของ Android TV คือ เลือกลงแอพฯ ได้หลากหลาย ซึ่งรวมไปถึงมีเดียเพลเยอร์ศักยภาพสูง รองรับไฟล์ฟอร์แม็ตยืดหยุ่นหลากหลาย ทั้งวิดีโอ ภาพนิ่ง เพลง ฯลฯ รองรับการแสดงผล 4K HDR เลือกเสียงและซับไตเติลได้

ภาพ

ในรุ่น A8G Sony ยังคงเลือกใช้ 4K WRGB OLED Panel พร้อมชิพประมวลผล X1 Extreme เช่นเดียวกับ A8F ในแง่ผลลัพธ์ด้านการแสดงผล จึงมีแนวโน้มว่าไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ

โหมดภาพโรงงานเมื่อรับชม SDR Content โดยหลักๆ แล้ว เหมือนกับ A8F โดยโหมดภาพที่สามารถใช้อ้างอิงในแง่ความถูกต้องของสีสันใกล้เคียงมาตรฐานอุตสาหกรรมภาพยนตร์ (SDR) มีอยู่หลายโหมด ทั้ง Custom, Cinema Pro, Cinema Home ไปจนถึง Game และ Graphics (2 โหมดนี้ เหมาะใช้งานเมื่อเชื่อมต่อ Game Console หรือ PC) โดยอุณหภูมิสีวัดได้อยู่ที่ราว 7400K อันเป็นผลจากตัวเลือก Color Temperature = Expert1 ความเที่ยงตรงนับว่าอยู่ในเกณฑ์ดี

ทดสอบวัดค่าดูพบว่า Expert1 ให้ดุลสีติดโทนเย็นเล็กน้อย แต่ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี โดยค่าความผิดเพี้ยนของดุลสี (dE) อยู่ที่ 5.97 กรณีที่จะนำไปใช้เป็นจอภาพอ้างอิงกับงานที่จริงจังอย่าง Photo Post Processing หรือ Video Editing สามารถคาลิเบรท White Balance ได้ ผลลัพธ์เที่ยงตรงมากยิ่งขึ้น

A8G รองรับการปรับภาพละเอียดในส่วนของ White Balance ทั้ง 2p และ 10p แต่จะไม่รวมถึง CMS (Color Management System ที่ทำได้ในรุ่น A9F) แต่ถึงกระนั้นภายหลังปรับภาพพบว่า A8G ให้ดุลสีที่เที่ยงตรงดีมากครับ ค่าความผิดเพี้ยน (dE) ลดต่ำลงเหลือเพียง 0.9 เท่านั้น และถึงแม้ Sony จะไม่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ทำการไฟน์จูนในส่วนของ CMS ทว่าเมื่อทำการไฟน์จูนค่าภาพในจุดอื่นจนเที่ยงตรงดีแล้ว ผลลัพธ์จะดีขึ้นตามไปด้วยจนอาจไม่มีความแตกต่างจากทีวีรุ่นที่สามารถปรับ CMS แบบละเอียด

อีกหนึ่งความยอดเยี่ยมของชิพประมวลผล X1 Extreme คือ “ภาพเคลื่อนไหว” ที่ทำได้ไหลลื่นเป็นธรรมชาติดีมาก และกรณีที่ต้องการจำลองแทรกเฟรมเพิ่ม สามารถดำเนินการผ่านตัวเลือก Motionflow โดยระดับ True Cinema ดูเป็นธรรมชาติใกล้เคียงต้นฉบับ แต่หากต้องการความไหลลื่นเพิ่มมากขึ้น Standard ก็ให้ผลลัพธ์ที่ดีเช่นเดียวกัน (artifacts น้อยมากสำหรับปริมาณการแทรกเฟรมเพิ่มระดับนี้) หรือจะกำหนดระดับของโมชั่นแบบละเอียดเลยก็ได้ที่ตัวเลือก Custom โดยหัวข้อ Smoothness ใช้กำหนดปริมาณการแทรกเฟรมภาพเคลื่อนไหว

ศักยภาพด้านการแสดงผล HDR Content ของ A8G รองรับทั้ง HDR10, HLG และ Dolby Vision โดยโหมดภาพที่แนะนำสำหรับการรับชม HDR10 หากอิงเรื่องของความบิดเบือนผิดเพี้ยนของสีสันต่ำที่สุด ยังคงใช้การได้หลายโหมดเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Custom, Cinema Pro, Cinema Home, Game หรือ Graphic โดยในส่วนของระดับความสว่าง (HDR Peak Brightness; 10% Window) ทำได้ราว 540 – 550 nits แต่หากอ้างอิงกับโหมด Vivid ความสว่างจะอยู่ที่ ที่ 764 nits ในขณะที่ขอบเขตสีทำได้ที่ 96.4% DCI-P3 หรือเท่ากับ 69.7% Rec.2020 หาก Sony จะส่ง A8G ไปสอบเทียบ ก็ถือว่าผ่านมาตรฐาน “Ultra HD Premium” ครับ

การสังเกตว่าขณะนี้ 65A8G กำลังแสดงผล HDR อยู่หรือไม่ สามารถดูได้จากสัญลักษณ์ “HDR” ตรงมุมขวาบนในหน้าเมนู Picture และกรณีที่รับชม Dolby Vision Content โหมดภาพก็จะเปลี่ยนเป็น Dolby Vision ด้วย

ดุลสีเมื่อรับชม HDR Content ในโหมด Custom, Cinema Pro/Home, Game, Graphic ไปในแนวทางเดียวกันตามตัวเลือก Color Temp = Expert1 โดยติดโทนเย็นนิดนึง ทว่ามองด้วยตาไม่รู้สึกว่าอมฟ้า โดยรวมถือว่าดีใกล้เคียง D65 แต่หากเทียบกับรุ่น A9F จะทำได้เที่ยงตรงกว่าเล็กน้อยครับ ดุลสีเมื่อรับชม HDR Content ในโหมด Custom, Cinema Pro/Home, Game, Graphic ไปในแนวทางเดียวกันตามตัวเลือก Color Temp = Expert1 โดยติดโทนเย็นนิดนึง ทว่ามองด้วยตาไม่รู้สึกว่าอมฟ้า โดยรวมถือว่าดีใกล้เคียง D65 แต่หากเทียบกับรุ่น A9F จะทำได้เที่ยงตรงกว่าเล็กน้อยครับ

แต่แน่นอนว่าจุดนี้สามารถปรับภาพละเอียดในส่วนของ White Balance เพิ่มเติมได้ ดุลสีของ A8G ก็จะเที่ยงตรงขึ้นไม่ต่างจากรุ่น A9F เลยครับ

A8G เป็นทีวีอีกรุ่นของ Sony ที่ได้การรับรองมาตรฐาน IMAX Enhanced ยืนยันว่าหากนำมารับชม IMAX Enhanced Content จะถ่ายทอดคุณภาพของภาพและเสียงได้อย่างยอดเยี่ยม ทดสอบกับ A Beautiful Planet ในฟอร์แม็ต IMAX Enhanced 4K HDR Blu-ray Disc ภาพดูโดดเด่นเตะตามากทั้งรายละเอียด คอนทราสต์ และสีสัน สีดำที่ดำสนิทของเทคโนโลยี OLED ยิ่งขับแสงของดาวเคราะห์ออกจากพื้นหลังอันดำสนิท ทั้งหมดนี้เป็นอานิสงส์จากคุณภาพของอุปกรณ์ที่ดีมาตั้งแต่ต้นทาง (IMAX Original Film) กระบวนการทำมาสเตอริ่ง ไปจนถึงปลายทางของการแสดงผล (TV)

มาดูความสามารถเมื่อนำ A8G มาเล่นเกมดูบ้าง เมื่อเทียบกับมาตรฐานทีวีในปัจจุบัน ตัวเลข HDMI Input Lag ของ A8G ที่ทำได้ต่าที่สุด 47.3 ms (อิงโหมดภาพ Game/Graphics) อาจดูว่าสูงอยู่บ้าง แต่กับการใช้งานจริงนั้น ไม่พบว่าส่งผลกระทบลดทอนศักยภาพการเล่นเกมแอ็คชั่นที่ต้องอาศัยการตอบสนองฉับไว สิ่งที่ต้องชมเชยสำหรับโหมดภาพ Game/Graphics ของ Sony คือ ดุลสีที่เที่ยงตรงดูเป็นธรรมชาติ แสงเงาถูกต้อง สีสันไม่โอเวอร์ แต่จะตรงกับรสนิยมหรือเปล่า ก็สุดแท้แต่ความชอบส่วนบุคคลครับ มาดูความสามารถเมื่อนำ A8G มาเล่นเกมดูบ้าง เมื่อเทียบกับมาตรฐานทีวีในปัจจุบัน ตัวเลข HDMI Input Lag ของ A8G ที่ทำได้ต่าที่สุด 47.3 ms (อิงโหมดภาพ Game/Graphics) อาจดูว่าสูงอยู่บ้าง แต่กับการใช้งานจริงนั้น ไม่พบว่าส่งผลกระทบลดทอนศักยภาพการเล่นเกมแอ็คชั่นที่ต้องอาศัยการตอบสนองฉับไว สิ่งที่ต้องชมเชยสำหรับโหมดภาพ Game/Graphics ของ Sony คือ ดุลสีที่เที่ยงตรงดูเป็นธรรมชาติ แสงเงาถูกต้อง สีสันไม่โอเวอร์ แต่จะตรงกับรสนิยมหรือเปล่า ก็สุดแท้แต่ความชอบส่วนบุคคลครับ

หมายเหตุ: โหมดภาพ Game และ Graphics ของ A8G จะ Off ตัวเลือก Motionflow โดยอัตโนมัติ และจะไม่สามารถเปิดใช้งานได้ แต่คงไม่มีความจำเป็นต้องใช้ Motionflow จำลองแทรกเฟรมภาพเคลื่อนไหวเวลาเล่นเกม

เสียง

ตั้งแต่ผลิตและจำหน่าย 4K OLED TV มาจนปัจจุบันเข้าสู่เจนเนอเรชั่นที่ 3 ทาง Sony ยังยึดมั่นใช้งานนวัตกรรมระบบเสียงที่เรียกว่า Acoustic Surface เสมอมา โดยอาศัยติดตั้งอุปกรณ์กำเนิดความถี่เสียงผ่านแรงสั่นสะเทือนพื้นผิวจอภาพที่เรียกว่า Actuator

โดยในรุ่น A8G ติดตั้งภาคขยาย 10 วัตต์ จำนวน 4 ชุด (รวม 40 วัตต์) โดยแยกสำหรับ Actuator 2 ชุด จัดวางฝั่งซ้ายและขวาของจอภาพ เพื่อให้สามารถถ่ายทอดมิติเสียงสเตริโอได้เช่นเดียวกับ A8F แต่จุดที่แตกต่าง คือ Woofer คู่ ที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดเสียงย่านต่ำ ไม่ได้ติดตั้งในตำแหน่งที่หันออกทางด้านหลังที่ระดับความสูงเดียวกับ Actuator แบบในรุ่น A8F ผมเองก็ไม่มั่นใจว่าตำแหน่ง Woofer คู่ ของ A8G อยู่ที่ตำแหน่งไหน (เพราะมองไม่เห็นชัดๆ) แต่ที่แน่ๆ คือ ท่อ Bass-reflex คู่ อยู่ที่ด้านล่างจอ ซึ่งถ้าอ้างอิงการจัดวางกับขาตั้งแบบทีวีอยู่แนบกับพื้น ฟังดูเสียงเบสเหมือนจะออกมาจากส่วนล่าง

จากข้อสังเกตนี้ พบว่า เสียงย่านกลางสูงของ A8G แม้ว่าจะออกมาจากกลางจอ (ตามตำแหน่งของ Actuator) แต่เสียงย่านต่ำฟังกระจุกตัวอยู่ที่ส่วนล่างของจอภาพมากกว่า ในแง่ความกลมกลืนของย่านเสียง A8G จึงเป็นรอง A8F อยู่เล็กน้อย อย่างไรก็ดีประเด็นนี้อาจให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างไปตามลักษณะการติดตั้ง หากปรับขาตั้งที่เป็นรูปแบบยกทีวีขึ้นเล็กน้อย หรือนำทีวีขึ้นแขวนผนัง ผลลัพธ์ทางเสียงอาจจะต่างไปจากนี้

ในแง่ดุลเสียง เข้าใจว่าขนาดของ Woofer จะเล็กลง ปริมาณเบสจึงไม่มากเท่ากับรุ่น A8F แต่ยังถือว่าพอเพียงต่อการใช้รับชมภาพยนตร์และฟังเพลงได้ ไม่ถือว่าขาดแคลนสำหรับมาตรฐานลำโพงทีวี จุดเด่นของ Acoustic Surface คือ มิติสเตอริโอ การแยกแยะแชนเนลซ้าย-ขวาทำได้ดี เสียงร้อง-เสียงพูดชัดเจน ไม่คลุมเครือและออกมาจากจอภาพโดยตรง จึงให้ความกระจ่างชัดในแง่ของตำแหน่งทิศทางได้ดีกว่าลำโพงทีวีทั่วไป

ลูกเล่นอย่าง ClearAudio+ และ Sound Restoration (DSEE) ยังถือเป็นทางเลือกระบบชดเชยเสียงให้กับแหล่งโปรแกรมที่ผ่านการบีบอัดลดทอนแบนด์วิดธ์ ให้มีคุณภาพเสียงที่น่าฟังขึ้น

ทดสอบฟังก์ชั่น HDMI ARC (Audio Return Channel) โดยเชื่อมต่อกับ AV Receiver ผลลัพธ์ยืนยันได้ว่า A8G สามารถ Pass-through ระบบเสียง Dolby Digital+ และ Dolby Atmos เมื่อรับชม Netflix ได้

สรุป

คุณภาพของภาพเรียกว่าถอดแบบ A8F ของปีก่อน เช่นเดียวกับระบบปฏิบัติการ Android 7.0 ไม่ต่างกัน จุดที่ต่างคงเป็นเรื่องของดีไซน์ แม้วัสดุจะดูไม่พรีเมียมเท่า แต่ฐานตั้งของ A8G สามารถเลือกติดตั้งได้ 2 แบบ เอื้อต่อการใช้งานร่วมกับ Soundbar ได้ลงตัวกว่า ที่สำคัญด้วยราคาตั้งเมื่อเปิดตัว ต่ำกว่า A8F กล่าวได้ว่า A8G ยังคงเป็น OLED TV ของ Sony ที่ให้ความคุ้มค่าในระดับสูงไม่เสื่อมคลาย

ข้อดี Sony 65A8G

  1. ฐานตั้งดีไซน์ใหม่ให้ความยืดหยุ่น สามารถสลับรูปแบบการติดตั้งเอื้อต่อการจัดวางใช้งานคู่กับ Soundbar
  2. ภาพโดดเด่นดูเป็นธรรมชาติตามสไตล์ Sony ภาพเคลื่อนไหวดี รองรับ Dolby Vision, HDR10 และ HLG
  3. Android TV ลูกเล่นหลากหลาย คาดว่าจะได้รับการอัพเดทเวอร์ชั่นใหม่เร็วๆ นี้
  4. ราคาเปิดตัวต่ำกว่า A8F พร้อมรับประกันถึง 3 ปี เช่นเดิม

ข้อเสีย Sony 65A8G

  1. วัสดุตกแต่งเพื่อความสวยงามดูพรีเมียมน้อยกว่ารุ่นก่อน
  2. ไม่รองรับการไฟน์จูน Color Management System (CMS) แบบละเอียด รวมถึง Auto Calibration ที่ทำได้ในรุ่น A9F
  3. ระบบปฏิบัติการ Android ยังเป็นเวอร์ชั่นเก่า 7.0  *****10-07-2019 ได้อัพเดทเป็นเวอร์ชั่น 8.0*****

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้