อัพเกรด AVR เพื่อใช้งานระบบเสียง Dolby Atmos กันดีกว่า !? รีวิว Onkyo TX-NR838
4K/60Hz Ready AV Receiver
Onkyo TX-NR838

อัพเกรด AVR เพื่อใช้งานระบบเสียง
“Dolby Atmos” กันดีกว่า !?

หากเทียบจำนวน AV Receiver ที่รองรับระบบเสียงรอบทิศทางยุคใหม่ “Dolby Atmos” ดูเหมือน Onkyo มีจำนวนรุ่นมากที่สุด ซึ่งรวมถึงรุ่นระดับกลาง-เล็ก ใช้งบประมาณไม่มากก็สามารถสัมผัสระบบเสียงใหม่นี้ที่บ้านได้ และวันนี้ทีมงานจะมาทดลองใช้งานดูว่า Dolby Atmos AVR ของ Onkyo รุ่นระดับกลาง-เล็กนี้ ตอบสนองการใช้งานได้ดีเพียงใด…

แต่ก่อนอื่น สำหรับท่านที่ยังไม่ทราบว่าระบบเสียง Dolby Atmos คืออะไร? แตกต่างจากระบบเสียงรอบทิศทางเดิมอย่างไร? สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่บทความนี้ >> ทำความรู้จัก Dolby Atmos มาตรฐานระบบเสียงรอบทิศทางใหม่ เพื่อการรับชมภาพยนตร์
ย้อนกลับไปดูจำนวน AVR รุ่นปี 2014 ของ Onkyo ที่รองรับ Dolby Atmos พบว่า มีทั้งสิ้น 5 รุ่น (หากรวม Pre Processor เรือธง PR-SC5530 จะเท่ากับ 6 รุ่น) ในจำนวนนี้ 2 รุ่นใหญ่ ซึ่งมีรหัสเลข 4 ตัว อย่าง TX-NR3030และ TX-NR1030 จะสามารถถอดรหัสเสียง Dolby Atmos ได้ทันที ทว่ารุ่นรองจากนั้น รหัสเลข 3 ตัว จำนวน 3 รุ่น เริ่มกันที่น้องเกือบเล็ก คือ TX-NR636 ไล่มาเป็น TX-NR737 และ TX-NR838 จำเป็นที่ผู้ใช้ต้องอัพเดทเฟิร์มแวร์ก่อน ซึ่งเฟิร์มแวร์ใหม่นี้ ทาง Onkyo เพิ่งปล่อยเมื่อราวปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมานี้เอง

Dolby Atmos Upgradable AVR
ขั้นตอนการอัพเดทเฟิร์มแวร์นั้นไม่ยากครับ สามารถดำเนินการเองได้ ขอเพียงเชื่อมต่อ AVR เข้ากับระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ จากนั้นเข้าไปยัง Setup Menu หัวข้อ 7.Hardware Setup → 7.Firmware Update แล้วเลือก Update via NET เท่านี้ Onkyo AVR ของท่านก็จะดำเนินการดาวน์โหลดเฟิร์มแวร์ใหม่ และติดตั้งให้เองโดยอัตโนมัติครับ หรือถ้าไม่สะดวกในการเชื่อมต่อ AVR เข้ากับระบบอินเทอร์เน็ต ก็ใช้คอมพิวเตอร์เข้าไปดาวน์โหลดเฟิร์มแวร์ใหม่ที่เว็บ Onkyo แล้วเซฟไฟล์ใส่ Flash Drive มาติดตั้งที่เครื่อง AVR (Update via USB) ก็ได้เช่นกัน

ในระหว่างขั้นตอนดำเนินการอัพเดทเฟิร์มแวร์ ใช้เวลาราว 20 นาที จะไม่สามารถใช้งาน AVR ได้ (และสัญญาณภาพที่เอาต์พุตออกไปยังทีวี จะถูกตัดหายไปชั่วขณะ) ระหว่างนี้ห้ามเชื่อมต่อ-ถอดสายสัญญาณอุปกรณ์ใดๆ ที่ใช้งานร่วมกับ AVR เพิ่มเติม และอย่ากดสวิตช์เพาเวอร์ On/Standby หรือชักปลั๊กออกเป็นอันขาด รอจนกระทั่งหน้าจอที่ AVR ขึ้นคำว่า “Complete” จึงกดสวิตช์ On/Standby ที่ตัวเครื่อง (อย่ากดที่รีโมต) เพื่อเข้าสู่สถานะสแตนบาย รอสักพักแล้วกดปุ่ม On/Standby ซ้ำอีกครั้งเพื่อเริ่มระบบใหม่ เพียงเท่านี้ TX-NR636, TX-NR737, TX-NR838 ก็พร้อมสำหรับระบบเสียง Dolby Atmos แล้วครับ ผลพลอยได้อื่นๆ คือ เฟิร์มแวร์ใหม่ยังปรับปรุงจุดบกพร่อง และแก้ไขปัญหาบางอย่างที่พบก่อนหน้านี้ ให้ใช้งานได้อย่างราบรื่น
หมายเหตุ: หลังจากอัพเดทเฟิร์มแวร์เสร็จสิ้น หากต้องทำการรีเซ็ตระบบกลับสู่ค่าเริ่มต้น ในขณะที่ AVR อยู่ในสถานะสแตนบาย ให้กดปุ่ม CBL/STB ที่แผงหน้าค้างไว้ พร้อมกับปุ่ม On/Standby
Setup – การติดตั้ง
Dolby Atmos Speaker Configurations
การอ้างอิงระบบลำโพง Dolby Atmos ประกอบด้วยเลข 3 ชุด เลขตัวหน้า หมายถึง จำนวนลำโพงรอบทิศทางในแนวระนาบ, เลขตัวที่ 2 หมายถึง จำนวนลำโพงซับวูฟเฟอร์ และ เลขท้าย หมายถึงจำนวนลำโพงเอฟเฟ็กต์ด้านสูง อันเป็นความพิเศษที่เพิ่มเติมเข้ามาของระบบเสียงใหม่นี้
ลักษณะลำโพงเอฟเฟ็กต์ด้านสูงดังกล่าว อาจจะเป็นลำโพงฝัง/แขวนฝ้าเพดาน (Top Surround) หรือจะใช้งาน Dolby Atmos Enabled Speakers โดยติดตั้งร่วมกับลำโพงในแนวระนาบแทนก็ได้
ด้วยคุณสมบัติที่ต่างกันของ Onkyo AVR แต่ละรุ่น โดยเฉพาะจำนวนภาคขยายอันเกี่ยวเนื่องถึงจำนวนลำโพงในระบบที่ใช้งานได้ เมื่อนำมาใช้งานระบบเสียง Dolby Atmos จึงมีจุดที่แตกต่างกัน ดังนี้ควรเลือกรุ่นไหนดี?

ความแตกต่างแรกของ Onkyo Dolby Atmos AVR ระดับกลาง-เล็ก รุ่นเลข 3 ตัว ทั้ง 3 รุ่น คือ 636, 737, 838 เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นสูง เลข 4 ตัว อาทิ 1030 และ 3030 จะมีจำนวนภาคขยายน้อยกว่า โดย 636, 737 และ 838 ติดตั้งภาคขยายมา 7 แชนเนล รองรับรูปแบบลำโพง Dolby Atmos สูงสุดที่ 5.1.2 ในขณะที่รุ่น 1030 มี 9 แชนเนล รองรับที่ 5.1.4 หรือ 7.1.2 และรุ่น 3030 รองรับที่ 7.1.4 หรือ 9.1.2
จากจุดนี้แน่นอนว่ารุ่นใหญ่ รองรับจำนวนลำโพงมาก การแจกแจงรายละเอียดทิศทางเสียงย่อมจะต่อเนื่องชัดเจนกว่า อีกทั้งพละกำลังที่มากกว่า ยังเติมเต็มระดับเสียงครอบคลุมพื้นที่รับฟังได้ครอบคลุมกว้างขวางกว่าด้วย
อนึ่งหากห้องหับมีขนาดไม่ใหญ่นัก พื้นที่ติดตั้งจัดวางลำโพงน้อย ไม่มีความจำเป็นจะต้องยัดลำโพงลงไปมากมายให้เป็นที่อึดอัดเสียเปล่าๆ โดยทั่วไป พื้นที่รับฟังที่ครอบคลุมสำหรับระบบ 5.1.2 ราว 9 – 24 ตร.ม. ก็นับว่าเหมาะสม
5.1.2 with Top Surround Speakers or Dolby Atmos Enabled Speakers?
ดังที่เรียนไปว่า Onkyo AVR รุ่นเลข 3 ตัว ซึ่งมีรุ่น 838 รวมอยู่นั้น รองรับระบบลำโพงแบบ 5.1.2 ซึ่งในส่วนของการจัดวางลำโพงรอบทิศทางในแนวระนาบ (หน้า-หลัง) นั้น อิงรูปแบบมาตรฐานเดิมๆ ของ Dolby Digital 5.1 มาได้เลย แต่สำหรับลำโพงเอฟเฟ็กต์ด้านสูงนั้น สามารถเลือกติดตั้งใช้งานได้ 2 ลักษณะ

การติดตั้งใช้งานลำโพงระบบเสียง Dolby Atmos 5.1.2
แบบที่ใช้งานร่วมกับลำโพง Top Surround (ลำโพงฝังฝ้า, แขวนเพดาน)
ลักษณะแรก คือ Top Surround Speakers ติดตั้งไว้เหนือจุดรับฟังโดยตรง แนวทางนี้ใกล้เคียงอุดมคติที่แหล่งกำเนิดเสียงจะมีทิศทางมาจากด้านบนเหนือศีรษะจริงๆ โดยทั่วไปจะใช้งานร่วมกับลำโพงแบบฝังฝ้าเพดาน (In-ceiling Speakers) ซึ่งให้ความเรียบร้อยดูกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมในห้องมากที่สุด ทว่าต้องวางแผนดำเนินการไว้แต่แรก เพราะหากติดตั้งภายหลัง ลำโพงลักษณะนี้จะยุ่งยากอยู่สักหน่อยโดยเฉพาะประเด็นการเจาะคว้านและการร้อยสายลำโพงขึ้นบนฝ้าเพดาน
การติดตั้งแบบ Top Surround นอกจากใช้ลำโพงฝังฝ้าแล้วยังมีอีกวิธี คือ ดัดแปลงนำลำโพงตู้ (ลำโพงวางหิ้ง หรือลำโพงแซทเทลไลท์) ขึ้นไปแขวนบนฝ้า ทว่าการที่มีลำโพงตู้ไปห้อยอยู่บนเพดานอาจดูขัดตาอยู่บ้าง และในการติดตั้งต้องระมัดระวังเรื่องโครงสร้างการจับยึดต้องแข็งแรง โดยคำนึงถึงสภาพการรับน้ำหนักอย่างเหมาะสม อีกจุดที่ควรพิจารณา คือ โครงสร้างจับยึดและการร้อยสายลำโพงถ้าเดินลอยโดยไม่หาวิธีเก็บซ่อนให้ดี จะดูรุงรังมาก

การติดตั้งใช้งานลำโพงระบบเสียง Dolby Atmos 5.1.2
แบบที่ใช้งานร่วมกับลำโพง Dolby Atmos Enabled-Speakers (Front)
ลำโพงเอฟเฟ็กต์ด้านสูงลักษณะที่สอง คือ ใช้งานลำโพงติดตั้งในแนวระนาบที่เรียกว่า Dolby Atmos Enabled Speakers โดยลักษณะของลำโพงจะติดตั้งตัวขับเสียงที่มิทิศทางกระจายเสียงขึ้นไปบนฝ้าเพดานแล้วสะท้อนกลับลงมา Dolby Atmos Enabled Speakers นี้ มีทั้งแบบ Built-in มากับลำโพงที่ใช้งานเป็นลำโพงคู่หน้าหรือลำโพงเซอร์ราวด์ และแบบ Add-on ที่เป็นตู้อิสระ สามารถนำไปวางบนลำโพงลำโพงทั่วไปที่ใช้งานเป็นลำโพงคู่หน้าหรือลำโพงเซอร์ราวด์ได้ทันที ซึ่งในบททดสอบนี้ ใช้การอ้างอิงร่วมกับ SKH-410 Dolby Atmos Enabled Speakers ซึ่งเป็นลำโพงแบบ Add-on ของ Onkyo เอง

Onkyo SKH-410 Dolby Atmos Enabled Speakers แบบ “Add-on” ขนาดกะทัดรัด
สามารถนำไปวางบนลำโพงโฮมเธียเตอร์เดิมที่ใช้งานอยู่ได้ทันที
การรับชม/ฟังระบบเสียง Dolby Atmos
ขณะทำการทดสอบ คอนเทนต์ระบบเสียง Dolby Atmos มีเพียงแผ่นบลูเรย์ 2 ไตเติล คือ Dolby Atmos Demonstration Disc คอนเทนต์เฉพาะกิจที่ทาง Dolby ทำออกมาโปรโมตศักยภาพระบบเสียงรอบทิศทางใหม่นี้แก่สาธารณชน ภายในบรรจุคลิปวิดีโอตัวอย่างสั้นๆ พร้อมเสียง Dolby Atmos ส่วนอีกแผ่นเป็นภาพยนตร์บลูเรย์เรื่องแรก ที่มาพร้อมระบบเสียง Dolby Atmos คือ Transformers Age of Extinction ซึ่งหากสังเกตภาพยนตร์ที่ฉายพร้อมระบบเสียงใหม่นี้ในโรงภาพยนตร์ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ คาดว่าอีกไม่นานคงจะกลายมาเป็นแผ่นบลูเรย์ให้รับชมในบ้านพักอาศัยเช่นเดียวกัน โดยนำไปเปิดเล่นกับเครื่องเล่นบูลเรย์ที่มีอยู่ได้เลย หากเดิมสามารถ Bitstream ระบบเสียง TrueHD ได้ ก็สามารถ Dolby Atmos Bitstream ได้เช่นกัน ไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่ครับ สำคัญที่ต้องมี Dolby Atmos AVR

เมื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ทุกอย่างครบถ้วนแล้ว การตรวจสอบว่าขณะนี้ AVR กำลังถอดรหัสเสียง Dolby Atmos อยู่หรือไม่ สำหรับ Onkyo AVR รุ่นเลข 3 ตัว (636, 737, 838) จะต้องกดปุ่ม Display ที่รีโมตคอนโทรลซ้ำๆ เพื่อให้จอที่แผงหน้า แสดง Audio Info

หรือไม่ก็กดปุ่ม Q Setup แล้วไปที่หัวข้อ Information เพื่อดูข้อมูลผ่านจอทีวีแบบ OSD ก็ได้เช่นกัน… ตรงนี้จะดูยุ่งยากกว่ารุ่นเลข 4 ตัว ที่สามารถตรวจสอบจากไฟแสดงสถานะการถอดรหัสระบบเสียง Dolby Atmos ที่แยกออกมาต่างหากบนแผงหน้าได้เลย
ระบบเสียง Dolby Atmos ใช้วิธีการบันทึกข้อมูลเพิ่มมากับระบบเสียง Dolby TrueHD หรือ Dolby Digital Plus กรณีที่ Onkyo AVR ตรวจพบข้อมูล Atmos ที่มาพร้อมกับระบบเสียง TrueHD ระบบฯ จะแสดงรายละเอียดว่าเป็น “DD Atmos/TrueHD” แต่ถ้าเป็นระบบที่มากับระบบเสียง Dolby Digital Plus การถอดรหัสจะเป็นในรูปแบบของ “Dolby Surround” (Dolby Atmos Upmix)
Dolby Atmos ให้เสียงรายล้อมสมจริงแบบ 360 องศาได้จริงหรือ?
คำว่า บรรยากาศรายล้อม คือที่มาของคำว่า “Atmos” (Atmosphere) นั่นเอง เป้าหมายของระบบเสียงใหม่นี้ จึงมุ่งเป้าไปที่การถ่ายทอดเสียงรอบทิศทางที่โอบล้อมสมจริงยิ่งขึ้น และจุดสำคัญก็คือการเพิ่มมิติเสียงด้านสูง จากการทดสอบร่วมกับ Onkyo TX-NR838 พร้อมระบบลำโพงแบบ 5.1.2 โดยสลับเปรียบเทียบระหว่างใช้งาน Dolby Atmos Enabled Speakers (SKH-410) กับไม่ใช้ เพื่อจำลองการรับฟังแบบ 5.1/7.1 เดิมๆ เปรียบเทียบกัน ให้ผลลัพธ์ดังนี้
กับซิสเต็ม 5.1/7.1 เดิมนั้น ระดับเพดานเสียงจะอิงกับระดับความสูงของลำโพงเซอร์ราวด์เพียงอย่างเดียว ดังนั้นความต่อเนื่องในการโยนเสียงจากด้านหน้าไปด้านหลัง มักจะคงระดับความสูงได้ไม่ละเอียดกลมกลืนนัก และยิ่งปรับระดับความสูงของลำโพงคู่หน้าและลำโพงเซอร์ราวด์ให้ห่างกันมากเท่าไหร่ ความต่อเนื่องกลมกลืนของเพดานเสียงจะยิ่งลดน้อยลงไปเท่านั้น

ตรงนี้อ้างอิงได้จากคลิป Dolby Atmos Amaze Trailer ในแผ่นบลูเรย์ Dolby Atmos Demonstration Disc ซึ่งใช้อ้างอิงคุณภาพเสียงของซิสเต็ม Dolby Atmos ได้หลายประการ จุดแรก คือ เสียงฝนตกฟ้าร้อง หากเป็นซิสเต็ม 5.1/7.1 เดิม พบว่า การก่อตัวของบรรยากาศด้านสูงจะทำได้ไม่ดีนัก เสียงจะไม่ลอยขึ้นด้านบน แต่จะอยู่ต่ำเลี่ยระดับหูเท่านั้น
ในขณะที่ Dolby Atmos ให้ในจุดนี้ได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสำหรับระบบ 5.1.2 นั้น ต้องยกให้กับ Dolby Atmos Enabled Speakers (Front) ติดตั้งอยู่บนลำโพงคู่หน้าเป็นหัวใจหลัก โดยทำหน้าที่ช่วยเสริมการก่อตัวของบรรยากาศด้านสูง ตรงนี้จึงชี้ชัดถึงสิ่งที่ได้เพิ่มขึ้นจากระบบเสียง Dolby Atmos
อย่างไรก็ดีด้วยตำแหน่งติดตั้ง SKH-410 ที่อยู่บนลำโพงคู่หน้า การไฟน์จูนเพื่อให้ได้ความต่อเนื่องของเสียงเข้ากับลำโพงรอบทิศในแนวระนาบอื่นๆ ก็มีส่วนสำคัญ หากจุดนี้ไม่ลงตัว แม้ได้ความสูงแต่จะขาดความต่อเนื่อง

เสียงนกบินวนรอบช่วงเวลาที่ 00:00:23 ใช้อ้างอิงความต่อเนื่องของเพดานเสียงด้านสูงได้ดี การสังเกต (ฟัง) จะต้องอ้างอิงระดับความสูงของทิศทางเพดานเสียงให้สัมพันธ์ต่อเนื่องกลมกลืนเข้าด้วยกันจากจุดนั่งฟังหลัก ซึ่งระบบ 5.1.2 ที่ใช้งาน Dolby Atmos Enabled Speakers (Front) ตำแหน่งติดตั้งลำโพงจะตายตัวเพราะต้องวางบนลำโพงคู่หน้า ไม่จำเป็นต้องติดตั้งให้สูงกว่า และไม่แนะนำให้ติดตั้ง Dolby Atmos Enabled Speakers (Front) โดยแยกออกห่างจากลำโพงคู่หน้าเพราะอาจส่งผลถึงความกลมกลืน
ทั้งนี้ในการไฟน์จูนลำโพงนั้น สามารถเริมต้นโดยใช้ AccuEQ ตั้งค่าลำโพงที่จำเป็นกับ AVR ก่อน เพื่อให้มีค่าอ้างอิง ซึ่งจากการทดสอบพบว่าผลลัพธ์ที่ได้ น่าพอใจไม่น้อย จากนั้นค่อยทำการไฟน์จูนเพิ่มเติมหากมีจุดใดที่ยังไม่ลงตัว โดยระบบ 5.1.2 สามารถใช้การไฟน์จูนระดับความสูงของลำโพงเซอร์ราวด์ หากฟังแล้วตำแหน่งเสียงนกบินไม่มีความต่อเนื่อง เช่นบินอยู่สูงที่ด้านหน้า แต่ระดับลดต่ำลงช่วงวนไปด้านหลัง แสดงว่าตำแหน่งติดตั้งลำโพงเซอร์ราวด์ไม่เหมาะสม (ต่ำเกินไป) ให้ขยับตำแหน่งและหรือความสูงของลำโพงเซอร์ราวด์จนได้ความกลมกลืน หรือหากรัศมีรายล้อมขาดความต่อเนื่องไม่เป็นวงกลม แสดงว่าการอ้างอิง Delay (Distance) ของลำโพงในระบบยังไม่ลงตัว

เท่าที่สังเกตทั้งจาก Dolby Atmos Demonstration Disc (Dolby Atmos Amaze Trailer) และ Transformers Age of Extinction ใช้ทดสอบศักยภาพของลำโพงซับวูฟเฟอร์ได้ด้วยนะครับ ย่านความถี่ต่ำที่บันทึกมาต้องบอกว่า “หนัก” กว่าที่เคย หากซับวูฟเฟอร์ไม่ไหวก็ “แป้ก” กันเห็นๆ เลยครับ แต่จะอ้างอิงได้ต้องปรับตั้งซับฯ ให้เหมาะสมด้วยนะครับ หากบูสท์ความถี่ (ตัดครอสฯ ที่หลังลำโพงซับฯ ต่ำ) หรือเร่งวอลลุ่มสูงเกินไป อะไรที่เกินพอดีต่อให้ซับฯ ดี มันก็แป้กได้เหมือนกัน
โอกาสหน้ามาทดลองระบบเสียง Dolby Atmos แบบ 5.1.4 ร่วมกับ TX-NR3030 ดูบ้าง ว่าจะได้อะไรเพิ่มขึ้นจาก 5.1.2 หรือไม่ และจุดดี – จุดด้อย ของลำโพงเอฟเฟ็กต์ด้านสูง ทั้ง Top Surround และ Dolby Atmos Enabled Speakers ควรจะเลือกใช้อะไร?… โปรดติดตาม
by ชานม !
12/2014