เจนจัดเรื่องภาพ!! รีวิว Acer H7550ST ฉายภาพจอใหญ่ ใช้พื้นที่น้อย
สวัสดีครับผู้อ่านทุกคน อากาศร้อนๆ แบบนี้ ผมจึงมีรีวิวโปรเจ็กเตอร์ร้อนแรง มาเสริฟ จุดเด่นของรุ่นนี้อยู่ที่ความเป็นโปรเจ็กเตอร์แบบ ST หรือ Short Throw ที่ใช้พื้นที่ระยะฉายสั้นๆ กินพื้นที่ไม่เยอะ แต่กลับได้ภาพขนาดใหญ่เต็มตา บวกกับรุ่นนี้มีความละเอียดภาพระดับ Full HD (1920×1080) ทำให้ภาพที่ได้ยิ่งมีความคมชัด


สเปคเบื้องต้นของ Acer H7550ST
Type : DLP
Native Resolution : 1920 x 1080
Aspect Ratio : 16:9
Brightness : 3,000 lumens
Lamp Life : 4,000 ชั่วโมง/Normal Mode
ราคาเปิดตัว : 79,990บาท
ดีไซน์
เนื่องจาก Acer H7550ST รุ่นนี้ถูกวางตัวอยู่ในซีรีส์ HT (Home Theater) ทำให้ตัวเครื่องจึงมีขนาดค่อนข้างใหญ่ แต่ขณะเดียวกันมันก็ดูแข็งแรง และทนทานด้วย ที่ด้านหน้าบริเวณด้านซ้ายจะมีช่องลมสำหรับระบายความร้อน ซึ่งการออกแบบเช่นนี้ทิศทางลมร้อนจะถูกระบายออกทางด้านหน้า แตกต่างจากรุ่นอื่นที่ออกจากด้านข้าง ถือว่าทำได้ดีมากครับ ถัดไปทางด้านขวาคือเลนส์ที่ใช้ฉายภาพ รูรับแสงกว้าง F2.6 และบริเวณด้านหน้ากึ่งกลางจะมีปุ่มสำหรับปรับระดับก้มเงยของตัวเครื่องอยู่ด้วย ส่วนบริเวณด้านข้างซ้าย-ขวา จะเป็นจุดวางลำโพงซึ่งเป็นลำโพงระบบสเตอริโอ กำลังขับ 10W





อุปกรณ์ต่างๆ ที่แถมมาให้พร้อมกันในกล่องที่ทางทีมงานได้รับมาทดสอบ
1.กระเป๋าโปรเจ็กเตอร์
2.แว่นตาสามมิติแบบ Active x 2
3.คู่มือการใช้งาน
4.สายไฟ AC Power
5.สาย HDMI


รีโมทของ Acer H7550ST ครับ แผงปุ่มควบคุมไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่
ช่องต่อ
ช่องต่อของ Acer H7550ST ถือว่าให้มาครบครันมาก มีช่องต่อ HDMI มากถึง 3 ช่อง โดยสองช่องแรกจะอยู่บริเวณด้านหลังเครื่อง และอีกช่องหนึ่งจะถูกซ่อนอยู่ภายใน ซึ่งเราจะต้องถอดฝาครองเครื่องออกก่อนจึงจะเห็น ซึ่งความจริงแล้วช่อง HDMI ตรงนี้มีไว้สำหรับเชื่อมต่อกับ Wireless Dongle นั่นเอง (Wireless Dongle สามารถที่จะต่อกับ HDMI ช่องไหนก็ได้นะครับ แต่เพื่อความสะดวกในการใช้งานจริงควรต่อกับช่อง HDMI ที่ซ่อนอยู่จะดีที่สุด เพราะเราควรเหลือช่อง HDMI อีก 2 ช่องที่อยู่หลังเครื่องไว้ต่อกับอย่างอื่นเช่นกับ Blu-ray Player และ Computer เป็นต้น จะได้ไม่ต้องถอดสาย HDMI เข้า-ออก บ่อย)


ช่องต่อด้านในที่ซ่อนอยู่เอาไว้ใช้เชื่อมต่อกับ Wireless Adapter (พอร์ตด้านนอกก็สามารถเชื่อมต่อได้นะครับ แต่ควรเก็บไว้ใช้ต่อกับอุปกรณ์อื่นจะดีกว่า)
ช่องต่อทั้งหมดของ Acer H7550ST
1.HDMI x 3
2.RS232
3.USB
4.DC 5V Out
5.S Video
6.VGA In
7.VGA Out
8.Component
9.Audio In
10.Audio Out
11.AC In
ภาพ
ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างโปรเจ็กเตอร์กับทีวีอยู่ที่การใช้งานครั้งแรกครับ ทีวีจะสามารถเปิดใช้งานได้เลย แต่ โปรเจ็กเตอร์จะต้องตั้งปรับภาพที่ฉายออกจากโปรเจ็กเตอร์ให้พอดีกับจอภาพก่อน สำหรับ Acer H7550ST รุ่นนี้ให้กดปุ่ม Menu ขึ้นมาครับ เมื่อกดมาแล้วเราจะพบกับภาพตารางเป็นเส้นๆ ในการปรับให้เราจัดเส้นตารางเหล่านี้ให้ตรงและอยู่ในกรอบจอภาพ โดยอาจใช้วงแหวนก้านซูม ปรับระดับก้มเงย รวมไปถึง Keystone เป็นตัวช่วยได้ และด้วยความที่มันเป็น Short Throw Projector ตัวเครื่องจึงใช้พื้นที่ระยะฉายสั้นมากประมาณ 1.5 เมตร : จอภาพขนาด 100นิ้ว เท่านั้น

ก่อนที่จะต่ออินพุตใดๆ เข้ากับโปรเจ็กเตอร์ ควรกดปุ่ม Menu เพื่อดูระนาบเอียงซ้าย/ขวา ระยะฉายของโปรเจ็กเตอร์ก่อน

หลังจากที่ผ่านพ้นการปรับตำแหน่งโปรเจ็กเตอร์ไปแล้วก็ถึงเวลาที่เราจะได้เสพภาพสไตล์โรงภาพยนตร์ในห้องโฮมเธียเตอร์ของเราแล้วครับ ต้องบอกเลยว่าทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ปรับภาพแต่เปิดมาก็ประทับใจแล้ว เพราะภาพมีความคมชัด สวยสด ดีมาก แต่ยังมีปัญหาคือภาพจะติดอมแดงอยู่บ้างซึ่งอาการนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงกับสีผิวของคนเป็นหลัก โดยภาพติดแดงนี้สามารถลดลงได้ด้วยการเลือกโหมดภาพอัตโนมัติที่มีมาให้ และเหนือไปกว่านั้นคือการปรับภาพโปรเจ็กเตอร์ ในเบื้องต้นโหมดภาพอัตโนมัติมีมาให้ด้วยกันทั้งหมด 7โหมด ด้วยกันคือ Standard / Movie / Dark Cinema / Game / Sports / User / Bright ในจำนวนโหมดภาพเดิมๆ ที่ไม่ได้ปรับแต่งค่าอะไรเพิ่มเติมผมจะชื่นชอบโหมด Dark Cinema มากที่สุด เนื่อจากฉากมืดแสดงรายละเอียดดีที่สุด อุณหภูมิสีผิดเพี้ยนน้อย



หลังจากปรับภาพแล้วค่าอุณหภูมิสีของรุ่นนี้อยู่ในเกณฑ์ดี ราวๆ 6800K (สำหรับผู้ใช้ที่ไม่มีเครื่องมือปรับภาพแล้วต้องการได้อุณหภูมิสีทีดีแนะนำว่าให้ใช้ Preset อุณหภูมิสีเป็น CT2) และในเมนูลึกๆ มีให้ปรับค่าพารามิเตอร์ต่างๆ เช่นพวก Gamma, White Balance ได้เยอะ เพียงแต่เมื่อลองปรับไปแล้วค่าที่ได้ส่งผลไม่ครบถ้วน เช่น ตอนจูนค่า White Balance ตัวเครื่องสามารถปรับได้ 2จุด แต่เมื่อลองปรับจริงๆ ค่าที่ส่งผลกลับได้แค่จุดเดียว (อ้างอิงจากสัญญาณอินพุต YCbCr) อย่างไรก็ดีหลังปรับจูนค่าต่างๆ แล้วทั้งสีสัน และอุณหภูมิสีถือว่าดีขึ้นมาอีกระดับหนึ่งเลยครับ

หลังจากปรับภาพแล้วสามารถดึงสีส่วนใหญ่ให้กลับมาอยู่ตามมาตรฐาน REC.709 ได้ เว้นแต่ Magenta ที่ปรับแล้วดึงกลับมายังจุดมาตรฐานได้น้อย แต่ก็ถือว่าทำได้ดีมากแล้วครับกับค่าที่ได้
| Picture Modes | CTT | Gamma | Consumption | |
| Eco – Off | Eco – Off | Eco – On | ||
| Bright | 6083 | 2.18 | ||
| Standard | 7214 | 2.7 | ||
| Movie | 6965 | 2.79 | ||
| Dark Cineama | 6995 | 2.64 | ||
| Game | 7218 | 2.61 | ||
| Sport | 7334 | 2.66 | ||
| User – CT2 | 6997 | 2.78 | ||
| User – CT1 | 5787 | 2.71 | ||
| User – CT3 | 8442 | 2.79 | ||
| User – Calibrated | 6862 | 2.22 | 243 | 191 |
ทดสอบภาพ 3D
AcerH7550ST ใช้เทคโนโลยีการฉายภาพสามมิติแบบ Active ดังนั้นมั่นใจได้เลยครับว่าภาพที่ได้จะมีความคมชัดเทียบเท่ากับภาพตอนฉายแบบ 2D แน่นอน นอกจากนี้แล้วในเรื่องมิติภาพเชิงลึกก็ดูโดดเด่นดี มีมิติตื้นลึกหนาบาง เพียงแต่ความสว่างจะดรอปลงเล็กน้อยเมื่อตอนสวมแว่น เบื้องต้นอ้างอิงจากแพคเกจที่ได้รับมาทดสอบรุ่นนี้จะให้แว่นสามมิติมา 2 อัน และด้วยความที่ผมเป็นคนสายตาสั้นจึงต้องสวมแว่นสามมิติทับ ขณะที่สวมแว่นทับพบว่าสะดวกสบายดีครับ ไม่รู้สึกกดทับ หรือหนักแต่อย่างไร และจากข้อมูลที่ผมทราบมาจากทาง Acer ได้เคลมไว้ว่า Acer H7550ST เครื่องนี้รองรับการเชื่อมต่อแว่นตาสามมิติได้เป็นร้อยตัว!!



ภาพนี้หลายท่านที่อ่านรีวิวของเราคงคุ้นเคยกันดี เพราะฉากนี้เราจะใช้ทดสอบเรื่องภาพเคลื่อนไหวโดยเฉพาะ กับ Acer H7550ST เครื่องนี้ภาพเคลื่อนไหวถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่ได้ลื่นไหลจนดูไม่เป็นธรรมชาติ และไม่ได้ติดขัดจนถึงกับให้ดูแล้วสะดุดตาในฉากแพนกล้อง หรือการเคลื่อนไหวของตัวละคร
เสียง
ตำแหน่งติดตั้งลำโพงของรุ่นนี้อยู่บริเวณด้านข้างซ้าย-ขวา ของตัวเครื่องให้พลังเสียงข้างละ 10W (รวมเป็น 20W) ด้วยพลังเสียงระดับนี้หากเปิดลำโพงในห้องปิดถือว่าดีเลยทีเดียว สไตล์เสียงของลำโพงที่ติดมากับเครื่องจะมีความใสเป็นเอกลักษณ์ เบสมีเล็กน้อย เสียงกลางของคนพูดหรือนักร้องจะมีความชัดเป็นพิเศษ ดังนั้นฉากในภาพยนตร์อย่างตอนปาระเบิด หรือช่วงที่ใช้เสียงทุ้มต่ำ ก็จะดูแห้งๆ ไปซักหน่อย แต่อย่างไรก็ดีการแยกชาแนลซ้าย/ขวา พร้อมกับระบบ DTS Surround Sound ก็ช่วยให้เสียงแวดล้อมดูชัดเจนมีมิติขึ้นมาก อดคิดไม่ได้เลยว่านี่มันลำโพง Built-in จริงๆ หรือ? นอกจากนี้หากใครคิดว่าลำโพงที่ติดมาพลังเสียงยังไม่ถึงใจ ก็สามารถเชื่อมต่อกับลำโพงภายนอกผ่าน Bluetooth ได้ครับ

เพิ่มเติม
เครื่องนี้รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และการแชร์ภาพจากสมาร์ทโฟนขึ้นไปแสดงบนโปรเจ็กเตอร์ได้ด้วย ทว่าเราจำเป็นจะต้องใช้ Wi-Fi Dongle อย่างในกรณีนี้ได้ใช้ Acer MWA3 MHL Wireless Adapter ในการรับสัญญาณ โดยรุ่นนี้สามารถเลือกการเชื่อมต่อเข้ากับตัวโปรเจ็กเตอร์ได้สองแบบ แบบแรกคือผ่านทางพอร์ต HDMI ที่จะต้องต่อไฟจาก USB คอยเลี้ยง กับแบบที่สองคือผ่านการเชื่อมต่อแบบ MHL นอกจาก Wi-Fi Dongle แล้ว การจะแชร์ภาพจากสมาร์ทโฟนไปให้ยังโปรเจ็กเตอร์จำเป็นที่จะต้องใช้แอพพลิเคชั่น Acer eDisplay Pro ด้วย เมื่อติดตั้งแอพลงบนเครื่อง และเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับ Wi-Fi Dongle แล้ว เราก็จะสามารถแชร์ภาพ วิดีโอ เพลง เล่นอินเทอร์เน็ต ดูคลิปจาก YouTube ได้ง่ายๆ เลย เพราะอย่างเวลาเราพิมพ์อะไรก็สามารถใช้คีย์บอร์ดบนสมาร์โฟน สะดวกสบายมากๆ



ACER MWA3 Wireless MHL Adapter สามารถเชื่อมต่อเข้ากับโปรเจ็กเตอร์ผ่านทางพอร็ต HDMI หรือ MHL

Acer MWA3 MHL Wireless Adapter ที่ใช้ในการรับสัญญาณ กรณีนี้ต่อผ่าน HDMI จึงจำเป็นที่ต้องใช้ไฟเข้าไปเลี้ยงด้วย แต่ถ้าเป็นแบบ MHL ไม่ต้องใช้ครับ เพราะกระแสไฟจะวิ่งผ่านสาย MHL เข้าตัว Adapter เอง



เวลาดูคลิป หรือค้นหาก็สะดวกมาก เพราะเราสามารถใช้แป้นพิมพ์บนสมาร์ทโฟนเป็นตัวช่วยในการพิมพ์ได้เลย แถมเวลาควบคุมก็ถือว่าค่อนข้าง Real time

สรุป

โดยภาพรวมแล้ว Acer H7550ST นับเป็นโปรเจ็กเตอร์ตระกูลโฮมเธียเตอร์ที่น่าใช้งานมาก เพราะรุ่นนี้มีระยะฉายที่ใกล้เพียงประมาณ 1.5เมตร มันจึงเหมะกับห้องทุกขนาด จะจับวางตั้งบนพื้น แขวบนเพดาน ฉายกลับด้าน H7550ST ก็มีโหมดไว้รองรับด้วยกันทั้งนั้น แถมความละเอียดภาพที่แท้จริงก็เป็นระดับ Full HD (1,920 x 1,080) ภาพที่ฉายออกมาจึงมีความคมชัดกว่าแบบ 720p หลายช่วงตัว นอกจากนี้แล้วเรื่องเสียงที่มาพร้อมกับตัวเครื่อง บวกกับลูกเล่นก็ไม่ขี้เหร่ ใช้งานได้ดี แต่ถ้าจะให้ดีกว่านี้คือผู้ใช้ไม่ต้องซื้อ Wi-Fi Dongle แยก แต่เป็นการมี Wi-Fi ในตัวไปเลย
ข้อดีของ Acer H7550ST
1.ช่องต่อเยอะและครบครัน
2.การบิดเบือนภาพจากเลนส์ต่ำ (Barrel Distortion)
3.ภาพดีมาแล้วตั้งแต่ต้นไม่ต้องปรับแต่งอะไรเยอะ
4.มีลูกเล่นแชร์ภาพ เล่นอินเทอร์เน็ต ที่ทำอะไรได้เยอะมากกว่าแค่การฉายภาพ
ข้อเสียของ Acer H7550ST
1.ยังไม่สามารถปรับแต่งค่า White Balance, Gamma ให้ส่งผลได้อย่างสมบูรณ์ (แต่เท่าที่ปรับได้ก็ดีมากแล้ว)