ข้ามไปที่เนื้อหา
|

เจ้าแห่ง 4K ! รีวิว Sony KD-65X9000B ของแท้ต้นตำรับ

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 14 Jan 2022 0 ความคิดเห็น

Sony ถือว่าเป็นแบรนด์ต้นตำรับของเทคโนโลยี 4K จะเรียกได้ว่าทั้งอุตสาหกรรมภาพยนตร์และโฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์มีสินค้า Sony 4K เกี่ยวข้องด้วยทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นกล้องถ่ายวีดีโอแบบ 4K, จอมอนิเตอร์แบบ 4K, หนังความละเอียด 4K, โปรเจกเตอร์ 4K, จนกระทั่งทีวีแบบ 4K ที่กำลังเป็นมาตรฐานใหม่ในบ้านของเรา จะเรียกได้ว่า Sony เป็นผู้สร้าง “ระบบนิเวศน์ 4K” (4K Ecosystem) ที่สมบูรณ์ครบถ้วนที่สุดทั้งฮารด์แวร์และซอฟท์แวร์ จึงไม่แปลกหากจะบอกว่า Sony คือเจ้าตำรับ 4K อย่างแท้จริง สำหรับทีวีที่ได้มาทดสอบคือเจ้า Sony KD-65X9000B เป็นตัวท็อปของ Sony ในปีนี้ (จริงๆมีท็อปกว่านี้คือ KD-85X9500B ขนาด 85″ แต่ราคาเหยียบล้าน) มีการปรับปรุงทั้งคุณภาพของภาพ ระบบเสียงและดีไซน์ให้ล้ำขึ้นไปอีกขั้น บอกตามตรงว่าผมอยากทดสอบตัวนี้มากเพราะมีโอกาสทดสอบ 4K TV ของค่ายอื่นไปครบหมดแล้ว ก็เหลือเจ้าตัวนี้นี่แหละ จะได้รู้ดำรู้แดงว่าทีวี 4K ตัวไหนดีที่สุดในปีนี้ ? สนนราคาเปิดตัวก็ 189,990 บาท 

ประกาศผลรางวัลทีวี 4K ที่ดีที่สุดประจำปี 2014-2015

Sony KD-65X9000B 4K TV ราคาเปิดตัว 189,990 บาท รูปนี้วางขาตั้ง “แบบกว้าง” ส่วนการทดสอบจะวาง “แบบแคบ”

Sony KD-65X9000B

  • Resolution 3840 x 2160 (4K)
  • 4K X-Reality Pro
  • X-tended Dynamic Range
  • Triluminos Display
  • 2.2 Ch Magnetic Fluid Speaker
  • Wedge Design
  • HDMI x 4
  • USB x 3

ดีไซน์

Sony KD-65X9000B มีการออกแบบแบบ Wedge Design กล่าวคือตรงบริเวณด้านล่างของตัวเครื่องจะมีความหนาขึ้นมาหน่อยเพื่อรองรับการติดตั้งดอกลำโพงที่ต้องใช้พื้นที่ เพื่อให้คุณภาพเสียงที่ดีจริงได้ ส่วนฐานตั้งมีลักษณะเป็น “ขาคู่” สีโครเมี่ยม สามารถเลือกได้ว่าจะติดแบบ “แคบ” หรือ “กว้าง” ซึ่งถือว่าตอบโจทย์เรื่องชั้นวางทีวีของแต่ละบ้านที่มีขนาดเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน ถือว่าได้ใจผผมและทีมงานมาก เพราะชั้นวางทีวีที่ใช้กันอยู่มันตั้งแบบกว้างไม่ได้ ก็ปรับมาติดตั้งแบบ “แคบ” แทน ทีนี้วางได้พอดีเป๊ะและยังมั่นคงมากซะด้วย ตัวจอจะเป็นแผ่นกระจกใสเรียบหรูไปยังสุดขอบ คล้ายๆดีไซน์ Monolithic เมื่อซัก 2-3 ปีที่ผ่านมา ส่วนไฮไลท์คือตัวลำโพงแบบ Magnetic Fluid Speaker พร้อมดอกลำโพงครบ 3 ย่านทั้งสูง กลาง ต่ำ บริเวณปีกซ้ายและขวาของทีวี หากท่านไหนเน้นเรื่องคุณภาพของเสียงคงชอบมิใช่น้อย (แต่ท่านไหนเห็นว่ามันแอบเทอะทะ ชอบแบบเรียบหรูไม่มีอะไรยื่นออกมาด้านข้างก็แนะนำลองดูรุ่น X8500B แทน) ตรงกลางด้านล่างโลโก้ Sony จะมีไฟแสดงสถานะเรืองแสงดูหรูสวยงาม ส่วนช่องต่อด้านหลังก็ให้ อุปกรณ์เสริมอย่าง Port Replicator หรือกล่องศูนย์รวมช่องต่อให้มา เหมาะมากหากท่านไหนติดตั้งทีวีแบบแขวน หรือขี้เกียจมุดหัวเข้าไปเสียบสายสัญญาณที่ด้านหลังของเครื่อง สามารถเชื่อมต่อสายสัญญาณอย่าง HDMI จากกล่อง Port Replicator เข้าตัวทีวีและยกหล่อง Port Replicator มาวางด้านหน้าทีวีแทน ก็จะช่วยอำนวยความสะดวกการเชื่อมต่อได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องอ้อมหรือมุดไปข้างหลังเพื่อเสียบสายสัญญาณ โดยรวมแล้วดีไซน์ของ X9000B ให้ความสำคัญกับการ “การใช้งานจริง” โดยยัง “คงความสวยงามแบบพอดีๆ” ไว้อยู่

Sony KD-65X9000B ด้านหน้าตรง สำหรับการทดสอบผมติดตั้งฐานตั้ง “แบบแคบ” ตะเกียบคู่

พระเอกของงานนี้ ลำโพง Magnetic Fluid Speaker ดูภายนอกคาดว่า เสียงคงไม่ธรรมดาแน่ๆ (แอบคิดในใจ)

มุมบนซ้ายเหนือลำโพงจะมีกล้องเว็บแคม Built-In มาให้ ไว้เล่นพวก Video Call อย่าง Skype

โลโก้ Sony ด้านล่าง อะคริลิคใสจะมีไฟเรืองแสงแสดงสถานะด้วย

ด้านข้างบ่งบอกได้ดีว่าอะไรคือ Wedge Design จะสังเกตฐานล่างมีขนาดกว้างกว่าด้านบน เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้ดอกลำโพง ตลอดจนความมั่นคงสมดุลในการจัดวาง

ด้านหลัง

ผมติดตั้งขาตั้งตะเกียบคู่ “แบบแคบ” เนื่องจากชั้นวางทีวีไม่ได้กว้างมาก นำรูปจากด้านหลังมาให้ดู

ท่อคายเบสด้านหลัง

ปุ่มกดด้านหลังเครื่อง

รีโมทคอนโทรลให้มา 2 แบบทั้งแบบธรรมดาและแบบพิเศษที่ใช้นิ้วโป้งเลื่อนๆสั่งงานได้ รวมถึงรองรับการซิงค์กับมือถือด้วย One Touch Mirroring (NFC)

ช่องต่อ

สำหรับช่องต่อของ Sony X9000B Series ก็จัดจัดเต็มมาให้สไตล์ตัวท็อปทั้ง HDMI ถึง 4 (Version 2.0 แล้ว ปีที่แล้วยังเป็น 1.4 แล้วต้องอัพเกรดซอฟท์แวร์) ช่อง USB 2 ช่อง มีระบบ WiFi Built-In รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไร้สาย ระบบจูนเนอร์ก็เป็นดิจิตอล ดูได้ทั้งดิจิตอลทีวีและอนาล็อกทีวี ซึ่งหากคิดว่ายังน้อยไปทาง Sony เองก็ใจปล้ำให้ตัวกล่อง Port Replicator หรือกล่องศูนย์รวมช่องต่อมาให้ ช่วยอำนวยความสะดวกทั้งการที่เราไม่ต้องไปมุดเสียบสายสัญญาณให้เมื่อยหัว รวมถึงการเพิ่มจำนวนช่องต่อไปในตัวด้วย อนึ่งกล่อง Port Replicator คล้ายกล่อง One Connect ของ Samsung

  • HDMI x 4
  • USB 2.0 x 3
  • AV x 2 (ใช้ร่วมกับ Component 1)
  • Component x 1
  • LAN x 1
  • Antenna x 1
  • Digital Audio Out x 1
  • Audio Out x 1 (ใช้ร่วมกับช่องหูฟัง)
  • Headphone Out x 1 (ใช้ร่วมกับ Audio Out)

 

ช่องต่อด้านหลัง

ช่องต่อด้านข้าง

กล่อง Port Replicator

ภาพ

ทดสอบภาพ 2 มิติ

Sony KD-65X9000B LED TV (แบบ Edge พร้อม Local Dimming)  มีความละเอียดหน้าจอแบบ 4K หรือ 3840 x 2160 พิกเซล มีเทคโนโลยี Triluminos สามารถแสดงขอบเขตของสีได้กว้างขึ้น ส่งผลให้แสดงสีสันได้สดสมจริงยิ่งขึ้นกว่ารุ่นที่ไม่มี มี X-Tended Dynamic Range เพิ่มอัตราส่วนความมืด-สว่างขึ้นอีก โดยความสว่างจะได้จากหลอดไฟ LED ที่เพิ่มระดับความสว่างมากขึ้น ส่วนความมืดก็ตกเป็นหน้าที่ของ Local Dimming ที่ช่วยหรี่หรือปิดหลอดไฟในช่วงภาพที่เป็นสีดำให้ดำสงัดยิ่งขึ้น ผมเริ่มด้วยการปรับโหมดภาพให้เหมาะสมกับการรับชมในห้องนั่งเล่นทั่วไปเสียก่อน โดยผมเลือกโหมดภาพอย่าง Custom ซึ่งแสงสีเป็นโทนอุ่น (Warm) ซึ่งใกล้เคียงค่าอ้างอิงมากที่สุด เริ่มจากแผ่น Life of Pi  “ฉากตะวันทอแสง” ที่ผมเองเปิดบ่อยในงานบรรยายเพื่อใช้ทดสอบประสิทธิภาพของทีวี แนวภาพของ Sony ตัวนี้มีความใสให้มิติลุ่มลึกได้ดี สีสันมีความเป็นธรรมชาติสูง เนื้อสีมีน้ำหนักพอเหมาะ ไม่ได้ติดอิ่มข้นหรือใสจางเกินไป ภาพมีความเนียนและสะอาดตา โดยส่วนตัวผมว่าสมดุลมาก ดูได้ในระยะยาวไม่มีเบื่อ เปรียบได้ดั่งลำโพงอังกฤษยี่ห้อโปรดของผมอย่าง Bowers & Wilkins ที่ให้ความเป็นกลาง ธรรมชาติ ฟังไพเราะเสนาะหูได้เป็นเวลานาน  พอเปิดการทดสอบฉากตะวันทอแสง เปิด Local Dimming ช่วยด้วย (ปรับที่ LED Dynamic Control) สีทองของแสงตะวันมีความอร่ามอยู่ในตัวมัน มิได้รุกเร้าแบบยัดเยียดจนรำคาญสายตา การไล่ดิมหรี่แสงให้ฉากที่มืดสนิทก็ทำได้เนียนตา ด้วยแผงกระจกด้านหน้าช่วยยกระดับความลุ่มลึกได้ดี อารมณ์ประมาณ W954 มีกระจก VS W904 ไม่มีกระจก ของปีที่แล้ว ความคมชัดกับคอนเทนต์ Full HD แน่นอนว่ามิอาจคมกริบเท่าคอนเทนต์ 4K แท้ๆ กระนั้นก็จัดอยู่ในระดับดูได้ไร้ปัญหา ขนาดจอระดับ 65″ ระยะรับชมซัก 2.5 เมตรขึ้นไปถือว่าเพียงพอแล้ว ส่วนผมนั่งห่าง 3 เมตร ก็ยิ่งโอเคเข้าไปใหญ่

 

ขอบเขตของสีในโหมด Custom VS โหมด Vivid

โดยโหมด Custom สามารถแสงขอบเขตของสี (Rec 709) และให้ค่าสมดุลแสงขาว White Balance (D65) ได้ใกล้เคียงกับค่าอ้างอิงมากที่สุดในขณะที่โหมด Vivid จะสามารถขยายขอบเขตการแสดงสีได้เกินมาตรฐานโดยเฉพาะสีเขียว ส่วนสมดุลแสงขาวจะติดอมน้ำเงินแบบสดชื่น

Pre-Calibration ก้อนปรับภาพ : โหมด Custom และ Color Temp เป็น Warm 2

Post Calibration หลังจากปรับภาพ : ปรับได้แต่ 2P White Balance แต่นั้นก็ช่วยให้ขอบเขตการแสดงเฉดสีของแม่สีหลักและรองดีถูกต้องตามมาตรฐานไปโดยปริยาย (เยี่ยมมจริง เหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว)

Picture Mode CTT Gamma Luminance Consumption Backlight
avg avg fL W

Vivid 19612 0.76 109.5 205 Max
Standard 10537 1.9 58.5 134 5
Custom 7044 2.24 59.8 169 7
Calibrated 6387 2.23 50.1 159  6

 

หมายเหตุ

1. โหมดภาพอื่นอย่าง Vivid ให้ภาพที่สดใสจัดจ้านมาก ได้อิทธิพลมาจาก Triluminos เต็มๆ

2. โหมด Standard ก็แนะนำให้ใช้เมื่อดูพวกดิจิตอลทีวีช่อง SD และต้องการยกระดับความจัดจ้านขึ้นมา

ฉากตะวันทอแสงใน Life of Pi

ส่วนภาพเคลื่อนไหว ตัวเลขเคลมอย่าง Motion Flow จะ 960Hz หรือ 800Hz ทั้งหลายแหล่ทีมงานไม่ค่อยได้อ้างอิงมานานแล้วเพราะส่วนใหญ่จะทดสอบกับ Pattern ทดสอบและคอนเทนต์หนังจริงๆพิสูจน์ให้เห็นกับตามากกว่าเชื่อเรื่องตัวเลข ทดสอบโดยหนัง Blu-ray เรื่อง X-Men ภาค 2 ฉากที่โลแกน (Wolverine) เดินนลบันไดบ้าน ที่ดีจนน่าประหลาดใจคือ ไม่จำเป็นต้องเปิด Motion Flow ช่วยพยุง (Motion Flow : Off) ก็ถือว่าภาพเคลื่อนไหวดูได้แล้ว ไม่แสดงการภาพอ่อนหล้าเหมือนทีวี 4K Ultra HD ค่ายอื่น แต่ถ้าหากต้องการเปิด Motion Flow ขอบอกว่าเปิดได้ครับ ช่วยให้ภาพลื่นไหลและยังคงความเป็นธรรมชาติได้อย่างดี โดยเฉพาะกับการดูคอนเทนต์ความละเอียด 1080 ทั้งหลายนี่ต้องใช้การแทรกเฟรมภาพช่วยพยุงเสมอ อาทิโหมด True Cinema นี่ถือว่าลื่นสุด รองมาก็พวก Clear/ Clear Plus  ส่วนโหมด Impulse ขวัญใจทีมงานก็ยังมีมาให้ เป็นโหมดที่ “แทรกเฟรมดำ” ระหว่างเฟรมภาพหลัก 2 เฟรม เพื่อช่วยให้ภาพเคลื่อนไหวลื่นปรู๊ดปร๊าดและปราศจากโกสท์ด้วย ทำได้ดีมากมาตั้งแต่รุ่น W954 (2013) หากท่านชอบภาพแนว Plasma TV ก็อาจจะชอบมากก็เป็นได้ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดอย่างการกระพริบของภาพและระดับความสว่างที่ดร็อปลงไปอยู่มากโข ฉะนั้นโหมด Impulse นี่เปรียบได้ดั่งดีไซน์ของลำโพงของรุ่นนี้กล่าวคือ คนจะชอบก็ชอบเลย หากจะไม่ชอบก็เกลียดไปเลยว่างั้น ส่วนโหมดที่ยังมีวุ้นเรืองแสงเมื่อวัตถุเคลื่อนไหวเร็วๆอย่าง Standard และ Smooth ก็แนะนำว่าอย่าไปใช้ สรุปแล้วภาพเคลื่อนไหวของ X9000 อยู่ใน “เกณฑ์ดี” จะใช้ Motion Flow ช่วยหรือไม่ช่วยก็ได้แล้วแต่ความชอบเลย

ส่วนความเก๋าของ Sony ก็คือเป็นผู้ผลิตภาพยนตร์ฮอลลีวูดเอง กล้อง 4K ก็ของตัวเอง จอฉายโปรเจกเตอร์ 4K ในโรงหนังก็ของตัวเอง หนังที่ผลิตมาเป็นแผ่น Blu-ray ก็ของตัวเอง ช่วงปลายปี 2013 ที่ผ่านมาก็มีหนัง Mastered in 4K ออกมาหลายเรื่องอย่าง Total Recall , Spiderman และอื่นๆ คราวนี้ในฐานะผู้ผลิตทีวี 4K ก็ได้จัดการใส่ “โหมดภาพลับ” เพื่อเพิ่มคุณภาพของภาพหากเล่นหนัง Mastered in 4K บนจอทีวี 4K ของ Sony เอง โดยผมเองใข้เรื่อง Spiderman ภาคแรกที่ “โทบี้ แม็กไกวร์” เล่น ซึ่งเป็นแผ่น Mastered in 4K และใช้โหมดภาพ Custom หลังจากนั้นให้เลือก Scene Select : เป็น Cinema แล้วมาปรับ Reality Creation เป็น Auto หรือ Manual และ เปิด Mastered in 4K ให้เป็น On เพื่อให้ทีวีรับทราบว่านี่ฉันกำลังแสดงภาพ 1080p/24Hz จากแผ่น Mastered in 4K อยู่นะ และจะได้ทำการยกระดับความคมชัดและแสงสีของภาพให้เหมาะสมกับคอนเทนต์ Mastered in 4K ที่เล่นอยู่ ผลก็คือสีสันมีความอิ่มเข้มขึ้น รายละเอียดเพิ่มขึ้นอีกนิดโดยไม่ได้นำพาพวก Noise ติดสอยห้อยตามมาด้วย ผมใช้ฉากที่ผู้บริหารรุ่นแก่ประชุมกันในบริษัท Oscorp ทำการทดสอบเพราะสามารถสังเกตเทียบสีผิวและรอยเหี่ยวย่นตามหน้าผากและโหนกแก้มได้ง่ายดี ท่านไหนมีแผ่น Mastered in 4K อยู่ลองไปเล่นดูได้ เป็นเอกสิทธิ์แมตช์ชิ่ง Software & Hardware ของ Sony โดยเฉพาะ

แผ่น Blu-ray Spiderman แบบ Mastered in 4K เลยขอใช้ฟีเจอร์ภาพ Mastered in 4K ของทีวีควบคู่ซะหน่อย เลือก Scene Select : Cinema // เปิด Reality Creation : Auto หรือ Manual // และเปิด Master in 4K : On สีสันสดใสขึ้น รายละเอียดดีขึ้นนิดหน่อย

การแสดงภาพดิจิตอลทีวีหากเป็นช่อง HD อย่างพวกช่อง One HD / ThaiPBS HD / ช่อง 5 HD หรือ ThairathTV HD แสดงผลได้ดีเป็นที่น่าพอใจมาก ภาพมีความคมชัดกำลังดีไม่มีขึ้นขอบ ระบบ Scaler ช่วยยกระดับภาพได้ดี ที่แน่ๆดีกว่าปีแล้วแล้วทั้งรายละเอียดและภาพเคลื่อนไหว ผมเปิดละคร “สงครามนางงาม” (Beauty and The Bitches) ช่อง One HD ทดสอบได้หลายอย่างมากทั้งการอ้างอิงทั้งสีผิวของน้องๆ สภาพไม่เรียบเนียนของใบหน้า (ผิวไม่ดี) และรอยโบกเครื่องสำอางที่แต่งไม่เนียนเมื่อเจอกล้องซูมแฉระยะใกล้ X9000B ก็ถ่ายทอดเชิงแฉออกมาได้อารมณ์ประหนึ่งไปยืนจ้องหน้าของน้องๆในระยะเผาขน สุดท้ายกลายเป็นติ่งละครไปเลย (ฮา) ส่วนช่อง SD นี่ภาพมาความละเอียดต่ำมากอยู่แล้ว ความคมชัดอาจจะอยู่ระดับกลางๆเท่านั้น เป็นอันเหนื่อยใจของทีวี 4K แทบทุกตัวในวงการ

ทดสอบช่องดิจิตอลทีวีทั้ง HD / SD

ภาพ

ทดสอบการรับชมคอนเทนต์ 4K

ส่วนการรับชมคอนเทนต์ 4K ทีมงานได้ใช้คอมพิวเตอร์ประกอบสเป็คแรง และ Hi-Mdeia Q5X ในการทดสอบไฟล์ 4K แท้ๆ อย่างไฟล์ Wildlife.mp4 ความละเอียด 4K จะเป็นวีดีโอถ่ายทอดการใช้ชีวิตของสัตว์ป่าทั้งเสือ กวาง ฮิปโปโปเตมัส เรื่องความคมชัดบอกเลยว่าดีกว่า Full HD แบบเห็นๆ รายละเอียดยิ่บย่อยมาครบถ้วนดีเยี่ยม พลังของภาพถ่ายทอดออกมาได้อย่างน่าตื่นตะลึง  โดยแสงสีของภาพยังคงเป็นคาแรกเตอร์เดิมคือเป็นธรรมชาติ รวมถึงคอนเทนต์สาธิตของทาง Sony เองอย่างฟุตบอลโลกแบบ 4K รายละเอียดีมาก ยิ่งจังหวะ Close Up นี่ยิ่งเห็นชัดทั้งรายละเอียดของภาพและความสะอาดสะอ้านของภาพ ชัดมากแถมเนียนสบายตาซะด้วย เห็นอย่างนี้ภาวนาให้หนัง Blu-ray ความละเอียด 4K แท้ๆจงรีบวางตลาดด้วยเถอะ กลัวชม 4K แท้ๆมากๆกลับไปดู Full HD ไม่ได้ อารมณ์เดียวกับเวลาท่านดูหนัง 1080p VS DVD  อย่างนั้นเลยแหละ

ทดสอบคอนเทนต์ 4K แต้ๆเด้อ !

ไฟล์หนังตัวอย่างเรื่อง Elysium แบบ 4K

ทดสอบภาพ 3 มิติ

FIFA World Cup 2010 ที่แอฟฟริกาใต้ แบบ 3D ถูกนำมาใช้ทดสอบ เพราะเป็นความตั้งใจของ Sony แต่แรกเองด้วยซ้ำที่จะบันทึกภาพและออกอากาศฟุตบอลโลกแบบ 3D ตั้งแต่ปี 2010 แผ่นนี้จะรวบรวมไฮไลท์และบทวิจารณ์ในหลายๆแมตช์มาให้เราได้ชมกัน แว่นที่ให้มาเป็นแว่นแบบ 3D แบบ Active ต้องใช้แบตเตอรี่ โดยกดปุ่มเปิดบริเวณตรงกลางของแว่นเพื่อให้ซิงค์กับตัวทีวี มิติภาพถือว่าดีได้มาตรรฐาน แสดงภาพได้ลึกเป็นลำดับชั้นได้ดีเยี่ยม ตัวนักเตะและวัตถุกต่างๆแลดูเป็นก้อนมีมิติ จับต้องได้ ! ภาพเคลื่อนไหวก็ทำได้ดี นักเตะวิ่งไว บอลโยนไปโยนมาถือว่าเอาอยู่หมด ส่วน Crosstalk ยังมีอยู่นิดหน่อย ถือว่าน้อยมากๆ น้อยกว่า Full HD Passive 3D ส่วนใหญ่เสียอีก ทีมีตินิดหน่อยคือแว่นค่อนข้างเซนซิทีฟกับแสงแดดภายนอกที่ลอดผ่านกระจกเข้ามา จึงเห็นแสงกระพริบพอสมควรหากรับชมเวลากลางวัน ส้่วนปัญหาภาพมืดเมื่อการเอียงคอซ้าย-ขวาทำได้ดีขึ้น กล่าวคือหากเอียงคอทั่วๆไปจะไม่กระทบอะไรนัก แต่หากเอียงแบบสุดติ่งกระดิ่งแมวจนแทบคอเคล็ดภาพก็จะมีมืดหรือดร็อปลงไปบ้าง

แว่น 3D แบบ Active ให้มา 2 อัน

ดูคอนเทนต์ 3D – FIFA World Cup 2010 จากแผ่น Blu-ray ในรูปทดสอบดู Crosstalk ระยะใกล้กับภาพเคลื่อนไหวไวๆ (ซึ่งมีน้อยมาก)

เสียง

Wedge Design ทำให้ตัวเครื่องทีวีมีพื้นที่ติดตั้งดอกลำโพงให้มากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าคุณภาพเสียงก็จะดีขึ้นตาม โดย X9000B ตัวนี้ให้กำลังขับมาสูงสุด 12.5W + 12.5W + 20W + 20W แบบ 2.2 แชนแนลครบถ้วนทั้งทวีตเตอร์ วูฟเฟอร์ และซับวูเฟอร์ ลำโพงดีไซน์แบบ Magnetic Fluid Speaker โดมแบบเคฟล่าร์ ทดสอบจากคอนเสิร์ตของ Simply Red เพลง For Your Babies เสียงอิ่มเอิบมีพลัง ทั้งยังได้ความใสกังวาน เร่งระดับโวลุ่มแค่ 20 จาก 100 ก็ดังครอบคลุมห้องนั่งเล่นของผมแล้ว จังหวะจะโคนของชิ้นดนตรีก็แจกแจงออกมาได้อย่าง “จะแจ้ง” จนอดปรบมือให้ลำโพงไม่ได้ กลองเป็นกลอง กีตาร์เป็นกีตาร์ เสียงร้องเป็นเสียงร้อง ไม่มีผสมกันมั่วๆและถ่ายทอดออกมาอย่างเจือปนเหมือนพวกลำโพงทีวีตัวถูกๆที่ใช้ลำโพงดอกเดียวครอบจักรวาล ส่วนการดูหนังก็เรียกได้ว่าแทบจะทดแทนเครื่องเสียงชุดเริ่มต้นได้อย่างสบาย มิติเฟี้ยวฟ้าวจากซ้ายไปขวาแบบสเตอริโอก็ทำได้ดีตามการวางลำโพงแบบ Front Firing ลำโพงต้องที่ดีต้องแบบนี้ มิใช่เอาไปซ่อนไว้ในใต้ถุนซะเสียของหมด (ฮา)

ผมเรียกความจำตอนมีโอกาสทดสอบ Sony X9004A (2013) ที่เคยไปเยี่ยมศูนย์วิจัยและพัฒนาหรือ R&D Center ของ Sony ที่กรุงโตเกียว ซึ่งไอ้เราก็ว่าลำโพงของ X9004A (2013) มันก็ดีเยี่ยมแล้วนะ แต่ติดที่แนวเสียงมันยังแอบสุภาพไปนิด กลัวจะดูหนังไม่มันส์ ขอเปรียบเทียบรุ่นพี่/รุ่นน้อง 2 ตัวคือ X9000B (2014) VS X9004A (2013) ตัว X9000B จะให้ความดุดันเพิ่มมากขึ้น เบสมีปริมาณเพิ่มขึ้น โดยยังคงความปิ๊งปั๊งของเสียงร้องได้ดีเช่นเดิม โดยรวมให้เสียงที่รุกเร้าและเอิบอิ่มกว่ารุ่นเก่าอยู่อีกระดับ เรียกได้ว่าปรับแต่งมาลงตัวสุดๆทั้งดูหนังฟังเพลง ทีมงานฟันธงให้เลยว่าเป็นทีวีที่ให้คุณภาพเสียง “ดีที่สุด” ในปี 2014 นี้ ฮูเร่ ฮูเร่ !!!

คุณภาพเสียงจาก Magnetic Fluid Speaker ขอคาราวะให้ 3 จอก ทำได้ดีเกนหน้าเกินตาชาวบ้าน ทั้งความใส ความเอิบอิ่ม ฟังได้ฟังดีทั้งหนัง เพลง คอนเสิร์ต ฟันธง !!!

เพิ่มเติม

Sony Entertainment Network (SEN) : แอปพลิเคชั่นที่พร้อมเล่นบนทีวีหรือที่เราคุ้นเคยว่า Smart TV นี่แหละ เราสามารถดาวน์โหลดแอปฯ ต่างๆ เพื่อใช้งานได้ทันที โดยแอพส์ชั่นส่วนใหญ่จะเป็น Global Application อาทิ YouTube, Skype, NPR ที่ประเทศอื่นๆเค้าก็มีกัน รวมถึงแอพส์ไทยนิดหน่อยอย่าง กรุงเทพธุรกิจทีวี, FoodTravel.TV ที่มีให้เฉพาะทีวีที่ขายในไทยเท่านั้น จำนวนแอพส์โดยรวมแล้วก็มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อนึ่งสามารถไปดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นชื่อว่า “Sony TV Side View” เพื่อติดตั้งลงบน Smart Phone เพื่อแปลงโทรศัพท์มือถือของเราให้เป็นรีโมทคอนโทรลควบคุมตัวทีวี

หน้ารวมแอป กดปุ่ม SEN แล้วเข้าไปที่ My Apps

YouTube เป็นแอปที่ขาดเธอเหมือนขาดใจ

แอปเกมส์แนว Puzzle ต่างๆ

แอปพวกวีดีโอการ์ตูน

แอปช่อง fashionTV เหมาะกับหนุ่มๆนะแอพนี้ กึยส์ กึยส์ !!!

แอปไทยอย่างช่องกรุงเทพธุรกิจทีวี

หมายเหตุ : จริงๆยังมีลูกเล่นอีกมากมายอาทิ Twin Picture แสดงภาพจาก 2 Inputs ในจอเดียว, Screen Mirroring โคลนภาพจากจอโทรศัพท์มือถือไปแสดงยังบนจอทีวี , กล้องเว็บแคมเล่น Skype, โหมด Football และอื่นๆอีก ถือว่าเป็นตัวท็อปที่ให้ฟีเจอร์ของเล่นมาอย่างครบถ้วน โดยส่วนตัวคิดว่าผู้ใช้งานทั่วไปไม่น่าจะใช้หมด แต่มีไว้ก่อนก็ดี เดี๋ยวในอนาคตมีโอกาสได้ใช้แน่

สรุป

ข้อดี

  1. คุณภาพของภาพดีเยี่ยมทั้ง 4K และ Full HD ภาพเป็นธรรมชาติ ลุ่มลึก
  2. ภาพเคลื่อนไหวในการรับชมคอนเทนต์ Full HD แทบไม่ต้องเปิด Motion Flow ช่วยพยุง (ค่ายอื่นต้องเปิดระบบแทรกเฟรมภาพถึงจะลื่นเป็นธรรมชาติ)
  3. มีโหมด Mastered in 4K สำหรับแผ่น Blu-ray ที่เป็น Mastered in 4K โดยเฉพาะ
  4. ลำโพง Magnetic Fluid Speaker ให้คุณภาพที่ดีมาก เสียงอิ่มมีเนื้อมีหนัง ดูหนังมันส์ ฟังเพลงเลิศ
  5. ของเล่นเยอะทั้งกล้องเว็บแคม, Screen Mirroring, Sony Entertainment Network , Twin Picture, Port Replicator

 

ข้อเสีย

  1. ดีไซน์ลำโพงแบบนี้อาจะมีทั้งคนชอบและคนเกลียดไปเลย แลดูเทอะทะไม่ลงตัวในสายตาบางท่าน (รุ่น 8500 จะดูเรียบหรูกว่า)
  2. ต้องเปลี่ยนภาษาของเมนูเป็นภาษาไทยเท่านั้น ถึงจะแสดง YouTube เป็นภาษาไทยได้
  3. แว่น 3D เจอแสงสว่างภายนอกมีกระพริบอยู่บ้าง
  4. มุมมองด้านข้างยังมีติดอมแดงหน่อยๆ

 

สรุป

ถือว่าเป็นการพัฒนาอีกขั้นของ Sony 4K TV ผมมีโอกาสได้สัมผัสกับ X9004A (2013) มาพอสมควร เลยรู้ว่าเจ้า X9000B (2014) “มันดีกว่า” ในด้านไหนบ้าง ? เริ่มด้วยคุณภาพของภาพ ทั้ง Scaler ยกระดับภาพ HD / Full HD ให้แสดงในจอ 4K ได้เนียนขึ้น การดูหนัง HD และช่องดิจิตอลทีวีถือว่าผ่านฉลุย แสงสีค่าเริ่มต้นถูกต้องเป็นธรรมชาติมากขึ้น โดย KD-65X9000B มีแนวภาพเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองชัดเจนคือเป็นธรรมชาติ สะอาดใสได้ความเนียน มีความลุ่มลึก เนื้อสีอิ่มกำลังดี ยิ่งหากมีโอกาสได้ดูคอนเทนต์ 4K ที่บันทึกมาคุณภาพดีอย่างไฮไลท์ฟุตบอลโลกปี 2014 ล่าสุด จะรู้ซึ้งถึงคำว่า “รายละเอียด” อย่างประจักษ์ เป็นหนึ่งในสุดยอดจอ 4K TV ในปีนี้ ทว่าที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าคือคุณภาพของเสียง ด้วย Wedge Design ที่เหลือพื้นที่ให้ลำโพงได้ติดตั้งอย่างอิสระมากขึ้น จึงสามารถเปล่งศักยาภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ จะเรียกได้ว่าเอา CD Audio มาเปิดเพลงฟังได้อย่างสบาย ไม่ว่าจะดูหนังฟังเพลงเยี่ยมยุทธ์ทั้งนั้น สรุปว่าท่านที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศน์ 4K หรือ Sony 4K Ecosystem ซื้อแล้วจบได้ทั้งภาพและเสียงที่สุดเหยียด ณ นาทีนี้ ผมคงไม่ต้อบอกให้พิจารณา Sony KD-65X9000B เอาเป็นหนึ่งในตัวเลือก แต่ผมจะแนะนำว่าให้ท่านเลือกเจ้าตัวนี้ไปเลยนี่แหละครับ !!!

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้