ข้ามไปที่เนื้อหา
|

AVENTAGE เสียงเด็ดดวง พร้อมรองรับ Dolby Atmos !! รีวิว Yamaha RX-A3040

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 16 Jan 2022 0 ความคิดเห็น

 

การเปิดตัวซีรี่ส์ AVENTAGE ของ Yamaha เมื่อหลายปีก่อน ถือเป็นการพลิกโฉมหน้า AV Receiver ครั้งสำคัญด้วยคุณสมบัติที่คำนึงถึงคุณภาพเสียงแบบจริงจัง โดยเน้นรากฐานสำคัญจากวงจรภายใน ไปจนถึงรายละเอียดปลีกย่อยอาทิโครงสร้างตัวถัง ที่สามารถป้องกันลดทอนการรบกวนอันไม่พึงประสงค์

และบัดนี้เมื่อ AVENTAGE เจนเนอเรชั่นที่ 4 ได้รับการพัฒนาต่อมา จะคาดหวังถึงความประทับใจได้อีกครั้งหรือไม่ มาพิสูจน์กัน…

AVENTAGE Gen 4 ที่จำหน่ายในประเทศไทยมีทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ RX-A1040, RX-A2040 และพระเอกสำหรับวันนี้ คือ RX-A3040 ซึ่งเป็น AVR รุ่นสูงสุดของซีรี่ส์

Design – การออกแบบ

ซีรี่ส์ AVENTAGE ยังคงยึดมั่นแนวทางที่มุ่งสู่คุณภาพเสียงอันเป็นที่สุดเสมอมา คือ “Yamaha Total Purity Concept” ที่คำนึงถึงปัจจัย 4 ประการ อันจะนำไปสู่คุณภาพเสียงอันบริสุทธิ์

Independent Pure Power Supply ภาคจ่ายไฟประสิทธิภาพสูงที่แยกการจ่ายพลังงานเลี้ยงภาคเสียงอะนาล็อก เสียงดิจิทัล และวงจรด้านภาพ แบบอิสระจากกัน เพื่อผลด้านเสถียรภาพ และป้องกันการรบกวน High Purity Pre-amplification ภาคปรีแอมป์ที่เน้นทางเดินสัญญาณที่สั้น เพื่อคงความบริสุทธิ์ของสัญญาณเสียง High Drive AMP Technology ภาคขยายที่สามารถจ่ายกำลังได้สูง อันเป็นส่วนสำคัญต่อการควบคุมลำโพง

Independent Pure Power Supply ภาคจ่ายไฟประสิทธิภาพสูงที่แยกการจ่ายพลังงานเลี้ยงภาคเสียงอะนาล็อก เสียงดิจิทัล และวงจรด้านภาพ แบบอิสระจากกัน เพื่อผลด้านเสถียรภาพ และป้องกันการรบกวน High Purity Pre-amplification ภาคปรีแอมป์ที่เน้นทางเดินสัญญาณที่สั้น เพื่อคงความบริสุทธิ์ของสัญญาณเสียง High Drive AMP Technology ภาคขยายที่สามารถจ่ายกำลังได้สูง อันเป็นส่วนสำคัญต่อการควบคุมลำโพง

สิ่งที่ใช้ยืนยันถึงการเอาใจใส่เรื่องคุณภาพเสียง สามารถพิสูจน์ได้จากทั้งภายในและภายนอก ซึ่งมีการไฟน์จูนในจุดเล็กๆ หลายจุด (ซึ่งส่วนใหญ่มักจะถูกละเลยจากผู้ผลิตอื่น) อาทิการจัดวางแยกวงจรภาคขยายซ้าย-ขวาไว้คนละฝั่ง ป้องกัน cross-talk โครงสร้างลดทอนสัญญาณรบกวนทางคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าด้วยลวดโลหะ Zip Tie, การรัด Heat Sink ด้วยเทปวัสดุสังเคราะห์ และแดมป์ตัวถังในจุดต่างๆ ป้องกันการสั่น ฯลฯ

โครงสร้างความแกร่งของตัวถังก็นับว่าสำคัญ นอกจากเสริมโครง H-shaped Cross Member Frame ที่ด้านบนแล้ว ด้านล่างยังเสริมโครงสร้าง 2 ชั้น (Double Bottom Construction) รองรับตำแหน่งทรานส์ฟอร์เมอร์ขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักมาก และ ที่เป็นเอกลักษณ์ของ AVENTAGE คือ            “ขาที่ 5” จัดวางอยู่กึ่งกลาง เพิ่มความมั่นคงได้เป็นอย่างดี

รีโมตคอนโทรลที่ให้มา น่าเสียดายที่มิได้รองรับฟังก์ชั่น Learning & Programmable เหมือนที่เคยให้มาในรุ่น 3030 แต่มิได้สำคัญอะไรนัก เนื่องจากการใช้งานรีโมต AVR ของผู้ใช้ส่วนใหญ่ หลักๆ ก็เอาไว้ควบคุม AVR เพียงเท่านั้น

และแน่นอน ขาดไม่ได้ คือ YPAO Setup Micเพื่อใช้ในขั้นตอนติดตั้งระบบลำโพงรอบทิศทาง โดยในรุ่น 3040 จะเพิ่มเติมการอ้างอิง YPAO-R.S.C. แบบ “3D” โดยเพิ่มขาตั้งเสริมสำหรับตรวจวัดด้านสูงเข้ามาด้วย (รายละเอียด YPAO-R.S.C. 3D จะกล่าวถึงอีกครั้งช่วง Setup – การติดตั้ง)

ดังเช่นรุ่นก่อนหน้า ภายใต้บานพับจะมีช่องต่อหลักๆ คือ Video AUX ที่ติดตั้งอินพุตสัญญาณภาพและเสียงทั้งรูปแบบดิจิทัล และอนาล็อก โดยรูปแบบดิจิทัลจะเป็นมาตรฐาน HDMI/MHL Input สำหรับเชื่อมต่อรับสัญญาณภาพและเสียงระดับ HD ขณะเดียวกันก็รองรับสัญญาณภาพและเสียงจากอุปกรณ์ Smart Devices พร้อมกับประจุไฟไปพร้อมๆ กันได้ ส่วน AUX รูปแบบอนาล็อกจะเป็น Video Composite และช่องสัญญาณเสียงอะนาล็อก (RCA) สำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภาพและเสียงมาตรฐานเก่า

ถัดมา คือ Headphone Out สำหรับเชื่อมต่อกับหูฟัง กรณีต้องการรับฟังแบบส่วนตัว ข้างกันเป็นช่อง YPAO MIC สำหรับระบบ Auto Speaker Calibration ซึ่งเอาไว้ใช้งานร่วมกับไมโครโฟนที่ให้มาด้วย และสุดท้ายขาดไม่ได คือ USB Input รองรับการเล่นไฟล์เพลงจาก Storage Devices หรือเชื่อมต่อรับสัญญาณตรงจาก Smart Phone/Tablet ซึ่งรองรับการประจุไฟที่โหลดสูงถึง 2.1 แอมป์ ด้วย (เพียงพอสำหรับชาร์จไฟให้ Tablet ได้)

ด้านหลังยังคงแน่น เต็มไปด้วยช่องต่อครบครันเช่นเคย ถึงแม้จะตัดมาตรฐาน Analog Video Input แบบ S-Video ออกไป และลดจำนวน Component Video Input เหลือ 3 ช่อง แต่ก็ไม่กระทบการใช้งานตามยุคสมัยแต่อย่างใด

HDMI In มีมาให้ 7 ช่อง (รวมด้านหน้าเป็น 8) เป็นมาตรฐาน HDMI 2.0 รองรับสัญญาณวิดีโอ 4K/60Hz 4:4:4 เต็มสตรีม ส่วน HDMI Out จำนวน 2 ช่อง สามารถปรับเปลี่ยนจาก Dual Display เป็น HDMI Zone 2 Out ได้ อย่างไรก็ดียังไม่มีการอ้างถึง HDCP 2.2 คาดว่าจะยังไม่รองรับ

ที่ด้านหลังมี USB Input ให้อีกหนึ่งช่อง เพิ่มความยืดหยุ่นเชื่อมต่อ USB Storage และสามารถจ่ายไฟ DC ให้กับอุปกรณ์เสริมได้ หากสังเกตจะเห็นว่ารุ่นนี้ทำการปรับเปลี่ยนย้ายตำแหน่งขั้วเสียบสายไฟ AC แล้ว สามารถเสียบสายไฟหัวใหญ่ๆ ได้ ไม่เบียดกับขั้วลำโพงเหมือนรุ่นเก่า

ขั้วลำโพงจากภาคขยายจำนวน 9 แชนเนล โครงสร้างเเป็นวัสดุใสเห็นตัวนำภายในชุบทองเหลืองอร่ามตามมาตรฐาน AVENTAGE นอกจากดูสวยแล้ว เสียงดีด้วยอีกต่างหาก และในรุ่นนี้ยังมี Multi-ch Pre Out 11 แชนเนล สำหรับอัพเกรดเพิ่มเติมภาคขยายภายนอกเพื่อรองรับการใช้งานระบบเสียง Dolby Atmos สูงสุดที่มาตรฐาน 7.1.4 หรือ 9.1.2*

*หมายเหตุ : หากใช้งานเฉพาะภาคขยายในตัว AVR ที่มี 9 แชนเนล จะรองรับมาตรฐาน Dolby Atmos สูงสุดที่ 5.1.4 หรือ 7.1.2

Features – ลูกเล่น

AVENTAGE Gen 4 ถือเป็นครั้งแรกที่ติดตั้ง Wi-Fi & Bluetooth Module มาเลยจากโรงงาน จึงรองรับการเชื่อมต่อรับสัญญาณในแบบ “ไร้สาย” ที่กำลังได้รับความนิยมได้ในทันที ไม่ต้องเพิ่มอุปกรณ์เสริมเหมือนเจนฯ ก่อน กระนั้นท่านใดที่กังวลว่าสัญญาณวิทยุจากวงจรไร้สายจะรบกวนคุณภาพเสียง สามารถปิดการทำงานฟังก์ชั่นนี้ได้

ด้วยศักยภาพจากระบบ Wi-Fi ของ Yamaha รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Smart Devices แบบ “Wireless Direct” ได้โดยตรง ในกรณีที่ไม่ได้ใช้งานเราเตอร์ (หากไม่ต้องการเปิดใช้งาน Wi-Fi ให้เปลี่ยนตัวเลือกเป็น Wired)

ในรุ่นใหม่ยังเพิ่มเติมการรองรับมาตรฐาน HTC Connect สำหรับเชื่อมต่อสตรีมมิ่งเพลงไร้สายร่วมกับ
HTC Smart Phone ได้อีกด้วย (นอกเหนือจาก AirPlay ที่ทำได้อยู่ก่อน)

AV Controller เป็น Remote App ของ Yamaha นอกจากทำให้ Smart Devices เป็นรีโมตควบคุมสั่งการ AVR แล้ว ขณะเดียวกันยังพร้อมสตรีมมิ่งเพลงที่เก็บไว้ในหน่วยความจำของ Smart Devices เครื่องนั้น ไปเล่นกับ AVR ได้ในทันทีด้วย ซึ่ง Remote App ของ AVR ทั่วไป ส่วนใหญ่ทำไม่ได้นะครับ

อินเทอร์เฟสได้รับการปรับเปลี่ยนให้มีความสวยงามน่าใช้ยิ่งขึ้น แต่น่าเสียดายที่การสตรีมมิ่งเพลงจาก Smart Devices ผ่าน AV Controller App ไปเล่นกับ AVR ยังไม่รองรับไฟล์ FLAC และ WAV

แต่หากเป็นการเชื่อมต่อทาง USB เล่นกับ Flash Drive หรือสตรีมจาก PC หรือ NAS ก็รองรับ FLAC/WAV ได้ชิลล์ๆ แบบเต็มสตรีม 24-bit/192kHz เลยครับ แต่ยังไม่รองรับ DSD ในรูปแบบไฟล์ DSF/DFF นะ

Setting – การติดตั้ง

เช่นเคยว่า AVR ของ Yamaha ส่วนใหญ่ มาพร้อมกับระบบช่วยเหลือในการติดตั้งระบบลำโพง และชดเชยสภาพแวดล้อม ที่เรียกว่า YPAO หรือ (Yamaha Parametric Acoustics Optimizer) พ่วงด้วย R.S.C.หรือ Reflected Sound Control ซึ่งเพิ่มเติม แต่ในรุ่นนี้พิเศษกว่านั้นอีก เพราะมี “3D” ต่อท้ายมาด้วย

ทำความรู้จักระบบ Speaker Auto Calibration รูปแบบใหม่ที่เรียกว่า YPAO-R.S.C. “3D”

เดิมทีระบบ YPAO-R.S.C. จะให้ฐานวางไมค์แบบ 3 แฉก ซึ่งใช้ในการตรวจวัดลำโพงกับสภาพแวดล้อมแบบ Multi-point 3 ตำแหน่ง ในการประเมินปรับแก้การบิดเบือนของเสียงจากสภาพอะคูสติกที่เที่ยงตรงยิ่งขึ้น อีกทั้งยังใช้เป็นอุปกรณ์ในการอ้างอิง “องศาตำแหน่งติดตั้งลำโพงรอบทิศทาง” ได้อีกด้วย

แต่สำหรับ YPAO-R.S.C. 3D ได้รับการพัฒนาขึ้นอีกขั้น เพราะสามารถอ้างอิง “ความสูง” ของ Top Surround ได้อีกประการหนึ่ง อันมีส่วนช่วยให้การไฟน์จูนมิติเสียงด้านสูงจากลำโพงแชนเนลดังกล่าว มีความเที่ยงตรงมากยิ่งขึ้น

ขั้นตอนดำเนินการ “กึ่งอัตโนมัติ” จาก YPAO-R.S.C. 3D ไม่ได้แตกต่างจาก YPAO ปกติ เพียงแค่เพิ่มขั้นตอนตรวจวัดที่ตำแหน่งอ้างอิงความสูง ด้วยการนำ YPAO Microphone ต่อกับขาตั้งเสริมที่ให้มาเท่านั้นเอง (ให้ติดตั้งฐาน 3 แฉกที่ความสูงเดียวกับระดับหู ทำการตวรจวัด 3 ตำแหน่งบนฐาน ส่วนตำแหน่งที่ 4 คือ บนเสาต่อเพิ่มความสูง)

ภายหลังจากดำเนินขั้นตอน YPAO-R.S.C. 3D แล้ว จะเห็นว่านอกเหนือจากระบบฯ จะประเมินการเชื่อมต่อสายลำโพง อัตราตอบสนองความถี่ Distance และ Level รวมถึงองศาการติดตั้งลำโพงรอบทิศทางแต่ละแชนเนลแล้ว ยังอ้างอิงระดับความสูงของลำโพง Top Surround ได้อย่างเที่ยงตรง

ซึ่งระดับความสูงที่แสดงบนหน้าจอ จะเป็นระยะห่างที่อ้างอิงจากระดับความสูงของไมค์ถึงลำโพง จากจุดนี้ทำให้ระบบสามารถไฟน์จูนเพื่อสร้างสนามเสียงครอบคลุมไปถึงมิติด้านสูงเมื่อรับฟังระบบเสียง Dolby Atmos หรือระบบ CINEMA DSP HD3 อย่างกลมกลืน

หมายเหตุ: ย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า กรณีที่จะใช้งานระบบ Auto Calibration ของ AVR (ไม่ว่ายี่ห้อใด) ให้ได้ศักยภาพที่ดี สภาพแวดล้อมควรต้องสงัด ปราศจากเสียงรบกวน และก่อนดำเนินการให้กำหนดในส่วนของ Low-pass Crossover ที่หลังซับวูฟเฟอร์ให้เป็น Bypass หรือถ้าไม่มี Bypass ให้กำหนดจุดตัดความถี่ไว้ที่ตำแหน่งสูงสุดเสมอ (หมุนตามเข็มนาฬิการจนสุด) อันเป็นสถานะที่เหมาะสำหรับการใช้งานซับวูฟเฟอร์ในระบบโฮมเธียเตอร์ ร่วมกับระบบ Bass Management ของ AVR

ขั้นตอนการรับฟังระบบเสียง Dolby Atmos กับ Yamaha RX-A3040/A2040

ในช่วงที่วางตลาดใหม่ๆ นั้น Yamaha RX-A3040/2040 เข้าข่ายเป็น Dolby Atmos Upgradable AVR ซึ่งต้องทำการอัพเดทเฟิร์มเสียก่อนจึงจะรองรับ Dolby Atmos กระนั้นหากอ้างอิงจากเครื่องทดสอบพบว่า เวลานี้ทางผู้ผลิตได้อัพเกรดเฟิร์มแวร์ล่าสุดมาให้ พร้อมถอดรหัสเสียง Dolby Atmos ในทันที แต่ทว่า…

การถอดรหัสเสียง Dolby Atmos ของ RX-A3040/2040 จะแปลกประหลาดจากมาตรฐาน Dolby Atmos AVR ทั่วไปอยู่สักหน่อย ตรงที่ผู้ใช้จะต้องเลือกให้ AVR ถอดรหัสเสียง Dolby Atmos ด้วยตนเองแบบแมนนวล (ไม่อัตโนมัติเหมือนยี่ห้ออื่น) ซึ่งผมจะอธิบายลำดับขั้นตอนให้ทราบว่าต้องทำอย่างไรบ้าง

การตรวจสอบว่า 3040 ติดตั้งเฟิร์มแวร์เวอร์ชั่นล่าสุดหรือไม่ สามารถดูได้ที่ Information → System ซึ่งช่วงเวลาที่ทำการทดสอบ เฟิร์มแวร์ล่าสุด คือ เวอร์ชั่น 1.66

1.) ก่อนอื่นนั้น การจะรับฟังระบบเสียง Dolby Atmos ท่านต้องมีลำโพงสำหรับสร้างสนามเสียงด้านสูงเสียก่อน ซึ่ง Yamaha จะใช้ชื่อเรียกลำโพงที่ทำหน้าที่นี้ว่า Presence Channel สามารถเลือกใช้งานได้ 3 รูปแบบ คือ Front Height/Rear Height, Overhead Speakers และ Dolby Atmos Enabled Speakers (ดูรูปด้านล่างประกอบ)

2.) เมื่อได้ทำการติดตั้งลำโพง Presence Channel แล้ว ก่อนเริ่มขั้นตอน YPAO ให้ปรับตั้งค่าตัวเลือกลักษณะลำโพงดังกล่าวตามที่ใช้งานจริงจาก 3 ลักษณะข้างต้น ที่หัวข้อ Configuration → Layout → Front Presence (จากภาพด้านล่าง เป็นการใช้งานร่วมกับลำโพงฝังฝ้า In-ceiling รูปแบบ Overhead)

3.) หลังจากดำเนินขั้นตอนติดตั้ง และปรับตั้งลำโพงด้วย YPAO เรียบร้อยแล้ว ก็พร้อมรับฟังคอนเทนต์ Dolby Atmos โดยเชื่อมต่อสัญญาณ HDMI จากเพลเยอร์มายัง RX-A3040/2040 จากนั้นเมื่อเลือกเล่นระบบเสียง Dolby Atmos พบว่า 3040/2040 จะถอดรหัสเสียงเป็น Dolby TrueHD หาใช่ Dolby Atmos ตรงนี้ถือเป็นปกติสำหรับ AVR รุ่นนี้ครับ

ขั้นตอนที่ต้องดำเนินการต่อไป คือ ให้เข้าเซ็ตอัพเมนู จากนั้นทำการเปลี่ยนตัวเลือก Sound Program ให้เป็น “Dolby Surround” หรือกดปุ่ม SUR.DECODE ที่รีโมตไปเรื่อยๆ จนระบบเสียงที่หน้าปัดแสดงเป็น “Dolby Surround” ก็ได้เช่นกัน

4.) เพียงเท่านี้ 3040/2040 ก็จะถอดรหัสเสียง Dolby Atmos แล้วครับ เพื่อความแน่ใจสามารถตรวจสอบที่ Information เพิ่มเติมดูก็ได้ หากข้อมูล Audio Format แสดงเป็น “Dolby Atmos/TrueHD” ก็ถือว่าเสร็จสิ้น ระบบกำลังถอดรหัส Dolby Atmos อยู่ครับ

Picture – ภาพ

ความเปลี่ยนแปลงในส่วนของระบบภาพจาก 3040 คือ รุ่นใหม่มาพร้อมมาตรฐาน HDMI 2.0 จะรองรับสัญญาณวิดีโอระดับ 4K/UHD เต็มสตรีมที่ 60Hz 4:4:4 แบบ Pass-through

ในส่วนของวิดีโอสเกลเลอร์ ที่ใช้ปรับปรุงคุณภาพของคอนเทนต์วิดีโอมาตรฐานต่ำกว่า 4K/UHD ให้ดูดีขึ้นนั้น รุ่นนี้มีศักยภาพสูงขึ้นเช่นกัน เนื่องจากสามารถไฟน์จูนการอัพสเกลได้ละเอียดมากยิ่งขึ้นจากหัวข้อ Adjustmentซึ่งเพิ่มเติมให้น้ำหนักตัวเลือก Detail Enhancement, Edge Enhancement และ Brightness, Contrast, Saturation ตามคุณภาพของวิดีโอคอนเทนต์นั้นๆ ได้ และเก็บค่าไว้ในหน่วยความจำได้ถึง 6 Preset

Sound – เสียง

เพื่อให้เห็นความชัดเจนว่าผู้ผลิตปรับปรุงคุณภาพเสียงอ้างอิงจากการอัพเกรดอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์อย่างไร ป้องกันมิให้มโนไปเอง ผมจึงขอเปรียบเทียบกับ AVENTAGE รุ่นก่อนหน้า ทว่าช่วงเวลาทดสอบหารุ่น 3030 มาไม่ได้ครับ จึงขอเปรียบเทียบกับรุ่น 3020 แทน ต้องขอขอบคุณเจ้าของ 3020 ที่อนุเคราะห์ให้ยืมเครื่องมาทดสอบเปรียบเทียบในครั้งนี้ด้วย

ความแตกต่างในส่วนของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ที่สังเกตเห็นได้ในเบื้องต้นด้วยตา ระหว่าง 3040 และ 3020 มีดังนี้

  • ตัวเก็บประจุในส่วนภาคออดิโอของ 3040 เป็นขนาด 18000uF x 2 เกรดออดิโอของ Nippon Chemi-Con ส่วนของ 3020 ด้วยมุมการติดตั้งทำให้มองไม่เห็นเบอร์ แต่ดูจากสายตามีขนาดเล็กกว่า และสีภายนอกอ้างอิงได้ว่าอาจจะเป็นเกรดทั่วไป
  • ตัวเก็บประจุในส่วนของภาคจ่ายไฟ 3040 มีขนาดใหญ่กว่า 3020 (ตัวที่ใหญ่ที่สุดมีขนาด 220uF เทียบกับ 150uF) มีการเปลี่ยนแปลงเลย์เอาต์ และอุปกรณ์อื่นๆ พอสมควร
  • 3040 ย้ายตำแหน่งขั้วปลั๊กไฟ IEC Inlet ให้ออกห่างจากขั้วลำโพง เสียบสายไฟเอซีหัวใหญ่ได้ไม่เบียดเหมือน 3020/3030
  • 3040 เพิ่มแผ่นพลาสติกซ้อนด้วยแผ่นโลหะอีกชั้น รองเต็มด้านล่างแผงวงจรภาตจ่ายไฟ (ซึ่งวางแนวตั้ง) เลยไปถึงด้านหน้าส่วนที่ติดกับวงจรภาคขยาย เป็นการชีลด์กันแพร่กระจายสัญญาณรบกวน และป้องกันการลัดวงจรจากการสัมผัสกับด้านข้างตัวถังโดยไม่ตั้งใจ
  • บนดิจิทัลบอร์ดของ 3040 ติดตั้งครีบระบายความร้อนสำหรับชิพประมวลผลเพิ่มเข้ามา (3020 ไม่มี) เข้าใจว่าจะเป็นในส่วนของชิพวิดีโอโปรเซสเซอร์ที่มีอุณหภูมิขณะใช้งานค่อนข้างสูง
  • อ้างอิงจากสเป็ก ทั้งคู่ติดตั้ง Dual DAC Chip โดย 3040 ใช้ ESS ES9016 และ ES9006 ส่วน 3020 ใช้ Burr Brown DSD1791 และ DSD1796
  • การถอดรหัสเสียงเซอร์ราวด์รอบทิศทาง ไปจนถึงระบบ CINEMA DSP HD3 อาศัย Dual Processor ทั้งคู่ แน่นอนว่า 3040 ใช้ชิพรุ่นใหม่กว่า (จุดประสงค์เพื่อให้รองรับระบบเสียงใหม่อย่าง Dolby Atmos)
  • 3040 มี Wi-Fi & Bluetooth module เพิ่มเข้ามา ติดตั้งอยู่ด้านบนดิจิทัลบอร์ด เยื้องไปด้านหลังใกล้กับตำแหน่งเสาอากาศ
  • ไม่เกี่ยวกับประสิทธิภาพ แต่ครีบระบายความร้อนรวมถึงโครง H Frame ของ 3020 เป็นสีดำ ดูสวยกว่า 3040 ในขณะที่ Zip Tie ของ 3020 เป็นสีฟ้า ของ 3040 เป็นสีดำ
  • ทั้งคู่มีการแดมป์ตามจุดต่างๆ ที่คิดว่าจะมีการสั่นอยู่ทั่วไป เป็นจุดที่หาได้ไม่บ่อยนักสำหรับมาตรฐาน AVR

จากความแตกต่างข้างต้น มาทดสอบเปรียบเทียบคุณภาพเสียงกันครับว่า ให้ผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง?

จุดที่สัมผัสได้ยินชัดเจนมากทีสุด คือ น้ำหนักเสียงของ 3040 มีความหนักแน่นกว่า ทดสอบรับฟังแบบ 2 แชนเนล พบว่า การผลักดันเสียงความถี่ต่ำผ่านลำโพงตั้งพื้น Quad 22L นั้น ได้น้ำได้เนื้อเลยทีเดียว ถึงแม้ผลลัพธ์จาก 3020 จะมิได้ขี้เหร่ แต่ 3040 ก็ให้เบสได้เป็นตัวเป็นตนกว่าทั้งปริมาณและคุณภาพ

อานิสงส์ข้างต้น พบว่า ส่งผลถึงน้ำเสียง 3040 ให้ความอิ่มเอิบกว่าอยู่เล็กน้อย ฟังแล้วไหลลื่นลงตัว ในส่วนของย่านความถี่สูงให้รายละเอียดจะแจ้งดีมาก อันเป็นจุดเด่นของ Yamaha มาแต่ไหนแต่ไร และไม่รู้สึกว่ารุกเร้าแต่อย่างใด อาจด้วยแนวเสียงที่เข้ากันดีกับลำโพง

การอ้างอิงรับฟังมิติเสียงด้านสูงจากระบบเสียงรอบทิศทางนั้น เนื่องจาก 3020 ยังไม่สามารถถอดรหัสเสียง Dolby Atmos ได้ จึงอ้างอิงจากระบบ DSP Sound Fields ด้วยโหมด CINEMA DSP HD3 ร่วมกับลำโพง Front Height พบว่า 3040 ให้ความกลมกลืนของสนามเสียงด้านสูงได้ดีกว่าเล็กน้อย ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นอานิสงส์จากระบบ YPAO-R.S.C. 3D ซึ่งเพิ่มเติมอ้างอิงตรวจวัดระดับความสูงด้วย แน่นอนเมื่อใช้รับฟังระบบเสียง Dolby Atmos เสียงจากลำโพงรอบทิศทางก็ลงตัวมาก อาจไม่ต้องไฟน์จูนอะไรเพิ่มเติม

หากพูดถึงคุณภาพเสียง จะไม่กล่าวถึงผลลัพธ์จาก YPAO-R.S.C 3D มิได้ เพราะการปรับตั้งระบบลำโพงรอบทิศทางเกี่ยวเนื่องกับคุณภาพเสียงที่จะได้รับโดยตรง ซึ่งผลการทดสอบชี้ให้เห็นว่า มีความเที่ยงตรงมากขึ้นทั้งในส่วนของการชดเชยค่าปรับตั้งพื้นฐานอย่าง Distance, Level Balance และ Bass Management ต้องขอบคุณรูปแบบการอ้างอิงแบบ Multi point ที่อ้างอิงถึงองศาตำแหน่งลำโพงด้วย

แต่สิ่งที่ใช้ยืนยันถึงความเหนือชั้นกว่าจากรุ่นเล็กๆ หรือแม้แต่รุ่นระดับเดียวกันในซีรี่ส์ก่อน คือ ผลลัพธ์จาก Parametric EQ ที่ช่วยแก้ไขดุลเสียงของลำโพงที่ถูกบิดเบือนจากปัญหาทางด้านอะคูสติกนั้น ให้ความเที่ยงตรงสูงมากขึ้นด้วย เดิมทีจุดนี้ผมให้คะแนนระบบ Audyssey ไว้สูงกว่า ทว่าผลลัพธ์จาก YPAO-R.S.C. 3D อาจต้องพิจารณาใหม่

  • In room Frequency Response – YPAO Flat vs No Calibration (Straight Mode)RX-A3040 + Front L (Large) Speaker @ Listening Position (Far-field)
    1/6 Octave smoothing

  • In room Frequency Response – YPAO Flat vs No Calibration(Straight Mode)RX-A3040 + Center (Small) + SWSpeaker @ Listening Position (Far-field)

    1/6 Octave smoothing

ดุลเสียงจากลำโพงทุกแชนเนลราบเรียบขึ้นมากทีเดียว อย่างไรก็ดีผลลัพธ์จะดีได้ ยังคงต้องอาศัยการติดตั้งที่ได้มาตรฐาน ในสภาพแวดล้อมที่ไม่แย่จนเกินไปนัก เมื่อดุลเสียงเที่ยงตรงขึ้น เสียงก็จะเป็นธรรมชาติมากขึ้น การรับฟังคอนเทนต์ไม่ว่าเพลงหรือภาพยนตร์ก็จะให้ความลงตัวเป็นกลาง ไม่เอนเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง

หมายเหตุ : ผลลัพธ์ที่อ้างถึงในบทความนี้ เป็นการอ้างอิงในสภาพแวดล้อมทดสอบ ทั้งนี้ปัจจัยภายนอก หรือตัวแปรแวดล้อมบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงแตกต่างไป ผลลัพธ์สุดท้ายจึงอาจเปลี่ยนไปได้

Conclusion – สรุป

อีกครั้งที่ Yamaha ตอกย้ำในประเด็นเรื่องคุณภาพที่ได้รับจาก AVENTAGE AVR Series โดยเน้นเอาใจใส่แม้ในรายละเอียดปลีกย่อย ผลลัพธ์นับว่าชัดเจนสามารถสัมผัสได้อย่างไม่ยากเย็น ประกอบกับการเพิ่มเติมคุณสมบัติอย่างการรองรับระบบเสียงรอบทิศทางยุคใหม่ Dolby Atmos ถึงแม้บางจุดอาจยังไม่ลงตัวดีนัก อย่างเช่น การถอดรหัสระบบเสียงนี้ ผู้ใช้ต้องดำเนินการแบบแมนนวล (ระบบไม่ดำเนินการถอดรหัสแบบอัตโนมัติ) แต่ด้วยหน้าที่หลักถ่ายทอดอรรถรสด้านภาพและเสียงนั้น จุดด้อยดังว่า กลายเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วไปเลยจริงๆ…

by ชานม !
2015-07

ราคาตั้ง Yamaha RX-A3040
78,500 บาท

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้