ข้ามไปที่เนื้อหา
|

Review Onkyo TX-NR727 มิติใหม่แบบไร้สายของ AV Receiver!

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 13 Jan 2022 0 ความคิดเห็น

เอวี รีซีฟเวอร์ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการสรรสร้างเซ็ตโฮมเธียเตอร์อันทรงพลังเพื่อเร่งอรรถรสในการชมภาพยนตร์ในบ้านให้ถึงขีดสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดที่มีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน ทางผู้ผลิตได้ระดมออกสินค้าออกมาหลากหลายรุ่นหลากหลายขนาดไล่ระดับตามคุณสมบัติของตัวแอมป์ออกไป รวมไปถึงการเพิ่มลูกเล่นทางด้านอินเทอร์เน็ตและการอ่านไฟล์ Hi-Resoluation Audio ที่ให้คุณภาพเสียงที่โดดเด่นกว่าแผ่นซีดี แน่นอนว่าไฮไลท์ของรีวิวนี้ Onkyo TX-NR727 ก็เป็นหนึ่งในสินค้าที่ถูกจับตามองอย่างมากเช่นเดียวกัน ผมเลยจะมารีวิวให้ดูกันว่าแอมป์รุ่นใหญ่ราคาเรือนหมื่นตัวนี้มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

Onkyo TX-NR717 Specification

  • HDMI® Video Upscaling to 4K with Qdeo™ Processing Technology by Marvell
  • 4K Passthrough from Compatible Source Devices via HDMI
  • Built-in Wi-Fi-Certified Wireless LAN Capability
  • Bluetooth Version 2.1 + EDR Capability (Compatible Profile: A2DP v1.2, AVRCP v1.3)
  • Frontside MHL™ for 1080p Video and Stills from Smartphone and Tablet
  • Internet Radio and Music Streaming Service Connectivity (TuneIn Radio, Last.fm, Spotify, AUPEO!, and Simfy)*1
  • Playback of Audio Files Over Wireless Home Network (MP3, WMA, WMA Lossless, FLAC, WAV, Ogg Vorbis, AAC, Apple Lossless, DSD, LPCM*2, and Dolby® TrueHD)
  • Supports Onkyo Remote Apps for iPod touch/iPhone*3 and Android Devices*4
  • Picture-in-Picture Input Video Preview with InstaPrevue™ Technology
  • Phase-Matching Bass Boost
  • Audyssey MultEQ® for Room Acoustic Correction
  • Audyssey DSX® and Dolby® Pro Logic® IIz Upmixing for Seven-Channel Surround Sound
  • Overlaid On-Screen Display (OSD) via HDMI with Quick Set-Up and Home Menu
  • Powered Zone 2 and Zone 2/3 Line-Out for Distributed Audio Playback in Multiple Rooms
  • Hybrid Standby Power-Saving for Video and Network Connectivity in Standby
  • Bi-Amping Capability for Front Channels

ราคาตั้ง 34,900 บาท

Design – การออกแบบ

หลายคนที่ติดตามข่าวสารในวงการจะพบว่าซีรี่ส์แอมป์ของ Onkyo จะไล่ระดับเรียงขึ้นมาเรื่อยๆ แน่นอนว่า TX-NR727 เองก็มีบรรพบุรุษเป็นรุ่น 708, 709, 717 จนกระทั่งมาเป็น 727 อย่างที่เราเห็นตอนนี้ครับผม หน้าตรงมุมมหาชน ดูเรียบๆแข็งกร้าวเหมือนเคยตามสมัยนิยม ด้านล่างแปะสติ๊กเกอร์บอกฟีเจอร์เด็ดมากมาย ตั้งแต่ 4k Passthrough and Upscaling ไปยัน Built-in Wi-Fi

สิ่งนึงที่ผมชอบตั้งแต่เปลี่ยนโฉมจากตระกูล x09 มาเป็น x1x และ x2x ก็คือลูกบิดมีไฟนี่แหละครับ มันรู้สึกพรีเมี่ยมอย่างบอกไม่ถูก คล้ายๆกับไฟตรงโลโก้แอปเปิ้ลบน MacBook ยังไงอย่างงั้น

ด้านหลังเป็นสารพัดพอร์ตเชื่อมต่อเช่นเคยเห็นละยุ่บยั่บสะท้านหัวใจ

ดีไซน์โดยรวมของตัวแอมป์นั้นไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากเท่าไรนัก ยังคงความเป็นแอมป์ในสไตล์ Onkyo อยู่เหมือนเดิม อาจจะมีเรื่องของช่องต่อบางประการที่เปลี่ยนไปซึ่งเด่วผมจะเทียบให้ดูว่ามีอะไรใหม่บ้าง

เริ่มจากช่องต่อด้านหน้าก่อนเลยนะครับ จุดสังเกตุง่ายๆในรุ่น 727 ก็คือช่องอะนาล็อควิดีโอที่ถูกโยกย้ายออกไปนอกจากนี้ตรงช่องเสียบ USB ก็ไม่มีคำว่า iPod สกรีนกำกับเสียแล้วซึ่งน่าจะบอกเป็นนัยน์เลยว่าไม่รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ตระกูล iOS ที่ด้านหน้าเครื่องแล้ว ให้ใช้ Bluetooth เข้ามาแทนนะอะไรประมาณนี้

ส่วนบริเวณด้านหลังนั้นจะเห็นว่าทาง Onkyo ได้เนรเทศเอาช่องต่ออะนาล็อคแบบมัลติแชนแนลออกไปและลดจำนวนช่องต่อที่ไม่ค่อยอินเทรนด์อย่างอ็อพติคัลและโคแอ็กซ์ พร้อมโยกย้ายช่องเสียบสายลำโพงมาวางสูงขึ้นอีกหน่อย ส่วนตัวผมว่าอย่างเดิมเสียบง่ายกว่ามันไม่กระจุกซ้อนกันแต่แบบนี้ก็ดูแล้วไม่งงดี นานาจิตตังกันไปนะครับผม

Features – ลูกเล่น

ในส่วนของฟีเจอร์เสริมต่างๆหรือลูกเล่นที่ทาง Onkyo ได้จัดมาให้ต้องบอกว่าค่อนข้างจะเยอะแยะพอสมควรเลย ที่ฮ็อตฮิตหน่อยก็จะมีเรื่องของ Internet Radio ที่เป็นการฟังวิทยุออนไลน์นอกจากนี้ตัวเครื่องยัง Built-in Wi-Fi อะแดปเตอร์มาให้แต่แรกเลยอีกด้วย นับว่าเข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง

 

วิธีการเชื่อมต่อ Wi-Fi แค่กดปุ่ม Home บนรีโมทแล้วเลือกเมนู Setup > Hardware Setup > Network
เมื่อมาถึงหน้านี้ค่าเริ่มต้นเราจะเป็น Wired หรือการเชื่อมต่อผ่านสาย LAN นะครับ ซึ่งถ้าใครสะดวกเสียบสายก็เอาเสียบเข้าหลังเครื่องแล้วก็เล่นได้เลย แต่ถ้าใครจะต่อแบบไร้สายก็ทำตามรูปด้านล่างเลยครับ
เริ่มจากเปลี่ยนค่าตรง Network Connection ให้เป็น Wireless ก่อนแล้วกด Enter
เลือกให้ตัวเครื่องค้นหาเครือข่ายไร้สายภายในบ้าน เราก็จะได้ลิสต์รายชื่อของ Wi-Fi ที่เครื่องเจอแบบนี้ครับ
เลือกรายชื่อเครือข่ายที่ต้องการแล้วก็ใส่รหัสเหมือนที่ท่านใส่บนคอมพิวเตอร์และเครื่องคอม เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย พร้อมลุยกับคอนเทนต์บนโลกออนไลน์แล้ว
เมื่อเชื่อมต่อสำเร็จบริเวณหน้าเครื่องจะมีไฟแสดงผลเขียนว่า Wi-Fi ขึ้นโชว์หราเลยเป็นการบอกว่าพร้อมแล้ว สำหรับเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ตไร้สาย
กดปุ่ม NET บนรีโมทเครื่องก็จะพาเรามายังหน้านี้ครับเป็นศูนย์รวมของ Internet Radio
ตัวแอพพลิเคชั่นที่ใช้ได้ดีและใช้ได้จริงก็นี่เลยครับ tunein มีสถานีเพลงหลากหลายแนวทั่วโลกให้เลือกมากมาย
ที่สำคัญมีของไทยด้วยไม่ต้องลากสายจากเสาอากาศมาเสียบหลังเครื่องอีกต่อไป

ขยับเข้ามาดูด้านหน้าเสียหน่อยกับฟีเจอร์การอ่านไฟล์บริเวณช่องเสียบ USB ครับ โดยตัวสเปคได้ระบุไว้ว่ารองรับการอ่านไฟล์ออดิโอต่างๆ อย่าง FLAC, DSD, WMA Lossless, MP3, WAV, etc. ผ่านมาทาง TI Burr-Brown 192 kHz/24-Bit DAC เรียกได้ว่าโยนไฟล์เอาใส่แฟลชไดร์ฟมาเสียบเล่นเพลงกันโต้งๆหน้าเครื่องไปเลย ไม่ต้องไปผ่านวงจรกว่าสองสามชั้นจากมีเดียเพลเยอร์ต่างๆ

ทว่าสิ่งที่น่าเสียดายคือทาง Onkyo ไม่ได้ออกแบบช่อง USB มาให้สำหรับการอ่านไฟล์จาก iOS Device เหมือนรุ่นก่อนหน้า ทำได้เพียงแค่เสียบชาร์จไฟหน้าเครื่องเท่านั้น เดาว่าผู้ผลิตอาจจะเล็งเห็นว่ากลุ่มผู้ใช้อุปกรณ์เหล่านี้ส่วนใหญ่จะโยนไฟล์มาเล่นแบบไร้สายเสียมากกว่า จึงต้องตัดความสามารถบางอย่างออกไปเพื่อเพิ่มความสามารถใหม่เข้ามา (แต่ผมขอกระซิบตรงนี้ว่าส่วนตัวผมชอบเนื้อเสียงจากการเสียบตรงหน้าเครื่องมากกว่า)

Picture – ภาพ

จบจากลูกเล่นอย่าง Internet Radio มาต่อกันด้วยสารพัดลูกเล่นทางด้านภาพกันดีกว่าครับ ใครว่า AVR จะต้องมีดีเกี่ยวกับเสียงเพียงอย่างเดียว เรื่องภาพก็เป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่ถูกหยิลยกขึ้นมาในเวลาจะตัดสินใจซื้อครับผม โดยทาง Onkyo ก็ได้ทำการอัดแน่นมาให้ตามรูปด้านล่างเลยสำหรับฟีเจอร์ทางด้านภาพ

เริ่มจากสัญลักษณ์ด้านบนสุดก่อนที่ชื่อว่า InstaPrevue ที่ทำหน้าที่แสดงผลจากอินพุตต่างๆพร้อมกันหลายๆจอ(คล้ายกับ PIP ของฝั่งทีวี) นอกจากนี้ยังแถมฟีเจอร์ที่ใหม่แบบล่าสุดจริงๆอย่าง 4k-Passthrough กับ 4k-Upscaling เรียกได้ว่าซื้อตัวนี้ใช้กันไปยาวๆจนถึงตอนที่ 4k TV กลายมาเป็นมาตรฐานใหม่แทนที่ Full HD TV กันเลยทีเดียว

หน้าตาการแสดงผลแบบ InstaPrevue แสดงผล Source อื่นๆมาเป็นจอเล็กๆด้านล่าง

Sound – เสียง

มาเริ่มทดสอบแอมป์สีดำดุดันตัวนี้ด้วยการทำ Auto Calibration หรือการปรับจูนเสียงให้เข้ากับสภาพห้องนั่นเอง โดยระบบที่มาพร้อมกับตัวแอมป์คือ Audyssey MultiEQ ซึ่งนับว่าดีกว่ารุ่นก่อนหน้า(TX-NR717) ที่เป็น Audyssey 2EQ อยู่หนึ่งสเต็ป*

*Audyssey Auto Calibration : MultiEQ XT32 > MultiEQ XT > MultiEQ > 2EQ

สำหรับวิธีการใช้งานก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรครับ แค่เพียงนำสายไมค์ Audyssey เสียบเข้าที่ช่อง Setup Mic บริเวณฟร้อนท์พาแนลที่ตัว AVR จากนั้นก็นำตัวไมค์ไปวางไว้ตรงตำแหน่งนั่งฟังระดับความสูงเดียวกับรูหูของเราขณะที่เรานั่งรับชมภาพยนตร์จริงๆ จากนั้นกดเมนูตามที่ขึ้นหน้าจอไปเรื่อยๆระบบก็จะทำการปรับ จูนลำโพงให้เราก็แค่ทำห้องให้เงียบๆ อย่าให้มีเสียงรบกวนขณะระบบกำลังทำงาน มิฉะนั้นแล้วค่าที่ได้อาจจะผิดเพี้ยนครับ

สำหรับใครที่อยากให้ตัวระบบปรับแบบละเอียดให้ก็เลือกเป็น Full Calibration ที่หน้าเมนูหลังจากเสียบ Setup Mic เข้าไปที่แผงหน้าเครื่อง ระบบก็จะคำนวณค่าเฉลี่ยของเสียงจากสามจุดนั่งฟังให้เลยครับ โดยผมค่อนข้างจะแนะนำให้ทำแบบนี้จะแม่นที่สุดครับ

เมื่อระบบทำการปรับจูนเสียงให้เสร็จแล้วเราก็จะขึ้นหน้าจอแบบนี้ครับ โดยจะเป็นการรีวิวค่าต่างๆว่าเหมาะสมกับซิสเต็มของเราไหม ก็ให้ตรวจสอบกับสเปคลำโพงครับว่ามีอัตราการตอบสนองได้อย่างเหมาะสมหรือยัง ถ้าโอเคแล้วก็กด Save โลด

หลังจากทำการปรับแต่งเสียงแล้ว ให้กดปุ่ม Setup บนรีโมทแล้วเข้าไปที่ Audio > Audyssey จะมีโหมดให้เราเลือกสองโหมดคืด Movie กับ Music โดยทั้งสองตัวนี้จะมี EQ ที่ไม่เหมือนกันครับผม โดย Movie จะให้ความเป็น “หนัง” กับการยกย่านเบสขึ้นมาให้ดูแล้วดุดันสะใจ ส่วน Music จะให้ความเป็นดนตรีที่พยายามทำ Tonal Balance ให้ดีที่สุด ชอบฟังอะไรแบบไหน อันนี้ก็นานาจิตตังกันไปครับผม

Sound – เสียง

เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทางก็ได้เวลาเริ่มทดสอบกันครับผม เริ่มจากดูหนังเรื่อง Iron Man 3 กันก่อน แน่นอนว่าตามสไตล์ Onkyo ก็ให้เสียงที่อิมเมจออกมากลางๆไม่ได้เอนหนักไปทางใดมาก เสียงจังหวะระเบิดในฉากที่บ้านโทนี่ถูกถล่ม ก็ทำได้ดีตามเนื้อผ้า สลับสับเปลี่ยนมาดู The Hunger Games ในฉากที่แคตนิสต้องวิ่งหลบลูกระเบิด เสียงบรรยากาศจากแชนแนลเซอร์ราวด์ซ้ายขวาสามารถขับออกมาได้อย่างชัดแจ่ม

ทดลองใช้โหมด Audyssey Movie ดูบ้างก็พบว่าองค์รวมของเสียงมีน้ำหนักและแรงปะทะมากขึ้น แต่ปลายเสียงจะทอดตัวได้ไม่ไกลมากจากเดิมที่ปิดอยู่ เลยลองแหกกฎปรับไปใช้ Music ดู ทำให้เสียงพูดคุยเริ่มมีตัวตนชัดเจน เสียงเฟี้ยวฟ้าวฉวัดเฉวียน อาทิ เช่น ฉากระเบิดกระสุนถล่มด่านกั้นถนนในเรื่อง The Last Stand มีมโนภาพที่สัมผัสได้ใกล้ตัวมากยิ่งขึ้น แต่ไม่อึกทึกครึกโครมเท่า Movie ครับผม ต้องลองเอาไปพิจารณาดูว่าชอบเปิดโหมดไหน

สำหรับการใช้งาน TX-NR727 ควบคู่กับการฟังเพลงนั้นก็เป็นไปตามแบบฉบับของ Onkyo ครับคือต่ำกลางแหลมมาครบทุกย่านฟังแล้วได้ความสะอาดสงัดอยู่ในระดับหนึ่ง ไม่ว่าจะโยนไฟล์แบบ Hi-Res Audio ใส่ USB แล้วมาเปิดผ่าน TI Burr-Brown DAC ในตัวหรือจะเสียบเข้ากับช่อง HDMI ไม่ก็อะนาล็อคเสียงที่ได้ก็จะมาในแบบคาแร็คเตอร์ที่แตกต่างกันไป แล้วแต่รสนิยมของคนฟังครับ แน่นอนว่าการปรับ Audyssey EQ ก็มีผลต่อเสียงเช่นเดียวกัน เว้นเสียแต่เราจะเปิดฟังในโหมด Pure Direct ซึ่งจะตัดภาคปรีทั้งหมดออกให้เหลือแต่ภาคขยายเพียงอย่างเดียว

Conclusion – สรุป

Onkyo TX-NR727 เป็นอีกหนึ่งภาคต่อของแอมป์มิดเอ็นด์ในระยะเริ่มต้นที่น่าจับตามอง ด้วยลูกเล่นมากมายที่รองรับเทคโนโลยีแทบจะครบทุกอย่างที่มีในวงการอย่าง 4k Passthrough+Upscale ไปจนถึงเทรนด์ใหม่ที่กำลังมากับ USB DAC for Hi-Resolution Audio ซึ่งตอบโจทย์นักฟังรุ่นใหญ่ที่ต้องการคุณภาพเสียงเฉกเช่นหลุดมาจากสตูดิโอ รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายครบองค์ Bluetooth และ Wi-Fi ที่ติดตั้งมาให้ไม่ต้องไปซื้ออุปกรณ์เพิ่มแต่อย่างใด

 

แน่นอนว่า Network AV Recevier ก็รองรับการใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนเช่นเดียวกัน

สิ่งที่น่าเสียดายก็คือการตัดฟีเจอร์เสียบตรง USB หน้าเครื่องกับ iOS Device ออกทำให้เสียบชาร์จได้อย่างเดียว ไม่สามารถเล่นไฟล์ที่อยู่ในเครื่องได้ อันนี้ต้องบอกว่าเป็นความเสียดายส่วนตัวของผมละกัน แม้ว่าจะ AirPlay ผ่าน Bluetooth เข้ามาได้ แต่ผมก็ติดใจคุณภาพเสียงจากการเสียบสายหน้าเครื่องอยู่ดี ก็ถือว่าแลกความสะดวกกับคุณภาพเสียงไปครับผม นอกเหนือจากนั้นก็เป็นอาการเอ๋อนิดๆหน่อยๆ ช่วงแรกๆที่ยังเป็นเฟิร์มแวร์ตัวเก่าอยู่ แนะนำว่าให้อัพเกรดเป็นตัวล่าสุดไว้เครื่องจะทำงานได้เสถียรกว่าครับ

ข้อดี 
– Wi-Fi & Bluetooth ที่ติดเครื่องมาแต่กำเนิด รองรับการใช้งานแบบไร้สายได้เต็มรูปแบบอย่างแท้จริง
– รองรับการใช้งานช่อง USB กับไฟล์ Hi-Resolution Audio สูงสุดถึง 192 kHz/24-bit ผ่านทาง TI Burr-Brown DAC คุณภาพสูง ให้เสียงอัดแน่นเต็มพิกัดไม่มีอั้น
– ระบบ Audyssey Auto Calibration ที่ถูกอัพเกรดเป็นรุ่น MultiEQ จากรุ่นเก่า ให้ความแม่นยำในการปรับจูนเสียงเข้ากับสภาพห้องได้ดีขึ้นอีกระดับ

ข้อเสีย
– ไหนๆมี USB ด้านหน้าแล้วก็น่าจะทำให้เสียบเล่นไฟล์จากสมาร์ทโฟนได้ให้ครบทุกรุ่น
– พบอาการค้างนิดหน่อยจากเฟิร์มแวร์ตัวแรกที่ออกมาจากโรงงาน แนะนำให้ท่านที่ซื้อแล้วพบอาการดังกล่าวอัพเกรดเฟิร์มแวร์ขึ้นไปเป็นตัวล่าสุดจึงจะหาย

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้