X-plore The X !!! รีวิว Denon AVR-X2000 4K Ready Network AVR
4K Ready Network AV Receiver
Denon AVR-X2000

X-plore
The “X” !!!

ปีนี้ (2013 – 2014) เป็นครั้งแรกที่ทาง Denon เปลี่ยนชื่อรุ่น AV Receiver ใหม่ โดยแทรกตัวอักษร “X” ขึ้นต้นเลขรุ่นทั้งหมด ตั้งแต่รุ่นเล็กสุดอย่าง X500 ไปจนถึง X4000 ซึ่งตัวอักษร X นี้ โดยนัยที่ Denon พยายามสื่อถึง คือ “Xcellent Performace” หรือ ประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยม ที่เกี่ยวเนื่องมาจาก “Xcellent Usability” หรือผลการใช้งานอันเยี่ยมยอด อันเป็นความตั้งใจส่งประสบการณ์อันน่าประทับใจสู่ผู้ใช้นั่นเอง
เห็นกันไม่บ่อยนักที่ผู้ผลิตเครื่องเสียงจะนำเรื่องของ User Experience (ประสบการณ์ใช้งาน) ในแง่ของ User Friendly (เป็นมิตรกับผู้ใช้ คือ เน้นใช้งานง่าย) มาเป็นประเด็นสำคัญในการพัฒนาสินค้า นอกเหนือจากประเด็นด้านเอาต์พุตอย่างคุณภาพเสียงเพียงอย่างเดียว และแน่นอนว่ากับ AVR ที่รองรับการใช้งานมากมายหลากหลาย เปรียบเสมือนศูนย์กลางของระบบโฮมเธียเตอร์ หากพัฒนาในเรื่องการใช้งานแล้วไซร้ เมื่อใช้งานง่าย ย่อมจะส่งผลดีต่อผู้ใช้อย่างมาก

สังเกตุที่สติกเกอร์บอกจุดขาย จะเห็นว่า “Easy Setup & Use” หรือแปลว่า “ติดตั้ง ใช้งานง่าย”
ยืนยันเป้าประสงค์ของ Denon AVR ในปีนี้เขาล่ะ…
สำหรับ Denon AVR X-series รุ่นที่จะรีวิวต่อไปนี้ คือ รุ่น AVR-X2000 ครับ
Design – การออกแบบ

เนื่องจากปีนี้ทาง Denon ทำการเปลี่ยนชื่อ AVR รุ่นใหม่หมดยกซีรี่ส์ หากอ้างอิงลำดับรุ่นจากปีก่อนๆ จะทำได้ยาก กระนั้นข้อมูลที่ทาง Denon ให้มา ทำให้ทราบว่า AVR-X2000 มีลำดับการพัฒนาต่อเนื่องจากรุ่น AVR-2113
ในปีที่แล้วนั่นเอง

บางจุดเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน (AVR-2113) ก็คล้ายคลึงกันมาก ถึงอย่างนั้นทาง Denon เองก็มีแนวทางการปรับปรุงรุ่นใหม่ได้น่าสนใจเช่นกัน

สิ่งที่ทาง Denon เน้นเป็นพิเศษกับ AVR X-series เริ่มตั้งแต่รูปลักษณ์ที่เรียบง่าย แผงหน้าของ AVR-X2000 จะไม่มีปุ่มมากมายเรียงรายโดยไม่จำเป็น ซึ่งก็คล้ายกับรุ่นก่อน ดูแล้วเรียบๆ ไม่รกตาดี

เช่นเดียวกัน รีโมตคอนโทรลเป็นรูปแบบเดิมที่เน้นเฉพาะปุ่มสำคัญๆ เท่านั้น นัยว่ามีปุ่มเยอะๆ อาจจะทำให้ผู้ใช้สับสนว่างั้น? ประเด็นนี้จริงหรือไม่ เดี๋ยวผลการใช้งานจริงจะรายงานอีกครั้งครับ

จุดหนึ่งที่ผมชอบมากสำหรับรีโมตคอนโทรลรุ่นเล็กๆ ของ Denon คือ “มันเรืองแสงในที่มืดได้” ครับ ที่ว่าเรืองแสงนี้ไม่ถึงกับฝังหลอดไฟ LED เพื่อส่องสว่างแบบรีโมตรุ่นใหญ่ๆ นะครับ แต่ก็เพียงพอกับการมองเห็นในห้องมืด (เมื่อใช้งานร่วมกับโปรเจ็กเตอร์) ซึ่งรีโมต AVR หลายๆ ยี่ห้อระดับเดียวกัน ทำไม่ได้ก็เยอะ

อีกจุดที่ไม่กล่าวถึงมิได้สำหรับ X-Series คือ ลักษณะการจัดวางขั้วต่อสายลำโพงแบบแถวเดียวเรียงในแนวนอน เดิมแนวทางนี้จะพบเห็นได้เฉพาะใน AVR รุ่นใหญ่ๆ เท่านั้น อันมีส่วนช่วยให้การเข้าสายทำได้สะดวกมากเพราะไม่มีขั้วต่อด้านบนบดบัง นอกจากนี้ยังมีแถบสีกำกับเพื่อใช้อ้างอิงแชนเนลลำโพงที่จะเชื่อมต่อได้ง่าย (อ้างอิงจากสีก็ได้ ไม่จำเป็นต้องอ่านตัวอักษร)

แต่ที่เด็ดสุด คือ ผู้ผลิตจะแถมสติกเกอร์แถบสีสำหรับติดที่ปลายสายลำโพงมาให้ด้วย เพื่อให้ง่ายต่อการแยกแยะเวลาที่ต้องเชื่อมต่อสายลำโพงหลายเส้นที่กองรวมกันอยู่

นอกเหนือจากปัจจัยที่มองเห็นภายนอก จุดที่ทาง Denon ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือ UI หรือ “User Interface”
ในส่วนของเมนูการใช้งานต่างๆ จะเน้นที่รูปประกอบเข้าใจง่ายพร้อมคำอธิบายแนะนำในทุกขั้นตอนหลัก ดูแล้วเข้าใจไม่ยากครับ หากให้เวลากับมันสักหน่อย ถึงเป็นมือใหม่ก็สามารถดำเนินการติดตั้งตามได้ทุกขั้นตอน

แม้ว่าทาง Denon จะทราบถึงพฤติกรรมผู้ใช้ว่าไม่ชอบเปิดคู่มือการใช้งานอ่านกัน กระนั้นมันก็เป็นข้อมูลอ้างอิงสำคัญที่จะช่วยให้เข้าใจพื้นฐานการทำงานของ AV Receiver ได้ดีที่สุด หากติดขัดตรงไหนให้เปิดคู่มืออ่านดูได้เลย
จากจุดนี้ Denon จึงได้พิถีพิถันกับการออกแบบคู่มือการใช้งานอิเล็กทรอนิกส์ (ในรูปแบบของ PDF file) จะเปิดดูผ่าน Smart Devices ก็ง่าย หรือเปิดด้วยคอมพิวเตอร์ PC/Notebook ก็ดี
Connectivity – ช่องต่อ
AVR-X2000 ถือเป็น AVR รุ่นระดับกลางที่มาพร้อมกับคุณสมบัติครบครันไม่แพ้รุ่นใหญ่ และเช่นกันว่าคุณสมบัติอย่างช่องต่อต่างๆ ที่มีให้ ก็เพียงพอต่อการใช้งานในปัจจุบันเช่นเดียวกัน

จุดเชื่อมต่อบนแผงหน้า นอกจากช่องเสียบหูฟัง (ที่มีใน AVR ทุกเครื่อง) ยังมี HDMI Input แม้ยังไม่รองรับ MHL เหมือน AVR บางรุ่น แต่ก็รองรับเวลาเชื่อมต่อใช้งานกับอุปกรณ์พกพาทั่วไปได้ง่าย ไม่ต้องอ้อมไปเสียบสายที่ช่องด้านหลัง, มี USB Input เพื่อใช้งานร่วมกับ Mass Storge Devices และเชื่อมต่อกับ Smart Devices ถัดมา คือ Audyssey Setup Mic Input เพื่อใช้งานร่วมกับฟีเจอร์ช่วยเหลือในการติดตั้งระบบลำโพงรอบทิศทางกึ่งอัตโนมัติ (จะกล่าวถึงอีกครั้งช่วง Setup – การติดตั้ง)

ด้านหลังมีช่องต่อสัญญาณภาพและเสียงให้ใช้งานกันเกือบครบถ้วน อาจจะขาดบางรูปแบบที่ปัจจุบันใช้งานกันน้อยลง เช่น Digital Coaxial แต่ก็ไปเน้น HDMI ที่ใช้งานบ่อยกว่าแทน ในส่วน Analog Video มี Component ให้ด้วย จุดเชื่อมต่อสายไฟเอซีมาตรฐาน IEC ถอดเปลี่ยนได้

ขั้วต่อสายลำโพงจำนวน 7 แชนเนล อิงตามจำนวนแชนเนลภาคขยายที่ติดตั้งมา ขนาด 95 วัตต์ (8-ohm, 20Hz – 20kHz, 0.08% THD) ภาคขยายในส่วนของแชนเนลลำโพง Surround Back สามารถสลับปรับเปลี่ยนหน้าที่ไปเป็นลำโพง Front Height เพื่อเสริมเอ็ฟเฟ็กต์ด้านสูง หรือจะนำมา Bi-AMP ลำโพงคู่หน้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับฟังระบบเสียงสเตริโอ หรือจะนำมาเป็นภาคขยายสำหรับ Front B Speaker(ลำโพงชุดที่ 2) หรือ Zone 2 Speaker ก็ทำได้อย่างยืดหยุ่น

AVR ยุคใหม่ มาพร้อมฟังก์ชั่นเน็ตเวิร์ก ความสามารถที่เพิ่มขึ้นเรียกว่าขาดไม่ได้แล้ว คือ การสตรีมมิ่งเพลงจากคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ Smart Devices มาเล่นกับชุดลำโพงโฮมเธียเตอร์ (ซึ่งให้คุณภาพเสียงดีกว่าหูฟังแถม หรือลำโพงพกพาขนาดเล็กเป็นไหนๆ)

การเชื่อมต่อใช้งานระบบเน็ตเวิร์กของ AVR-X2000 จะต้องเชื่อมต่อสาย LAN มายัง Network (Ethernet) Input ด้านหลังเครื่องเท่านั้น ยังไม่มีระบบ Wi-Fi ทว่าหากมองในแง่ของเสถียรภาพ และผลกระทบจาก RF Noise จะพบว่าเชื่อมต่อแบบใช้สาย LAN นั่นแหละ ดีที่สุด (ถ้าไม่ได้ลำบากในการลากสาย LAN มายัง AVR)


การแชร์เพลงผ่านระบบเน็ตเวิร์กร่วมกับ iDevices ผ่าน AirPlay สำหรับ Denon AVR ถือเป็นของคู่กันมาช้านาน หากเชื่อมต่ออุปกรณ์ในวงเน็ตเวิร์กเดียวกัน iPod/iPhone/iPad หรือ iTunes (PC/Mac) สามารถ AirPlay ร่วมกับ X2000 ได้เลย เพียงแค่เลือก X2000 ในรายชื่อ “AirPlay Devices” เท่านั้น ไม่ต้องตั้งค่า หรือดาวนืโหลดแอ็พฯ ใดๆ อย่างอื่นให้วุ่นวายเลย

มิใช่เฉพาะ iDevices เท่านั้น กับ Windows 8/RT Devices ก็สามารถสตรีมมิ่งเพลง ไปจนถึงรูปภาพร่วมกับ X2000 ได้ด้วย ผ่าน “Play to” App หรือถ้าเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 7/8 ก็ทำได้นะครับ ไม่ต้องโหลดโปรแกรมใดๆ โดยดำเนินการผ่านฟังก์ชั่น Play to (Windows Media Player)

ส่วน Android Devices นั้น โดยทั่วไปจะสามารถสตรีมมิ่งเพลงไปเล่นกับ AVR ได้ ผ่าน Remote App ทว่าสำหรับ Denon AVR ผมยังไม่เห็นนะครับ เข้าใจว่าจะทำไม่ได้ (ในรูปเป็นการแสดงสถานะเมื่อเล่นไฟล์ผ่าน USB)

อย่างไรก็ดี หากเป็นสตรีมมิ่งแบบ “Push” คือใช้อุปกรณ์ Smart Devices สตรีมมิ่งพลงไปเล่นกับ AVR จะยังมีข้อจำกัดในเรื่องของฟอร์แม็ตไฟล์ที่สามารถเล่นได้ ซึ่งยังไม่รองรับ Hi-res format แต่หากเป็นการสตรีมมิ่งแบบ “Pull” หรือให้ AVR ดึงข้อมูลจาก Media Server (หรือ NAS) จะรองรับในจุดนี้ได้ดีกว่า ท่านใดอยากสตรีมมิ่งไฟล์เพลงระดับ Hi-res (192kHz WAV/FLAC) มาฟังร่วมกับ AVR ผ่านเน็ตเวิร์กก็ต้องดำเนินการแบบนี้เท่านั้นครับ
อ้อ การเล่นไฟล์เพลงผ่าน USB/Network ยังมีลูกเล่นที่ Denon ดูจะเน้นมากอย่าง Gapless Playback หรือการเล่นเพลงต่อเนื่องติดๆ กัน แบบไม่มีช่วงเงียบคั่นระหว่างต้นเพลงและท้ายเพลง เรียกว่าฟังกันแบบนอนสต็อปมิต้องมีพักกันเลย !! ก็แล้วแต่รสนิยม โดยส่วนตัวผมชอบให้มันมีช่วงเฟดแบบปกติ ฟังเป็นธรรมชาติกว่า

นอกเหนือจากการแชรฺเพลงร่วมกับอุปกรณ์ในระบบเครือข่ายบ้านแล้ว ยังใช้งาน X2000 เพื่อรับฟังเพลงออนไลน์ผ่าน Internet Radio ได้ด้วย มีให้เลือกหลากหลายสถานี ไม่จำกัดแนวเพลง มากมายต่อเนื่องฟังกันไม่หวาดไม่ไหวเลยทีเดียว
Features – ลูกเล่น

ผลพลอยได้จากการที่ AVR ยุคใหม่ รองรับระบบเน็ตเวิร์ก คือ เราสามารถควบคุม AVR ผ่านอุปกรณ์ Smart Devices ต่างๆได้ ซึ่งในบางสถานการณ์อุปกรณ์เหล่านั้นตอบสนองการใช้งานได้ดีกว่ารีโมตคอนโทรลด้วยซ้ำ การควบคุมผ่าน iDevices และ Android Devices เพียงดาวน์โหลด (ฟรี) และติดตั้ง “Denon Remote App” (ในรูปเป็นเวอร์ชั่น Android) ก็ใช้งานได้เลย

นอกเหนือจากการควบคุมผ่าน Smart Devices อย่างโทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ตด้วย Remote App แล้ว ยังสามารถควบคุม ตั้งค่า และสั่งการ X2000 ผ่านคอมพิวเตอร์ PC/Notebook ได้อีกด้วยผ่าน Web Browser (จึงเรียกว่า Web Controller) ซึ่งในส่วนของการปรับตั้งต่างๆ ละเอียดครอบคลุมมากๆ ไม่แพ้สั่งการผ่านรีโมตตรงหน้าเครื่องเลย


กลับมาดูรีโมตคอนโทรลที่ให้มาหน่อย ดังที่เรียนไปว่ารีโมตคอนโทรลของ Denon AVR เน้นปุ่มน้อย เฉพาะฟังก์ชั่นสำคัญเท่านั้น ซึ่งก็ดีเพราะช่วยให้ดูไม่ลายตา และยังมีที่ว่างขยายขนาดปุ่มให้ใหญ่ขึ้นได้ด้วย กดง่าย ทว่าด้วยจำนวนปุ่มที่จำกัด การควบคุมบางฟังก์ชั่นจะต้องเลือกผ่านหน้าจอทีวี ซึ่งบางครั้งก็ไม่ทันใจ บางทีจะใช้งานเวลาจะฟังเพลงอย่างเดียวก็ต้องเปิดทีวีไว้ด้วย ยกตัวอย่างเวลาจะกำหนด Playback Mode (Repeate/Random) ต้องกดปุ่ม Option แล้วดูตัวเลือกบนจอทีวี หรือดูผ่านจอดิสเพลย์ที่แผงหน้า (ซึ่งการดำเนินการในจุดนี้ทดแทนด้วย Remote App ผ่าน Smart Devices ก็ได้ครับ)


การปรับเปลี่ยนระบบเสียง Sound Mode จะแยกหมวดสำหรับ Movie, Music, Game และ Pure Audio ไว้ การเปลี่ยนตัวเลือกจะต้องกดปุ่มซ้ำๆ ไล่ลำดับไป หากต้องการเลือกระบบเสียงที่ต้องการแบบมองเห็นรายการทั้งหมด สามารถกดปุ่ม Sound Mode ค้างไว้ เพื่อให้ระบบแสดงตัวเลือกบนจอทีวีได้ (ซึ่งการดำเนินการในจุดนี้ทดแทนด้วย Remote App ผ่าน Smart Devices ก็ได้ครับ)
Setup – การติดตั้ง
หากเน้น User Friendly แล้วล่ะก็ ประเด็นหนึ่งที่ผู้ผลิตต้องเอาใจใส่อย่างมาก คือ เรื่องของการติดตั้งระบบลำโพงรอบทิศทางเพื่อผลด้านการตอบสนองที่ยืดหยุ่น เหมาะสม เกี่ยวเนื่องถึงการถ่ายทอดความเที่ยงตรง แม้สภาพแวดล้อมของผู้ใช้จะผิดแผกแตกต่างจากอุดมคติบ้าง ซึ่งอันที่จริงแนวทางนี้มีมานานแล้ว สำหรับ AVR มิใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด

ดังที่เกริ่นไปว่าเน้นความสะดวก ดังนั้นขั้นตอนดำเนินการในส่วนนี้ย่อมต้องไม่ซับซ้อน ภายหลังจากติดตั้งเชื่อมต่ออุปกรณ์และลำโพงในระบบเรียบร้อย เพียงนำ Setup Mic ติดตั้งเข้ากับขาตั้ง (Tripod) แล้ววางที่จุดรับชมหลัก โดยให้ความสูงของ Mic เมื่อตั้งบนขาตั้งแล้ว อยู่ที่ระดับเดียวกับหูของผู้ฟัง

จากนั้นเปิดสวิทช์ AVR และทีวี เชื่อมต่อ Setup Mic ที่หน้าเครื่องจะแสดงหน้าจอ Audyssey Setup ขึ้นมา

หรือหากจะปรับตั้งเองแบบแมนนวลก็ทำได้นะครับ ระบบให้ความยืดหยุ่นในการปรับแก้ได้ดีทีเดียว ยกตัวอย่างในส่วนของ Crossover จะสามารถแยกกำหนดสำหรับลำโพงแต่ละแชนเนลได้อิสระ จุดตัดความถี่นี้ จะทำหน้าที่เป็นทั้ง Hi-pass Crossover สำหรับลำโพงหลัก และ Low-pass Crossover สำหรับลำโพงซับวูฟเฟอร์ “การตัดความถี่” จึงเที่ยงตรงมากกว่า อันเป็นส่วนสำคัญของระบบ Bass Management ที่ยืดหยุ่น และจะสร้างความกลมกลืนได้ดีกว่าการกำหนดจุดตัดความถี่เพียงค่าเดียว ที่ตัวลำโพงซับวูฟเฟอร์ ซึ่งหากจะอ้างอิงตามมาตรฐาน ค่าจุดตัดความถี่ที่ระบบฯ Auto ตั้งมา จะให้ “ความถูกต้อง” ได้ดีอยู่แล้วครับ (หากดำเนินขั้นตอน Auto Speaker Calibration อย่างเหมาะสม)
หมายเหตุ: โดยทั่วไปลำโพงในระบบโฮมเธียเตอร์มักจะมีคุณสมบัติที่หลากหลาย โดยเฉพาะประเด็นเรื่องของ “ขนาด” (คู่หน้า-เซ็นเตอร์-เซอร์ราวด์ มักไม่ใช่รุ่นเดียวกัน) ซึ่งนั่นส่งผลถึงความสามารถในการตอบสนองย่านความถี่ต่ำ การส่งเสริมด้วยซับวูฟเฟอร์หากจะให้ครอบคลุมลำโพงทุกแชนเนล จึงจำเป็นต้องอาศัยระบบ Bass Management ใน AVR โดยอิงตามศักยภาพการตอบสนองความถี่ต่ำของลำโพงแต่ละแชนเนล และด้วยเหตุนี้ จึงแนะนำให้ทำการบายพาส Crossover ที่ด้านหลังตัวตู้ลำโพงแอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์เสีย ซึ่งการตั้ง Crossover (ที่ AVR) ซ้อน Crossover (ที่ SW) จะทำให้จุดตัดความถี่ที่ตั้งไว้คลาดเคลื่อน (จุดตัดความถี่จะเปลี่ยนแปลงไป ไม่ใช่ทั้งตัวเลขที่แสดงใน AVR และที่ SW จึงทำให้อ้างอิงผลลัพธ์ได้ยาก)

การแสดง OSD info (กดปุ่ม Info ที่รีโมต) นั้นมีประโยชน์ เพราะสามารถใช้ตรวจสอบสถานะได้ดี โดยจะแสดงรายละเอียดแหล่งโปรแกรม ระบบเสียงที่รับฟังอยู่เป็นแบบไหน บันทึกช่องสัญญาณมากี่แชนเนล ฯลฯ ทว่าน่าเสียดายที่ไม่สามารถแสดง Sampling Rate ได้ครับ
Picture And Sound – ภาพ และ เสียง

ในส่วนของฟังก์ชั่นวิดีโอสเกลเลอร์ มาพร้อม Picture Mode สำเร็จรูป ที่จะผนวกรวมการปรับปรุงคุณภาพของคอนเทนต์วิดีโอมาให้จากโรงงาน แบ่งเป็น 4 โหมด คือ Standard, Movie, Vivid และ Streaming แต่หากต้องการปรับตั้งตัวเลือกในส่วนของวิดีโอสเกลเลอร์เอง ก็ต้องเลือกโหมด Custom ซึ่งตัวเลือกสำคัญที่ส่งผลในแง่การปรับปรุงข้อบกพร่องของคอนเทนต์วิดีโอ คือ Noise Reduction และ Enhancer
ในส่วนของ Noise Reduction มีไว้เพื่อลดทอนจุดบกพร่องของคอนเทนต์วิดีโอคุณภาพต่ำ ที่มักจะมีสัญญาณรบกวนรูปแบบต่างๆ แฝงมาด้วย สามารถให้น้ำหนักการลดทอนได้ 3 ระดับ คือ Low, Medium และ High อย่างไรก็ดี Noise Reduction นี้ หากให้น้ำหนักมากไปจะลดทอนรายละเอียดภาพลง
ส่วน Enhancer จะทำหน้าที่เหมือน Sharpness ที่จะช่วยปรับความคมชัด (ลดทอนอาการเบลอ) ของคอนเทนต์ความละเอียดต่ำ สามารถให้น้ำหนักได้ 12 ระดับ อย่างไรก็ดี หากให้น้ำหนัก Enhancer มากไป ภาพจะขึ้นขอบ ดูหยาบ ผิดธรรมชาติ และจะเน้นจุดบกพร่องของคอนเทนต์ อย่างน้อยส์ที่ปะปนมา ให้เห็นชัดยิ่งขึ้น
หมายเหตุ: กรณีที่เชื่อมต่อสัญญาณภาพระดับ 4K ผ่าน AVR-X2000 จะไม่สามารถใช้งานในส่วนของ Picture Adjust ซึ่งอันที่จริงไม่จำเป็นต้องใช้ เนื่องจากคอนเทนต์ 4K (แท้) มีความสมบุรณ์อยู่แล้ว (กับการรับชมบนจอภาพ 4K) ไม่มีความจำเป็นต้องปรับแก้ ลดทอนจุดบกพร่องเหมือนคอนเทนต์รายละเอียดต่ำ

หากต้องการอัพสเกล จะต้องกำหนด Video Conversion เป็น On เสียก่อน โดยในรุ่น X2000 สามารถอัพสเกลได้ถึง 4K (3840×2160/30p) ทั้งนี้หากไม่ต้องการใช้งานวิดีโอสเกลเลอร์ใน AVR ให้กำหนด Picture Mode เป็น Off
สิ่งสำคัญที่ส่งผลถึงคุณภาพเสียงเมื่อใช้งานระบบโฮมเธียเตอร์ คือ ประเด็นเรื่องของการเซ็ตอัพระบบลำโพง ในจุดนี้ระยย Audyssey MultEQ XT ตอบสนองในจุดนี้ได้ดีมาก ทั้งประเด็นการปรับตั้งค่าพื้นฐาน อย่างดีเลย์ระยะห่างของลำโพง ระดับบาลานซ์เสียง ระบบ Bass Management กับการกำหนดจุดตัดความถี่ ไปจนถึงขั้นแอดวานซ์อย่างการแก้ไขดุลเสียงอันเกิดจากการบิดเบือนของสภาพแวดล้อม และข้อจำกัดทางการติดตั้งบางประการ
ในส่วนของการปรับตั้งค่าลำโพงพื้นฐาน อาทิ Distance Delay หรือการชดเชยหน่วงเวลาจากระยะห่างของลำโพง, Level Balance หรือการชดเชยระดับเสียงของลำโพงจากขนาด หรือตำแหน่งการติดตั้ง ไปจนถึงการกำหนดจุดตัดความถี่ให้สัมพันธ์กับศํกยภาพการตอบสนองความถี่ต่ำของลำโพงแต่ละแชนเนลนั้น ปัจจุบันระบบ Auto Calibration สามารถจัดการในส่วนนี้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งระบบ Audyssey MultEQ XT (ที่เป็นรองแค่ Audyssey MulteEQ XT32) ของ AVR-X2000 นั้นไม่ทำให้ผิดหวัง ซึ่งสามารถดำเนินการได้ง่ายๆ ไม่ต้องอาศัยขั้นตอนดำเนินการอันยุ่งยาก

In room Frequency Response – No Calibration vs Audyssey Flat (Dynamic EQ – Off)
AVR-X2000 + Front L Speaker + SW @ Listening Position (Far-field)
1/6 Octave smoothing
*ผลการตอบสนองความถี่ที่แสดงนี้ รวมผลกระทบจากสภาพแวดล้อมเข้ามาด้วย เพื่อเป็นการประเมินศักยภาพของระบบ Auto Speaker Calibration ในการปรับแก้ชดเชยแก้ไขปัญหาดุลเสียงจากการบิดเบือนโดยสภาพแวดล้อม
จุดหนึ่งจากผลลัพธ์ของ Audyssey MultEQ XT ทำได้อย่างน่าสนใจ คือ การปรับแก้ในส่วนของดุลเสียงของลำโพง จากผลกระทบจากสภาพอะคูสติก อันมีส่วนช่วยให้ได้ดุลเสียงที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น ถึงแม้จะเป็นการใช้งานในสถานที่ที่ไม่ใกล้เคียงอุดมคติมากนัก ซึ่งจุดสำคัญ คือ การปรับแก้ปัญหาในส่วนย่านความถี่ต่ำอันเกิดจากผลกระทบของ Room Mode และการแก้ไขผลการหักล้างทางเฟส ระหว่างซับวูฟเฟอร์และลำโพงหลัก
หมายเหตุ:
– ภายหลังดำเนินขั้นตอน Audyssey Auto Speakers Calibration เสร็จสิ้น ระบบฯ จะทำการ apply ผลการปรับแก้ในส่วนของ Room EQ โดยอัตโนมัติ โดยจะตั้งไว้ที่ Audyssey Mode ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนได้ที่ Setup Menu → Audio → Audyssey → MultEQ XT ซึ่งในกรณีที่ต้องการผลการตอบสนองความถี่ที่เที่ยงตรงตลอดย่านขึ้นไปจนถึงราว 20kHz สามารถกำหนด Audyssey Mode ไปที่ Flat
– นอกจาก Room EQ ที่กล่าวไปข้างต้น ระบบฯ จะ apply ในส่วนของ Dynamic EQ มาด้วยเช่นกัน อันเป็นแนวทางการชดเชยระดับการรับรู้ย่านความถี่เสียงของหูมนุษย์ (อ้างอิง Equal-loudness contour) ผลลัพธ์คือ ย่านความถี่ต่ำลึก และย่านความถี่สูงช่วงปลาย จะถูกยกขึ้นมา ซึ่งในบางกรณีอาจรู้สึกว่าฟังดูไม่เป็นธรรมชาติ ขาดความผ่อนคลาย สามารถปิดการใช้งานในส่วนของ Dynamic EQ นี้ได้ ที่หัวข้อ Setup Menu → Audio → Audyssey → Dynamic EQ โดยต้องดำเนินการกับทุก Input
แม้ว่าระบบ Speakers Auto Calibration จะช่วยลดทอนปัญหาปัจจัยแวดล้อมที่แตกต่างกันของผู้ใช้ ที่ส่งผลลบกับดุลเสียงของลำโพงลง แต่จำเป็นที่ผู้ใช้จะต้องพิถีพิถันในขั้นตอนดำเนินการอยู่บ้าง หากต้องการได้ผลลัพธ์ที่ดี สิ่งสำคัญอันดับแรก คือ ห้องจะต้องสงัด และไม่มีปัจจัยอื่นๆ ที่ลดทอนความเที่ยงตรงที่ระบบฯ ใช้เพื่ออ้างอิงผลลัพธ์ และการดำเนินการดังกล่าว ยังเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ผลลัพธ์จะยังคงแปรผันตามระดับของผลกระทบอยู่บ้าง ซึ่งจะมีขีดจำกัดอยู่ ไม่สามารถแก้ไขได้ทุกปัจจัย ดังนั้นการดำเนินการแก้ไขที่ต้นเหตุ อย่างการติดตั้งระบบลำโพง และการให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมตามอุดมคติ ยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลย
X2000 ไม่ใช่ AVR เสียงหวานจ๋อย แต่หากต้องการเสียงที่จะแจ้ง เปิดเผย กระจ่างชัดนั่นคือตัวตนของ Denon AVR เครื่องนี้ อันจะส่งเสริมให้การรับชมภาพยนตร์ได้ความจะแจ้ง ชัดเจนในรายละเอียด
เมื่อเปิดใช้งานในส่วนของ Audyssey Mode – Flat โดยเอกลักษณ์ของ Denon AVR ที่ให้ความกระจ่างชัดเป็นทุนเดิม กับลำโพงบางรุ่นอาจรู้สึกว่าเสียงออกจะติดไปทางรุกเร้า ในจุดนี้สามารถกำหนด Audyssey Mode จาก Flat ไปเป็น Audyssey แทนได้ (ซึ่งเดิมตั้งไว้เป็น Default)
หากมีการเชื่อมต่อลำโพงหลักในระบบเพียง 5 แชนเนล สามารถนำภาคขยายของลำโพง Surr Back ที่ไม่ได้ใช้ มา Bi-amp เสริมประสิทธิภาพการขับลำโพงคู่หน้าได้ ซึ่งเป็นแนวทางที่แนะนำหากเน้นศักยภาพการฟังเพลง 2 เชนเนล นอกเหนือจากการใช้งานรับฟังระบบเสียงรอบทิศทางจากภาพยนตร์
หมายเหตุ: ผลลัพธ์ที่อ้างถึงในบทความนี้ เป็นการอ้างอิงในสภาพแวดล้อมทดสอบ ทั้งนี้ปัจจัยภายนอก หรือตัวแปรแวดล้อมบางอย่าง (ซิสเต็มร่วม-สภาพแวดล้อม-ลักษณะการติดตั้ง) ที่เปลี่ยนแปลงแตกต่างไป ผลลัพธ์สุดท้ายจึงอาจเปลี่ยนไปได้
Conclusion – สรุป
AVR ซีรี่ส์ใหม่ สไตล์ “X” จาก Denon ที่เน้นเรื่องของ User Experience กับการใช้งานที่สะดวก เป็นมิตรกับผู้ใช้ อันมีส่วนส่งเสริมศักยภาพการใช้งานได้เป็นอย่างมาก ความสามารถของ AVR-X2000 แม้ว่าจะเป็น AVR ระดับกลาง ทว่าตอบสนองการใช้งานได้ครอบคลุม ครบครัน ทั้งการรองรับระบบ 4K Video (Pass-through/Up-scale) ไปจนถึงระบบการติดตั้งระบบลำโพงรอบทิศทางจาก Audyssey MultEQ XT ที่ให้ความเทียงตรงและยืดหยุ่น กับพื้นฐานระบบฮาร์ดแวร์ที่ดี
– หนึ่งใน AVR X-Series รุ่นใหม่จาก Denon รูปลักษณ์ตัวถังโคงมน ดูเรียบง่าย เน้นสะดวกใช้ จัดวางขั้วลำโพงเรียงเป็นแถวเดียวเหมือนกับ AVR รุ่นใหญ่ๆ พร้อมแถบสีอ้างอิงกำกับ เสียบสายลำโพงสะดวกดีมากๆ ระบบ GUI สวยงามน่าใช้ ดูเข้าใจง่าย – มาพร้อม 4K Video Scaler/Pass-through & HDMI Up-conversion รองรับการใช้งานกับมาตรฐานวิดีโอทั้งปัจจุบัน และอนาคต มีส่วนช่วยปรับปรุงจุดบกพร่องบางอย่างของคอนเทนต์วิดีโอ (Standard Definition) ให้ดูดีขึ้น พร้อม Overlay GUI บนสัญญาณภาพ 4K ได้ด้วย
– คุณภาพเสียงให้ความเปิดเผย ไม่คลุมเครือ เมื่อ Bi-amp แล้ว สมรรถนะของลำโพงคู่หน้าจะสูงขึ้น ในส่วนของ Audyssey MultEQ XT (ให้ความสมบูรณ์ เป็นรองแค่ XT32) ช่วยเหลือในการติดตั้งระบบลำโพงรอบทิศทางได้เป็นอย่างดี EQ อยู่ในเกณฑ์ดี
– ลูกเล่นการใช้งานครอบคลุมเท่าทันยุคสมัย รองรับไฟล์ WAV/FLAC ที่ 192kHz/24-bit พร้อม Internet Radio และ Network Features ครับครัน ไม่ละทิ้งฟีเจอร์ AirPlay รวมถึงการเชื่อมต่อ iDevices แบบ Digital Direct ทาง USB และยังรองรับการสตรีมมิ่งร่วมกับ Windows 7/8 Devices ด้วย
– มี HDMI Input ถึง 6 ช่อง บวก 1 ช่อง ด้านหน้า (แต่ยังไม่รองรับ MHL), USB Input 1 ช่อง มีดิจิทัลออดิโออินพุตแบบ Optical (ขาด Coaxial) มีอะนาล็อกวิดีโอแบบ Component ด้วย การเชื่อมต่อใช้งานฟังก์ชั่น NET เชื่อมต่อผ่านสาย LAN เท่านั้น ยังไม่มี Wi-Fi เป็นอุปกรณ์เสริม
– AVR ซีรี่ส์ใหม่ของ Denon ที่เน้นเรื่องของ User Experience ใช้งานง่าย สามารถตอบสนองได้ครบครันไม่แพ้รุ่นสูงๆ บวกกับศักยภาพที่ได้รับ นับว่าเป็นตัวเลือกที่ให้ความคุ้มค่าน่าสนใจ
by ชานม !
2013-12
ราคาตั้ง Denon AVR-X2000
29,900 บาท