18 Jul 2024
News

Dyson เปิดตัวหูฟังไร้สาย ตัดเสียงรบกวนได้ระดับพรีเมี่ยม พร้อมสีสันให้เลือกหลายแบบ


  • TopZaKo

แบรนด์ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านระดับพรีเมี่ยมชื่อดังอย่าง Dyson ได้เปิดตัวหูฟังไร้สายแบบ Headphone ครอบหู ออกมาในชื่อรุ่นว่า Dyson OnTrac ที่จะมาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน มีสีสันให้เลือกมากมายพร้อมวัสดุระดับพรี่เมี่ยม

โดยระบบตัดเสียงรบกวนจะเป็น hybrid ANC ที่ทำงานผ่านไมโครโฟน 8 ตัว จัดการเสียงรบกวนได้ไว 384,000 ครั้งต่อวินาที เมื่อทำงานร่วมกับฟองน้ำหูฟังขนาดใหญ่ทำให้สามารถตัดเสียงรอบข้างให้เบาลงได้ถึง 40dB เลย ซึ่งระบบตัดเสียงรบกวนนี้ได้ใช้ความชำนาญในเรื่องลดการสั่นสะเทือนของความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ต่างๆ อย่าง พัดลม เครื่องเป่าผม เครื่องดูดฝุ่นมาใช้ ทำให้วิศวกรรักษาความสมบูรณ์ของเสียงต่างๆ ให้ออกมาถูกต้องตามที่ศิลปินต้องการให้เราได้ยิน

ภายในจะติดตั้งไดร์เวอร์ชับเสียงแบบ นีโอไดเมียมขนาด 40 มม. พร้อมใช้ระบบประมวลผลขั้นสูงให้เสียงออกมาแม่นยำ ตอบสนองความถี่ตั้งแต่ 6Hz ถึง 21,000Hz และตัวลำโพงเอียงทำมุม 13 องศาเข้าหาหูเพื่อให้ “ตอบสนองเสียงได้ตรงยิ่งขึ้น” โดยได้ใช้คนกว่า 10 คนที่มีความแต่งต่างกันในเรื่องของเพศ ถิ่นกำเนิด และอายุเพื่อปรับจูนเสียงให้ออกมาดีที่สุด

มีแบตเตอรี่ใช้งานได้นานถึง 55 ชั่วโมง เมื่อเปิดระบบตัดเสียงรบกวน โดยแบตเตอรี่ 2 เซลหลักจะถูกติดตั้งไว้กับแถบคาดศีรษะเพื่อให้การกระจายน้ำหนักที่สม่ำเสมอยิ่งขึ้น และมีการออกแบบให้สามารถพับเก็บหูฟังได้หลายแบบรวมถึงแบบราบได้

ใช้ Bluetooth 5.0 รองรับการถอดรหัสสัญาณ AAC กับ SBC รวมถึง LHDC 24-bit codec มีแอปควบคุมผ่านมือถืออย่าง MyDyson ที่มี EQ ให้เลือกใช้ 3 โหมด พร้อมมีระบบตรวจจับเสียงแบบ Real Time ที่จะแจ้งเตือนเมื่อคุณเปิดเสียงดังเกินไป และยังสามารถรับฟังในรูปแบบสายรวมถึงชาร์จอุปกรณ์ผ่าน USB-C ได้ด้วย

ตัวหูฟังจะมีทั้งปุ่มแบบจริงๆ ไว้สำหรับควบคุมการเล่นเพลง รวมถึงปุ่มแบบสัมผัสสำหนับระบบตัดเสียงรบกวน และที่สำคัญคือมีสีให้เลือกหลากหลายพร้อมฟองน้ำที่มีให้เปลี่ยนมากมาย เช่น อะลูมิเนียมชุบอโนไดซ์ ทองแดง สีแดงแบบเคลือบแบบเซรามิก ฟองน้ำรองหูฟัง 7 สีที่แตกต่างกัน ฟองน้ำราคา 50 ปอนด์

โดยเจ้าหูฟัง Dyson OnTrac จะวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ในราคา 500 ปอนด์ หรือประมาณ 23,000 บาท บนเว็บไซต์ Dyson ส่วนในไทยจะว่างน้ำหน่ายเมื่อไหร่ ราคาเท่าใด ต้องติดตามกัน

ที่มา : whathifi