Setup – การติดตั้ง
เมื่อได้เวลาอันสมควรประจวบเหมาะกับคิวการใช้งานห้องเทสต์ว่างพอดี ทีมงานก็เริ่มทำการลำเลียงเอาเซ็ตลำโพงในชุด Tangent E Series ทั้งหมดเข้าไปประจำการณ์ครับผมซึ่งหลักการตั้งเบื้องต้นก็ทำแบบเดียวกับเซ็ตลำโพง 5.1 ทั่วไปเลยครับ ทั้งในเรื่องตำแหน่งการจัดวางและการปรับจุดตัดความถี่ที่แอมป์

ใส่สไปค์ลดแรงปฏิกิริยาที่พื้นกระทำต่อลำโพง เพื่อไม่ให้บั่นทอนคุณภาพเสียงนะครับ
สังเกตว่าสไปค์สามารถปรับระดับบริเวณหัวปลายแหลมได้ด้วยกรณีลำโพงตั้งบนพื้นที่ไม่เสมอแล้วเกิดอาการโยกเยก
ทริคสำคัญสำหรับการวางลำโพงที่ไม่ควรพลาดคือการติดตั้งสไปค์หรือขาตั้งแหลมให้กับ EVO E34 ลำโพงตั้งพื้นตัวสูงเพรียวตัวนี้ครับ ด้วยความที่ตัวลำโพงมีการออกแบบในทรงเหลี่ยมตรงฉะนั้นเมื่อลำโพงทำงานจะเกิดอาการสั่น ซึ่งการสั่นสะเทือนดังกล่าวหากตรงกับความถี่ทางธรรมชาติของวัสดุก็จะยิ่งเกิดแรงสั่นมากขึ้น การติดตั้งสไปค์จึงมาช่วยลดแรงปฏิกิริยาดังกล่าวเพื่อไม่ให้คุณภาพเสียงเกิดการบั่นทอนครับ นอกเหนือจากนี้ประโยชน์ในทางอ้อมของสไปค์คือการที่มันสามารถเลี่ยงไม่ให้ลำโพงตู้สีดำมันวาวของเราสัมผัสพื้นโดยตรงจนเกิดรอยขีดข่วนหรือรอยขนแมวอีกด้วย

สำหรับลำโพงวางหิ้งก็เช่นเดียวกันครับ หากเราวางลำโพงลงไปโดดๆบนขาตั้งเราจะรู้สึกได้ว่ามันไม่มั่นคงเท่าที่ควรและพร้อมจะร่วงหล่นกลับสู่ธุลีดินได้ทุกเมื่อ ทางทีมงานจึงอยากแนะนำให้ท่านไปหาซื้อดินน้ำมันวิทยาศาสตร์หรือที่เรียกกันว่า “บลูแท็ค” มาปั้นเป็นก้อนกลมๆแล้วแปะไว้ที่มุมทั้งสี่ของตัวลำโพงเพื่อเป็นการเพิ่มแรงเสียดทานให้ลำโพงสุดรักสุดหวงของเรายืนหยัดอยู่บนขาตั้งได้อย่างคงทนถาวร


สำหรับอุปกรณ์อย่างอื่นที่เราใช้ร่วมกันในการทดสอบครั้งนี้ก็ได้แก่แอมป์ Onkyo TX-NR727, บลูเรย์เพลเยอร์ OPPO BDP-95 ส่วนซับวูฟเฟอร์เนื่องจากทางบริษัทต้นสังกัดไม่ได้ส่งรุ่นเฉพาะทางของ Tangent มาให้การทดสอบจึงจะเน้นไปในส่วนของลำโพงทั้ง 5 แชนแนลเป็นหลักครับผม
Sound – เสียง
ด้วยความที่สินค้าตัวที่ส่งมาทดสอบเป็นตัวโชว์หน้าร้านที่ผ่านสมรภูมิการเบิร์นมาอย่างหนักหน่วงอยู่แล้ว ผมจึงเริ่มต้นทดสอบเสียงเลยจากการชมภาพยนตร์ในฟอร์แมตบลูเรย์ก่อนครับ โดยเรื่องที่ใช้ทดสอบก็จะเป็นภาพยนตร์ที่คุ้นหน้าคุ้นตากันในรีวิวหลายๆตัว อย่าง Kung Fu Panda ภาคแรก ณ ฉากสะพานแขวนซึ่งแนะนำมาโดยลูกค้าของเรา และเป็นการทดสอบจังหวะเสียงรับส่งชกต่อยกันอย่างเมามันส์อีกด้วย สำหรับซิสเต็มนี้เสียงย่านเด่นที่ลอยมาให้เห็นเมื่อฟังครั้งแรกเป็นโซนเสียงสูงครับ ความชัดความกระชับเรียกได้ว่าโดนเลยทีเดียว จังหวะออกหมัดชัดเจนเป็นชุดๆ มิติที่ออกมาฟังแล้วเด่นไม่กลืนกับแบ็คกราวด์

เปลี่ยนเรื่องมาเทสต์เป็น Fast & Furious 6 กับฉากชิงตัวเล็ตตี้ที่ต้องตะลุยกับรถถังบนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ ซึ่ง Tangent E Series เซ็ตนี้ให้เสียงในจังหวะเฟี้ยวฟ้าวได้ถึงใจเสียจริง บรรยากาศใกล้เคียงเหมือนนั่งอยู่บนรถคันเดียวกับดอมินิค ทอเร็ตโต้ เฮียโล้นซ่าตัวเอกในภาคนี้ จุดสังเกตในส่วนของเสียงที่เริ่มจะรู้สึกได้หลังจากนั่งดูมา 2 เรื่องก็คือเนื้อเสียงที่ขับออกมาค่อนข้างบางไม่เป็นมวลลูกใหญ่เท่าไรนักและแรงปะทะที่ไม่ค่อยสะท้านทรวงเท่ากับเซ็ตลำโพงตัวอื่นที่มีสภาพตู้หนากว่านี้ คาดว่าน่าจะเกิดจากการดีไซน์ตัวตู้ที่ออกแนวบางสูงหรือเปล่าที่ส่งผลให้คาแร็คเตอร์ลำโพงออกมาในแนวนี้

การทดสอบดำเนินต่อด้วยการเปลี่ยนมาฟังเพลงแบบสองแชนแนลกันบ้าง เพื่อที่จะวัดหาความชัดเจนของเอกลักษณ์เสียงที่ได้จาก Tangent EVO E34 ตัวทาวเวอร์คู่หน้าของเราว่าจะตอบสนองต่อการฟังเพลงได้ดีขนาดไหน ประเดิมด้วยเพลง Hey Jude เวอร์ชั่นใสๆงานคัฟเวอร์ของ Yao Si Ting เพลงโปรดประจำออฟฟิศเรา เสียงที่ได้รายละเอียดมาเต็มครับ ไม่มีกั๊กแต่อย่างใด เปิดสว่างใสแจ๋ว ความอิ่มของเสียงกลางใช้ได้จังหวะปะทะของช่วงเบสแม้ว่าจะจับต้องได้ไม่ค่อยชัดเจนแต่ยังมีให้สัมผัสเป็นระยะๆ

เปลี่ยนแนวมาฟังเพลงคลาสสิคในแผ่น Grand Canyon Suite ที่เป็นเวอร์ชั่นของ Erich Kunzel เพื่อฟังความโอ่อ่าของเวทีเสียงที่แผ่ออก ซึ่งผลที่ได้อยู่ในระดับน่าพอใจ จังหวะการเล่นกับไดนามิคของเสียงหนักเบามีความปราณีตอยู่ระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่ขาดไปก็คือน้ำหนักที่ยังคงลึกไม่สุดใจเท่าไรนัก…