กระหึ่มได้ไม่ง้อสาย! รีวิว Klipsch R-12SWi ซับวูฟเฟอร์ล่องหน ทายาทตรง Reference Series

หากจะพูดถึงเซ็ตลำโพงที่ใช้สำหรับดูหนังแล้ว เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่มีลำโพงทรงลูกบาศก์ตัวเขื่องที่ใช้ขับเสียงความถี่ต่ำนามว่า “ซับวูฟเฟอร์” อยู่ในเนื้อหา เพราะมันคือหัวใจสำคัญในการเพิ่มมิติของมวลเสียงโดยรวมในซิสเต็ม เสมือนเป็นลูกกระทุ้งให้ระบบเสียงดูอึกทึกเร้าใจ แยกออกมาจากเนื้อหาหลักจากลำโพงทั้ง 5 แชนแนล
วิวัฒนาการของลำโพงชนิดนี้นับว่ามาไกลพอสมควร จากลำโพงขับเสียงต่ำวางพื้นที่ดูเทอะทะหาที่ตั้งยาก ปัจจุบันเรามีซับวูฟเฟอร์แบบไร้สายที่ส่งสัญญาณเสียงดิจิทัลผ่านทางคลื่น 2.4 GHz ให้ใช้งานกันแล้ว ช่วยให้เราสามารถเซ็ตอัพเสียงได้ง่ายขึ้น และเข้ากันได้ดีกับห้องที่มีพื้นที่จำกัด เพราะเราสามารถโยกย้ายมันไปวางตรงไหนก็ได้อย่างอิสระ
Klipsch R-12SWi เป็นแอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์ไร้สายรุ่นเรือธงจากแบรนด์นี้ มาพร้อมกับไดร์เวอร์ทองแดง Spun Copper IMG อันลือชื่อ พร้อมกับ Low Pass Crossover และ Phase Control เพื่อเสริมความยืดหยุ่นในการใช้งานให้ถึงขีดสุด
Klipsch R-12SWi Wireless Subwoofer
– ไดร์เวอร์ขนาด 12 นิ้ว แบบ Spun Copper IMG ดีเอ็นเอเดียวกันกับ Reference Series
– โอนถ่ายสัญญาณเสียงผ่านคลื่นวิทยุไร้สายความถี่ 2.4 GHz โดยจับคู่กับ Transmitter มาจากโรงงาน
– ระบบแอมป์เป็นแบบดิจิทัลทั้งหมด
– มี Low Pass Filter และ Phase Control ในตัว
ราคา 29,900 บาท
พิเศษ! ลดเหลือ 23,900 บาท
Design – การออกแบบ
จริงๆ แล้วนี่คือการเอาซับวูฟเฟอร์รุ่นยอดนิยม R-12SW มาผนวกเข้ากับตัวส่งสัญญาณแบบไร้สาย เพื่อให้มันสามารถรับสัญญาณเสียงจากที่ไหนก็ได้ภายในห้อง ฉะนั้นงานดีไซน์ส่วนใหญ่ของ R-12SWi จึงเหมือนกับต้นแบบทุกประการ

ตัวตู้สีดำทะมึนเหมือนซีรี่ย์ Reference วัสดุหลักเป็นไม้ MDF ชนิดพิเศษที่ช่วยให้ตัวตู้ลำโพงทนทานสวยงามและยังให้เสียงความถี่ต่ำที่มีประสิทธิภาพอีกด้วย

ไดร์เวอร์สีทองแดงแบบ Front Firing ยิงออกหน้าเครื่องเอกลักษณ์ประจำแบรนด์ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 12 นิ้ว แบบเดียวกับรุ่นพี่ซีรีส์ Reference แต่จะแตกต่างกันด้วยเทคนิคในการยึดไดร์เวอร์กับตัวตู้ที่ทางนั้นจะซ่อนน็อตยึดไว้อย่างแนบเนียนกว่า

ตัวลำโพงมาพร้อมกับหน้ากากผ้า สำหรับป้องกันไดร์เวอร์ในช่วงที่ไม่ได้ใช้งาน
และเนื่องจากตัวผ้าที่ค่อนข้างบาง จึงไม่ค่อยมีผลต่อการปรับจูนเสียงเท่าไรนัก

ด้านหลังเป็นท่อเบสรีเฟล็กซ์พร้อมแผงควบคุมกับช่องต่อ ซึ่งหน้าตาก็น่าจะคุ้นเคยกันดีเฉกเช่นแอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์ทั่วไป โดยจุดสำคัญๆ ก็จะได้แก่

1. ตัวหมุนปรับ Gain สำหรับเพิ่ม-ลด ระดับความดัง
2. Low Pass สำหรับปรับจุดตัดความถี่เสียง ให้สอดคล้องกับลำโพงในซิสเต็ม
3. สวิตช์เปิด-ปิด เครื่อง 3 โหมด คือ Always On, Auto และ Off
4. สวิตช์ปรับ Phase แบบสองทางที่ 0 องศา และ 180 องศา
5. ช่องเสียบสายสัญญาณแบบ 2 แชนแนล ซึ่งถ้าใช้งานในเซ็ตโฮมเธียเตอร์ ก็ให้เสียบที่ช่อง LFE ไป
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของซับวูฟเฟอร์ลูกนี้ก็คือตัว Transmitter ที่จะคอยส่งสัญญาณเสียงความถี่ต่ำผ่านทางคลื่นวิทยุ 2.4 GHz ไป ถ้าไม่มีเจ้าตัวนี้ก็จะใช้งานแบบไร้สายไม่ได้นั่นเอง

Setup – การติดตั้ง
ขั้นตอนการเริ่มใช้งาน R-12SWi นั้นไม่ได้ยากเย็นเท่าไรนัก เพราะตัวซับวูฟเฟอร์กับ Transmitter ถูกจับคู่กันมาตั้งแต่ในโรงงานแล้ว ประมาณว่าแค่ไฟเข้าก็จูนกันติดเลย ไม่ต้องอาศัยตัวช่วยอื่นๆ โดยจะมีไฟบอกสถานะอยู่ที่บริเวณด้านหลังตัวลำโพง คือถ้าไฟสีฟ้าติดค้างตลอด ก็แสดงว่าพร้อมใช้งานแล้วครับ

รูปจำลองการเชื่อมต่อแบบไร้สายระหว่าง R-12SWi กับรีซีฟเวอร์
อย่างที่ทุกท่านเข้าใจกัน เสียงความถี่ต่ำ หรือเสียงเบส เป็นคลื่นที่เดินทางแบบกระจายทุกทิศทาง ทำให้เราสามารถจะวางซับวูฟเฟอร์ที่ไหนก็ได้ในห้อง (ยกเว้นใส่กล่อง) และด้วยความที่ R-12SWi เป็นซับวูฟเฟอร์ไร้สาย อิสระในการจัดวางของเราจึงเพิ่มมากขึ้น ขออย่างเดียวคือต่อไฟได้ กับตั้งอยู่บนพื้นราบมั่นคง เท่านี้ก็เพียงพอ

จบจากการจัดวางก็จะเป็นเรื่องของการปรับตั้งค่าต่างๆ เช่น จุดตัดความถี่, ระดับเสียง และเฟส ซึ่งเบื้องต้นทีมงานมักจะแนะนำให้ปรับระดับเสียง หรือ Gain ไปที่ตำแหน่งเที่ยงตรง ปรับเฟสไปที่ 0 และสุดท้าย Low Pass ให้หมุนไปหา “LFE” เพื่อที่จะเลือกใช้งาน Low Pass Filter ที่ตัวแอมป์ซึ่งมักจะมีคุณภาพสูงกว่าแทน

เมื่อปรับค่าที่ตัวซับวูฟเฟอร์เสร็จ หาก AVR ของท่านมีระบบปรับจูนเสียงอัตโนมัติเช่น Audyssey, AccuEQ, YPAO, ฯลฯ ก็ให้ทำการเสียบแล้วเซ็ตอัพสักหนึ่งรอบ หลังจากระบบทำการปรับจูนเสร็จสิ้น ให้เราทำการเช็คค่าด้วยตัวเองอีกสักครั้งหนึ่ง เพราะเป็นไปได้ว่าระบบอาจจะคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงอยู่บ้าง เช่นระยะห่าง แล้วก็ความดังของลำโพงแต่ละแชนแนล ฉะนั้นเราควรจะต้องตรวจทานอีกสักทีเพื่อให้ค่าที่ได้ออกมาใกล้เคียงความสมบูรณ์ที่สุดครับ
หมายเหตุ: แนะนำให้ทำการเบิร์นอินลำโพงซับวูฟเฟอร์จนคุณภาพเสียงนิ่งเสียก่อน เพราะในช่วงก่อนพ้นเบิร์นอิน เสียงของซับวูฟเฟอร์ที่ยังไม่นิ่งจะสร้างความรู้สึกแปลกแยก อันจะส่งผลกระทบต่อการอ้างอิงปรับตั้งเสียงของซับวูฟเฟอร์
Sound – เสียง
สำหรับการทดสอบผมจะเน้นไปที่การต่อแบบ 5.1 เป็นหลัก ซึ่งน่าจะเป็นระบบที่ยังคงใช้งานกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน โดยจับคู่กับ Denon AV-X2100W

หลังจากจบขั้นตอนของ Audyssey ไปแล้ว พบว่าปริมาณเสียงเบสค่อนข้างจะล้นไปพอสมควรกับตำแหน่ง Gain ที่พิกัดเที่ยงตรง เลยจำเป็นต้องปรับลดลงมาเสียหน่อยให้อยู่ในช่วงที่พอดีไม่เด่นกลบแชนแนลอื่นจนเกินไป

เริ่มด้วยการฟังเพลงแบบ 2.1 กับแทร็คยอดฮิต Poem of Chinese Drum ของ Hok-man Yim เพื่อฟังเสียงกลองในท่อนอินโทร ว่าถูกขับออกมามีขนาดใหญ่เหมาะสมและออกมาพร้อมกับเสียงย่านอื่นทางด้านหน้าหรือไม่ เป็นการเช็คค่าที่เราจูนไว้ไปในตัว
ลักษณะเสียงต่ำที่ได้จาก R-12SWi จะเป็นเอกลักษณ์ชัดเจนเหมือนลำโพงยี่ห้อนี้ไม่มีผิดเพี้ยน คือมีความกระชับสั้น ได้ใจความ ไม่มีการครางอื้ออึงติดค้างให้หย่อนย้วย ทำให้เสียงกลองจากเพลงด้านบนมีความหนักแน่น และมีโฟกัสที่ชัดเจน

สลับไปฟังเพลงคลาสสิคจากแผ่น Grand Canyon Suite ของ Erich Kunzel เพื่อขยายสเกลให้ดูกว้างขึ้น ซึ่งมวลเบสแบบกระชับๆ ช่วยทำให้เสียงความถี่ต่ำถูกจัดระเบียบไม่กวนไปกับเครื่องดนตรีชิ้นอื่นจนเกินไป ทำให้รายละเอียดของเพลงถูกเผยให้เห็นในปริมาณที่พอเหมาะ
Sound – เสียง (ต่อ)
เมื่อเต็มอิ่มกับการฟังเพลงแล้ว ก็ได้เวลาต่อด้วยการเปิดภาพยนตร์ทดสอบกันบ้าง โดยผมเลือกเอา John Wick ขึ้นมาทดสอบ กับฉากบุกเซฟเฮ้าส์ บนถนนบรู๊คลิน ที่มีทั้งเสียงปืนไรเฟิล และเสียงระเบิดวินาศสันตะโร ครบถ้วน ซึ่งความใหญ่ลึกของระเบิดในฉากที่ถ่ายทอดผ่านซับไร้สายลูกนี้ เป็นระเบิดที่มีโฟกัสชัดเจนรวบรัด ได้ความกระชับกำลังดี ขาดเพียงแต่ความลึกสะท้านทรวงอีกนิด ก็จะสมบูรณ์แบบ
ฉากเซฟเฮ้าส์จากเรื่อง John Wick

ทั้งเสียงกระสุน เสียงระเบิด เป็นอีกฉากที่เหมาะกับการทดสอบระบบเสียง
Conclusion – สรุป
ข้อดีของอุปกรณ์ไร้สายทุกอย่างคือมันสะดวกและง่าย ไม่ต้องเดินสายให้รกรุงรัง พอมาอยู่ในลำโพงมันจึงฉีกข้อจำกัดในการวางซับวูฟเฟอร์ได้หมด แน่นอนว่าสุ้มเสียงของ R-12SWi ตัวนี้ก็ถือว่าไม่ธรรมดา สามารถสะท้อนเอาคาแร็คเตอร์ประจำแบรนด์ออกมาได้อย่างชัดเจน คือรวบรัดกระชับ เป็นเบสเชิงรุกที่ฟังสนุกเร้าใจ เหมาะกับการชมภาพยนตร์แอ็คชั่นเป็นอย่างยิ่ง
นอกจากจะใช้งานเป็นซับวูฟเฟอร์ตัวหลักได้สะดวกแล้ว เรายังสามารถนำซับฯลูกนี้เข้าไปเติมซิสเต็มเดิมได้อีกด้วยสำหรับท่านที่มีปัญหาเบสขาดช่วงดังไม่ทั่วกันทั้งห้อง ซึ่งพอไม่มีสายให้กังวล เราก็สามารถขยับลำโพงตัวนี้ไปที่ไหนก็ได้ตามต้องการ ขอแค่มีไฟให้เสียบก็เพียงพอ

Klipsch R-12SWi Wireless Subwoofer
ราคา 29,900 บาท
พิเศษ! ลดเหลือ 23,900 บาท
ทว่าท่านไหนเกิดไม่มีความจำเป็นจะต้องไร้สาย ทีมงานแนะนำให้ขยับขึ้นไปเล่นรุ่นที่สูงขึ้นกว่านี้ที่ราคาใกล้เคียงอย่าง Klipsch R-110SW ซึ่งจะตอบโจทย์ในเรื่องความลึกกระชับได้ชัดเจนขึ้นอีกขั้น ก็ต้องลองชั่งน้ำหนักเปรียบเทียบกันดูครับผม
ข้อดี
– หลุดพ้นจากพันธนาการสาย จะขยับย้ายไปมุมไหนก็ทำได้สะดวก
– แม้จะโยนเสียงผ่านอากาศมา แต่คุณภาพไม่ด้อยลง ยังคงมีกลิ่นอายความเป็น Klipsch คือเนื้อเสียงกระชับฟังสนุก เป็นลำโพงสายรุกประจำวงการ
ข้อเสีย
– ปัจจุบันคลื่น 2.4 GHz ก็คือคลื่นสัญญาณ Wi-Fi ที่เราใช้กันเป็นหลัก หากนำซับลูกนี้ไปวางอยู่ในดงคลื่นชนิดเดียวกัน อาจทำให้คุณภาพเสียงดร็อปลงจากการรบกวนได้
– ไม่มีสไปค์แถมมาให้