จัดใหญ่ จัดเต็ม!!! รีวิว Panasonic 55WT60T LED TV ใครว่าเรามีดีแค่พลาสม่าทีวี
SMARTVIERA 3D LED TV
Panasonic TH-L55WT60T

สุนทรียภาพในการรับชมภาพและเสียง ยอมไม่มีคำว่าสิ้นสุด ไม่ว่า “ปิด” หรือ “เปิด” ก็ตาม สินค้าระดับไฮเอนด์ของหลายๆ แบรนด์ ก็มีดีไซน์ที่โดดเด่น แม้จะตั้งอยู่นิ่งๆ ก็ให้ความรู้สึกเหมือนของประดับบ้านของท่าน ไม่เว้นแม้แต่ Panasonic ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เช่นกัน
นอกเหนือจากพลาสม่าทีวีที่ Panasonic เป็นขาใหญ่ประจำวงการภาพอยู่แล้ว Panasonic ยังคงให้ความสำคัญกับแอลอีดีทีวีเช่นกัน จะเห็นได้จากช่วงหลายปีหลัง มีการพัฒนาการทั้งคุณภาพและ Line-Up ให้สามารถแข่งขันกับแบรนด์อื่นๆ มากยิ่งขึ้น สำหรับปี 2013 สินค้า LED TV ที่เป็นตัวเทพสุดๆ ของ Panasonic คือ “WT60 Series”
Panasonic : 55WT60T
■ IPS LED Panel
■ 1080p Full HD Resolution
■ Plassive 3D
■ My Home Screen
■ Swipe & Share 2.0
■ Voice Interaction
■ Built-In Camera
■ 3,600 Backlight Scanning Technology
■ Ultra-Slim Metal Bezel w/Clear Acrylic Base
■ 4 Pairs of 3D Glasses Included
ราคา 129,990 บาท
ดีไซน์
ดีไซน์มาในโทนสีสันสะอาดสะอ้าน ผสมผสานระหว่าง สีขาว กรอบโลหะ และ อะคริลิคโปร่งใส ที่ค่อนข้างลงตัว ดูแล้วมีค่าตัวสูงขึ้นมาทีเดียว
โดยส่วนตัวแล้วต้องขอชม ดีไซน์ของ Panasonic 55WT60T ว่าทำมาได้โดดเด่นไม่แพ้คู่แข่ง ทั้งการเลือกสีขาว กรอบโลหะสีเงิน และอะคริลิคโปร่งใส เข้ามาผสมผสานกันอย่างลงตัวทำให้ดูสวยเอาการ

ดีไซน์หน้าตรง “ขอบบาง” มองแทบไม่เห็น รวมถึงขาตั้งทาง Panasonic พยายามทำให้เหมือนตัวทีวีลอยอยู่ในอากาศ ยิ่งถ้าวางบนเฟอร์นิเจอร์และพื้นหลังสีขาวจะทำให้เหมือนทีวีลอยอยู่ในอากาศมากขึ้น

ฐานอะคริลิคโปร่งใส ขอบโลหะสีเงิน ให้ความหรูหรา ทันสมัย ถ้าวางบนสแตนด์สีขาว ดูผิวเผินเหมือนทีวีลอยอยู่ในอากาศ สวยโดดเด้งจริงครับ!!!

ขอบจอเป็นอะคริลิคโปร่งใส(สามารถเปิดไฟที่ขอบจอได้) เช่นเดียวกับฐาน

แผ่นหลังขาวโดดเด่น ใครที่ชอบขาวๆ พลาดไม่ได้

ปุ่มกดด้านข้าง ขวามือเมื่อหันหน้าเข้าทีวี ใช้งานเมื่อท่านใดหารีโมทไม่เจอ

ด้านข้างขอบโลหะโดยรอบ ความบางดีเยี่ยม ความบางพอกับ iPhone ครับ

ไฟด้านล่าง แสดงสถานะเมื่อเปิดใช้งาน

กล้อง Built-in ในตัว อยู่ด้านบนของตัวเครื่อง สามารถกดเก็บลงไปได้ และจะเด้งขึ้นมาอัตโนมัติเมื่อเราต้องการใช้งาน เช่น ถ่ายภาพ, เล่น Skype เป็นต้น ขอย้ำอีกทีนะครับ ว่ามันเด้งขึ้นมาอัตโนมัติ (ยังมีอีกหลายแบรนด์ที่ต้องใช้มือกดเมื่อต้องใช้งาน)

แว่นแบบ Passive 3D น้ำหนักเบา ให้มา 4 อัน

รีโมทแบบปกติที่คุ้นเคย อันใหญ่จับถนัดมือ ใช้ถ่านขนาดปกติ ขนาด AA 2 ก้อน มุมบนมีปุ่ม “รูปหลอดไฟ” กดเพื่อให้ตัวรีโมทเรืองแสงในค่ำคืน

เจ้ารีโมทตัวนี้เรียกได้ว่าอเนกประสงค์เอาการ ใช้งานกับพวก Apps, ท่องอินเตอร์เน็ต หรือจะเล่นเกมส์ก็สะดวกดี นอกเหนือจากนั้นยังใช้สั่งการเบื้องต้นได้อย่างสะดวกอีกด้วย อาทิเช่น เปิด-ปิดทีวี, เปลี่ยนช่อง, เพิ่มหรือลดเสียง เป็นต้น
VIERA Touch Pad Controller มีขนาดพอๆกับ iPhone4 มีส่วนโค้งเว้าทำให้จับถนัดมือดีครับ ด้านหน้าจะมีส่วนสัมผัสวงกลม คือ Touch Pad ใช้เลื่อนเคอร์เซอร์ที่หน้าจอทีวีคล้ายเมาส์ เมื่อเจอ Apps ก็คลิ๊กที่ด้านหลังได้เลย

ช่องต่อ
Panasonic 55WT60T วางช่องต่อทั้งหมดไว้ด้านหลังซ้ายมือ(หันหน้าหาจอภาพ) ช่องต่อที่ใช้งานกันประจำอย่าง HDMI มีให้ 3 ช่องมี 1 ช่องที่รองรับ ARC ด้วย ส่วนช่องต่ออีกหนึ่งประเภทที่ผมนิยมใช้คือ USB มีให้ 3 ช่องเช่นกัน และมี 1 ช่องที่สามารถเชื่อมต่อกับ HDD ได้ ช่องนี้สามารถเชื่อม HDD ได้ทั้งที่เป็น External HDD 3.5″ แบบธรรมดา หรือ HDD ขนาดให้ใหญ่ผ่านทาง Docking ก็ได้เช่นกัน
สำหรับสาวกกล้องดิจิตอลที่บันทึกลงบน SD Card เจ้า WT60T ยังคงมีพอร์ต SD Card มาให้เช่นเดิม ใครมีของอยากโชว์ก็ไม่ต้องเสียเวลาถ่ายข้อมูลลงเครื่องคอมพิวเตอร์นะครับ เพียงแค่แกะจากกล้องแล้วเสียบเข้า WT60T ก็โชว์ของได้เลย
ช่องต่อด้านหลัง
Ethernet : 1 ช่อง
Antenna : 1 ช่อง (ช่องเดียวใช้งานได้ทั้ง Digital TV และ Analog TV)
Composite (AV) : 1 ช่อง (ใช้งานร่วมกับช่อง Component) : เลือกใช้งานได้เพียง 1 ช่อง
Component : 1 ช่อง (ใช้งานร่วมกับช่อง Composite) : เลือกใช้งานได้เพียง 1 ช่อง
ช่องต่อด้านข้าง
Digital Audio Output (Optical) : 1 ช่อง
HDMI : 3 ช่อง (รองรับ ARC : 1 ช่อง)
USB : 3 ช่อง (รองรับ HDD : 1 ช่อง)
SD Card : 1 ช่อง

ช่องต่อด้านหลัง

ช่องต่อด้านข้าง 3 x HDMI, 3 x USB
ภาพ
Panasonic 55WT60T เป็น LED TV รุ่นท็อปสุดของพานาโซนิค วางหลอดแอลอีดีไว้ด้านข้างซ้ายขวา หรือเรียกว่า EDGE LED ใช้หน้าจอ IPS Panel ที่มีจุดเด่นเรื่องมุมมองรับชมกว้าง สีสันไม่ผิดเพี๊ยน ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ตาม ความละเอียดระดับ Full HD 1920 x 1080 หรือ 2 ล้านพิกเซล รวมถึงมีระบบสแกน Backlight 3,600Hz และระบบ Local Dimming ที่เหนือกว่ารุ่นอื่นๆ ของ Panasonic ทำให้สามารถเลือกปรับได้หลากหลายระดับ เดี๋ยวมาลองดูกันนะครับว่าการใช้งานจริงเป็นอย่างไร และควรใช้ที่ระดับใดบ้าง
โหมดภาพสำเร็จรูป (Viewing Mode)
Panasonic 55WT60T ยังคงโหมดภาพหลายโหมดให้เลือกเช่นเดิม สำหรับ Defult ของเครื่อง จะให้มา 5 โหมด แต่จะมีโหมดลับแอบซ่อนอยู่ Professional1 และ Professional2 รวมเป็น 7 โหมด (โหมดลับจะเพิ่มมา โดยไปที่ Setup > Professional Mode (isfccc) เป็น On)

แนวภาพของแต่ละโหมดภาพพร้อมเปรียบเทียบการกินไฟ

Pre-Calibration ในโหมด Profressional2 ภาพจะติดอมแดงสักเล็กน้อย

ท่านที่เคยเป็นแฟน Panasonic Plasma TV ตระกูล VT คงจะทราบดีถึงตัวเลือกการปรับภาพขั้นสูง ที่สามารถตอบสนองในแง่ของความเที่ยงตรงสูง และเช่นกัน กับ LED TV ตระกูล WT ก็เช่นเดียวกัน ซึ่งรองรับการปรับภาพละเอียดลงลึกไปถึง Gamma CMS และ White Balance แบบ 10-point
หลังจากปรับแต่งค่าพารามิเตอร์ต่างๆ (อ้างอิงในโหมด Professional2) ทุกอย่างก็สมบูรณ์แบบครับ
| Viewing Mode | Professional2 |
| Backlight | 50 |
| Contrast | 99 |
| Brightness | 2 |
| Colour | 60 |
| Tint | 2 |
| Sharpness | 24 |
| Colour Temp | Warm2 |
| Adaptive Backlight Control | Mid |
| IFC | Min |
ณ สภาพแวดล้อมที่ใช้ทำการทดสอบ (ถูกต้องที่สุด แต่อาจไม่ถูกใจ จริงหรือไม่ !?)
อุณภูมิสีและความสว่างในโหมดภาพต่างๆ
| Viewing Mode | CTT | Gamma | Luminance | Remarks |
| avg | avg | FL | ||
| Dynamic | 12383 | 1.1 | 125.6 | |
| Normal | 8787 | 1.98 | 83.1 | |
| Cinema | 6902 | 2.12 | 52.6 | |
| True Cinema | 6102 | 2.38 | 52.3 | |
| Custom | 8960 | 1.34 | 92.7 | |
| Professional1 | 6109 | 2.35 | 52.4 | Warm2 |
| Professional2 | 6936 | 2.42 | 52.6 | Warm1 |
| Calibrated | 6465 | 2.2 | 55.7 | Warm2 |
หลังจากปรับแต่งโหมด Professional2 เพิ่มเติม มันก็ทำให้ Panasonic 55WT60T ที่ตั้งอยู่ตรงหน้าผมกลายเป็นแอลอีดีทีวี ที่ผสมผสานจุดเด่นของพลาสม่าทีวีอย่างความดำและความลื่นไหลของภาพ ผนวกกับจุดเด่นของแอลอีดีทีวี อย่างสีสันที่สดเด้งและหน้าจอสู้แสง การสะท้อนน้อยได้อย่างลงตัว Panasonic 55WT60T จึงเป็นทีวีตัวหนึ่งที่ผมขอให้นิยามว่า “มีแนวภาพใกล้เคียงพลาสม่าทีวี แต่ยังคงให้สีสันสว่างใส สะอาดสะอ้านเช่นเดิม”

*หมายเหตุ : Adaptive Backlight Control (ควบคุมไฟพื้นหลังแบบแปรผัน) สามารถเลือกได้ 4 ระดับ Max / Mid / Min / Off จากการทดสอบผมแนะนำระดับ Mid แต่ถ้าดูหนังที่มีฉากมืดเป็นส่วนใหญ่แนะนำระดับ Min เพื่อลดอาการดำจมในฉากมืด

**หมายเหตุ ภาพเคลื่อนไหว “เอาอยู่” : Intelligent Frame Creation สามารถเลือกได้ 4 ระดับ Max / Mid / Min / Off จากการทดสอบผมแนะนำระดับ Min สำหรับรับชมหนังทั่วไป การเลือกระดับ Intelligent Frame Creation ที่สูงมากไปจะทำให้เกิดภาพที่หลอกตา เมื่อรับชมไปสักครู่จะทำให้มึนหัวได้ “อาจอวกได้”
การใช้งาน Intelligent Frame Creation ในระดับ Mid / Max สามารถใช้งานได้สำหรับการเล่นเกมส์ หรือ การรับชมภาพยนตร์แอนิเมชั่น

ฉากสีสันจาก Cars 2 ยังคงเป็นจุดเด่นของ LED TV เช่นเดิมครับ ถึงแม้แนวภาพจะคล้ายกับ Plasma TV อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น แต่เรื่องสีสันถือว่ามีความสดเข้มกว่าอย่างเห็นได้ชัด

จุ๊ จุ๊ !!! จุดเด่นของ LED TV ยังคงอยู่ที่ความสว่าง สีสัน และไบรท์(สว่างใส)

หมายเหตุ : หลายคนคงสงสัยว่าการแสดงสีดำของ LED TV ที่ผมว่าดีที่สุด ณ ตอนนี้ เมื่อเทียบกับ Plasma TV แล้วเป็นอย่างไรบ้าง ผลการเปรียบเทียบใน “ห้องที่มืดสนิท” ก็ต้องยอมรับว่ายังห่างกับ Plasma TV อีกพอสมควรในส่วนของความดำ สำหรับรายละเอียดที่ดวงจันทร์ LED TV ทำออกมาได้คมชัดกว่าครับ แต่อาจจะเกินจากต้นฉบับไปสักเล็กน้อย ส่วนการรับชมใน “ห้องนั่งเล่นที่มีแสงเข้ามา” ต้องยอมรับว่า LED TV ยังแสดงสีดำได้ดี แต่ Plasma TV จะเกิดการสะท้อนทำให้ภาพดรอปไปเยอะครับ นี่แหละเป็นสาเหตุให้เวลาตั้งโชว์หน้าร้านที่มีแสงสว่างสูง หลายๆท่านถึงตัดสินใจเลือก LED TV

ถึงแม้ Panasonic WT60T จะมีจุดเด่นที่การแสดงสีดำ แต่ก็ทำให้รายละเอียดบางส่วนหายไป สังเกตุจาก รายละเอียดหนวดเคราอาจมีขาวโพนบ้าง และบางส่วนของช่วงใบหูกลืนไปกับฉากหลัง

การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ ให้ความคมชัดทั้ง “รูปภาพ” และ “ตัวหนังสือ” การต่อคอมพิวเตอร์ช่างเหมาะกับ LED TV เสียจริง

ทดสอบเล่นเกมส์ ให้ความคมชัดในระดับดีเยี่ยม ภาพเคลื่อนไหวไม่ปรากฎโกสต์ให้เห็นที่ตัวนักเตะ โดยรวมลื่นไหลปื๊ดดีครับ!!

สัดส่วนภาพทั้งหมด ในโหมดต่างๆ การใช้งานแนะนำ 16:9 และ ปิด 16:9 Overscan ให้เป็น Off จะให้ภาพเต็มทุกเม็ด (คล้าย Justscan ของยี่ห้ออื่นๆ) ส่วน Just จะเป็นการยืด 4:3 ให้เต็มจอ โดยพยายามคงสัดส่วนตรงกลางไม่ให้ยืด
ภาพ
ทดสอบภาพ 3D
Panasonic 55WT60T ใช้เทคโนโลยี 3D แบบ Passive หรือบางท่านอาจเรียกว่า 3D แบบ Polarized โดย LED TV ของ Panasonic ที่นำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยในปีนี้ใช้เทคโนโลยีนี้ทั้งหมด จุดเด่นของเทคโนโลยี 3D แบบ Passive ก็หนีไม่พ้นเรื่องความลอย มิติของภาพ แว่นน้ำหนักเบา ไม่กระพริบ รวมถึงการรับชมในแนวกว้างที่ทำได้ดีกว่าเทคโนโลยี 3D แบบ Active นั่นเอง กลับมาที่ WT60T กันต่อ ตัวนี้รองรับภาพ 3 มิติ ทุกรูปแบบ 3D Frame Packing (Frame Sequential), 3D แบบ SBS และ Top/Bottom และการแปลงสัญญาณ 2D เป็น 3D หรือถ้าเรียกแบบบ้านหน่อยก็ สามดีแท้ สามดีเทียม ก็ดูได้หมด
ผมหยิบหนัง 3D Frame Packing (สามดีแท้) เรื่อง “The Three Musketeers” มาทดสอบ WT60T อันดับแรกที่เห็นชัดเจนคือ “ความสว่าง” ที่ทำได้ดีขึ้นเป็นอย่างมาก เมื่อเทียบกับ ET5T รุ่นปีที่แล้ว และสว่างกว่าแบรนด์เกาหลีซะอีกแต่ของ “ปีที่แล้ว” นะครับ ปีนี้ยังไม่ได้ทดสอบแบบจริงจัง อีกจุดที่โดดเด่นคือมิติภาพใน “เชิงลึก” ที่ให้มิติที่ดีเช่นกัน ส่วน “ความคมชัด” อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของ Passive 3D

The Three Musketeers สามทหารเสือราชินี สว่างนุ่มลึก แต่อาจไม่สดเด้ง
มิติในเชิงลึกดีมาก มิติเชิงลอยอยู่ระดับปานกลาง แต่ก็ถือว่าดีกว่า Active 3D

3D Setting ทำให้เราสามารถปรับได้หลายส่วน เช่น การปรับเป็นภาพ 3D ให้อัตโนมัติ มีสัญญาณภาพเป็น 3D, ปรับมิติลึก / ลอย เป็นต้น

เสียง
ปัจจุบันการออกแบบดีไซน์ทีวีโดยเฉพาะรุ่นไฮเอนด์จะทำให้ตัวเครื่องบางลง และทำให้เกิดเอฟเฟกต์โดยตรงกับเสียงทีวีไฮเอนด์หลายแบรนด์ จึงแก้ปัญหาด้วยใส่ซับวูฟเฟอร์เพิ่มเข้ามา เพื่อให้การรับชมหนังต่างๆ มันตูมตาม และเสียงมีพลังมากขึ้น Panasonic 55WT60T เองก็เช่นกัน มีลำโพง 2 ตัวแยกล่างซ้าย-ล่างขวา พร้อมซับวูฟเฟอร์ 1 ตัว ให้กำลังขับรวม 18 วัตต์ (4+4+10 วัตต์) และมีระบบเสียง VR-Audio Pro Surround 2.1 ถ้าตั้งเจ้า WT60T อยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม มีกำแพงล้อมรอบ ก็จะให้เสียงเซอร์ราวด์ได้ดีระดับหนึ่งเลยทีเดียว

ดูคอนเสิร์ตก็ให้เสียงที่ไม่ขี้เหร่นะครับ

ปี 2013 ทาง Panasonic มาในคอนเซ็ปต์ที่ว่า SMART TV MADE EASY โดยเอาใจผู้ที่ชอบใช้งานอินเตอร์เน็ตให้สามารถใช้งานได้จริงและง่ายยิ่งขึ้น ต้องยอมรับว่าปี 2013 นี้ทาง Panasonic พลิกโฉมหน้า SMART TV ของตัวเองได้อย่างโดดเด่นจริงๆ ครับ
my Home Screen
ด้วยไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ฟีเจอร์นี้จึงเข้ามาตอบโจทย์ของแต่ละคน คือผู้ใช้สามารถตั้งค่าหน้าจอหลัก และเมนูลัดของแต่ละคนได้ โดยในการยืนยันตัวตนแต่ละคนของ my Home screen จะใช้เทคโนโลยีการจดจำใบหน้านั่นเอง

การสร้าง my Home Screen สามารถสร้างได้สูงสุด 6 หน้าต่าง โดยการกดปุ่ม Home ที่รีโมท (ปุ่มสีเขียว) แล้วเลือก Add New Screen และ Format ของ Screen ที่ท่านต้องการ หลังจากนั้น ตั้งชื่อ และเลือก Apps/Bookmarks ที่ใช้งานเป็นประจำตามไลฟ์สไตล์ของท่านได้เลย

หน้าหลัก my Home Screen ของผม “นาย Luffy” เสร็จแล้วครับ สามารถเอา Bookmarks เว็บไซต์ที่เราเข้าบ่อยครั้งมาไว้หน้าแรกได้เลย เช่น ผมเข้าเว็บ LCDTVTHAILAND เป็นประจำ ผมก็เอาขึ้นมาไว้ด้านหน้าได้เลย

การเข้าใช้งานหน้าจอหลักของเรา 1) เพียงพูดคำสั่ง “my Home Screen” ที่ VIERA Touch Pad Controller หรือ Apps VIERA Remote 2) กล้องจะโฟกัสหาหน้าผู้ออกคำสั่ง เราก็ยื่นหน้าไปหามันสักหน่อย หลังจากนั้นตัวเครื่องก็จะเลื่อนหน้าจอหลักที่เราสร้างไว้ขึ้นมา
Voice Interaction
ผู้ใช้สามารถสั่งทีวีด้วยเสียงเพื่อค้นหาเนื้อหาต่างๆ หรือสิ่งบันเทิงต่างๆ ได้ โดยผ่านทางรีโมททัชแพด หรือสมาร์ทโฟน

หมายเหตุ : VIERA Remote 2
1. เลือก Search : VIERA Remote 2 ใน App Store หรือ Play Store (เน้นว่าต้องเป็น VIERA Remote 2 นะครับ เพราะในนั้นจะมีอันอื่นด้วย) แล้วโหลดมาลงเครื่อง
2. ไปที่ปุ่มบน ซ้าย เลือก List : Device Selection
3. เลือกทีวีที่เราต้องการ
ย้ำอีกทีนะครับ ว่าทีวีกับสมาร์ทโฟนของคุณต้องอยู่ในวง LAN เดียวกัน

Swipe & Share 2.0
ฟีเจอร์นี้เป็นแชร์ข้อมูล โดย “การโยน” วีดีโอ ภาพ เพลง จากสมาร์ทโฟนผ่าน VIERA Remote 2 ไปแสดงบนทีวี Panasonic
ผมมีวีดีโอแสดงการใช้งานทั้ง 3 ฟังก์ชั่น my Home Screen / Voice Interaction / Swipe & Share 2.0 ที่ทาง Panasonic จัดทำขึ้นมาเพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น ดูจบแล้วจะเห็นภาพมากขึ้นและอยากใช้ขึ้นมาทันที
VIERA Connect

หน้าจอ VIERA Connect ที่แสดง Apps ต่างๆ ที่อยู่บนเครื่อง

VIERA Connect Market มี Apps เยอะพอสมควร โดยมี Apps ของไทยบางตัวเพิ่มเข้ามา เช่น Lets PLAY ร้านเช่าหนังออนไลน์

3BB Broadband มี หนังบุฟเฟ่่ต์ให้ดูครับ

อันนี้ดูฟรีครับ The Seed Show ภาพชัดดี

ลงทะเบียนด้วยมือถือ แล้วไปจ่ายเงินที่เซเว่น จะได้ Code มาดูหนังครับ ปีที่แล้วพานาโซนิคมีโปรโมชั่นแถมให้นะครับ ปีนี้ไม่รู้ว่ายังมีอีกหรือเปล่า (ถ้ามีขอผมด้วยนะครับ!!)

แฟนๆ ที่ชอบดูหนังในโรงภาพยนตร์เมเจอร์ ก็มาดูรอบกับโรงที่จะฉายก่อนออกจากบ้านนะครับ

การใช้งาน Web Browser สามารถใช้ตัวช่วยอย่าง คีย์บอร์ดไร้สาย ก็สะดวกยิ่งขึ้นครับ (ผมใช้ Logitech k400r เป็นได้ทั้ง คีย์บอร์ดและเมาส์ไร้สายในตัว สะดวกดีครับ)

ใช้ Keyboard ใน VIERA Remote 2 Apps ก็ได้นะ พิมพ์ๆๆๆๆแล้วก็โยนเข้าไป
เพิ่มเติม
Media Player
ต้องยอมรับว่า Panasonic 55WT60T พัฒนาการใช้งานช่องต่อ USB ให้เล่นไฟล์ได้หลากหลายขึ้น โดยเฉพาะที่ขาดไม่ได้คือ ไฟล์หนังไฮเดฟต่างๆ ที่นิยมอาทิเช่น MKV ที่ให้ความละเอียดดีเยี่ยมและขนาดไม่ใหญ่จนเกินไปนัก การใช้งานสามารถเชื่อมต่อได้ทั้ง External HDD และ ผ่าน Docking ก็ถือว่าสะดวกมากครับ แถมยังสามารถ Setup เสียงได้ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษใกล้เคียงกับเครื่องเล่น Player และอีกอย่างที่ขาดไม่ได้คือเรื่อง Subtitle ก็สามารถเลือกได้ครับ นอกเหนือจากช่องต่อ USB ยังมีช่องต่อ SD Card ให้ 1 ช่อง ท่านชอบถ่ายภาพก็นำ SD Card เสียบเข้าแล้วโชว์ได้เลยครับ
หมายเหตุ : การใช้งาน Media Player จะต้องเข้าไปหน้า VIERA Connect นะครับ แล้วเลือกที่ไอคอน Media Player ผู้ใช้งานก็จะสามารถเลือกได้ทั้ง ดูหนัง ฟังเพลง หรือดูภาพนิ่ง

เชื่อมต่อ Docking eSata ผ่านช่องต่อ USB ก็ได้นะครับ โดยใช้ช่อง USB ที่เขียนไว้ว่าสำหรับ HDD รวมถึงสามารถปรับ Audio และ Subtitle ได้

สามารถปรับเปลี่ยน Subtitle ได้นะครับ แต่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนขนาด ตำแหน่ง หรือสีของ Subtitle ได้

แสดงรูปภาพได้ 28 ภาพ หรือ แสดงแบบภาพใหญ่ก็ได้ครับ
สรุป

ข้อดี
1. แนวภาพใกล้พลาสม่าทีวี แต่ยังคงให้สีสันสดสว่างกว่าพลาสม่าทีวี
2. การใช้งาน SMART TV ทำให้ได้ง่ายขึ้น ทั้งปรับแต่ง หน้าจอหลักของตัวเอง, การแชร์ข้อมูลต่างๆ
3. ตัวดีไซน์ให้ความลงตัวสวยงาม หรูหรา ทั้งวัสดุโลหะ สีขาว และอคริลิคใส
4. การใช้งานช่องต่อ USB สามารถดูหนังได้หลากหลายไฟล์ อาทิเช่นไฟล์ยอดฮิตอย่าง MKV และสามารถเลือกและปรับแต่ง Subtitle ได้อีกด้วย
ข้อเสีย
1. มีอาการดำจม ทำให้รายละเอียดในที่มืดหายไปบ้าง ต้องใช้การปรับที่เหมาะสม
2. ระดับราคาแพงไปสักหน่อยเมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน
3. ด้วยเทคโนโลยีแบบ Passive 3D ทำให้ความคมชัดยังด้อยกว่า Active 3D แต่ก็ได้เรื่องมิติของภาพที่โดดเด่น
สรุป
Panasonic 55WT60T เป็น LED TV ตัวหนึ่งที่ให้แนวภาพใกล้เคียงกับ Plasma TV โดยยังคงความสดใสของสีที่ดี ทำให้รู้สึกสบายตาเมื่อรับชมระยะยาว ฉากมืดถือว่าทำได้ “ดีมาก” แต่รายละเอียดอาจจมกับพื้นหลังบ้าง ในส่วนภาพ 3 มิติ WT60T เลือกใช้เทคโนโลยีแบบ Passive 3D จึงได้จุดเด่นของ Passive 3D มาครบถ้วน อาทิเช่น ภาพลอยมีมิติ แว่นไม่กระพริบ เป็นต้น ผสมผสานกับดีไซน์ของตัวเครื่องยิ่งเพิ่มความหรูหราและไฮเอนด์ยิ่งขึ้น การใช้งานอินเตอร์เน็ททำได้ง่ายกว่าปีที่แล้วหลายเท่าตัว โดยเฉพาะใช้คู่กับ Apps VIERA Remote 2 ผ่านสมาร์ทโฟน สุดท้าย WT60T จะทำให้คุณอึ้ง!! ในประสิทธิภาพ แล้วคุณจะต้องเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับแอลอีดีของ Panasonic เสียใหม่…เพราะ Panasonic มิได้มีดีแค่พลาสทีวีอีกต่อไป