ข้ามไปที่เนื้อหา
|

ชุดลำโพง Atmos ระดับอ้างอิง !!? รีวิว Klipsch Reference Premiere Dolby Atmos 5.1.2

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 26 Jan 2022 0 ความคิดเห็น

Klipsch Reference Premiere Dolby Atmos 5.1.2

ชุดลำโพง Atmos ระดับอ้างอิง !!?

ดังที่ทราบกันว่ามาตรฐานโฮมเธียเตอร์กำลังก้าวผ่านสู่ยุคถัดไป… นอกจากระบบภาพความละเอียดสูงระดับ 4K/Ultra HD และเทคโนโลยี HDR แล้ว ด้านเสียงก็ได้รับการพัฒนาสู่ยุคของ Immersive Audio ระบบเสียงรอบทิศทางแบบ 3 มิติ ซึ่งควบรวมเสียงโอบล้อมโดยเพิ่มเติมมิติด้านสูงเข้ามาด้วย นำร่องโดยจ้าวแห่งระบบเสียงภาพยนตร์ที่คุ้นเคยกันดี คือ “Dolby Atmos” และตามติดมาด้วย “DTS:X”

หากต้องการสัมผัสรับฟังมิติใหม่ของระบบเสียงรอบทิศทางข้างต้น ย่อมจำเป็นต้องมีการอัพเกรดระบบลำโพงเพิ่มเติมกันสักเล็กน้อย และด้วยเหตุนี้ผู้ผลิตลำโพงชื่อดังที่คร่ำหวอดในแวดวงระบบเสียงในโรงภาพยนตร์และโฮมเธียเตอร์สัญชาติอเมริกันอย่าง Klipsch จึงเข้าร่วมวงไพบูลย์นำเสนอชุดลำโพงใหม่ที่พร้อมรองรับระบบเสียง Dolby Atmos และ DTS:X ด้วยซีรี่ส์ล่าสุด Reference Premiere Dolby Atmos!

การที่ Klipsch นำคำว่า “Reference” มาใช้กับซีรี่ส์ลำโพงนี้ก็ด้วยความหมายที่ตรงตัว คือ ชุดลำโพงที่เน้นเป้าหมายถ่ายทอดคุณภาพเสียงถูกต้องตรงตามมาตรฐานอ้างอิง อันมีที่มาจากการผสมผสานนวัตกรรมด้านเสียงอันยอดเยี่ยมระดับตำนาน ที่เริ่มต้นจากชายที่ชื่อว่า Paul W. Klipsch

ชุดลำโพง Reference Series ของ Klipsch นั้นมีมานานแล้ว หลายท่านคงจะคุ้นเคยกันดีกับลำโพงที่ติดตั้งตัวขับเสียงกลาง-ต่ำสีทองแดง ผสานตัวขับเสียงสูงทรงฮอร์น อันเป็นเอกลักษณ์ของชุดลำโพงที่มีประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในระดับสูงนี้ ปัจจุบัน Reference Series ได้รับการพัฒนามาถึงเจนเนอเรชั่นที่ 3 นามว่า Reference Premiere

ปัจจุบัน Reference Premiere มีลำโพงทั้งหมด 13 รุ่น ประกอบไปด้วย

– ลำโพงตั้งพื้นพร้อม Dolby Atmos Enabled Speakers แบบ “Built-in” 1 รุ่น คือ RP-280FA
– ลำโพงตั้งพื้น 3 รุ่น คือ RP-280F, RP-260F และ RP-250F
– ลำโพงวางขาตั้ง 2 รุ่น คือ RP-160M และ RP-150M
– ลำโพงเซ็นเตอร์ 4 รุ่น คือ RP-450CA, RP-450C, RP-440C และ RP-250C
– ลำโพงเซอร์ราวด์แบบ Bi-pole 2 รุ่น คือ RP-250S และ RP-240S
– ลำโพง Dolby Atmos Enabled Speakers แบบ “Add-on” 1 รุ่น คือ RP-140SA

ก่อนจะไปว่ากันต่อเกี่ยวกับรายละเอียดและจุดเด่นของลำโพงในซีรี่ส์ Reference Premiere ผมขอทวนความจำเกี่ยวกับลำโพงที่ทำหน้าที่สร้างมิติเสียงด้านสูง (Height Channel) สำหรับ Dolby Atmos (และสามารถใช้งานร่วมกับ DTS:X ได้ด้วย) กันสักหน่อยว่ามีลักษณะใดบ้าง เพื่อให้ท่านได้ใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ…

ลำโพงด้านสูงที่ใช้งานร่วมกับระบบเสียง Dolby Atmos แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบใหญ่ๆ ตามลักษณะการติดตั้ง

1. Top Speakers หรือลำโพงที่ติดตั้งบนฝ้าเพดาน ตำแหน่งของลำโพงลักษณะนี้จะติดตั้งอยู่เหนือศีรษะของผู้ฟังจริงๆ แต่ต้องอาศัยการติดตั้งที่ยุ่งยากสักหน่อย เพราะต้องมีการเจาะยึดฝ้าเพดานเพิ่มเติม

2. Dolby Atmos Enabled Speakers ลำโพงพิเศษที่ใช้หลักการยิงเสียงขึ้นไปสะท้อนกับฝ้าเพดานลงมา แบ่งออกเป็น 2 แบบย่อย คือ “Integrated (Built-in) Speakers” แบบที่ฝังมากับลำโพงคู่หน้าและ/หรือลำโพงเซอร์ราวด์ กับแบบ “Add-on Speakers” ที่เป็นตู้ลำโพง-ขนาดเล็กแยกอิสระ สำหรับนำไปวางบนลำโพงคู่หน้าและ/หรือลำโพงเซอร์ราวด์ทั่วไป รูปแบบนี้จึงติดตั้งใช้งานได้ง่าย แต่ลักษณะสภาพแวดล้อมการติดตั้งก็จะส่งผลกับศักยภาพของลำโพงรูปแบบนี้อยู่บ้าง

ทั้ง 2 รูปแบบข้างต้น มีพร้อมให้เลือกใช้งานจากชุดลำโพง Klipsch Reference Premiere Dolby Atmos!

โดย Dolby Atmos Enabled Speakers “Built-in” มาในรุ่น RP-280FA ซึ่งเป็นลำโพงตั้งพื้นรุ่นสูงสุดของซีรี่ส์ฯ รับหน้าที่เป็นทั้งลำโพงคู่หน้า พร้อมๆ กับเสริมสร้างมิติเสียงด้านสูงโดยอาศัยตัวขับเสียงอีกชุดหนึ่งฝังอยู่ด้านบนตู้ลำโพง

ส่วน Dolby Atmos Enabled Speakers แบบ “Add-on” มาในรุ่น RP-140SA ลักษณะเป็นตู้ลำโพงอิสระขนาดเล็ก จึงสามารถนำไปเพิ่มเติมติดตั้งบนลำโพงตั้งพื้นหรือลำโพงวางขาตั้งอื่นใดในซีรี่ส์ Reference Premiere ได้อย่างลงตัว

แต่หากท่านใดต้องการลำโพงด้านสูงรูปแบบ “Top Speakers” ที่ให้ทิศทางเสียงเหนือศีรษะผู้ฟังจริงๆ จากลำโพงที่ติดตั้งบนฝ้าเพดาน ทาง Klipsch เขาก็มีเช่นกัน โดยใช้งานร่วมกับลำโพงฝังฝ้าหลากหลายรุ่น อย่างไรก็ดีสำหรับรีวิวในครั้งนี้จะเน้นทดสอบรายงานผลเฉพาะรูปแบบ Enabled Speakers ครับ

Design – การออกแบบ

กลับมาที่จุดเด่นของลำโพงซีรี่ส์ใหม่ของ Klipsch… มาดูกันว่า Reference Premiere ได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติมจุดใด จึงได้ผลลัพธ์ทางเสียงยอดเยี่ยมเหนือกว่าเจนเนอเรชั่นก่อนหน้า

“ปากฮอร์น” อันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งถูกใช้ในลำโพงของ Klipsch ทุกรุ่น โดยรูปแบบของ Reference Premiere เป็นโครงสร้างที่เรียกว่า Tractrix Horn ได้รับการพัฒนาปรับปรุงมาจาก Reference II อีกทีหนึ่ง ความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน คือ ไดเมนชั่น จากเดิมจะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผื้นผ้า 60×90 ก็กลายมาเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส 90×90 เมื่อผสานกับโครงสร้างทรงกลมบริเวณใจกลาง จะยิ่งส่งเสริมมุมกระจายเสียงของทวีตเตอร์ได้ครอบคลุมกว้างขวางยิ่งขึ้น ผลลัพธ์ที่ตามมา คือ เวทีเสียงที่โอ่อ่าเปิดกว้าง และการตอบสนองทางไดนามิกยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น

วัสดุที่ใช้ขึ้นรูป Tractrix Horn นี้ ยังเปลี่ยนมาใช้ซิลิโคนทดแทน ABS ในเจนฯ ก่อน คุณสมบัติทางเรโซแนนซ์จึงดีขึ้น ส่งผลถึงการตอบสนองต่อเสียงความถี่สูงที่ราบเรียบและให้ความนุ่มนวลเป็นธรรมชาติมากกว่า

ซึ่ง Klipsch ยังได้ทำการปรับปรุงตัวขับเสียงสูงที่เรียกว่า Titanium Linear Travel Suspended (LTS)Tweeters เพิ่มเติม ด้วยการออกแบบโครงสร้าง Phase Plug ใหม่ เพื่อขยายขีดความสามารถในการถ่ายทอดรายละเอียดเสียงอันซับซ้อนจากทั้งดนตรีและภาพยนตร์

วัสดุที่ใช้ผลิตโคนวูฟเฟอร์อันโดดเด่นของ Klipsch คือ Copper Cerametallic ยังถูกนำมาใช้กับ Reference Premiere เช่นเคย ทว่าภายในได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติมโครงสร้าง Titanium Voice Coil เพื่อการขยับตัวได้อย่างมีเสถียรภาพ เสียงเบสจะสะอาด และตอบสนองฉับไวกว่าเดิม

โครงสร้างแบบ Tractrix Horn นั้น มิได้ส่งผลดีเฉพาะกับการควบคุมมุมกระจายเสียงของทวีตเตอร์เท่านั้น ทว่ายังสามารถนำมาประยุกต์กับท่อเบสได้ด้วยจึงก่อเกิดเป็น Tractrix Port เป็นการไฟน์จูนให้การถ่ายเทมวลอากาศจากภายในตู้ลำโพงเป็นไปอย่างราบรื่น รวดเร็ว และลดทอนเสียงรบกวนจากลมหมุนวนบริเวณปลายท่อได้อีกต่างหาก

หากสังเกตจะเห็นว่าลำโพงตั้งพื้นและลำโพงวางขาตั้งจะติดตั้งฐานมาพร้อมจากโรงงาน ซึ่งฐานนี้นอกจากเพิ่มความมั่นคงแล้ว ยังทำหน้าที่ยกหน้าลำโพงให้แหงนขึ้นเล็กน้อยเพื่อผลทางเสียงด้วย

รายละเอียดปลีกย่อยอย่างการลบมุมบริเวณแผงหน้า ซึ่งวัสดุเป็น MDF ดูผสานกลมกลืนเป็นชิ้นเดียวกับตัวตู้มากกว่าวัสดุ ABS ที่ใช้ในรุ่น Reference II อีกทั้งเปลี่ยนวัสดุปิดผิวให้ดูพรีเมียมยิ่งขึ้นด้วยวีเนียร์โพลีเมอร์ลายปัดเสี้ยนสีดำ และลวดลายไม้ หน้ากากผ้าก็ใช้การยึดติดด้วยแม่เหล็ก ถอดใส่ได้สะดวกแล้วยังมีส่วนช่วยให้แผงหน้าลำโพงดูสวยงามสะอาดสะอ้านดี (ไม่มีรู)

และแล้วก็มาถึงรายละเอียดของรุ่นลำโพงในซีรี่ส์ Reference Premiere Dolby Atmos ที่จะทำการทดสอบในครั้งนี้แบบ 5.1.2 ประกอบไปด้วย…

ถือเป็นพระเอกของโฮมเธียเตอร์ชุดนี้เลยทีเดียวสำหรับ RP-280FA โดยตัวอักษร A ต่อท้าย มีที่มาจาก Atmos นั่นเอง อย่างที่เรียนให้ทราบแล้วว่ารุ่นนี้เป็นรูปแบบ Dolby Atmos Enabled Speakers แบบ “Built-in”ตัวขับเสียงจึงแยกเป็น 2 ชุด

ชุดที่ทำหน้าที่ Front Channel ประกอบไปด้วย Linear Travel Suspension Titanium Tweeter ขนาด 1 นิ้ว ติดตั้งภายในโครงสร้าง Tractrix Horn และวูฟเฟอร์ Spun Copper Cerametallic Cone ขนาด 8 นิ้วคู่ บวกกับขนาดตัวตู้ที่ใหญ่กว่าลำโพงโฮมเธียเตอร์ตั้งพื้นทั่วไป เบสจึงจุใจมากๆ ทว่าก็ต้องการพื้นที่จัดวางมากกว่า และห้องหับควรมีปริมาตรที่มากตามไปด้วยจึงจะได้ผลลัพธ์ลงตัวเป็นที่สุดโดยเฉพาะการตอบสนองย่านความถี่ต่ำลึก

ส่วนชุดของลำโพง Height Channel ติดตั้งอยู่ด้านบนตัวตู้เดียวกันนี้ก็ไม่น้อยหน้า เพราะใช้ตัวขับเสียงขนาดเดียวกับลำโพงวางขาตั้งรุ่นใหญ่ในซีรี่ส์เดียวกันอย่าง RP-160M เลยทีเดียว ประกอบไปด้วย Linear Travel Suspension Titanium Tweeter ขนาด 1 นิ้ว ติดตั้งภายในโครงสร้าง Tractrix Horn และวูฟเฟอร์ Spun Copper Cerametallic Cone ขนาด 6.5 นิ้ว

ด้วยลักษณะของ Dolby Atmos Enabled Speakers แบบ “Built-in” แน่นอนว่าในตู้ลำโพงเดียวกันจะต้องเห็นขั้วลำโพง 2 ชุด โดยชุดล่างสำหรับ “Front Channel” (ซึ่งรุ่นนี้เป็นรูปแบบไบ-ไวร์) และชุดบนสำหรับ”Height Channel”

ถัดมา คือ ลำโพงเซ็นเตอร์ รับหน้าที่โดย RP-450CA ลำโพงเซ็นเตอร์รุ่นใหญ่สุดของซ๊รี่ส์ ซึ่งขนาดนั้นใหญ่จริงๆ จนบางครั้งอาจวางในช่องชั้นทีวีทั่วไปไม่ได้ แต่ทางผู้ผลิตก็ออกแบบโดยให้สามารถใช้ลำโพงนี้เป็นฐานเพื่อตั้งวางทีวีไว้ด้านบนตัวตู้เลยก็ได้

เหตุผลที่ลำโพงเซ็นเตอร์ในชุดนี้ต้องมีตัวตู้ขนาดใหญ่พิเศษก็เพื่อให้การถ่ายทอดดุลเสียงต่ำใกล้เคียงกับลำโพงคู่หน้าแบบตั้งพื้นขนาดใหญ่อย่าง RP-280FA จนได้ความต่อเนื่องกลมกลืนของสนามเสียงนั่นเอง ผลพลอยได้ คือ น้ำเสียงสนทนาจาก Center Channel รุ่นนี้ จะมีความหนักแน่น ถ่ายทอดไดนามิกได้อย่างเยี่ยมยอด (รายละเอียดจะกล่าวถึงอีกครั้งช่วงรายงานคุณภาพเสียง)

ซึ่งตัวขับเสียงสำหรับลำโพงเซ็นเตอร์รุ่นนี้ ประกอบไปด้วย Linear Travel Suspension Titanium Tweeter ขนาด 1 นิ้ว ติดตั้งภายในโครงสร้าง Tractrix Horn และขนาบข้างด้วยวูฟเฟอร์ Spun Copper Cerametallic Cone ขนาด 5 นิ้ว จำนวน 4 ตัว

ลำโพงเซอร์ราวด์รับหน้าที่โดย RP-160M ซึ่งเป็นลำโพงวางขาตั้งขนาดใหญ่ที่สุดของซีรี่ส์ ตัวขับเสียงประกอบไปด้วย Linear Travel Suspension Titanium Tweeter ขนาด 1 นิ้ว ติดตั้งภายในโครงสร้าง Tractrix Horn และวูฟเฟอร์ Spun Copper Cerametallic Cone ขนาด 6.5 นิ้ว ลักษณะพิเศษต่างๆ ก็เหมือนกับย่อส่วนรุ่นลำโพงตั้งพื้นลงให้วางบนขาตั้ง ลักษณะพื้นฐานโครงส้รางตัวตู้และตัวขับเสียงจึงมีความใกล้เคียงกัน และยังรวมไปถึงขั้วลำโพงแบบไบไวร์ด้านหลังด้วย

อุปกรณ์ชิ้นสำคัญ ขาดไม่ได้สำหรับระบบโฮมเธียเตอร์ คือ ลำโพงแอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์ ครั้งนี้รับหน้าที่โดย R-112SW ซึ่งอยู่ในตระกูล “Reference” ของ Klipsch เช่นเดียวกัน…

หากยังจำกันได้ นี่คือรุ่นพี่ของ R-110SW ที่เคยทดสอบไปก่อนหน้านี้ หน้าตาการออกแบบจึงเหมือนกันเปี๊ยบ โดยเป็นลำโพงแอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์แบบตู้เปิด จัดวางท่อเปิดแบบ Slot port ไว้ด้านหน้าอันเป็นทิศทางเดียวกับตัวขับเสียง จะแตกต่างจาก R-110SW ก็ตรงขนาดตัวตู้ที่ใหญ่ขึ้น สัมพันธ์กับขนาดตัวขับเสียง spun-copper Cerametallic woofer เส้นผ่านศูนย์กลาง 12 นิ้ว และภาคขยายดิจิทัลกำลังขับ 600 วัตต์ (Dynamic power เพิ่มขึ้นจาก R-110SW ที่ 450 วัตต์) 

การจัดวางปุ่มควบคุมและจุดเชื่อมต่อสัญญาณต่างๆ ทางด้านหลัง ก็เหมือนกับ R-110SW โดยรับสัญญาณแบบ Low-level ทาง Stereo/LFE Line Input และช่องต่อที่อยู่ข้างล่าง คือ WA-2 Port สำหรับติดตั้งใช้งานร่วมกับตัวรับสัญญาณเสียงแบบไร้สาย (เป็นอุปกรณ์เสริมต้องซื้อเพิ่ม)

Setup – การติดตั้ง

เหมือนเช่นลำโพงโฮมเธียเตอร์ทุกรุ่น ที่ต้องทำการติดตั้งอย่างเหมาะสมจึงจะสามารถรีดศักยภาพออกมาอย่างเต็มที่ และ Klipsch Reference Premiere Dolby Atmos นี้ ก็ไม่มีข้อยกเว้น

สำหรับลำโพงวางขาตั้ง และลำโพงเซ็นเตอร์จะให้แผ่นยางสำหรับติดรองตู้ลำโพงมาด้วย แนะนำให้ติดไว้ครับ ส่วนลำโพงตั้งพื้นมี 2 ทางเลือก กรณีที่ตั้งวางบนพรม หรือพื้นที่ไม่เรียบ หรือไม่ได้ระนาบ แนะนำให้ใช้เดือยแหลมและทำการปรับระดับให้เรียบร้อย แต่หากเป็นพื้นแข็งที่ได้ระนาบมั่นคงอย่างพื้นคอนกรีต พื้นกระเบื้อง แนะนำให้ใช้แผ่นยางติดแทน

การติดตั้งใช้งานร่วมกับ Dolby Atmos/DTS:X AV Receiver จะต้องกำหนดลักษณะลำโพง (Speaker Configuration) ให้ถูกต้องตรงตามการใช้งาน ซึ่งสำหรับบททดสอบนี้อ้างอิงการใช้งานร่วมกับ Denon AVR-X7200WA (F/W 6880-7971-5211-00) จะต้องกำหนดในส่วนของ Amp Assign หัวข้อ Height Speakers เป็น “Using Dolby Speakers”

สำหรับท่านที่ยังไม่มั่นใจว่าจะปรับตั้งเสียงของลำโพงรูปแบบ Dolby Atmos Enabled Speakers อย่างไร เบื้องต้นอาจใช้ระบบ Speakers Auto Calibration ได้ ซึ่งผลลัพธ์จากระบบ Audyssey MultEQ XT32 ของ AVR-X7200WA ทำได้ลงตัวดีทีเดียว

Sound – เสียง

เริ่มต้นทำการทดสอบแบบ 5.1.2 โดยทำการเปรียบเทียบระหว่างใช้งานลำโพง Front Dolby Atmos Enabled Speakers ที่ติดตั้งมากับ RP-280FA กับทดลองไม่ใช้งาน (Off) เพื่อดูว่าลำโพงพิเศษ Height Channel รูปแบบนี้มีส่วนเติมเต็มมิติเสียงด้านสูงได้จริงหรือไม่?

คอนเทนท์ที่ใช้ในการทดสอบ คือ แผ่นบลูเรย์ Dolby Atmos Demonstration Disc (Sep 2015 Ver.) แทร็กที่ชื่อว่า Audiosphere สามารถใช้อ้างอิงมิติเสียงโอบล้อมจากลำโพงรอบทิศทางทั้งบนและล่างได้ดีมากๆ แนะนำเลย

ผลลัพธ์ชัดเจนว่า Front Dolby Atmos Enabled Speakers ช่วยเติมเต็มมิติเสียงด้านสูงได้จริงไม่อิงนิยาย หากไม่มีแล้วล่ะก็ บรรยากาศเสียงด้านบนจะหายไป แต่แน่นอนว่าเวทีเสียงด้านสูงที่ได้จากระบบ 5.1.2 รูปแบบนี้ อาจจะเทหนักไปทางด้านหน้าตามตำแหน่งของลำโพง Height Channel คำแนะนำเพิ่มเติม คือ ไม่ควรตั้งลำโพงเซอราวด์หลังต่ำเกินไปแต่ให้ทำการยกสูงสักหน่อย (ต้องสูงไม่น้อยกว่า 1.20 – 1.50 ม. ขึ้นไป) เพราะลำโพงเซอร์ราวด์ในระบบ 5.1.2 จะทำหน้าที่ควบรวมเสริมสร้างทั้งทิศทางเสียงด้านหลังและเติมเต็มบาลานซ์มิติเสียงด้านสูง ถึงแม้หน้าที่หลังจะไม่เด่นชัดเท่า Rear Height Channel ในระบบ 5.1.4 แต่กรณีนี้ก็ช่วยได้มากเหมือนกันครับ

ทดสอบกับภาพยนตร์ดูบ้างกับ Transformers Age of Extinction (Dolby Atmos) สิ่งที่ยืนยันได้เลย คือ น้ำหนักเสียงจากชุดลำโพง Enabled Speakers แบบ “Built-in” ที่ฝังอยู่ด้านบนลำโพงตั้งพื้นขนาดใหญ่อย่าง RP-280FA มีความโดดเด่นกว่าลำโพงลักษณะ “Add-on” หลายๆ รุ่น (ที่มักจะมาในแบบตู้ลำโพงขนาดกะทัดรัดติดตั้งตัวขับเสียงขนาดเล็ก) อย่างเห็นได้ชัด จุดนี้ส่งผลไปถึงบรรยากาศด้านสูงจาก RP-280FA มีสเกลเสียงที่โอ่อ่ากว่า และที่สำคัญ คือ “ความหนักแน่น” จากเอฟเฟ็กต์ด้านสูง พลังดูดมหาศาลของยานลอยฟ้าขนาดยักษ์จากแชปเตอร์ 20 เสียงเครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ในแชปเตอร์ 12 – 13 ไปจนถึงเสียงฟ้าคำรามจากแทร็กที่ชื่อว่า Amaze ในแผ่น Dolby Atmos Demonstration Disc ฟังดูมีสเกลยิ่งใหญ่พร้อมพลังเสียงที่สมจริงกว่ามาก จนลืมลำโพง Add-on เล็กๆ ไปเลย

อย่างไรก็ดีหากเทียบกับชุดลำโพง 5.1.2 ที่ใช้งานลำโพงรูปแบบ Top (Middle) Speakers ติดตั้งอยู่บนฝ้าเพดาน (ทดสอบอ้างอิงร่วมกับลำโพง KEF Ci200RR-THX) พบว่า การชี้ตำแหน่งทิศทางเสียงจาก Transformers แชปเตอร์ 20 จะมีความชัดเจนสมจริงกว่าบ้าง อ้างอิงได้จากตำแหน่งยานแม่จะอยู่บนศีรษะชัดเจนมากๆ ในขณะที่ผลลัพธ์จาก Front Enabled Speakers อาจจะพอถ่ายทอดบรรยากาศด้านสูงได้ก็จริง แต่ตำแหน่งยังไม่ชัดแจ้งมากเท่า ทั้งนี้หากต้องการเสริมผลลัพธ์ด้านมิติทิศทางเสียงด้านสูงสำหรับ Enabled Speakers ให้เทียบเท่ากับ Top Speakers คงต้องทำการเพิ่มเติม Enabled Speakers อีกชุดหนึ่งที่ลำโพงเซอร์ราวด์ เพื่อใช้งานแบบ 5.1.4 ครับ

เนื่องจากต้องการชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างที่ได้จากระบบเสียงยุคใหม่ จึงเน้นรายงานเสียงเอฟเฟ็กต์จาก Height Surround Channel ก่อน อย่างไรก็ดีต้องขอบอกว่า ความยอดเยี่ยมของซิสเต็มลำโพงโฮมเธียเตอร์ชุดนี้ ที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะไม่พ้น RP-280FA ที่รับหน้าที่สำคัญเป็นลำโพงคู่หน้านี่แหละ ซึ่งมากกว่าครึ่งของความอลังการ เวทีเสียงโอ่อ่า มาจากลำโพงคู่นี้นี่เอง แรงปะทะและเสียงความถี่ต่ำอันหนักแน่นจากวูฟเฟอร์สีทองแดงคู่ขนาด 8 นิ้ว เป็นอะไรที่น่าประทับใจมาก

Klipsch Reference Premiere Dolby Atmos มิใช่ลำโพงสไตล์เสียงหวานแหวว หากจะให้ยกแนวเพลงที่เข้ากันกับคาแรคเตอร์ของลำโพงคู่นี้ ผมนึกถึง Main Title from Star Wars/ The Flag Parade แทร็กหนึ่งในอัลบั้ม Mega Movies (SACD Stereo/Multi-channel) อำนวยเพลงโดย Erich Kunzel และวง Cincinnati Pops Orchestra กับอัลบั้มไลฟ์คอนเสิร์ตสุดอลังการ Moment of Glory (SACD Stereo/Multi-channel) จากวงร็อคไอ้แมงป่องผยองเดช Scorpions ร่วมกับวง Berliner Philharmoniker ที่ฟังผ่านลำโพงชุดนี้แล้วมันสะใจจริงๆ กับแนวเสียงเปิดเผยที่มาพร้อมพลังอันดุดันและความยิ่งใหญ่โอ่โถงของเวทีเสียง

ยอมรับว่าทีแรกมองว่าซับวูฟเฟอร์ขนาด 15 นิ้ว รุ่น R-115SW น่าจะดูลงตัวกว่า ในแง่การเติมเต็มย่านต่ำลึกให้สมน้ำสมเนื้อกับศักยภาพของลำโพงคู่หน้า ทว่าเมื่อใช้งานจริงศักยภาพของ R-112SW ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง การรับชมร่วมกับภาพยนตร์ระบบเสียง Dolby Atmos หลายๆ ไตเติล รวมไปถึง San Andres อย่างที่ทราบว่าเรื่องนี้บันทึกเสียงย่าน LFE มาอย่างหนักหน่วง ลำโพงซับวูฟเฟอร์รุ่นนี้ก็ไม่แสดงอาการอ่อนเปลี้ยใดๆ แต่ยังคงเติมเต็มเสียงเอฟเฟ็กต์ต่ำลึกได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งขนาดตัวตู้ที่ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไปนี้ ยังช่วยให้จัดหาที่ทางตั้งวางได้สะดวกกว่า R-115SW ที่มีขนาดใหญ่กว่าด้วย

ทั้งขนาดและอัตราตอบสนองความถี่ของ RP-450CA ลำโพงเซ็นเตอร์ในชุดนี้ พูดได้ว่าเป็นลำโพงขนาด Large ได้อย่างเต็มปาก ดูเผินๆ ก็ไม่ต่างจากลำโพงตั้งพื้นขนาดย่อมๆ ที่นำมาวางนอนเท่าไหร่… การถ่ายทอดน้ำหนักและสเกลเสียงจึงไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่า RP-280FA เลย แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือ เสียงสนทนามีความหนักแน่น แม้แต่เสียงต่ำๆ จากนักร้องชายก็มีพลังฟังแล้วสมจริงดีมาก น้อยนักที่ลำโพงเซ็นเตอร์ทั่วไปจะให้ได้ถึงขนาดนี้

ดังที่เรียนไปในตอนต้นว่า ในระบบ 5.1.2 ลำโพงเซอร์ราวด์จะทำหน้าที่ 2 อย่าง คือ ถ่ายทอดมิติเสียงโอบล้อมด้านหลัง และเติมเต็มบรรยากาศด้านสูงโดยเป็นตัวบาลานซ์เสียงจาก Front Height Speakers มิให้น้ำหนักทิศทางเสียงด้านสูงเทไปด้านหน้ามากจนเกินไป ซึ่ง RP-160M สามารถทำหน้าที่ดังกล่าวได้โดยสมบูรณ์ ด้วยมุมกระจายเสียงที่กว้างขวางจาก LTS Tweeter และ Tractrix Horn  จึงส่งผลให้การแจกแจงรายละเอียดทิศทางเสียงโอบล้อมทำได้จะแจ้งชัดเจนดีด้วย และเสียงความถี่ต่ำจาก Copper Cerametallic Woofer ขนาด 6.5 นิ้ว ก็ให้ได้เกินตัว ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นจุดอ่อนเมื่อเทียบกับศักยภาพของลำโพงคู่หน้าและเซ็นเตอร์ในชุด

ในอนาคตหากต้องการบรรยากาศโอบล้อมด้านสูงที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นก็สามารถเพิ่มเติมลำโพง Dolby Atmos Enabled Speakers แบบ Add-on ของ Klipsch คือ RP-140SA โดยนำมาวางบนลำโพงเซอร์ราวด์คู่นี้ในแบบ 5.1.4 ได้ครับ (ในรูปด้านบนเป็นการทดลองใช้งานร่วมกับ Onkyo SKH-410)

Conclusion – สรุป

คงไม่เป็นการเกินเลย หากจะบอกว่านี่เป็นลำโพง Enabled Speakers รูปแบบลำโพงตั้งพื้นที่ดีที่สุด ณ เวลานี้! นอกจากคุณภาพเสียง “ระดับอ้างอิง” ตามชื่อแล้ว ขณะเดียวกันลักษณะลำโพงรูปแบบนี้ก็เอื้อต่อการติดตั้งใช้งานให้สัมผัสศํกยภาพระบบเสียงใหม่จาก Dolby Atmos และ DTS:X ที่เพิ่มเติมมิตเสียงด้านสูง ผสานพลังเสียงสไตล์อเมริกันของ Klipsch ที่ให้ทั้งความดุดัน เสียงเบสลงได้ลึกและกระชับ เติมเต็มอรรถรสการรับชมภาพยนตร์และรับฟังดนตรีออร์เคสตร้าวงใหญ่ได้เป็นอย่างดี

หมายเหตุประกอบการให้คะแนน

– การพัฒนาที่ก้าวกระโดดจาก Reference II อันมีที่มาจากพื้นฐานการออกแบบที่เอื้อกับคุณภาพเสียง พร้อมด้วยการออกแบบรูปลักษณ์ที่ดูลงตัวสวยงามมากยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วย Spun-copper Ceramatalic woofer สีทองแดง และ Tractrix Horn อันเป็นเอกลักษณ์, ผิวตัวตู้วีเนียร์โพลิเมอร์ลวดลายปัดเสี้ยน ดูสวยงามและทนทานกว่าไวนีล

– เสียงดุดัน หนักแน่น กระแทกกระทั้น เบสลงได้ลึกสมใจอยาก Home Theater lover ขณะเดียวกันก็ให้ความฉับไว และรายละเอียดที่เด่นชัดเมื่อรับฟังดนตรี จุดเด่นของ Enabled Speakers แบบ Built-in ที่เหนือกว่ารูปแบบ Add-on ทั่วไป คือ น้ำหนักและสเกลเสียงที่เติมเติมบรรยากาศได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด

– การผนวกฝังลำโพง Enabled Speakers เข้ามา ช่วยให้เข้าถึงมิติใหม่ของระบบเสียงเซอร์ราวด์เพิ่มเติมบรรยากาศด้านสูงได้สะดวกเพราะติดตั้งง่าย, หน้ากากลำโพงยึดติดด้วยแม่เหล็กถอดใส่ง่ายดีและช่วยให้แผงหน้าดูสะอาดตา (ไม่ต้องมีรูยึดหน้ากาก)

– ขั้วลำโพงเป็นพลาสติกดูธรรมดาแต่ให้ความมั่นคงในการเสียบต่อ ลำโพงตั้งพื้นสามารถเลือกอุปกรณ์รองรับเลือกได้ระหว่างแผ่นยางกับสไปก์ให้เหมาะสมกับพื้นที่ตั้งวางเพื่อเสริมความมั่นคงได้, ลำโพงซับวูฟเฟอร์รับสัญญาณทาง Low-level เพียงอย่างเดียว แต่สามารถเพิ่มเติมการเชื่อมต่อสัญญาณแบบไร้สายได้ด้วย (เป็นอุปกรณ์เสริม)

– ชุดลำโพงที่ถึงพร้อมทั้งความสามารถรองรับระบบเสียงยุคใหม่อย่าง Dolby Atmos รวมถึง DTS:X ได้แบบง่ายๆ ไม่ยุ่งยากในการติดตั้ง และคุณภาพเสียงระดับอ้างอิงที่มีความโดดเด่นหาตัวจับยากหลายประการ สามารถเติมเต็มการรับชมภาพยนตร์ได้อย่างมีอรรถรส

by ชานม !
2016-07

ราคาตั้ง Klipsch Reference Premiere Dolby Atmos
RP-280FA = 119,900 บาท
RP-450CA = 49,900 บาท
RP-160M = 27,900 บาท
RP-140SA = 25,900 บาท
R-112SW = 29,900 บาท
*ราคาพิเศษโปรดสอบถามร้านค้าตัวแทนจำหน่าย

ขอขอบคุณ Sound Republic, Thailand ที่เอื้อเฟื้อชุดลำโพงในการทดสอบ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-448-5489, 02-448-5465-6

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้