ข้ามไปที่เนื้อหา
|

ทรงพลานุภาพ ! รีวิว Panasonic 65DX900T 4K HDR TV รุ่นท็อปภาพสุดแจ่ม

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 28 Jan 2022 0 ความคิดเห็น

Panasonic คือแบรนด์ดังจากญี่ปุ่นที่ได้รับการยอมรับในเรื่องของ “คุณภาพ” ของสินค้ามาอย่างช้านาน ซึ่งแน่นอน ก็รวมถึงสินค้าอย่าง “จอทีวี” ด้วย หลังจากสิ้นสุดยุคราชวงศ์ Plasma TV ก็หันมาเอาดีกับ LED TV อย่างเต็มตัว ในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่าง 2 เทคโนโลยีจอภาพนี้ ต้องยอมรับว่า LED TV ของ Panasonic นั้นมีกระแสที่ค่อนขางแผ่วเบาพอสมควร ไม่ได้มีรุ่นไหนที่พกเทคโนโลยีที่หวือหวาออกมาสู่ตลาดมากนัก มาในปี 2016 นี้ Panasonic ก็ทำเซอร์ไพรซ์เปิดตัว LED TV ที่ใช้แผง Backlight แบบ Full Array LED หรือหลอดไฟเต็มแผงหลังจอ และคราวนี้แผงหลอดไฟ LED ของ Panasonic มีความพิเศษอัพเกรดขึ้นมาอีกระดับเสียด้วย ทีวีตัวที่ว่าคือรุ่น 65DX900T เป็น LED TV ตัวท็อปที่สุดของ Panasonic ในปี 2016 นี้ ขอบอกว่าผมเองมีโอกาสไปยลโฉม DX900 ในงาน IFA 2016 ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ซึ่งได้นำ DX900 มาผ่าไส้ให้เห็นถึงโครงสร้างหลอดไฟแบบเจาะลึก แถมมีโซน “ห้องมืด” ให้เทียบคุณภาพของภาพกับ LED TV รุ่นอื่นๆอย่างถึงพริกถึงขิง เรามาดูรีวิวกันดีกว่าว่า DX900 ตัวนี้จะก้าวข้ามขีดจำกัดของ LED TV แบบเดิมๆได้มากน้อยแค่ไหน ?

Panasonic 65DX900T 4K HDR TV รุ่นท็อปประจำปี 2016

Panasonic 

  • 65DX900T (65 นิ้ว)
  • 4K HDR LED Smart TV

Picture & Sound

  • 4K : 3840 x 2160 Ultra HD Resolution
  • Ultra HD Premium
  • HDR 10
  • Hexa Chroma Drive Pro
  • Honeycomb Structure
  • Full Array LED
  • Ultra Bight Panel
  • 40 Watts Speaker

Connectivity : การเชื่อมต่อ

  • HDMI x 4 (V2.0 HDCP2.2)
  • USB x 3
  • ช่องต่อ USB รองรับไฟล์ Multimedia หลากรูปแบบ
  • AV / Component (Share) x 1
  • Ethernet x 1
  • Digital Audio Out x 1                                                     
  • Antenna in x 1 รองรับดิจิตอลทีวี

Smart TV : สมาร์ททีวี

  • Firefox OS
  • my Home Screen 

Dimension : ขนาด

  • ไม่มีขาตั้ง 1457 x 844 x 64 mm
  • พร้อมขาตั้ง 1457 x 908 x 373 mm
  • น้ำหนัก 38.0 kg พร้อมขาตั้ง

ราคาเปิดตัว 129,990 บาท

 

ดีไซน์

ดีไซน์ของ Panasonic DX900 อาจะดูบึกบึนกว่า LED TV ตัวท็อปค่ายอื่นที่เน้นความบางเฉียบ เพราะมีหลอดไฟ LED กว่า 512 โซนเป็น Backlight เต็มแผงอยู่ด้านหลัง พร้อมพัดลมช่วยระบายอากาศ 4 ตัว ประมาณว่าอยากได้ประสิทธิภาพการดิมไฟให้ดำสนิทขึ้นก็ต้องแลกกับโครงสร้างทางกายภาพกันหน่อย มีฐานตั้งอยู่มุมซ้าย-ขวา จำเป็นต้องเผื่อที่ว่างของชั้นวางทีวีให้กว้างมากพอตัวหากต้องการตั้งทีวีบนโต๊ะหรือชั้นวาง ตัวเครื่องมีน้ำหนักค่อนข้างเยอะ ต่างจาก LED TV ทั่วไปที่จะบางๆเบาๆ หากจะยกต้องมีคนช่วยซัก 2-3 ท่านจะปลอดภัยสุด การแพ็กอุปกรณ์ต่างๆมาในกล่องผมยังยกให้ Panasonic เป็นเบอร์ 1 อยู่ในเรื่องนี้ มีความหนานแน่น เอาใจใส่ในรายละเอียด รู้สึกดีทุกครั้งเมื่อต้องแกะก่องทีวีตัวใหม่จากแบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นแบรนด์นี้ สุดท้ายคือรีโมทคอนโทรลให้มาทั้งหมด 2 แบบ คือแบบธรรมดาและแบบทัชแพดสำหรับควบคุม Smart TV 

หน้าตรงที่ดูบึกบึน

ฐานตั้งวางแบบกว้าง จำเป็นต้องทำการบ้านด้วยการเตรียมชั้นวางไว้ให้กว้างพอดี

ด้านข้าง ไม่หนา แต่ก็ไม่บางเท่าไหร่เพราะเป็น Full LED Backlight

ปุ่มกดด้านข้าง

ช่องต่อด้านหลังและด้านข้าง

ด้านหลัง

รีโมทคอนโทรลแบบทัชแพดและแบบปกติธรรมดา

 

ภาพ

สเป็คด้านภาพมีความละเอียดแบบ 4K Ultra HD 3840 x 2160 พิกเซล พร้อมชิพประวมลผล Studio Master Hexa Chroma Drive Pro ที่ประมวลผลการแสดงขอบเขตของสีได้ถึง 6 แกน ทั้งแม่สีหลัก RGB และเม่สีรอง CMY ตัวพาแนลแบบใหม่ Ultra Bright Panel 10 Bit ที่สว่างมากกว่าเดิม รวมถึงแผงหลอดไฟ LED แบบ Full Array LED Backlight ในโครงสร้างรังผึ้ง Honeycomb Structure ซึ่งมีหลอดไฟ กว่า 512 หลอด สามารถทำ Local Dimming ได้ละเอียดถึง 512 โซน ผสานกับแผ่นกระจายแสง Diffuser ที่ช่วยกระจายแสงสว่างให้สม่ำเสมอทั้งจอ ไม่เป็นกระจุกหรือกระหย่อมดั่ง Full LED รุ่นเก่า ด้านเมนูภาพ มีโหมดภาพสำเร็จรูปมากมาย และส่วนใหญ่มีการไฟน์จูนค่าต่างๆไว้ค่อนข้างดีเยี่ยมอยู่แล้ว ภาพที่ได้ตั้งแต่เริ่มจึงค่อนข้างถูกต้องเป็นธรรมชาติ สุดท้ายการันตีด้วยมาตรฐาน Ultra HD Premium รองรับอนาคตด้านภาพแบบ 4K กันไปยาวๆ ท่านที่เป็นสายฮาร์ดคอร์เรื่องภาพคงถูกใจมิใช่น้อย !

ได้ตราสแตมป์มาตรฐาน Ultra HD Premium แถมยังเป็นทีวี 4K ตัวแรกๆที่ได้รับรองจาก THX Certified Display

โครงสร้างหลอดไฟ LED Backlight แบบ Honeycomb หรือรังผึ้ง พร้อมแผ่น Diffuser สีขาวที่มีรอยปรุช่วยบังทิศทางไม่ให้สว่างเป็นจุดตามมตำแหน่งหลอดไฟ และช่วยกระจายแสงของหลอด LED ให้เปล่งออกมาอย่างสม่ำเสมอทั่วจอ เป็นอีกวิวัฒนาการของ Full LED Backlight ที่ช่วยให้ทีวีแสดงจุดมืดสนิทและจุดสว่างได้ดียิ่งขึ้น

 

ผมถ่ายจากบูธ Panasonic ในงาน IFA 2016 ที่กรุงเบอร์ลิน จะเห็นการดิมหลอดไฟ LED เป็นโซนๆถึง 512 โซน

เริ่มด้วยโหมดภาพสำเร็จรูปซึ่งจัดว่ามีโหมดให้เลือกเยอะมาก ส่วนโหมดที่ค่าแสงสีค่อนข้างแม่นยำสูงตั้งแต่ต้นก็ได้แก่โหมด Cinema, THX, Professional (ISF) สามารถนำไปใช้รับชมหนัง 4K, หนัง HD หรือดิจิตอลทีวีทั่วไปได้ทันทีโดยแทบไม่ต้องปรับแต่งค่าภาพเพิ่มเติมด้วยซ้ำ แต่หากปรับภาพเพิ่มอีกซักนิดก็จะได้ผลลัพธ์ระดับอ้างอิงเลยแหละ

โหมดภาพสำเร็จรูป แสงสีค่อนข้างถูกต้องแม่นยำ

โหมดภาพสำเร็จรูปที่ให้ค่าแสงสีเที่ยงตรงที่สุดคือ Professional 1 ภาพอาจจะไม่สว่างจับใจมากนัก แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานในห้องทั่วไป เอามาปรับภาพต่ออีกนิด ค่าแสงสีจะอยู่ใน “ระดับอ้างอิง” เลย “ระดับอ้างอิง” หมายถึง ทีวีจะให้ภาพได้ถูกต้องดั่งต้นฉบับ มีความสมจริงสูงสุด

โหมดภาพสำเร็จรูปที่ให้ค่าแสงสีเที่ยงตรงที่สุดคือ Professional 1 ภาพอาจจะไม่สว่างจับใจมากนัก แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานในห้องทั่วไป เอามาปรับภาพต่ออีกนิด ค่าแสงสีจะอยู่ใน “ระดับอ้างอิง” เลย “ระดับอ้างอิง” หมายถึง ทีวีจะให้ภาพได้ถูกต้องดั่งต้นฉบับ มีความสมจริงสูงสุด

หลังปรับภาพ : ค่าที่ได้อยู่ในเกณฑ์ดีเลิศที่สุด อยู่ในระดับ Reference อ้างอิงเลย เมนูปรับภาพออกแบบมาให้ใช้ปรับได้ง่าย เป็นอีกหนึ่งขวัญใจของนักปรับภาพ

Ultra HD Preium Certified

  • ระดับความสว่างสูงสุด 1150 Nits ซึ่งเกินมาตรฐาน 1000 Nits
  • ก่อนปรับภาพขอบเขตของสีกว้างถึง 95.8% ของ DCI-P3 มาตรฐานขอบเขตสีในโรงภาพยนตร์
  • หลังปรับภาพให้แสงสีถูกต้อง ขอบเขตก็ยังกว้างได้ถึง 95.5 % ของ DCI-P3 มาตรฐานขอบเขตสีในโรงภาพยนตร์
  • ซึ่งถือว่าเกิน 90% ของ DCI-P3 จึงทำให้ผ่านมาตรฐาน Ultra HD Premium แบบขาดลอย
  • จอเป็น 10 Bit แท้

 

ทดสอบภาพ

ทดสอบกับคอนเทนต์แผ่นหนัง 4K HDR แท้ๆ เล่นผ่านเครื่องเล่น 4K Blu-ray Player ประเดิมด้วย Batman V Superman : Dawn of Justice หนังเรื่องนี้ในรูปแบบ 4K HDR เป็นเรื่องที่ดีมากในสำหรับใช้ทดสอบคุณภาพของทีวี ในแง่ของฉากที่มืดมิดไว้ทดสอบความดำ ภาพเคลื่อนไหวเร็วๆในฉากต่อสู้ และสุดท้ายฉากฉายแสงสีต่างๆสำหรับทดสอบ HDR ผมใช้ฉากรองสุดท้ายที่เหล่าฮีโร่ทั้ง Superman, Batman, & Wonder Woman รวมพลังในการกำจัดวายร้ายอย่างเจ้า Doomsday ฉากหลังอันอืมครึมก็ถูกถ่ายทอดออกมาได้ดำสนิทคลุกเค้าเข้ากัยฝุ่นควันอันตลบอบอวล ตัดกับฉากแสงไฟสีส้มที่เปล่งออกจากตัวร้าย จุดนี้เองทำให้ DX900 แสดงพลานุภาพของ HDR ได้อย่าง “ทรงพลัง” ยิ่งฉากที่เจ้า Superman เอาหอกคริปโตรไนท์สีเขียวมรกตแทงทะลุเจ้าปิศาจร้าย ยิ่งแสดงความเก่งกาจในเรื่องความสว่างที่เจิดจรัสออกมาได้อย่างน่าทึ่ง แสงสีเขียวเป็นประกายตัดสลับกับลำแสงสีส้มที่เปล่งออกมาอย่างซาบซ่านพุ่งเข้าหาคนดูได้อย่าง “เร้าใจ” สรุปอย่างแรกว่า 4K HDR แสดงภาพได้อย่างดีเลิศ สอบผ่านเกรด 4 ฉลุย

จังหวะที่หอกคริปโตไนท์สีเขียวจรัสแสงแทงทะลุเจ้า Doomsday เป็นการขับศักยภาพ HDR ได้อย่างเร้าใจ !

ฉากประสานพลัง ระหว่างพี่ซุปกับเจ้า Doomsday แสง สี เสียงกระแทกใจ ! แอบนึกถึงการ์ตูนเรื่องดราก้อนบอลที่โกฮังปล่อยพลังคลื่นเต่าสู้กับเซลล์

หลังจากนั้นมาลอง Life of Pi แบบ 4K HDR เช่นกัน ฉากแมงกระพรุนในน้ำทะเลตอนกลางคืน พื้นผิวน้ำในจุดที่ควรดำสนิทก็ดำลึกได้ใจ ซึ่งต้องบอกว่าวิธีการดิมหลอดไฟ Backlight ทั้ง 512 โซนด้วยโครงสร้างแบบรังผึ้งที่ร่วมผนึกด้วยแผ่น Diffuser ช่วยกระจายแสงให้สม่ำเสมอกันทั้งจอ จัดว่าเรียบเนียนกว่า Full LED ทั่วไปพอสมควร การดิมถึงแม้ยังเป็นทรงสี่เหลี่ยมเป็นบล็อคให้เห็นอยู่บ้าง (หากสังเกตแบบจับผิด) แต่ก็ไม่ได้กระทบการรับชมจริงแต่อย่างใด รอบข้างที่ควรเป็นฉากดำก็ดำสนิท ไร้ซึ่งอาการแสงลอดให้เห็น พอตัดมาฉากปลาวาฬเรืองแสงตัวยักษ์ที่กระโดดทะยานขึ้นและกลับลงสู่ผิวน้ำอย่างรุนแรง จนสร้างแรงน้ำกระเพื่อมพาให้เจ้าหนุ่มพายพลัดตกลงจากแพ แสงสีฟ้าของปลาวาฬก็เฉิดฉายออกมาส่งเสริมความสง่างามให้กับเจ้าปลาวาฬไซส์ XXL ตัวนี้อย่างที่ผมไม่เคยสัมผัสได้ในแผ่น Blu-ray ธรรมดามาก่อน (SDR : Standard Dynamic Range)  อรรถรสการรับชมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ยอมรับว่าเวอร์ชั่น HDR ที่ถูกขับเคลื่อนด้วย DX900 มันพาเราไปสู่อีกมิติดั่งเรื่องเล่าของหนุ่มพายที่ค่อนข้างอิงนิยายจริงๆ เราสามารถปรับระดับความเข้มข้นของการดิมไฟอัตโนมัติตามฉากมืดสว่างหรือ Local Dimming ได้ที่เมนู Adaptive Backlight Control แนะนำให้เลือกระดับต่ำสุด จะช่วยให้การดิมหลอดไฟเป็นไปอย่างเรียบเนียน ไม่กระโชกโฮกฮาก สู่การสร้างระดับความสว่างและความดำที่เป็นธรรมชาติไร้รอยต่อ !

ฉากวาฬกระโดด น้ำกระเพื่อม ฉายแสงสีฟ้าอมน้ำเงินของเจ้าวาฬยักษ์ได้อย่างชัชวาลย์

ฉากถือตะเกียงไฟใน Maze Runners : Scorch Trials (4K HDR) ไฟในตะเกียวลุกวาวกำลังดี ในขณะที่รายละเอียดรอบข้างก็ไม่ถูกกลืนกินไป

มาทดสอบภาพ 2D แบบ 1080p ปกติกันบ้าง เรื่องอ้างอิงอย่าง Journey 2 : Mysterious Island ก็ถูกนำมาใช้โดยเฉพาะฉากหากินในช่วงที่คุณพ่อแฮงค์เดินทางใมาพบคุณปู่อเล็กซานเดอร์พร้อมฉากหลังเป็นแมกไม้นานาพรรณอันเขียวขจี เจ้า DX900 สามารถแสดงภาพออกมาอย่าง “มีพลัง” สีผิวของตัวละครมีความถูกต้อง มีความเนียนสะอาด พร้อมดีเทลแฝงที่ครบถ้วน การอัพสเกลภาพจาก 1080p มาเป็น 4K ก็ทำได้อย่างน่าประทับใจ รายละเอียดมีความใกล้เคียงกับความเป็น 4K แท้มากยิ่งขึ้น

เล่นภาพ Blu-ray 1080p อัพสเกลได้ดีมาก

วนโมชั่นภาพเคลื่อนไหว โดยพื้นฐานก็มีความเนียนตาใช้ได้อยู่แล้ว ตัวทีวีเองอ้างว่าเป็นระบบ 200Hz/ 240Hz แท้ มีฟีเจอร์ Intelligent Frame Creation (IFC) ในการเปิด/ปิดการแทรกเฟรมภาพเพื่อเพิ่มความลื่นไหล จากการทดสอบกับฉากลงบันไดของเฮียโลแกนจากเรื่อง X-Men 2 ระดับ Min นี่ให้ความสมดุลในเรื่องภาพเดลื่อนไหวได้ดีที่สุด ส่วนระดับ Med และ Max  จะก่อให้เกิดวุ้นเรืองแสงรอบๆวัตถุที่เคลื่อนไหว ความเป็นธรรมชาติหายไปหมด ดังนี้ก็ขอสรุปว่าฟีเจอร์แทรกเฟรมภาพ IFC ให้ปิดไปเลย หรือเปิดระดับ Min จะดีที่สุด…ฟันธงให้ !

ทดสอบภาพเคลื่อนไหวด้วยฉากลงบันไดจากเรื่อง X-Men 2 ให้เปิด IFC ระดับ Min ภาพจะลื่นสุดและยังคงความเป็นธรรมชาติเอาไว้ได้ด้วย

สรุปเรื่องภาพ Panasonic 65DX900T ให้ค่าแสงสีได้ถูกต้องแม่นยำอยู่ใน ระดับอ้างอิง” ปรับภาพง่าย ปุ๊บปั๊บลงล็อคหมด ค่าออกมาดีมากและภาพจริงก็ออกมาดีมากด้วยเช่นกัน ระดับความดำทำได้ดีด้วยโครงสร้าง Honeycomb Structure สามารถดิมไฟได้กว่า 512 โซน ในทางกลับกันก็พร้อมระเบิดพลังความสว่างที่ช่วยขับภาพ HDR ได้อย่างน่าประทับใจ หากให้ติก็อาจมีเรื่องมุมมองการรับชมที่หากนั่งตรง 90 องศาหน้าจอพอดีเป๊ะ ภาพจะเพอร์เฟกต์มาก แต่หากนั่งเฉียงหรือมุมมองไม่ได้ก็อาจจะเห็นข้อจำกัดอาทิการเกลี่ยแสงที่มีรอยจ้ำๆเล็กน้อยอยู่บ้าง (หากเปิดแพทเทิร์นสีขาวล้วน) แต่ทั้งนี้หากรับชมคอนเทนต์ทั่วไปแบบปกติก็จะไม่สังเกตเห็นข้อจำกัดเหล่านี้ โดยรวมแล้วเป็น LED TV ที่ให้ภาพดีเยี่ยมในลำดับหัวตาราง

หมายเหตุ : 

  • ด้วยเทคโนโลยี Full LED Local Dimming Backlight ระดับความดำของ DX900T ถึงแม้จะยังไม่เพอร์เฟ็กต์เท่า แต่ก็ค่อยๆ ขยับเข้าใกล้ระดับดำสนิทตามแบบฉบับของ OLED TV เข้าไปทุกที 
  • ระดับความสว่างของ DX900T นั้นสูงกว่า OLED TV เกือบเท่าตัว จึงให้ผลลัพธ์ต่อการแสดงผลแบบ HDR มากกว่า
  • การไฟน์จูนปรับภาพผ่านทีวีเครื่องนี้ให้ผลลัพธ์ที่ดีมากๆ ทั้งอินเทอร์เฟสที่เอื้อต่อการใช้งาน ไม่ส่งผลบิดเบือนหรือบดบังรบกวนในขั้นตอน calibrated จึงสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและเที่ยงตรง ซึ่งในประเด็นนี้หาทีวีเครื่องอื่นในปี 2016 มาเทียบเคียงไม่ได้เลย
  • Input Lag ต่ำที่สุดจะอยู่อยู่ที่โหมด THX Bright Room โดยอยู่ที่ราว 40 ms (ไม่เปิดใช้งาน Motion แทรกเฟรม) และ 50 ms (เมื่อเปิดใช้งาน Motion) ซึ่งผลลัพธ์ดีกว่าโหมดอื่นๆ ประมาณครึ่งหนึ่ง, ทั้งนี้ตัวเลือก Game Mode ไม่ได้ส่งผลกับ Input Lag แต่อย่างใด
  • สำหรับการรับชม HDR Content โหมดภาพ THX Cinema, THX Bright Room และ Professional ให้ความสว่างสูงที่สุด ซึ่งถือเป็นข้อดี เพราะโหมดภาพเหล่านี้ให้ความเที่ยงตรงสูง

เสียง

ระบบเสียงของ Panasonic มีกำลังขับ (10+10) + (10+10) รวมเป็น 40 Watts ซึ่งแต่ละข้างก็จะเป็นลำโพงคู่กับวูฟเฟอร์มาให้ มีโหมดเสียงสำเร็จรูปให้เลือกทั้ง Standard, Music, Ambience, User แต่ที่ลองแล้วฟังดีสุดคือโหมด Standard ผมทดสอบคุณภาพเสียงโดยใช้แผ่น Hitman : David Foster เพลง Look what you ve done to me ของ Boz Scaggs  เสียงเอื้อนของพี่แกตอนจบท่อนฮุคถือว่าสร้างอารมณ์ตราตรึงได้พอสมควร คือไม่ถึงขั้น Soundbar แต่ดีกว่าลำโพงทีวีทั่วไป (เยอะ) คือมีน้ำหนักความเอิบอิ่ม ไม่แห้งกร้านจนรำคาญ เสียงร้องชัดมีความชัดถ้อยชัดคำ ไม่กลืนหายไปกับเสียงดนตรี พอเปลี่ยนมาดูหนังเรื่อง Batman V Superman : Dawn of Justice ฉากรวมพลกัยปราบเจ้า Doomsday เสียงเพลงคลอกระหึ่มเบาๆพร้อมด้วยเสียงซาวด์เอ็ฟเฟกต์การต่อสู้ก็สามารถ “เอาอยู่” ให้ผู้ชมอย่างผมมีอารมณ์ร่วมลุ้นระทึกไปกับฉากแอ็คชั่นสุดมันส์ เพราะเสียงโครมครามนั้นมีน้ำหนักสมจริงจนก่อเกิดอรรถรส โดยรวมผมถือว่าดีกว่าลำโพงทีวีทั่วไปมาก แต่ก็ยังไม่ถึงขึ้นทีวีที่มี Speaker Bar ทั้งแท่งผนวกมาให้ด้วย จัดว่าไม่ผิดหวังหากจะเอามารับชมหนัง หรือรายการทีวีดิจิตอลแบบปกติ หรือหากอยากอัพเกรดคุณภาพเสียงโดยการซื้อ Soundbar ซักตัว ขอแนะนำให้ซื้อ Soundbar ระดับราคาซัก 12,000 บาทขึ้นไป ไม่งั้นความแตกต่างระหว่าง Soundbar รุ่นเริ่มต้นกับลำโพงทีวีอาจจะไม่ชัดเจนนัก

โหมดเสียงมีลูกเล่นยิ่บย่อยการปรับให้ไฟน์จูนเสียงให้ถูกใจ

ทดสอบกับเพลงของเฮีย Boz Scaggs

เพิ่มเติม

Panasonic DX900 ใช้ระบบปฏิบัติการ Firefox OS ถึงแม้อาจจะมีการอัพเดท User Interface เป็น my Home Screen เป็นเวอรชั่น 2.0 แต่หน้าตาและการใช้งานยังคงเป็นลักษณะเดิมที่เราคุ้นเคย และก็ยังคงมีแอพพลิเคชั่นระดับคุณภาพ โดยเฉพาะวีดีโอคอนเทนต์ ไว้ให้ดาวน์โหลดอย่างมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่ก็ต้องเสียเงินรับชม ประมาณว่าสมัครสมาชิกดูบุฟเฟต์รายเดือน มีตัวช่วยอำนวยความสะดวกอย่างรีโมทคอนโทรลแบบ Touchpad ที่ใช้ควบคุมการใช้งาน Smart TV ให้ง่ายดายยิ่งขึ้น ผมจะพรีวิวแอพส์ที่น่าสนใจให้ดูตามด้านล่างนี้

หน้ามรวมแอพส์ใน Smart TV

สามารถโหลดแอพส์เพิ่มเติมได้ที่ Viera App Market

Netflix ดูหนัง ดูซีรีส์ฝรั่งกว่า 10,000 เรื่อง

Movie Plus ดูหนังออนไลน์

MonoMaxx หรือดูหนังดอทคอมเก่านั่นเอง

YouTube มีเป็นมาตรฐานอยู่แล้ว

เกมส์ก็ออกแนวไม้ประดับหน่อย เล่นขำๆพอได้อย่างในรูปก็เกม Blackjack หรือป๊อก 21 บ้านเรา

สรุป

ข้อดี

  1. แสงสีทั้งก่อนและหลังปรับภาพอยู่ในเกณฑ์ดีเลิศระดับอ้างอิง นั่นหมายถึงท่านจะได้เสพภาพที่ถูกต้องของต้นฉบับอย่างแท้จริง
  2. ระดับความสว่างสูง ระเบิดพลัง HDR ออกมาได้อย่างเร้าใจ
  3. โหมดภาพสำเร็จรูปมากมาย เลือกให้เหมาะกับคอนเทนต์ได้เลย
  4. Honeycomb Structure + Diffuser ช่วยให้ระดับสีดำดีกว่า Full LED และ Edge LED ทั่วไปมาก
  5. ได้มาตรฐาน Ultra HD Premium รองรับอนาคตยาวไป

ข้อเสีย

  1. ดีไซน์ฐานตั้งกว้างมาก เกือบล้นชั้นวางมาตรฐาน LCDTVTHAILAND ต้องวัดขนาดชั้นวางที่บ้านให้ดี
  2. มีพัดลมติดตั้งอยู่ด้านหลังในการระบายความร้อน จะมีเสียงหึ่งเล็กน้อย แต่่แทบไม่กวนการรับชมจริง
  3. ตัวเครื่องมีน้ำหนักมาก ควรจะช่วยกันยกซัก 3 คน
  4. หากจะเล่น Youtube 4K จำเป็นจะต้องเปิดผ่าน web browser

 

Panasonic 65DX900T 4K HDR TV รุ่นท็อปประจำปี 2016

 

สรุป

Panasonic 65DX900T เป็น 4K HDR TV ตัวท็อปที่สามารถแสดงภาพได้อย่าง “ทรงพลัง” ทั้งระดับความสว่างที่มีอย่าเหลือเฟือในการยกระดับภาพ HDR ให้ไปได้สุดทาง ตลอดจนโครงสร้างหลอดไฟ LED แบบ Honeycomb Structure อันเป็นเอกสิทธิ์ที่ช่วยดิมไฟได้มากถึง 512 โซนช่วยส่งเสริมความดำสนิทในฉากมืดได้อย่างดีเยี่ยม เนื้อแท้ของภาพยังมีความเที่ยงตรงสูง “ระดับอ้างอิง” พร้อมโหมดภาพที่ได้รับการรับรองจาก 2 สถาบันด้านภาพระดับโลกอย่าง ISF และ THX ส่วนข้อติที่เป็นจุดให้ระวังคือฐานตั้งของทีวีนั้นค่อนข้างกว้างมาก เกือบจะล้นชั้นวางทดสอบของ LCDTVTHAILAND ด้วยซ้ำ ฉะนั้นหากจะติดตั้งแบบวางบนโต๊ะหรือชั้นวาง ก็ต้องเช็คให้ชัวร์ก่อนว่ากว้างพอไหม ? หรือจะแขวนผนังก็แนะนำขาแขวนแบบ Fixed คุณภาพดีจะรองรับน้ำหนักได้ดีกว่าพวกขาแขวนแบบ Slim เอาเป็นว่าท่านที่เป็นแฟนบอยของพานาฯคงชื่นใจเป็นที่สุดแน่นอน เพราะหลังจากสิ้นสุดยุค Plasma TV ก็ยอมรับว่าผลิต LED TV คุณภาพยังไม่ค่อยเข้าตาเสียเท่าไหร่นัก การที่ DX900T ตัวนี้ได้จุติลงมาในสมรภูมิทีวีปีนี้ คือการประกาศกร้าวเพื่อทวงบัลลังค์ราชันย์แห่งภาพคืนเสียที !

 

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้