มหาเทพจุติ !!! รีวิว Panasonic 58AX800T 4K Ultra HD จัดเต็มคุณภาพในระดับสตูดิโอ
หากจะกล่าวถึง “ทีวี” ที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงได้การยอมรับจากกลุ่มนักเล่น “ภาพ” ทั่วโลก แน่นอนว่าชื่อชั้นของ Panasonic ต้องติดอันดับต้นๆอย่างแน่นอน โดยเฉพาะความสามารถของทีวีรุ่นท็อปๆ ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งาน และมีความใกล้เคียงกับระดับ “อ้างอิง” หรือมาตรฐานที่ใช้กันในสตูดิโอทั่วๆไป เห็นได้จากในปีที่แล้ว Panasonic VT60 ที่เป็นพลาสม่าทีวีรุ่นท็อป ได้คว้ารางวัลทั้งจากในประเทศและต่างประเทศไปหลายชิ้น ทำให้หลายๆท่านคาดหวังถึงทีวีในปีนี้ ว่าจะสานต่อความสุดยอดของพลาสม่าทีวีที่ยุติการผลิตไปอย่างถาวรแล้ว ได้ดีเพียงใด !?
ผมได้มีโอกาสเห็นทีวีรุ่นนี้เป็นครั้งแรกในงานเปิดตัวไลน์อัพใหม่ของ Panasonic LED TV ในช่วงไม่กี่เดือนก่อน ได้เห็นความสามารถของทีวีไปบางส่วนแล้วก็ถือว่าน่าสนใจพอสมควร จนถึงวันที่ Panasonic 58AX800T ได้ส่งมาประจำการที่ออฟฟิศเพื่อทำการรีวิว ก็พบว่าตัวทีวีได้ถูกแพคมาในกล่องอย่างดี พูดถึงความแข็งแรงและเรียบร้อย ผมยังคงยกให้เป็นเบอร์หนึ่งถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดเช่นเคย หากท่านอยากเห็นทีวีที่คุณภาพยอดเยี่ยม คาดหวังภาพที่ดีในระดับสตูดิโอ ขอแนะนำให้เลื่อนลงมาอ่านรีวิวนี้ได้เลย ไม่ผิดหวังแน่นอน

Panasonic 58AX800T
– 4K Ultra HD ( 3840 x 2160 )
– 3D ( Active )
– Studio Master Colour
– Built-In Camera
– Wireless Lan Built-In
– My Home Screen
– Info Bar
– My Stream
– Display Mirroring
– Voice Interaction Pro
ขนาดหน้าจอที่วางจำหน่ายในประเทศไทย : 58″ , 65″
ดีไซน์

สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้จาก Panasonic ไม่ว่าจะเป็นรุ่นระดับล่างไปจนถึงระดับท็อป คือมาตรฐานการประกอบที่ทำได้ดีเสมอต้นเสมอปลาย ยิ่งเป็นรุ่นท็อปอย่าง AX800 ยิ่งหายห่วง (อ้างอิงว่ารุ่นท็อป เนื่องจาก AX900 คาดว่าในไทยจะไม่ได้นำเข้ามา) ทั้งวัสดุและการประกอบที่เราจะรับรู้ได้จากการสัมผัสตัวทีวีตั้งแต่ครั้งแรก ให้ความรู้สึกมั่นคงแข็งแรง ตัวดีไซน์เครื่องนั้นเน้นการออกแบบให้สวยงาม เรียกว่า “Premium Furniture Design” หรือการใช้เทคนิคการออกแบบให้ตัวทีวีมีความกลมกลืนไปกับเครื่องใช้ภายในบ้านได้เป็นอย่างดี แฝงความหรูหราเอาไว้ภายใน สำหรับขาตั้งตัวทีวีจะถูกออกแบบให้เอียงขึ้นเล็กน้อย ดังนั้นจะเหมาะสมกับการตั้งใช้งานกับโต๊ะที่มีความสูงไม่มากนัก
ในด้านการใช้งานให้รีโมทมาถึง 2 ตัวด้วยกัน ทั้งแบบปกติและแบบ Touch Pad สำหรับเลื่อนใช้งานกับฟังก์ชั่น My Home Screen ได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังมีปุ่มควบคุมตัวเครื่องอยู่ด้านหลังเช่นเคย หน้าจอทีวีขณะปิดเครื่องนั้นมีความดำสวยงามเหมาะกับห้องนั่งเล่นและห้องรับแขกเอามากๆ ขอบทีวีมีความบางคล้ายกรอบรูป ผนวกกับส่วนของขาตั้งที่กลมกลืนเป็นส่วนเดียวกัน









ปิดท้ายด้วยรีโมทคนโทรลทั้ง 2 แบบ สามารถเลือกใช้งานได้ตามสะดวก
ช่องต่อ
Panasonic ในซีรีย์ AX800 นั้นให้ช่องเชื่อมต่อมาค่อนข้างครบ และสิ่งที่พิเศษก็คือการมีช่อง DisplayPort มาให้ใช้งานด้วย ซึ่งทีวีแบรนด์อื่นๆ ไม่ได้ให้มาเลย นอกจากนั้นก็มี HDMI Input มาให้ถึง 4 ช่องด้วยกัน ( Input 4 จะรองรับการใช้งาน 4K ) ในส่วนของ USB ก็ให้มาถึง 3 ช่องต่อ สามารถรองรับการใช้ไฟสูงสุดถึง 900mA เพียงพอต่อการเสียบ External Harddisk เพื่อเล่นไฟล์หนัง , เพลง และรูปภาพ ในส่วนของ Analog ก็มีมาให้ครบทั้ง Compnent และ Composite มีแผนผังให้เราเสียบสายได้อย่างง่ายดาย
ช่องต่อทั้งหมดของ Panasonic 58AX800T
HDMI Input x 4
USB x 3
Display Port
Antenna
Ethernet
Composite
Component
Digital Audio Out ( Optical )


Panasonic 58AX800T ตัวนี้เป็นทีวีระดับ 4K Ultra High Definition กล่าวคือมีความละเอียดหน้าจอที่ 3840 x 2160 ซึ่งนับได้ว่ามีความละเอียดมากกว่าระดับ Full HD ทั่วไปถึง 4 เท่าด้วยกัน จึงทำให้เราได้ภาพที่คมชัดมากๆ แม้ขนาดของหน้าจอจะใหญ่ถึง 58 นิ้วก็ตาม การประมวลผลใช้ชิพ 4K Fine Master Engine ซึ่งสามารถอัพสเกลภาพจาก Full HD ปกติให้กลายเป็น 4K Ultra High Definition ได้อีกด้วย พร้อมทั้งระบบ 3D แบบ Progressive หรือที่เราคุ้นเคยกันเรียกว่า “3D Active” อีกอย่างก็คือเทคโนโลยี “Studio Master Colour” ซึ่งจะให้ตัวทีวีแสดงขอบเขตของสีได้กว้างกว่าทีวีทั่วไป ซึ่งจะกว้างจริงหรือไม่ เดี๋ยวเราจะใช้เครื่องมือวัดค่าออกมาให้ชมกันครับ

ภาพ
Pre-Calibration Panasonic 58AX800T :
ก่อนปรับภาพเป็นอย่างไร ?
เริ่มจากโหมดภาพสำเร็จรูปของ Panasonic 58AX800T ซึ่งมีให้เลือกใช้เยอะมาก ซึ่งแต่ละโหมดจะมีการปรับสีสันและค่าต่างๆให้เหมาะสมกับการใช้งาน รวมถึงพวก Aspect Ratio ที่เปลี่ยนตามๆกันไปด้วย ในที่นี้ผมลองใช้เครื่องมือ Calibrate ภาพ ร่วมกับโปรแกรม CalMAN 5 ทำการวัดอุณหภูมิสีในแต่ละโหมดพบว่าส่วนมากจะค่อนข้างบวกไปมากกว่า 6500k (ค่าอ้างอิงมาตรฐาน) เล็กน้อย ทำให้แนวภาพออกมาสว่างและอมฟ้า อมเขียวเล็กๆ แต่หากมองภาพรวมแล้ว ก็เป็นทีวีที่ให้ภาพดีมาตั้งแต่ต้น รายละเอียดของภาพขึ้นมาครบถ้วนดีกว่า LED TV รุ่นปีที่แล้วพอสมควร ส่วนอาการดำจมนั้นพบเจอบ้าง แต่น้อยมาก เทียบกับรุ่นอื่นๆ ซึ่งอาจต้อง Calibrate เพิ่มอีกเล็กน้อย แนะนำโหมดสำเร็จรูปอย่าง Profesional 1 หรือในตระกูล THX Cinema และ THX Bright Room รับชมได้เลย ไม่ผิดหวัง โดยเฉพาะห้องนั่งเล่นที่แสงสว่างมากๆ ตัวทีวีก็ยังสู้แสงและมีความดำของแบคกราวน์มาให้เราเห็นพอสมควร
อย่างไรก็ตาม Panasonic ถือเป็นแบรนด์ทีวีที่ให้ลูกเล่นรายละเอียดให้ปรับเยอะมากๆ จนเรียกว่าสามารถ Calibrate ให้ภาพออกมาได้ดังใจต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Gamma Point ที่เรามักจะไม่พบเห็นการปรับตั้งค่าส่วนนี้ แม้จะเป็นทีวีระดับท็อปของค่ายคู่แข่ง , White Balance และ Colour Magement System ที่อยู่ในทีวีระดับท็อปๆ สิ่งนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ทำไม Panasonic จึงมีคุณภาพของจอภาพในระดับที่ใช้อ้างอิงในสตูดิโอ ข้อสังเกตอย่างนึงที่อยากให้เห็นก็คือความกว้างของขอบเขตสีก่อนการ Calibrate จะอยู่ในระดับ Rec. 709 ซึ่งในจุดนี้ผมไม่ได้เปิดโหมด “Studio Master Colour” นะครับ เป็นการวัดแบบเดิมๆเลย แล้วเดี๋ยวเรามาดูกันว่าหลังเปิดใช้งานแล้วจะเป็นเช่นใด ( อ้างอิงจาก CIE ชาร์ตด้านล่าง )



| คุณภาพของภาพ | Panasonic 58AX800T |
| ความถูกต้องของสี (Pre-cal) | ปานกลาง |
| ความถูกต้องของสี (Post-cal) | ดีมาก |
| ขอบเขตการแสดงสี (Colorspace) | ดีมาก |
| โมชั่นภาพเคลื่อนไหว (เมื่อเปิดฟีเจอร์แทรกเฟรม) | ปานกลาง |
| การอัพสเกลภาพ (Resolution) | ดีมาก |
| แสดงสีดำ / คุมแบ็คไลท์ | ดี |
| ภาพ 3 มิติ | ปานกลาง |
| เสียง | ปานกลาง |
Post-Calibration Panasonic 58AX800T :
มหาเทพจุติ ?
ผลลัพธ์หลังจากการ Calibrate ทีวีรุ่นท็อปอย่าง Panasonic 58AX800T ตัวนี้ ทำออกมาได้อย่างดีตามความคาดหมาย หรือจะเรียกได้ว่า “Perfect” ก็คงจะไม่ผิดไปจากความเป็นจริง โดยเฉพาะสิ่งที่โดดเด่นอย่างที่สุด ก็คือขอบเขตของสี ( Color Space ) ที่ทีวีตัวนี้สามารถแสดงได้ ดีกว่าทีวีทุกตัวเท่าที่เราได้ทดสอบมาในปี 2014 ซึ่งอ้างอิงจากการเปิดใช้ฟังก์ชั่น “Studio Master Colour” ให้เป็น On จากกราฟจะเห็นได้ว่าความกว้างของขอบเขตสีนั้นกว้างขึ้นกว่าเดิมมาก เกือบจะเทียบเท่าระดับของ Rec. 2020 เลยทีเดียว ต้องถือว่าทาง Panasonic ทำได้ไม่ผิดหวัง ไม่ได้เป็นเพียงคำโฆษณาอย่างเดียว สามารถอ้างอิงจาก CIE Chart ด้านบนนี้ได้อย่างชัดเจน ซึ่งแน่นอนว่าตามทฤษฎีแล้วหากเป็น Rec. 2020 จะทำให้เราเห็นสีสันที่ไม่สามารถพบได้ในระดับ Rec. 709 ทั่วไป
อีกหนึ่งเรื่องที่ไม่พูดถึงก็คงจะไม่ได้ ก็คือระดับความคมชัดของภาพที่เมื่อเราเลือกปรับฟังก์ชั่น “Resolution Remaster” ให้เป็น On แล้ว ถือว่าระดับความคมชัดอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจมากๆ คมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หากเทียบการอัพสเกลภาพจาก 1080p ไปเป็น 2160p ต้องถือว่าทำได้ดีที่สุดจากทุกๆแบรนด์ที่เราได้เทียบมา ไม่ว่าจะเป็น LG 84UB980T หรือแม้แต่ Samsung UA55HU9000 ตรงจุดนี้หากมาสังเกตบนจอทีวีในระยะใกล้ ก็จะสามารถพบความแตกต่างได้เช่นกัน

จะอยู่ทางด้านขวา จะเห็นว่ากว้างกว่าเยอะพอควร




เรื่องแรกที่หยิบมาทดสอบคือ Lone Survivor หนังสงครามที่มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับทหารหน่วยซีลของอเมริกาต่อสู้กับสมุนของบิน ลาเดน จุดที่น่าสนใจก็คือฉากการต่อสู้ในป่า ตัว AX800 ถือว่าให้รายละเอียดในที่มืดได้ดี ผสมกับแนวภาพที่ดูกลมกล่อม สีสันของทีวีให้ความเป็นธรรมชาติสูง มีความสดอิ่ม แต่ก็ไม่ได้จัดจ้านเกินไปนัก ระดับความดำถือว่าดำลึกทีเดียว โดยข้อแนะนำคือตัว Adaptive Backlight Control ให้ปรับไว้ในระดับ Min ถือว่าเหมาะสม

Hunger Game ภาค Catching Fire เป็นอีกเรื่องที่แนวภาพเหมาะกับ AX800 เป็นอย่างยิ่ง โทนสีในเรื่องนี้จะออกแนวนุ่มๆ ไม่จัดจ้านมาก ประกอบกับฉากในป่าเขาค่อนข้างเยอะ ทำให้ตัวพาแนลแสดงประสิทธิภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ ไม่ค่อยเกิดอาการดำจม ยิ่งดูในห้องที่คุมแสงได้ ก็จะพบว่าเป็นการรับชมที่สบายตา ไม่ต่างจากในโรงภาพยนตร์เลย


ความสมจริงของสีผิวตัวละครในเรื่อง Journey2 ปกติจะมีอยู่ 2 จุดที่น่ากังวลก็คือ ใบหน้าติดแดงเกินไป หรือไม่ก็ขาวโพลนเกินไป แต่การบาลานซ์ระหว่างสองจุดนี้ ตัว AX800 กลับทำได้ค่อนข้างดี โดยเฉพาะในฉากที่ 5 ใบหน้าตัวละครหลายๆคนมีสีผิวที่แตกต่างกัน แต่ภายหลังการ Calibrate ก็ให้ความเป็นธรรมชาติตามแบบฉบับได้ยอดเยี่ยม มิติภาพในเชิงลึกทำได้ดี แต่ไม่ใช่ว่าจะทำได้ดีไปหมดทุกด้าน ขอยกตัวอย่างเรื่องที่ควรปรับปรุง นั่นก็คือการแสดงภาพเคลื่อนไหวในฉากแพนกล้อง กลับพบว่าทำได้ในระดับปานกลางเท่านั้น ฉากเคลื่อนไหวเร็วๆยังไม่ค่อยลื่นไหลเท่าที่ควร

ต้องบอกว่า “คมมาก” สำหรับการแสดงภาพในระดับ 2160p จากตัว AX800 มาดูใกล้ๆก็ยังคมอยู่ โดยเฉพาะการปรับ Resolution Remaster ให้เป็น On เส้นขอบบางชิ้นของตัววัตถุจะถูกเกลี่ยให้ไม่ฟุ้ง ต้องขอชมตัวชิปประมวลผลของตัวเครื่องที่ทำหน้าที่ได้ดี แม้จะทดสอบจากคอนเทนต์หลายๆตัว ก็ยังให้ผลลัพธ์ออกมาในทิศทางเดียวกัน



สำหรับการใช้งานด้าน Aspect Ratio เราก็ขอแนะนำเช่นเดิม คือเลือกแบบ 16:9 และทำการปิด Over Scan ก็จะให้ภาพที่เต็มหน้าจอทุกๆสัดส่วน ไม่ถูกคร็อปหายไป
ภาพ
Panasonic 58AX800T สามารถใช้งานระบบ 3D แบบ Active ได้ด้วย หากเราพิจารณาในด้านภาพ 2D ตัวทีวีให้ความคมของภาพยอดเยี่ยมอยู่แล้ว พอมาเป็น 3D ก็ถือว่ายังคมชัดไม่แตกต่างกัน ในด้านมิติภาพเชิงลึกทำได้ดี ส่วนในด้านการลอยของวัตถุถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง ทดสอบกับหนังภาพสวยอย่างพ่อมด Oz ระดับความสว่างของตัวจอภาพ เหมาะกับดูในห้องมืดๆจะให้ความรู้สึกที่ฟินมาก ติดอย่างเดียวคือตัวแว่นตาที่ตัวผู้เขียนเองสวมใส่แล้วรู้สึกไม่ค่อยสบายเท่าที่ควร แต่การกระพริบของแว่นถือว่าน้อย นั่งรับชมไปนานๆก็ไม่ได้มึนหัวอย่างที่เคยพบมาในทีวีรุ่นอื่นๆที่เป็น Active ก็นับว่าเทคโนโลยีนี้เริ่มอยู่ตัว พัฒนาไปไกลกว่า 3D Active ยุคแรกๆพอสมควรเลย




โดยส่วนตัวแล้ว ผมค่อนข้างชอบฉากปามีดพอสมควร โดยเฉพาะเมื่อดูกับทีวีที่คุณภาพดีๆแล้ว มันถือว่าได้อารมณ์มาก วันนี้ทาง AX800 ก็ยังทำได้ดี อยู่ในระดับที่ชมแล้วมีความตื่นเต้นอยู่มาก สิ่งที่ขาดหายไปบ้างก็คือมิติในเชิงลอย ที่จะไม่ได้ลอยออกมาแบบหวือหวาเหมือน 3D Passive แต่ก็ทดทนด้วยความคมแบบเหนือเมฆ หากให้เลือกทั้งสองแบบก็ตัดสินใจยากเหมือนกัน ออกแนวรักพี่เสียดายน้อง แต่โดยส่วนตัวแล้วผมจะชอบหนังที่ภาพคมๆมากกว่าครับ เพราะยิ่งคมชัดรายละเอียดในส่วนต่างๆก็จะยิ่งแสดงให้เห็นมากขึ้นไปด้วย ส่วนถ้าดูแบบไม่คิดมาก มิติการลอยของ AX800 ก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไรเลยฮะ แล้วท่านผู้อ่านล่ะครับ ชอบแบบไหนกัน ?

ทดสอบรับชมดิจิตอลทีวี
สำหรับ Panasonic 58AX800T ก็มี Digital Tuner แบบ DVB-T2 อยู่ในตัวซึ่งสามารถรับสัญญาณดิจิตอลทีวีได้ทันที แค่ต่อสายอากาศเข้าด้านหลังตัวเครื่อง แนะนำเป็นเสาก้างปลาจะดีที่สุด พื้นที่ทดสอบของเราอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร จึงยังได้ครบถ้วนทุกช่อง ความเร็วในการค้นหาสัญญาณก็อยู่เกณฑ์มาตรฐาน หน้าจอขนาด 58 นิ้ว แสดงความละเอียดแบบ 1080i ของช่อง HD ได้ชัดเจนทั้ง MCOT HD , 7 HD , 3 HD รวมถึง Thai PBS HD ที่คมชัดมากๆ ดังนั้นใครต้องการซื้อมารับชมฟรีทีวีทั้งหลาย ไว้ใจได้กับ Panasonic AX800 ตัวนี้ครับ ขอเพียงมีเสาอากาศรับสัญญาณแรงๆซักตัวก็พอแล้ว




แม้ว่าตัว AX800 จะมีอัตราการบริโภคพลังงานที่ไม่สูงมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีโหมด Eco Navigation มาให้ใช้งานด้วย สามารถเลือกใช้งานเพื่อประหยัดพลังงานในได้เช่นการปรับระดับแสงแบคไลท์ตามสภาพแสงในห้องรับชม ( แสงมากแบคไลท์มาก แสงน้อยแบคไลท์ต่ำ ) หรือการปิดทีวีอัตโนมัติเมื่อทีวีค้างหน้าจอ No Signal ไว้นานๆ สามารถเลือกใช้ได้ตามที่ต้องการเลยครับ

เสียง
หากถามว่าตัวลำโพงของ Panasonic AX800T ที่ใช้ระบบ VR-Audio ProSurround 2.1 ดีไหม ? ขอตอบว่าดีกว่าทีวีทั่วไปแน่นอน เพราะเพิ่มเสียงต่ำซับวูฟเฟอร์มาด้วย แยกเป็นลำโพง 2 ข้างซ้ายขวาและซับวูฟเฟอร์ 10 วัตต์ เนื้อเสียงนั้นเอามาดูหนังมันส์ใช้ได้ เปิดเสียงในระดับกลางๆค่อนไปทางสูงก็ยังเอาอยู่ มีโหมดเสียงให้เลือกใช้งานเยอะ สามารถปรับลูกเล่นเสียงต่ำเสียงสูง เลือก Balance ซ้ายขวา หรือจะเลือก Bass Boost ก็ยังได้ มีให้เล่นเยอะไปหมด แต่หากเทียบกับทีวีตัวท็อปของหลายๆแบรนด์แล้ว ยังเป็นรองอยู่เล็กน้อย ( นิดเดียวจริงๆ ) ในด้านความหนักแน่นของเสียง แต่อย่างว่า หลายๆคนซื้อทีวีระดับนี้มาก็ไม่ได้หวังคุณภาพของเสียงเท่าไหร่ เพราะตั้งใจเอามาต่อกับชุดโฮมเธียเตอร์อยู่แล้ว ดังนั้นผมจึงสรุปเอาว่าระบบเสียงของ AX800 ยังมีความเนียนอยู่ในเกณฑ์ที่ “ดี” สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันทั้งหลาย ตอบสนองได้ครบถ้วน


เพิ่มเติม
ในปีนี้ทาง Panasonic เพิ่มความสามารถ My Home Screen ของปีที่แล้ว ให้มีความคล่องตัวในการใช้งานมากยิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่ม Info Bar และ My Stream เข้ามา ซึ่งจะเป็นตัวช่วยจัดการหน้าจอส่วนตัวบนทีวีของเราให้ดียิ่งขึ้น เริ่มต้นจากขั้นแรกให้เราไปที่เมนู แล้วเลือกที่ User Setting จะมีหน้าจอให้จัดการ Account ของเรา เพื่อแบ่งการใช้งานในกรณีที่มีคนใช้ทีวีหลายคน ยกตัวอย่างเช่นที่บ้านมีคนใช้งานคือ พ่อ แม่ และลูกชาย ตัวทีวีจะจดจำหน้าจอของตัวเราไว้ ผ่าน “กล้อง” ที่ติดมากับตัวเครื่อง (จะเห็นเป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆด้านบน ช่วงกลางของจอทีวี) เมื่อทีวีบันทึกภาพไว้แล้ว ก็จะจดจำได้ว่าใครกำลังใช้งานอยู่ จะได้เลือกหน้าจอที่เหมาะสม ไม่ปนกัน







แอพดูหนัง สามารถดูหนังความคมชัดระดับ HD ได้ไม่จำกัด




สรุป
Panasonic 58AX800T ตัวนี้ถือเป็นตัวแทนของ LED TV ยุคใหม่ ที่กำลังมาทดแทน Plasma TV ที่ถูกดร็อปไปได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยความละเอียดของหน้าจอแบบ 4K Ultra HD 3840 x 2160 ที่ให้ความคมชัดแบบ “คมจริง ชัดจริง” มีขอบเขตการแสดงเฉดสีที่กว้างกว่าทีวีทั่วไปอย่างชัดเจน เทียบเท่าระดับ Rec. 2020 ยิ่งตอกย้ำว่าทาง Panasonic ไม่ได้มีดีแค่ Plasma TV เท่านั้น อาการดำจมที่เกิดขึ้นใน LED TV รุ่นท็อปของปีที่แล้วก็ถูกพัฒนาให้สามารถแสดงรายละเอียดได้ดียิ่งขึ้นในปีนี้ แนวภาพนวลตา มีความเป็นธรรมชาติสูง บวกกับมุมมองที่กว้างขวาง ภาพ 3D ที่คมชัด ตบท้ายด้วยลูกเล่น Smart TV ที่มีมาให้ใช้งานกันพอหอมปากหอมคอ แม้ว่าในด้านภาพเคลื่อนไหวและระบบเสียงอาจจะไม่โดดเด่นนัก แต่ส่วนผสมโดยรวมทั้งหลายลงตัว ก็ยังนับว่าเป็นอีกหนึ่งทีวีที่ยอดเยี่ยม คงต้องรอดูรุ่นพี่อย่าง AX900 ที่เปิดตัวมาเร็วๆนี้ ว่าจะเข้ามาจำหน่ายที่ไทยหรือไม่ ซึ่งผมเชื่อเหลือเกินว่าในรุ่นต่อๆไป Panasonic จะพัฒนา LED TV ให้ยอดเยี่ยม สร้างชื่อขึ้นมาไม่แพ้ตระกูล “VT” รุ่นเก๋าอย่างแน่นอน

ข้อดีของ Panasonic 58AX800T
– ขอบเขตการแสดงเฉดสีกว้างมาก เทียบเคียงระดับ Rec.2020 (กว้างกว่า 4K TV ทั่วไปในตลาด)
– สามารถ Calibrate ภาพเบื้องลึกได้อย่างละเอียด ถูกใจนักปรับภาพแน่นอน
– ความคมชัดของภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก เมื่อปรับ “Resolution Remaster” เป็น On
– มีกล้องบิวท์อิน การประกอบของตัวเครื่องทำได้ดี ใช้วัสดุที่ดูมั่นคง สมราคา
ข้อเสียของ Panasonic 58AX800T
– ภาพเคลื่อนไหวถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง
– ระบบ Smart TV ใช้งานยาก ยังต้องอาศัยความคุ้นเคยในการใช้งาน
– ระบบเสียงยังถือว่าไม่ค่อยโดดเด่นนัก