ข้ามไปที่เนื้อหา
|

รีวิว Acoustic Research AR-M2 และ KEF M500 สุดยอดเครื่องเล่นไฟล์ไฮเอ็นด์ ที่จะมาเขย่าวงการคนชอบพกพา

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 19 Jan 2022 0 ความคิดเห็น

ด้วยพฤติกรรมการอยู่อาศัยที่เปลี่ยนไป จากบ้านเดี่ยวสู่คอนโดหรือหอพักกลางเมืองใหญ่ ทำให้พฤติกรรมการฟังเพลงของใครบางคนอาจจะต้องเปลี่ยนจากลำโพงมาเป็นหูฟัง เพราะจะเปิดดังเท่าไรก็ได้โดยไม่ทำให้ข้างห้องรำคาญ (เว้นแต่ว่าใครจะอยู่คอนโดแบบเหมาชั้นนะครับ) สาเหตุเหล่านี้ทำให้ตลาดเครื่องเล่นแบบพกพาและหูฟัง ดูน่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ 

ไม่เพียงแต่หูฟังเท่านั้น การจะเซ็ตชุดฟังเพลงพกพาแบบไฮเอ็นด์ให้ครบองค์ เราจำเป็นที่จะต้องมีแอมป์และเพลเยอร์ที่มีประสิทธิภาพด้วย แน่นอนว่า Acoustic Research AR-M2 เครื่องที่ผมกำลังจะรีวิวให้ชมนี้ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกขั้นเทพที่บรรดาคนรักหูฟังต่างให้ความสนใจ และกำลังเป็นที่พูดถึงอยู่ในขณะนี้

 

AR-M2 เป็น DAP (Digital Audio Player) ที่ควบรวมเอาแอมป์หูฟังประสิทธิภาพสูงเข้าไว้กับชิพ DAC รุ่นเรือธง Burr-Brown PCM1794A ไว้ในเครื่องเดียว ซึ่งค่อนข้างจะได้เปรียบกว่าการที่เราเอาเพลเยอร์หนึ่งตัวมามัดรวมกับแอมป์อีกหนึ่งตัว อย่างที่หลายๆ คนกำลังทำกันในปัจจุบัน

DAP ตัวนี้จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 4.3 (Jelly Bean) และซีพียู Quad-Core ซึ่งทางผู้ผลิตไม่ได้ระบุว่าเป็นชิพของค่ายไหน ด้านในติดตั้งแอพฯเล่นเพลงที่ทาง Acoustic Research ตั้งใจพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้รองรับกับไฟล์หลากหลายรูปแบบ ที่เด่นๆ ก็เห็นจะเป็น FLAC ที่บิตเรต 24-bit/192 kHz ได้ต่อเนื่องกว่า 9 ชั่วโมง นอกนั้นก็พวกไฟล์ยอดนิยมทั่วไปอย่าง WAV, AIFF, MP3 เป็นต้น โดยตัวเครื่องจะพกเอาหน่วยความจำมาจากโรงงานทั้งหมด 64GB และสามารถใส่ Micro SD Card เพิ่มเติมได้สูงสุดถึง 128GB ด้วยกัน

Acoustic Research AR-M2
High Resolution Music Player


  • รองรับการเล่นไฟล์ Hi-Res Audio หลากหลายรูปแบบ อาทิ FLAC, AIFF, DSD, DXD
  • ใช้ชิพ DAC ประสิทธิภาพสูง Burr-Brown PCM1794A
  • ตัวเครื่องมาพร้อมกับแอมป์หูฟังในตัว
  • มีหน่วยความจำในตัว 64GB และสามารถเพิ่มได้สูงสุด 128GB ผ่านทาง Micro SD-XC Card
  • แบตเตอรี่สามารถเล่นไฟล์ Hi-Res ได้ต่อเนื่องสูงสุดกว่า 9 ชั่วโมง ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

นอกจากเพลเยอร์ไฮเอ็นด์ตัวนี้แล้ว ทาง Sound Republic ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ยังส่งหูฟังตัวเทพจากแบรนด์ KEF รุ่น M500 มาให้ทดสอบคู่กันอีกด้วย ซึ่งสินค้าทั้งสองตัวมีค่าตัวตามนี้ครับ

Acoustic Research AR-M2
ราคาตั้ง 39,990 บาท

KEF M500
ราคาโปรโมชั่น 13,900 บาท จาก 17,900 บาท

 

ดีไซน์

 

แกะกล่องออกมาก็เจอตัวเครื่องวางลงล็อคอยู่ในช่องโฟมสีดำแบบพอดีตัว เมื่อหยิบเครื่องออกมาด้านล่างก็จะเป็นที่อยู่ของสารพัดอุปกรณ์ที่มาพร้อมเครื่องซึ่งก็ได้แก่ซองผ้าสีดำกำมะหยี่, สาย microUSB, อะแดปเตอร์ชาร์จไฟพร้อมหัวแปลง 3 แบบ

 

ตัวเครื่องเป็นจอกระจกกันรอยขีดข่วนแบบเต็มพื้นที่ ขอบข้างเป็นสแตนเลสทนทานเหมือนบรรดาสมาร์ทโฟนราคาแพง และด้วยความที่ด้านในเครื่องมีแอมป์หูฟังบิ้วท์อินมา ตัวเครื่องเลยค่อนข้างที่จะหนักพอสมควรเมื่อเปรียบเทียบกับโทรศัพท์มือถือของทีมงาน

 

ด้านหลังเครื่องเป็นพลาสติกแข็งลายคล้ายโลหะ ฝังด้วยแถบกระจกสีดำเงาสกรีนโลโก้แบรนด์สุดหรู

 

ด้านบนเป็นตัวหมุนเพิ่ม-ลดเสียง ตามแบบเครื่องเล่นไฮเอ็นด์ทั่วไป

 

ด้านล่างจะเป็น LINE OUT ไว้ต่อออกลำโพง ตรงกลางเป็นช่องเสียบพอร์ต Micro USB สำหรับถ่ายโอนข้อมูลและชาร์จแบตเตอรี่ และสุดท้ายทางขวามือคือช่องเสียบหูฟัง

 

ก่อนจะไปรีวิวเสียงวกมาดูหูฟัง KEF M500 ที่ส่งมาทดสอบคู่กันสักหน่อยครับ

ตัวหูฟังมีขนาดฟูลไซส์ครอบหูกำลังพอดี ตัวโครงเป็นอะลูมิเนียมแข็งแรงหายห่วง ฟองน้ำครอบหูและบริเวณโครงคาดด้านบนบุด้วยหนัง ทำให้เวลาสวมใส่ค่อนข้างสบายไม่หนีบหูมาก ผมทดลองใส่ต่อเนื่องเป็นเวลา 1-2 ชั่วโมง ก็ไม่รู้สึกร้อนหู

 

บริเวณข้อพับดูแข็งแรงทนทานมาก สามารถพับเก็บเข้าล็อคได้เพื่อลดขนาดให้สะดวกต่อการพกพา

 

สายหูฟังสามารถถอดเปลี่ยนได้ น่าจะถูกใจขาอัพเกรดกันทีเดียวครับ

ทั้งหมดนี้ก็คืองานดีไซน์หลักของทั้ง KEF M500 และ Acoutic Research AR-M2 โดยทั้งสองตัวนั้นมีรัศมีไฮเอ็นด์จับทั้งคู่ ทำออกมาได้สมราคาจริงๆ เพราะนอกจากจะแข็งแรงทนทาน ยังให้ความสวยงามหรูหราและเติมเสน่ห์ให้กับผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี

หลายท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมช่วงนี้ในวงการเครื่องเสียงมีแต่คนพูดถึง Hi-Res กันอยู่ตลอด โน่นก็ Hi-Res นี่ก็ Hi-Res มันคืออะไรกันหนอ? อธิบายกันแบบง่ายๆ Hi-Res ก็คือคำเรียกสั้นๆ ของ Hi-Resolution Audio ที่เป็นมาตรฐานใหม่ในการฟังเพลงยุคปัจจุบัน ด้วยความที่เราสามารถผลิตสื่อเก็บข้อมูลความจุมโหฬาร ในขนาดเล็กๆ ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่มีทางเลือกน้อย ไม่ซีดีก็เทปคาสเซ็ต ทำให้เราต้องลดทอนขนาดข้อมูลลง จากที่บันทึกมา 100% ก็จะโดนตัดเหลือ 50% อะไรประมาณนี้

ทว่าในตอนนี้เรามีทั้งแฟลชไดร์ฟ มีทั้งฮาร์ดดิสก์ขนาดเล็กที่ความจุบิ๊กเบิ้ม ทำให้เราไม่จำเป็นที่จะต้องลดขนาดไฟล์ที่จะบันทึกมากนัก อัดมา 100% ก็อาจจะได้สัก 70-80% ไปฟังสบายๆ หรือสำหรับไฟล์ Hi-Res ที่เป็น Studio Master ก็อาจจะได้คุณภาพเกือบ 100% คล้ายว่านั่งฟังในห้องอัดเลยก็ว่าได้ แน่นอนว่าถ้าให้เราเลือกฟัง เราก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดอยู่แล้วใช่ไหมครับ? นี่จึงเป็นที่มาของ Hi-Res Audio เทรนด์ฟังเพลงแบบใหม่ที่กำลังมาแรงในตอนนี้นั่นเอง

 

ถ้าอ่านแล้วงงก็ดูชาร์ทนี้ได้เลยครับ เป็นการแสดงปริมาณข้อมูลต่อวินาทีในรูปแบบไฟล์ต่างๆ ซึ่งไฟล์ Hi-Res ก็คือบรรดาไฟล์ 24-bit ทั้งหลายนั่นแหละครับ

 

เสียง

 

ด้วยความที่เป็นเครื่องใหม่แกะกล่อง ก็เลยต้องมีการเล่นเบิร์นให้กระแสอิเล็กตรอนได้ไหลผ่านวงจรในเครื่องกันสักหน่อย ซึ่งเพลงที่ผมใช้เบิร์นก็บรรดาแทร็คที่แถมมาในเครื่องนั่นแหละครับ บวกกับแทร็ค Hi-Res ที่ผมได้ทำการดาวน์โหลดเก็บไว้จากช่วงแจกฟรีบ้าง ซื้อเก็บไว้จาก HDTrack บ้าง ก็เปิดวนๆ กันไปเรื่อยเอาแค่พอแบตหมดแล้วจึงเสียบชาร์จให้มันตื่นขึ้นมาใหม่รอการทดสอบ

 

ผมเริ่มฟังแทร็คแรกด้วย Janis Ian – Guess You Had To Be There โดยเปิดเทียบกับการเสียบเล่นตรงจาก MacBook ซึ่งผลต่างก็ไม่ต้องคาดเดาครับ ปริมาณเนื้อหนังที่ได้จากการเล่นผ่าน AR-M2 นั้นกินขาดหลายช่วงตัวทีเดียว น้ำหนักเครื่องเคาะจากช่วงอินโทรไปจนถึงท่อนคอรัสที่เราสัมผัสได้จากการเล่นผ่านคอมพิวเตอร์จะดูบางเบา แม้จะเร่งเสียงให้ดังแต่ก็ใช่ว่าจะทำให้มวลเสียงดีขึ้นแต่อย่างใด ได้มาเพียงความอึกทึกที่ทำให้เราเริ่มที่จะรำคาญเพียงเท่านั้น

กลับกันเมื่อมาทดลองฟังผ่าน AR-M2 ตัวแอมป์หูฟังที่ติดตั้งอยู่จะช่วยขับเค้นเนื้อเสียงออกมาปะทะเข้ากับโสตประสาทเราจนสัมผัสถึงความหนักเบาจากการสั่นพ้องของเครื่องดนตรีที่เล่นอยู่ และเมื่อลองเปิดแทร็ค Alexis Cole – Whip-Poor-Will ที่เป็นแทร็คโวค่อลแจ๊สซึ่งมีเซลโล่เป็นตัวคุมจังหวะ ซึ่งหากลองฟังกับลำโพงธรรมดาเราจะพบว่าตัวเสียงของนักร้องจะโดนเซลโล่กลบไปอยู่ด้านหลังเวที

 

หน้าตาของชิพ DAC PCM1794a จาก Burr-Brown

แต่เมื่อได้ฟังผ่านชิพ DAC Burr-Brown 1794a และแอมป์ประสิทธิภาพสูงที่ทำงานเข้าขากันภายในวงจรของ AR-M2 ตัวนี้ จะทำให้มิติเสียงถูกเกลี่ยให้พอดีกัน เสียงร้องก็พุ่งตรงขึ้นมาตามจังหวะที่เหมาะควร ทางด้านเบสและเมโลดี้อ้วนๆ จากบาริโทนแซ็กโซโฟนก็คอยเย้าแหย่กันแต่พอควรไม่ขึ้นมากลบนักร้องเหมือนเสียบฟังผ่านเพลเยอร์อื่นที่ไม่มีแอมป์

 

รูปภาพขณะทำการทดสอบเทียบกันระหว่างฟังจากแล็ปท็อปธรรมดา กับการฟังผ่าน AR-M2

แน่นอนว่าประสิทธิภาพเสียงที่ออกมาน่าสนใจขนาดนี้ จะยกเครดิตให้กับตัวเพลเยอร์อย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะตัวหูฟัง KEF M500 ที่ทางผู้ผลิตส่งมาทดสอบคู่กัน ก็ตอบสนองการทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นเดียวกัน เพราะตัวหูฟังเป็นแบบปิดกันลมออก ซึ่งจะเสียเปรียบเรื่องปลายเสียงที่อาจจะเปิดสว่างฟังสบายได้ไม่เท่าหูฟังที่มีไดร์เวอร์แบบเปิด แต่ทว่ามันกลับลงตัวเข้ากับคาแร็คเตอร์ของเพลเยอร์อย่างพอเหมาะ ทำให้ทั้งสองตัวทำงานเข้าขาขับกล่อมคนฟังจนทำเอาลืมเวลาไปเลยในบางที

 

 

ลูกเล่น

หากจะพูดถึงแต่เรื่องเสียงไม่เอ่ยถึงความลื่นไหลของการใช้งาน Android 4.3 ที่เป็นระบบปฏิบัติการณ์หลักของตัวเครื่องเลยก็ดูจะกระไรอยู่ แม้ว่าจะเป็นเวอร์ชั่นที่ดูล้าหลังไปหน่อยเพราะตอนนี้เรากำลังวิ่งเข้าสู่ Android 5.1 กันแล้ว แต่การใช้งานต่างๆ ก็ไม่ได้มีปัญหาติดขัดอะไรมาก เพราะเป็นเวอร์ชั่นที่ถูกปรับแต่งให้เหมาะสำหรับการติดตั้งบนเพลเยอร์โดยเฉพาะ โดยทีมงานของ Acoustic Research

 

ขนาดตัวเครื่องที่พอดีมือและจอทัชสกรีนขนาด 5″ ช่วยให้เราเลือกเล่นเพลงได้เต็มอารมณ์

ทว่าสำหรับนักเล่นมือเก๋าที่คันไม้คันมืออยากจะลองโหลดเซ็ตแอปพลิเคชั่นฟังเพลงชื่อดัง อย่างเช่น PowerAmp, ViPER4Android และ Noozxoide EIZO-rewire™ ก็ดูจะต้องใช้วิธีที่ซิกแซ็กนิดหน่อย เพราะว่าตัว OS ของ AR-M2 ไม่ได้ติดตั้ง Play Store มาให้ ต้องหาโหลด .apk มาโยนเข้าไปติดตั้งกันเอง(โชคดีที่ยังมี File Manager มาให้ใช้)

 

สรุป

จากที่ได้คลุกคลีอยู่กับ Acoustic Research และ KEF M500 อยู่เป็นเวลาเกือบสองสัปดาห์ บอกกันตรงๆ เลยนะครับว่าทั้งสองตัวเป็นชุดฟังเพลงแบบพกพาที่ให้ประสิทธิภาพยอดเยี่ยมที่สุดชุดหนึ่ง 

ด้วยฟีเจอร์การเล่นไฟล์ Hi-Res เกือบครบทุกนามสกุล ผ่านมาทาง Burr-Brown DAC ประสิทธิภาพสูง เพื่อแปลงสัญญาณจากดิจิตอลเป็นอะนาล็อกแล้วส่งไปยัง Headphone Amp. ที่บิ้วต์อินมาภายใน เพื่อขับเสียงออกไปยังปลายทางแบบเต็มๆ ไม่ถูกลดทอนจากการต่อพ่วงใดๆ ทำให้ AR-M2 เป็น DAP ในฝันที่ชาวหูฟังทั่วทั้งโลกต่างถวิลหาอยากเป็นเจ้าของ

 

ทว่าด้วยความที่ตัวเพลเยอร์ถูกออกแบบมาให้เป็นเครื่องเล่นไฟล์มีเดียเพียงอย่างเดียว ฉะนั้นมันจึงถูกลดทอนฟีเจอร์เสริมอื่นๆ ออกไปจาก Android OS ที่ลงมาในเครื่อง อย่างเช่น Play Store ออกไป แต่ผมเชื่อว่าชาวออดิโอไฟล์สามารถหาทางลากแอปฯ อื่นมาลงกันได้อยู่แล้ว ไม่เกินความสามารถแน่นอน 

อีกเรื่องที่ดูจะต้องหยุดคิดก็คือราคาค่าตัวที่ค่อนข้างสูง แต่ผมเชือว่าหากท่านเป็นหนึ่งคนที่รักในการฟังเพลงจากหูฟัง และใฝ่ฝันที่จะได้รับประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมแต่ไม่อยากที่จะมัดทั้งแอมป์ ทั้งเพลเยอร์ และ DAC รวมกันเป็นก้อนๆ แล้วพกไปไหนมาไหน นี่คือคำตอบที่ใครหลายคนกำลังตามหา เป็นเพลเยอร์เครื่องเดียวจบ ได้ทั้งนิยามแบบเครื่องเสียงไฮเอ็นด์และความสะดวกสบายในการพกพาในเครื่องเดียว

ข้อดี
– เนื้อเสียงมาเต็มประสิทธิภาพจากการทำงานร่วมกันของ DAC และ Headphone Amp. ภายในเครื่อง จัดหนักทุกไฟล์ Hi-Res ได้ฟังแล้วจะเคลิ้มจนลืมเวลา
– งานดีไซน์ตัวเครื่องหรูหราไฮเอ็นด์ ดูสมราคา ซึ่งนอกจากจะดูดีแล้ว ตัวเครื่องยังแข็งแรงทนทาน ไม่งอง่ายแน่นอน
– หน่วยความจำในตัวเริ่มต้นมา 64GB พร้อมกับยังเพิ่มได้อีกสูงสุด 128GB ผ่านทาง microSD Card ถ้าตีว่าขนาดเพลง Hi-Res ไฟล์นึงเฉลี่ยอยู่ที่ 100MB ก็น่าจะฟังได้สัก เกือบๆ 2,000 เพลง น่าจะพอฟังไปกลับ กรุงเทพ-นิวยอร์ค ได้สบายๆ(ถ้าแบตฯไม่หมดซะก่อน)


ข้อเสีย
– ตัวเครื่องเป็น Android 4.3 ที่ถูกปรับแต่งมาสำหรับเพลเยอร์โดยเฉพาะ จึงไม่มี Play Store มาให้ ต้องหาทางซิกแซ็กเอาถ้าหากอยากจะลงแอปฯ นอกเหนือจากที่ติดตั้งมาให้ในเครื่อง สำหรับท่านที่ชอบการโมดิฟาย
– ถ้ามีพอร์ต Digital Out มาเพิ่มอีกสักพอร์ตจะทำให้เพลเยอร์เครื่องนี้สารพัดประโยชน์มากขึ้นไปอีกขั้น

 

Acoustic Research AR-M2
ราคาตั้ง 39,990 บาท

KEF M500
ราคาโปรโมชั่น 13,900 บาท จาก 17,900 บาท

 

 

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้