รีวิว BenQ TK800M 4K HDR Projector ปรับเปลี่ยนเพิ่มความคุ้มค่า ภาพดียิ่งขึ้น พร้อมรองรับ HLG !!
BenQ TK800M 4K/UHD HDR DLP Projector

ปรับเปลี่ยนเพิ่มความคุ้มค่า ภาพดียิ่งขึ้น พร้อมรองรับ HLG !!

BenQ ถือเป็นผู้บุกเบิกโปรเจ็คเตอร์ 4K HDR ราคาคุ้มค่า โดยเปิดตัว TK800 ในปี 2018 ก่อนจะอัพเกรดกลายมาเป็นรุ่น TK800M ในปี 2020 เพื่อตอบสนองการใช้งานสอดรับกับเทคโนโลยี HDR ที่หลากหลายยิ่งขึ้น…

ตั้งเทียบ TK800M กับ TK800 รูปลักษณ์ภายนอกมองไม่เห็นความต่าง

มองด้านบนก็เหมือนกัน อาจกล่าวได้ว่า TK800M อิงบอดี้เดียวกับ TK800 เดิม ทว่าความสามารถที่ซ่อนอยู่ภายในต่างหากที่สำคัญ… รีวิวนี้จะมาพิสูจน์ว่า TK800M “ดีกว่า” อย่างไรบ้าง ติดตามกันได้เลย
ดีไซน์

แผงหน้าสีฟ้าสดใสตัดกับตัวเครื่องสีขาวดังที่คุ้นเคยจากรุ่น TK800 วางตำแหน่งเลนส์ฉายไว้ที่ฝั่งขวาหลบลึกเข้าไปด้านใน ช่วยคุมแสงเล็ดลอดรบกวนออกไปโดยรอบ ถัดไปเกือบสุดขอบขวา เป็นตำแหน่งเซ็นเซอร์รับสัญญาณรีโมต IR และโลโก้ยืนยันความสามารถรองรับสัญญาณภาพความละเอียด 4K HDR

หากวิเคราะห์ไปที่ลักษณะโครงสร้าง Optic ของเลนส์ฉาย จะพบว่าของ TK800M จะนูนออกมามากกว่า TK800 นิดนึง ซึ่งก็สัมพันธ์กับสเป็คที่แจ้งเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเลนส์ (ไปจนถึงระยะซูม) นั่นเอง

เหนือเลนส์เป็นตำแหน่ง กระบอกปรับ Focus และ Zoom แต่ยังไม่มีฟีเจอร์ Lens Shift ที่ช่วยชดเชยปรับตำแหน่งการฉายแบบรุ่นราคาสูง

ปุ่มควบคุมต่างๆ ที่ตัวเครื่อง จัดวางไว้ด้านบนเยื้องไปด้านหลัง มีเซ็นเซอร์รับสัญญาณรีโมท IR กรณีที่คว่ำโปรเจ็คเตอร์แขวนบนเพดานได้ดียิ่งขึ้น

ตัวเครื่องฝั่งขวา (เมื่อมองจากด้านหน้า) เป็นตำแหน่งช่องพัดลมดูดอากาศเข้า และยังมีลำโพงพร้อมภาคขยายกำลังขับ 5 วัตต์ (Mono) อยู่ด้วย

ลมร้อนจะถูกเป่าออกทางด้านซ้าย

ด้านล่างมีขารองรับ 3 จุด ขาคู่ด้านหลัง ใช้ปรับระดับโปรเจ็คเตอร์ให้ได้แนวระนาบ กรณีตั้งวางพื้นราบอย่างบนชั้นหรือโต๊ะ

ส่วนขาด้านหน้า ใช้กรณีที่ต้องการปรับแหงนหน้าโปรเจ็คเตอร์ขึ้น

รีโมตคอนโทรลสีขาว มีไฟ Backlit สีส้ม สามารถมองเห็นปุ่มได้ชัดแม้ในที่มืด
ช่องต่อ
จำนวนช่องต่อรับสัญญาณของ TK800M ยังคงเหมือนกับรุ่น TK800 ประกอบไปด้วย HDMI Input จำนวน 2 ช่อง

โดย HDMI In 1 เป็น Version 2.0 (with HDCP 2.2) รองรับสัญญาณภาพความละเอียดสูงสุดที่ 4K/60Hz พร้อม HDR แนะนำให้เชื่อมต่อ 4K HDR Blu-ray Player หรือ 4K HDR PC/Game Console ที่ช่องนี้ ส่วน HDMI In 2 เป็น Version 1.4 (with HDCP 1.4) รองรับสัญญาณภาพความละเอียดสูงสุดที่ 4K/30Hz หรือ 1080p/60Hz
ช่องรับสัญญาณภาพลำดับถัดมา คือ VGA (PC) In เผื่อว่าจำเป็นต้องใช้เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าๆ รองรับความละเอียดสูงสุด 1920 x 1200 @60Hz สามารถรับและส่งสัญญาณเสียงอะนาล็อกทางช่อง Audio In/Out แบบ 3.5 mm ได้ด้วย
และยังมี USB, DC 12V Trigger และ RS232 สำหรับการเชื่อมต่อหลากหลาย รองรับระบบ Home Automation

หลายท่านคงสงสัยว่า ช่องต่อ USB ที่ TK800M มีไว้ทำอะไร? กรณีที่ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริม Wireless HDMI Dongle หรือ Google Chromecast ช่องต่อ USB จะเอาไว้จ่ายกระแสไฟ DC 5V นั่นเอง
เพิ่มเติม

TK800M ได้รับการปรับปรุงโครงสร้างเลนส์ฉายให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น การแสดงภาพจะคมชัดและมีอัตราคลาดสีน้อยลง

แต่การปรับโครงสร้างเลนส์ก็ทำให้ระยะฉายเปลี่ยนแปลงไปบ้าง เช่น หากต้องการฉายกับจอรับภาพขนาด 100 นิ้วเท่าเดิม TK800M จะต้องการระยะถอยไกลขึ้นเล็กน้อย จากเดิม 3.25 ม. ในรุ่น TK800 เป็น 3.32 ม. นอกจากนี้ระยะซูมที่สั้นลงการปรับตั้งตำแหน่งโปรเจ็คเตอร์จะทำได้ไม่ยืดหยุ่นเท่าเดิม แต่ประเด็นนี้คงไม่ส่งผลกับการใช้งานในห้องตามบ้านทั่วไปนัก

จุดหนึ่งที่เห็นได้ชัดว่า TK800M ได้รับการปรับปรุงดีขึ้นกว่ารุ่น TK800 คือ พื้นที่แสงลอดที่บริเวณขอบจอรับภาพ อาจพูดได้ว่ารุ่นใหม่แทบไม่เป็นประเด็นปัญหาแต่อย่างใด ยิ่งถ้าใช้งานกับจอรับภาพที่ใช้กรอบหุ้มกำมะหยี่ใหญ่หน่อยก็จะไม่เห็นแสงลอดนี้

รุ่น TK800M เพิ่มตัวเลือก LampSave ในหัวข้อ Light Mode โดยจะยืดอายุของแหล่งกำเนิดแสงได้ยาวนานกว่า Economic และตัวเลือกอื่นๆ ดังนี้ Normal = 4000 hrs, SmartEco = 8000 hrs, Economic = 10000 hrs, LampSave = 15000 hrs แต่แน่นอนว่าต้องแลกกับระดับความสว่างที่ลดลง และบางจังหวะอาจรู้สึกความสว่างวูบวาบบ้าง
ภาพ

TK800 ติดตั้ง Digital Micro Mirror Device (Single-DMD) chip ขนาด 0.47 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี 4K XPR ซึ่งอาศัย Optical Actuator ทำงานขยับตำแหน่งพิกเซลรวดเร็วมากจนสามารถสร้างเป็นภาพนิ่ง (frame) ที่มีรายละเอียดจำนวนพิกเซลเพิ่มขึ้น 4 เท่า รวมกันทั้งสิ้นจะได้ความละเอียดเท่ากับ 8.3 ล้านพิกเซล ตรงตามมาตรฐาน 4K (UHD) จากการรับรองของ Consumer Technology Association หรือ CTA

การรับชมคอนเทนต์แบบ SDR จะสามารถเลือกโหมดภาพสำเร็จรูปได้ 5 (+ 2 User) Mode

ผล Lab Test ยืนยันได้ว่า เกือบทุกโหมดภาพของ TK800M (ยกเว้น Bright) ให้สมดุลสีโอเค โหมด Cinema ออกไปทางโทนอุ่นเล็กน้อย แต่ดุลสีก็ใกล้เคียงมาตรฐานอ้างอิง D65 มากกว่าโหมดอื่น ความสว่างแม้ไม่สูงที่สุดแต่ก็ดูสบายตากว่า ในขณะที่โหมด Vivid TV จะอมฟ้านิดๆ แต่ก็ตอบสนองการใช้งานได้ดีเพราะสู้แสงรบกวนในห้องที่ไม่คุมแสงได้ดีกว่า

ทดสอบใช้งานในห้องรับแขกไม่ได้ปิดม่านกันแสงจากภายนอก กับจอรับภาพแบบ Matte White พบว่า ศักยภาพของ TK800M ทำได้ดีทีเดียวกับความสว่างระดับ 3000 ลูเมน หากจะให้ดีกว่านี้คงต้องเปลี่ยนจอรับภาพเป็นแบบ Ambient Light Rejecting (ALR) Screen คอนทราสต์จะดูโดดเด่นยิ่งขึ้น แต่จะดีที่สุดสำหรับโปรเจ็คเตอร์ทุกเครื่อง คือ ใช้งานในห้องมืด คุมแสง 100% ครับ
เพื่อผลลัพธ์การแสดงผลที่ครบถ้วนเที่ยงตรงขึ้นสำหรับ TK800M สามารถดำเนินการปรับภาพเพิ่มเติมได้ นอกจากดุลสีที่สมจริงเป็นธรรมชาติแล้ว อีกจุดที่แนะนำคือ ปรับลด Contrast ลงเหลือ 37 – 40 ภาพจะทึมลงนิดนึงแต่จะเปิดเผยให้เห็นรายละเอียด Highlight Details ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น การปรับลด Sharpness และ Pixel Enhancer 4K ลง สีผิวจะดูไม่หยาบกร้านเกินจริง

เดิมโหมด Cinema ดุลสีจะติดโทนอุ่นไปสักนิด

แต่เมื่อปรับภาพแล้ว ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจมากทีเดียว ค่าเฉลี่ยความผิดเพี้ยนของสี (Grayscale Avg dE) ลดต่ำลงจาก 6 เหลือเพียง 1.3 เท่านั้น!

ด้วยพื้นฐานความสว่างที่ค่อนข้างสูงของ TK800M แม้เปิดใช้งานโหมดภาพ Silence (อยู่ในหัวข้อ Display โดยโหมดนี้จะปรับการทำงานของ Lamp Mode ไปที่ Eco) ก็ยังให้ความเจิดจ้าได้อย่างโดดเด่น การรับชมในห้องมืดถือว่าทำความสว่างได้เหลือๆ เลยครับ ข้อดีที่จะได้รับ คือ เสียงพัดลมเงียบลงกว่าโหมดปกติมาก อายุการใช้งานแหล่งกำเนิดแสงก็จะยาวนานขึ้นถึง 10,000 ชม. (หรือ 15,000 ชม. หากปรับตัวเลือก Lamp Mode: LampSave) แถมประหยัดไฟลงเกือบ 30% ด้วย! (กินไฟลดจาก 315 วัตต์ เหลือ 223 วัตต์)

ข้อมูลจาก BenQ แจ้งว่า TK800M ให้ขอบเขตสีได้กว้างกว่า TK800 ผล Lab Test ยืนยันประเด็นนี้ว่าเป็นความจริง! โดย TK800M มี Color Space ครอบคลุมมาตรฐาน sRGB/Rec.709 ที่ 116.4% เลยทีเดียว ในขณะที่ TK800 ทำได้ที่ 98.3% (อ้างอิงกับเครื่องทดสอบ)
อย่างไรก็ดีขอบเขตสีของ TK800M จะยังไม่ถึง Wide Color Gamut โดยทำได้ราว 83.6% ของมาตรฐาน DCI-P3 (60% Rec.2020) จุดนี้จึงยังเป็นรองรุ่นสูงกว่า อย่าง W2700, W5700 ฯลฯ อยู่บ้าง

แต่ไม่ต้องกังวลว่า หากรับชม HDR Content กับ TK800M แล้วสีสันจะจืดชืด เพราะระบบจะทำการ Mapping ค่าสี ชดเชย Saturation อิงมาตรฐาน Rec.709 ให้สามารถแสดงผลออกมาดูสดใส ชัดเจน และยังคงความมีมิติได้ดี พื้นฐานความสว่างที่ค่อนข้างสูงของ TK800M ยังส่งเสริมความเจิดจรัสเตะตา ดูดีเกินราคาค่าตัว

การรับชม HDR Content โหมดภาพ HDR10 จะถูกแยกออกมาจากโหมดภาพปกติ ความเที่ยงตรงของสีสันอาจจะย่อหย่อนลงไปบ้าง แนะนำให้ทำการปรับภาพชดเชยอุณหภูมิสีก่อน ก็จะได้ความลงตัว สีสวย สะดุดตามากยิ่งขึ้น ในส่วนของภาพเคลื่อนไหวก็ดูเป็นธรรมชาติตามต้นฉบับดี ไม่จำเป็นต้องพึ่ง Motion แทรกเฟรมใดๆ ก็ดูได้ไม่ขัดตา
อีกความสามารถหนึ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาในรุ่น TK800M (ไม่มีในรุ่น TK800 เดิม) คือ การรองรับมาตรฐาน HDR แบบ HLG ซึ่งเป็นมาตรฐานที่จะถูกใช้กับการออกอากาศ (Live Broadcast) ในอนาคต รวมถึงกล้องถ่ายวิดีโอและกล้องถ่ายภาพนิ่งที่ถ่ายวิดีโอได้ในปัจจุบันหลายรุ่น ต่างทยอยรองรับการบันทึก HDR มาตรฐาน HLG กันแล้ว

ผมทดลองนำคลิปทดสอบจาก Sony FDR-AX700 4K Handycam ซึ่งบันทึกวิดีโอในฟอร์แม็ต 4K HLG พบว่า TK800M สามารถตรวจพบว่าเป็น HLG และแสดงผลได้

การเชื่อมต่อกับ PC หรือเครื่องเกมคอนโซลนั้น TK800M รองรับความละเอียด 4K 60Hz และ 1080p 60Hz พร้อมเปิดการแสดงผล HDR ได้

HDMI Input Lag ของ TK800M ที่ 44.4 ms อยู่ในเกณฑ์ดี ไม่รู้สึกว่าหน่วงช้าจนกระทบกับอรรถรสการเล่นเกม ซึ่งการรับชมผ่านจอฉายขนาดใหญ่ยังคงได้ความมันสะใจเช่นเคย
เสียง
ลำโพงและภาคขยายที่ติดตั้งมากับ TK800M เพิ่มความคุ้มค่าอเนกประสงค์มากยิ่งขึ้น สามารถยกไปรับชมความบันเทิงตามสถานที่ต่างๆ ได้ทันทีไม่จำเป็นต้องพึ่งระบบเสียงภายนอก ตัวเลขกำลังขับ 5W x 1 อาจดูไม่สูงนัก แต่ให้ระดับเสียงดังดีเป็นที่พอใจ เสียงจะชัดเจนที่สุดเมื่อตำแหน่งนั่งฟั่งอยู่ฝั่งเดียวกับลำโพง ส่วนตำแหน่งอื่นๆ จะย่อหย่อนลงแต่ก็ยังฟังดีอยู่ สามารถปรับเปลี่ยน Sound Mode ได้ 6 แบบ ให้แม็ตช์กับลักษณะของคอนเทนต์หรือตามแต่รสนิยม
สรุป
TK800M เป็นการตอกย้ำความคุ้มค่าสำหรับ 4K HDR Projector รุ่นเริ่มต้นที่ตอบสนองการใช้งานได้เกินตัว พร้อมเติมเต็มความสามารถการรองรับเทคโนโลยีการแสดงผล HDR เท่าทันมาตรฐานความบันเทิงในปัจจุบัน กับคุณภาพของภาพที่ทำได้ดียิ่งขึ้นกว่ารุ่นก่อน
จุดเด่นของ BenQ TK800M
– เทคโนโลยี DLP 4K XPR รองรับการแสดงผล HDR10, 3D และเพิ่มเติม HLG
– ให้ขอบเขตสีกว้างครอบคลุม sRGB/Rec.709 การชดเชยปรับภาพให้สีสันเที่ยงตรงยิ่งขึ้น
– ระดับเสียงพัดลมระบายความร้อน ในโหมดการรับชมปกติและ HDR เบาลงกว่ารุ่น TK800
– แหล่งกำเนิดแสง UHP สามารถยืดอายุการใช้งานได้นานถึง 10,000/15,000 ชม. ในโหมด Eco/LampSave
– ติดตั้งลำโพงพร้อมภาคขยาย 5W x 1 มาด้วย ระดับเสียงดังกำลังดี รองรับการใช้งานทั่วไปได้
จุดด้อยของ BenQ TK800M
– ระยะซูมของเลนส์สั้นกว่ารุ่น TK800 ความยืดหยุ่นในการชดเชยระยะตั้งห่างจากจอรับภาพจึงถูกทอนลงเล็กน้อย
– ยังไม่มี Lens Shift ช่วยในการติดตั้ง
– ยังไม่มี Motion แทรกเฟรมภาพเคลื่อนไหว แต่การรับชมทั่วไปไม่ได้รู้สึกว่าภาพสะดุดดูขัดตาแต่อย่างใด
– ตอนปิดเครื่องใช้เวลา Cool down นานพอควร แต่เป็นกระบวนการที่น่าจะช่วยยืดอายุอุปกรณ์ได้ในระยะยาว
หมายเหตุ : มาตรฐานคะแนนปี 2020
ราคา BenQ TK800M
39,900 บาท