รีวิว Harman Kardon: Esquire 2 Bluetooth Speaker เสียงดี งานเนียบ มาพร้อมกับลูกเล่นเกินตัว

Harman Kardon รุ่น Esquire 2
ราคา 8,990 บาท
สวัสดีแฟนๆ เว็บไซต์ HOME THEATER THAILAND กลับมาพบกับ “นาย OatState” เฉกเช่นเคย ซึ่งช่วงหลังมานี้กระผมเองก็ห่างหายจากการรีวิวสินค้าในกลุ่มของ Audio และ Home Theater ไปนานพอสมควร กลับมาครั้งนี้กระผมเองก็มีลำโพงตัวเล็กขนาดพกพาและน่าใช้งาน มาแนะนำให้ใครหลายๆ คนที่อาจจะกำลังมองหาและอยากได้ลำโพงขนาดเล็กที่มาพร้อมกับคุณภาพเสียงที่ดีไว้ติดกระเป๋าสักตัว หรือถ้าใครอยากดูไว้เป็นแนวทางก็ได้ด้วยเช่นกัน
ำหรับลำโพงที่กระผมจะพกติดตัวมารีวิวให้คุณผู้อ่านได้รับชมกันในคราวนี้ก็เป็นแบรนด์ดังอย่าง “Harman Kardon” ที่ใครหลายคนอาจจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว โดยลำโพงขนาดพกพาแบบไร้สายตัวนี้มีชื่อรุ่นว่า “Esquire 2” จะเรียกว่าเป็นรุ่นต่อจากเจ้า Esquire ที่คุณ Boomerangได้เคยรีวิวไปแล้วก่อนหน้านี้แล้วก็ไม่เชิงนะ แต่จากที่ดูคร่าวๆ ลำโพงตัวนี้อาจจะลูกเล่นน้อยกว่านิดนึงเสียด้วยซ้ำ ถ้าในเรื่องขนาดจากที่ดูด้วยตาแล้วจะใหญ่ (กว้าง) กว่าเล็กน้อย
สเปคคร่าวๆ ของ Harman Kardon รุ่น Esquire 2 จะประกอบด้วย
– Bluetooth version: 4.1
– Support: A2DP v1.3; AVRCP v1.5; HFP v1.6; HSP v1.2
– Transducer: 4 x 32mm
– Rated power: 2 x 8W
– Frequency response: 75Hz ~20kHz
– Signal-to-noise ratio: >80dB
– USB charge out: Maximum 5V 1A
– Battery type: Lithium polymer (3.7V 3200mAH)
– Music playtime: up to 8 hours (varies by volume level and audio content)
– Battery charge time: 3.5 to 5.5 hours (varies by charging current, maximum 5V 2A)
– Dimensions (W x D x H): 190 x 34 x 130mm
– Weight: 599g
Design – การออกแบบ
หลังจากที่ได้เกริ่นถึงรายละเอียดและฟังก์ชันของเจ้า Harman Kardon รุ่น Esquire 2 กันไปแล้ว สำหรับลำโพงที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากอเมริกาอย่างตัวนี้ก็ย่อมต้องไม่ทิ้งชื่อเสียงด้านงานดีไซน์อย่างแน่นอน ซึ่งกระผมเองแอบได้ข่าวมาเหมือนกันว่า Esquire 2 ตัวนี้นี้ได้คว้ารางวัล iF DESIGN AWARD 2015 และ red dot award 2015 winner มาด้วยนะ
เห็นได้รางวัลใหญ่มาขนาดนี้กระผมชักเริ่มจะอยากสัมผัสตัวเป็นๆ เสียแล้วสิ เพราะฉะนั้นเรามาลองไล่ดูกันที่งานประกอบกันดีกว่าว่าจะเนียบเหมือนกับลำโพงตัวอื่นๆ ที่ทาง Harman Kardon ได้เคยทำออกมาหรือไม่? ถ้าหากคุณผู้อ่านพร้อมแล้วไปรับชมกันได้เลยจ้า

เปิดกล่องออกมาจะพบกับอุปกรณ์ทั้งหมด แต่แอบเสียดายนิดๆ ตรงที่ตัวนี้จะไม่ได้แถมซองสำหรับใส่ตัวลำโพงมาให้เหมือนกับรุ่น “Esquire” ที่คุณ Boomerang ได้รีวิวไปแล้วก่อนหน้านี้
โดยตัวอุปกรณ์และของแถมที่ใส่มาให้ภายในกล่องจะประกอบด้วย
1. ตัวของลำโพง Esquire 2 จำนวน 1 ตัว
2. สาย USB to Micro-USB จำนวน 1 เส้น
3. คู่มือการใช้งาน จำนวน 1 ชุด

หน้าตาโดยรวมที่ด้านหน้านั้นจะเป็นลายฉลุคล้ายกับตะแกรงสีดำ และปิดตรงกลางด้วยคำว่า “harman/kardon” ส่วนบริเวณกรอบรอบลำโพงจะเป็นอลูมิเนียมทั้งหมด ดูแล้วเรียบๆ ดีนะแต่ก็ยังคงมีกลิ่นไอของความ “หรูหรา” อยู่เช่นเคย
มาซูมดูที่ด้านหน้าของลำโพงกันแบบระยะประชิดโดยตัวของไดร์เวอร์จะซ่อนอยู่ใต้หน้ากากสีดำนี้เอง ซึ่งส่วนของหน้ากากจะเป็นพลาสติกที่มีการฉลุลายไว้ให้เสียงออกมาได้อย่างเรียบเนียนที่สุด แต่ถ้ามองลึกเข้าไปอีกจะเห็นว่ามีแผ่นคล้ายลวดตะแกรงช่วยป้องกันไม่ให้ฝุ่นเข้าไปถึงข้างในอีกชั้นหนึ่ง
ซึ่งที่ด้านหลังของหน้ากากจะเป็นที่อยู่ของไดร์เวอร์ชั้นดีจาก Harman Kardon ที่สามารถให้กำลังขับได้สูงถึง 2 x 8 วัตต์ และแน่นอนว่าเป็นลำโพงที่ให้ระบบเสียงในรูปแบบสเตอริโอ ทั้งนี้บริเวณส่วนที่ใช้ตั้งกับพื้นยังได้ถูกติดตั้งแผ่นยางเล็กๆ ไว้เพื่อป้องกันการลื่นและลดการสั่นสะเทือนเวลาที่นำไปใช้งาน

นส่วนของด้านข้างทางซ้ายจะมีไฟเล็กๆ ที่เอาไว้บอกสถานะของแบตเตอรี่ว่าตอนนี้แบตเตอรี่ของเราเหลือเท่าไหร่แล้ว
สำหรับตัวของไฟแสดงสถานะของแบตเตอรี่หากคิดง่ายๆ เลยไฟมีอยู่ 5 ดวงก็ตีไปซะว่าดวงละประมาณ 20% ก็แล้วกันเนอะ โดยแบตเตอรีที่ถูกติดตั้งมาให้ภายในนั้นจะมีความจุอยู่ที่ 3,200 mAh (ในสเปคบอกว่าสามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 8 ชั่วโมง) ส่วนการใช้งานจริงจะใช้งานได้นานเท่าใดเดี๋ยวกระผมจะทดสอบให้เห็นกัน

ก่อนที่จะสลับไปดูที่ด้านข้างอีกด้านว่ามีอะไรบ้างต้องขอคั่นด้วยส่วนของด้านหลังกันสักเล็กน้อย
ซึ่งที่ด้านหลังของเจ้า Esquire 2 จะถูกหุ้มด้วยวัสดุที่เป็นหนังสีดำปิดปกคลุมบริเวณนี้เกือบทั้งหมด ตัวผิวของหนังที่มีลายขรุขระเมื่อได้ลองสัมผัสแล้วถือว่ากระชับและหนึบหนับมือมากๆ ขณะเดียวกันก็ยังคงซ่อนส่วนที่เป็นขาตั้งของลำโพงเอาไว้อีกด้วย สำหรับตัวของขาตั้งนั้นเพียงแค่ใช้นิ้วกดที่บริเวณด้านบนขาก็จะเด้งกางออกมาทันที

ที่อีกด้านหนึ่งของลำโพงจะเป็นจุดรวมช่องต่อต่างๆ และมีการสกรีนคำว่า “QUAS – MIC CONFERENCING” แปะไว้อีกด้วย
โดยช่องต่อที่ใส่มาให้บนตัวของ Esquire 2 จะมีพอร์ต USB, AUX 3.5mm และ Micro-USB นอกจากนี้ที่ด้านหน้าของลำโพงก็ยังได้รับการติดตั้งไมโครโฟนทั้ง 4 มุม นั่นก็หมายความว่าลำโพงตัวนี้มีไมโครโฟนมาให้ทั้งหมด 4 ตัวนั่นเอง

ถัดมาดูที่ปุ่มควบคุมการใช้งานของลำโพงตัวนี้กันต่อเลย ตรงส่วนด้านบน (ตามภาพ) จะมีไฟแสดงสถานะการเชื่อมต่ออยู่หนึ่งดวง ซึ่งซ่อนอยู่บริเวณด้านบนใกล้ๆ กับตัวของไดร์เวอร์
ในส่วนของปุ่มกดที่อยู่ด้านบนนั้นจะแบ่งเป็นปุ่มต่างๆ ได้ดังนี้ (จากซ้ายไปขวา)
1. ปุ่ม Power สำหรับ ปิด/เปิด เครื่อง
2. ปุ่มสำหรับกดซิงค์สัญญาณ Bluetooth
3. ปุ่มสำหรับกดรับสายโทรศัพ หรือใช้กดเพื่อ Play/Pause เพลง
4. ปุ่มสำหรับ Mute เสียงไมโครโฟน

ขยับมาทางด้านขวาจะเป็นปุ่มวอลุ่มที่ใช้สำหรับ เพิ่ม-ลด ระดับความดังของเสียง ซึ่งจะสังเกตเห็นว่ามีการทำรอยบั้งๆ เอาไว้เพื่อช่วยให้เวลาเราเอานิ้วไปกดจะได้ไม่ลื่น รวมทั้งยังช่วยให้เราสามารถคลำหาปุ่มได้ง่ายในกรณีที่นำไปใช้งานในที่ๆ มีแสงสว่างน้อย
Sound – เสียง
ถึงคิวของการทดสอบการใช้งานด้วยการเปิดฟังเพลงเพราะๆ กันแล้วมาดูซิว่าไดร์เวอร์ที่ถูกติดตั้งมาใน Esquire 2 จะให้คาแรคเตอร์เสียงยังไง และจะถูกใจผู้ที่ชอบการฟังเพลงในสไตล์แบบไหนกันบ้าง เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาขอเชิญคุณผู้อ่านทุกท่านไปร่วมรับฟังกันเถอะ

มาเริ่มกันที่การสตรีมมิ่งเสียงเพลงจากเจ้า iPhone 6s Plus ที่อยู่บนมือของกระผมก่อนเลย
โดยการเชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth นั้นก็ง่ายมากๆ เพียงแค่เรากดปุ่มสัญลักษณ์รูป Bluetooth ก่อนจากนั้นก็ค่อยไปสั่งให้เจ้า iPhoneทำการค้นหาเจ้า Esquire 2 จากนั้นก็กดให้มันเลือกจับคู่กันเป็นอันว่าจบ
สำหรับคาแรกเตอร์เสียงที่ออกมาจากตัวของ Esquire 2 เมื่อลองเปิดเพลง “Same Old Love – Selena Gomez” ที่ใครหลายๆ คนติดกันงอมแงมมากในช่วงนี้ และเพลงนี้จะออกไปทางแนวแดนซ์เนิบๆ ไม่ได้เร็วหรือตื๊ดมากนัก โดยในเนื้อเพลงที่จะมีเสียงของ Selena Gomez ร้องไปเรื่อยๆ นั้นจะมีปลายเสียงที่ติดมนๆ หรือไม่ได้แหลมจี๊ดเหมือนกับที่เราเอาไปเปิดฟังกับลำโพงตัวอื่นๆ ส่วนเสียงเบสตื๊ดๆ ที่ลำโพงตัวนี้ทำออกมาได้นั้นถือว่ามีความสะท้านและยังมีเสียงนวลๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Harman Kardon ติดมาด้วย
จากที่ได้ทดลองฟังกับหลายๆ เพลงแล้วไม่ว่าจะเป็นเพลง “Hey JudeThe Beatles, Stay – Taylor Swift, What I”ve Done – Linkin Park, ความจริง – Room39” พบว่า Esquire 2 จะเหมาะกับการใช้ฟังเพลงได้เกือบจะทุกแนว แต่โดยส่วนตัวแล้วถ้าเป็นเพลงแนว Rock จะรู้สึกว่าคาแรคเตอร์ของเสียงที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากไดร์เวอร์จะไม่ค่อยเคลียร์มากนัก โดยเฉพาะส่วนที่เป็นเสียงสูงจะรู้สึกว่าบางครั้งมีความปนของปลายเสียงจนรู้สึกว่าฟังแล้วเหนื่อยพอสมควร

ลองใช้ดูละครหรือซีรีย์ก็ได้อรรถรสในการรับชมมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ทั้งนี้จากการเปิดใช้งานในระดับวอลุ่มที่ไม่ได้ดังกระแทกกระทั้นอะไรมากนักยังพบว่ามันสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 8 ชั่วโมงจริงๆ ตามที่สเปคได้บอกเอาไว้ (เมื่อชาร์จแบตเต็มที่) ซึ่งการใช้งานจริงสามารถลากยาวไปถึง 10 ชั่วโมงก็ไหว แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคนด้วยว่าจะเปิดเสียงดังมากน้อยเพียงใดนะ

หลังจากที่ได้ลองฟังเพลงกันไปแล้วทีนี้มาดูที่การใช้งานกับเครื่องคอมพิวเตอร์พกพากันบ้าง
หลายๆ ท่านที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์พกพาติดตัวไปหลายๆ ที่บางเวลาก็อาจจะต้องการการพักผ่อนบ้างใช่ไหมล่ะ? ตัวอย่างเช่น การดูหนัง ฟังเพลง ซึ่งบางคนอาจจะไม่ได้ชอบการใช้งานหูฟังก็สามารถพกพาเจ้า Esquire 2 ติดกระเป๋าไปได้ด้วยนะ และการที่ลำโพงมีแบตเตอรี่ในตัวก็ทำให้เราไม่ต้องยุ่งยากไปหาที่เสียบปลั๊กไฟอีกด้วย

การเชื่อมต่อ Esquire 2 เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์พกพานั้นสามารถทำได้ 2 วิธี คือ การเชื่อมต่อผ่านทางพอร์ต AUX 3.5mm และเชื่อมต่อไร้สายผ่านทาง Bluetooth เหมือนกับการใช้งานร่วมกับ SmartPhone เลยล่ะ
มาดูที่ส่วนของคุณภาพเสียงการใช้งานเมื่อเชื่อต่อเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์กันต่อเลย ซึ่งการใช้งานจากที่กระผมได้ใช้เจ้า Esquire 2 เป็นลำโพงหลักเพื่อใช้ในการรับชมภาพยนตร์เรื่อง “Mad Max : Fury Road” ก็พบว่าในฉากที่ Furiosa นางเอกของเรื่อง และ Max พระเอกของเรื่องได้ปฏิบัติการกระตุกหนวดเสือ รวมถึงการถล่มกองทัพของฝั่งตัวร้ายอย่างราบคาบ
ตัวของ Esquire 2 ที่ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ลำโพงที่มาพร้อมกับระบบเสียงแบบสเตอริโอเท่านั้นแต่ก็ยังสามารถให้อารมณ์การรับชมได้อย่างสมจริง โดยฉากระเบิดที่เป็นเสียงเบสที่ต้องใช้ย่านความถี่ต่ำของเสียงเยอะอยู่พอสมควรก็สามารทำออกมาได้ดี จุดนี้เองถือว่าเป็นจุดเด่นของลำโพงจาก Harman Kardon เขาเลยล่ะ
นอกจากเสียงเบสที่มาในปริมาณที่พอดีแบบที่ไม่ได้ล้นมากจนเกินไปแล้ว ส่วนที่เป็นฉากสนทนาของตัวละควรที่ออกมาทางเสียงกลางก็ยังให้ความคมชัดและความมนของปลายเสียงได้ดีเช่นกัน แต่ในแง่ของเสียงสูงอาจจะไม่ได้เฟี้ยวฟ้าวอะไรมากนัก โดยรวมแล้วถ้าหากเราอยากจะเผื่อแผ่ให้เพื่อนข้างๆ เราได้ชมภาพยนตร์และฟังเพลงไปพร้อมๆ กันกับเรา หรือจะใช้ประชุมงานออนไลน์กับกลุ่มคนเล็กๆ บนโต๊ะประชุมแล้วก็ถือดีกว่าการใช้ลำโพงที่ติดมากับเครื่องคอมพิวเตอร์เยอะเลยทีเดียว
Features – ลูกเล่น
ในส่วนของลูกเล่นที่อยู่บนตัวของ Esquire 2 อาจจะไม่ได้เยอะเท่ากับ Esquire ที่มี NFC มาให้เราได้ใช้งาน แต่ก็ยังคงให้ระบบ QUAS – MIC CONFERENCING ที่สามารถใช้ประชุมสายจากโทรศัพท์ได้ 360 องศาด้วยไมโครโฟนที่ถูกติดตั้งมาให้ถึง 4 ตัว 4 ทิศทาง

Esquire 2 มาพร้อมกับไมโครโฟน 4 ทิศทาง และรองรับระบบเสียงแบบ Voice Logic
ซึ่งข้อดีของการที่มีไมโครโฟนติดมาให้นั้นทำให้เราสามารถใช้ลำโพงที่เชื่อมต่อเข้ากับ SmartPhone ได้ทันที ในกรณีที่เราฟังเพลงอยู่เมื่อมีสายโทรศัพท์เข้ามาก็สามารถกดรับด้วยปุ่มที่อยู่บนตัวของลำโพงได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องสลับไปสลับมา เพราะว่าเราสามารถสนทนาผ่านไมโครโฟนและลำโพงที่อยู่บนตัวของเจ้า Esquire 2 ได้ทันที
เกือบลืมบอกไปเลยว่าไมโครโฟนที่ติดมาให้สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ด้วยการเชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth ซึ่งดีมากๆ ในเวลาที่มีประชุมงานผ่านทางเครื่องคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้แล้วพอร์ต USB ที่ใส่มาให้ที่บริเวณด้านข้างของลำโพงยังสามารถใช้เป็นพอร์ตสำหรับชาร์จแบตเตอรี่ให้กับอุปกรณ์พกพาจำพวก SmartPhone และ Tablet ได้อีกด้วยนะ
Conclusion – สรุป
ข้อดีของ Harman Kardon รุ่น Esquire 2
- ดีไซน์ลำโพงหรูหรา งานประกอบเนียบ ตัวบอดี้โดยรอบเป็นอลูมิเนียม แถมยังการันตีด้วยรางวัล iF DESIGN AWARD 2015 และ red dot award 2015 winner อีกด้วย
- การเล่นเพลงผ่านสัญญาณ Bluetooth ให้ประสิทธิภาพเสียงที่ใกล้เคียงกับเชื่อมต่อสายสัญญาณ
- ESQUIRE 2 สามารถใช้เป็น Power Bank ในยามฉุกเฉยด้วยการชาร์จไฟให้กับ SmartPhone และ Teblet ผ่านทางพอร์ต USB ที่อยู่ทางด้านข้างของลำโพง
ข้อเสียของ Harman Kardon รุ่น Esquire 2
- ไม่มีซองสำหรับจัดเก็บลำโพงมาให้ต้องจัดหาเอง
- ภายในชุดไม่มีสายเคเบิล AUX 3.5mm มาให้ ซึ่งถ้าหากต้องการใช้งานจะต้องจัดหาเอง
- ไม่มีอะแดปเตอร์ชาร์จไฟมาให้มีเพียงแค่สายเคเบิล USB to Micro-USB เท่านั้นที่แถมมาให้ภายในชุด
สำหรับท่านไหนที่กำลังมองหาลำโพงไว้ติดกระเป๋าพกพาไปไหนต่อไหน Harman Kardon รุ่น Esquire 2 ก็เป็นลำโพงอีกหนึ่งตัวที่มีขนาดกำลังดีไม่เล็กจนเกินไป จึงทำให้สามารถคงคุณภาพเสียงไว้ได้ดีในระดับหนึ่ง การใช้งานโดยรวมจะเน้นที่การใช้งานแบบไร้สายผ่านทางสัญญาณ Bluetooth เพียงแค่คุณกดปุ่มที่อยู่ทางด้านบนของลำโพงแล้วก็นำ Smart Device ที่เราต้องการเชื่อมต่อมาจับคู่ด้วยก็ใช้งานได้อย่างง่ายดายแล้ว

Harman Kardon รุ่น Esquire 2
ราคา 8,990 บาท
ถัดมาที่คุณภาพเสียงการใช้งานโดยรวมนั้น ESQUIRE 2 มาพร้อมกับพละกำลังในการถ่ายทอดเสียงเบสออกมาได้กระหึ่มเกินตัว แถมในส่วนที่เป็นเสียงกลางและเสียงสูงเองก็ยังคงมีเอกลักษณ์ของความเป็น Harman Kardon อยู่เฉกเช่นเดิม โดยปลายเสียงจะติดมนๆ ออกแนวนุ่มนวล แต่การนั่งฟังหรือใช้งานจริงถ้าหากเราถอยห่างออกมาจากหน้าลำโพงสัก 10-15 เมตรจะแอบรู้สึกว่าเสียงเบสที่ถูกส่งออกมามีความเบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติของลำโพงแบบพกพาอยู่แล้วล่ะ
ในส่วนของลูกเล่นอื่นๆ นั้นเราก็ยังสามารถดึงเอาไฟในแบตเตอรี่มาชาร์จไฟให้กับ SmartPhne หรือ Tablet ได้ด้วยนะ ในส่วนของไมโครโฟน 4 ตัวที่ติดอยู่บนตัวของลำโพงก็ยังสามารถใช้เป็น Handsfree ได้อีกเช่นกัน
ทั้งนี้ส่วนของการใช้งานจริงหากเปิดในระดับเสียงที่ดังพอประมาณจะสามารถใช้งานเจ้า ESQUIRE 2 ได้ยาวนานถึง 10 ชั่วโมงได้อย่างสบายๆ (กระผมนี่ทดสอบมาแล้ว) ถือว่าสูงกว่าสเปคที่ระบุไว้เพียง 8 ชั่วโมงเท่านั้น จากที่กระผมได้รีวิวไปถ้าหากท่านใดสนใจก็อย่าพึ่งเชื่อกระผมไปเสียทั้งหมดอยากให้ไปหาทดลองฟังกันดูเสียก่อนว่ามันตรงตามสไตล์การฟังเพลงของคุณหรือป่าว