ข้ามไปที่เนื้อหา
|

รีวิว Harman Kardon: Esquire 2 Bluetooth Speaker เสียงดี งานเนียบ มาพร้อมกับลูกเล่นเกินตัว

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 20 Jan 2022 0 ความคิดเห็น

Harman Kardon รุ่น Esquire 2
ราคา  8,990 บาท

สวัสดีแฟนๆ เว็บไซต์ HOME THEATER THAILAND กลับมาพบกับ “นาย OatState” เฉกเช่นเคย ซึ่งช่วงหลังมานี้กระผมเองก็ห่างหายจากการรีวิวสินค้าในกลุ่มของ Audio และ Home Theater ไปนานพอสมควร กลับมาครั้งนี้กระผมเองก็มีลำโพงตัวเล็กขนาดพกพาและน่าใช้งาน มาแนะนำให้ใครหลายๆ คนที่อาจจะกำลังมองหาและอยากได้ลำโพงขนาดเล็กที่มาพร้อมกับคุณภาพเสียงที่ดีไว้ติดกระเป๋าสักตัว หรือถ้าใครอยากดูไว้เป็นแนวทางก็ได้ด้วยเช่นกัน

ำหรับลำโพงที่กระผมจะพกติดตัวมารีวิวให้คุณผู้อ่านได้รับชมกันในคราวนี้ก็เป็นแบรนด์ดังอย่าง “Harman Kardon” ที่ใครหลายคนอาจจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว โดยลำโพงขนาดพกพาแบบไร้สายตัวนี้มีชื่อรุ่นว่า “Esquire 2” จะเรียกว่าเป็นรุ่นต่อจากเจ้า Esquire ที่คุณ Boomerangได้เคยรีวิวไปแล้วก่อนหน้านี้แล้วก็ไม่เชิงนะ แต่จากที่ดูคร่าวๆ ลำโพงตัวนี้อาจจะลูกเล่นน้อยกว่านิดนึงเสียด้วยซ้ำ ถ้าในเรื่องขนาดจากที่ดูด้วยตาแล้วจะใหญ่ (กว้าง) กว่าเล็กน้อย

สเปคคร่าวๆ ของ Harman Kardon รุ่น Esquire 2 จะประกอบด้วย
– Bluetooth version: 4.1
– Support: A2DP v1.3; AVRCP v1.5; HFP v1.6; HSP v1.2
– Transducer: 4 x 32mm
– Rated power: 2 x 8W
– Frequency response: 75Hz ~20kHz
– Signal-to-noise ratio: >80dB
– USB charge out: Maximum 5V 1A
– Battery type: Lithium polymer (3.7V 3200mAH)
– Music playtime: up to 8 hours (varies by volume level and audio content)
– Battery charge time: 3.5 to 5.5 hours (varies by charging current, maximum 5V 2A)
– Dimensions (W x D x H): 190 x 34 x 130mm
– Weight: 599g

Design – การออกแบบ

หลังจากที่ได้เกริ่นถึงรายละเอียดและฟังก์ชันของเจ้า Harman Kardon รุ่น Esquire 2 กันไปแล้ว สำหรับลำโพงที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากอเมริกาอย่างตัวนี้ก็ย่อมต้องไม่ทิ้งชื่อเสียงด้านงานดีไซน์อย่างแน่นอน ซึ่งกระผมเองแอบได้ข่าวมาเหมือนกันว่า Esquire 2 ตัวนี้นี้ได้คว้ารางวัล iF DESIGN AWARD 2015 และ red dot award 2015 winner มาด้วยนะ

เห็นได้รางวัลใหญ่มาขนาดนี้กระผมชักเริ่มจะอยากสัมผัสตัวเป็นๆ เสียแล้วสิ เพราะฉะนั้นเรามาลองไล่ดูกันที่งานประกอบกันดีกว่าว่าจะเนียบเหมือนกับลำโพงตัวอื่นๆ ที่ทาง Harman Kardon ได้เคยทำออกมาหรือไม่? ถ้าหากคุณผู้อ่านพร้อมแล้วไปรับชมกันได้เลยจ้า

เปิดกล่องออกมาจะพบกับอุปกรณ์ทั้งหมด แต่แอบเสียดายนิดๆ ตรงที่ตัวนี้จะไม่ได้แถมซองสำหรับใส่ตัวลำโพงมาให้เหมือนกับรุ่น “Esquire” ที่คุณ Boomerang ได้รีวิวไปแล้วก่อนหน้านี้

โดยตัวอุปกรณ์และของแถมที่ใส่มาให้ภายในกล่องจะประกอบด้วย
1. ตัวของลำโพง Esquire 2 จำนวน 1 ตัว
2. สาย USB to Micro-USB จำนวน 1 เส้น
3. คู่มือการใช้งาน จำนวน 1 ชุด

หน้าตาโดยรวมที่ด้านหน้านั้นจะเป็นลายฉลุคล้ายกับตะแกรงสีดำ และปิดตรงกลางด้วยคำว่า “harman/kardon” ส่วนบริเวณกรอบรอบลำโพงจะเป็นอลูมิเนียมทั้งหมด ดูแล้วเรียบๆ ดีนะแต่ก็ยังคงมีกลิ่นไอของความ “หรูหรา” อยู่เช่นเคย

มาซูมดูที่ด้านหน้าของลำโพงกันแบบระยะประชิดโดยตัวของไดร์เวอร์จะซ่อนอยู่ใต้หน้ากากสีดำนี้เอง ซึ่งส่วนของหน้ากากจะเป็นพลาสติกที่มีการฉลุลายไว้ให้เสียงออกมาได้อย่างเรียบเนียนที่สุด แต่ถ้ามองลึกเข้าไปอีกจะเห็นว่ามีแผ่นคล้ายลวดตะแกรงช่วยป้องกันไม่ให้ฝุ่นเข้าไปถึงข้างในอีกชั้นหนึ่ง

ซึ่งที่ด้านหลังของหน้ากากจะเป็นที่อยู่ของไดร์เวอร์ชั้นดีจาก Harman Kardon ที่สามารถให้กำลังขับได้สูงถึง 2 x 8 วัตต์ และแน่นอนว่าเป็นลำโพงที่ให้ระบบเสียงในรูปแบบสเตอริโอ ทั้งนี้บริเวณส่วนที่ใช้ตั้งกับพื้นยังได้ถูกติดตั้งแผ่นยางเล็กๆ ไว้เพื่อป้องกันการลื่นและลดการสั่นสะเทือนเวลาที่นำไปใช้งาน

นส่วนของด้านข้างทางซ้ายจะมีไฟเล็กๆ ที่เอาไว้บอกสถานะของแบตเตอรี่ว่าตอนนี้แบตเตอรี่ของเราเหลือเท่าไหร่แล้ว

สำหรับตัวของไฟแสดงสถานะของแบตเตอรี่หากคิดง่ายๆ เลยไฟมีอยู่ 5 ดวงก็ตีไปซะว่าดวงละประมาณ 20% ก็แล้วกันเนอะ โดยแบตเตอรีที่ถูกติดตั้งมาให้ภายในนั้นจะมีความจุอยู่ที่ 3,200 mAh (ในสเปคบอกว่าสามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 8 ชั่วโมง) ส่วนการใช้งานจริงจะใช้งานได้นานเท่าใดเดี๋ยวกระผมจะทดสอบให้เห็นกัน

ก่อนที่จะสลับไปดูที่ด้านข้างอีกด้านว่ามีอะไรบ้างต้องขอคั่นด้วยส่วนของด้านหลังกันสักเล็กน้อย

ซึ่งที่ด้านหลังของเจ้า Esquire 2 จะถูกหุ้มด้วยวัสดุที่เป็นหนังสีดำปิดปกคลุมบริเวณนี้เกือบทั้งหมด ตัวผิวของหนังที่มีลายขรุขระเมื่อได้ลองสัมผัสแล้วถือว่ากระชับและหนึบหนับมือมากๆ ขณะเดียวกันก็ยังคงซ่อนส่วนที่เป็นขาตั้งของลำโพงเอาไว้อีกด้วย สำหรับตัวของขาตั้งนั้นเพียงแค่ใช้นิ้วกดที่บริเวณด้านบนขาก็จะเด้งกางออกมาทันที

ที่อีกด้านหนึ่งของลำโพงจะเป็นจุดรวมช่องต่อต่างๆ และมีการสกรีนคำว่า “QUAS – MIC CONFERENCING” แปะไว้อีกด้วย

โดยช่องต่อที่ใส่มาให้บนตัวของ Esquire 2 จะมีพอร์ต USB, AUX 3.5mm และ Micro-USB นอกจากนี้ที่ด้านหน้าของลำโพงก็ยังได้รับการติดตั้งไมโครโฟนทั้ง 4 มุม นั่นก็หมายความว่าลำโพงตัวนี้มีไมโครโฟนมาให้ทั้งหมด 4 ตัวนั่นเอง

ถัดมาดูที่ปุ่มควบคุมการใช้งานของลำโพงตัวนี้กันต่อเลย ตรงส่วนด้านบน (ตามภาพ) จะมีไฟแสดงสถานะการเชื่อมต่ออยู่หนึ่งดวง ซึ่งซ่อนอยู่บริเวณด้านบนใกล้ๆ กับตัวของไดร์เวอร์

ในส่วนของปุ่มกดที่อยู่ด้านบนนั้นจะแบ่งเป็นปุ่มต่างๆ ได้ดังนี้ (จากซ้ายไปขวา)
1. ปุ่ม Power สำหรับ ปิด/เปิด เครื่อง
2. ปุ่มสำหรับกดซิงค์สัญญาณ Bluetooth
3. ปุ่มสำหรับกดรับสายโทรศัพ หรือใช้กดเพื่อ Play/Pause เพลง
4. ปุ่มสำหรับ Mute เสียงไมโครโฟน

ขยับมาทางด้านขวาจะเป็นปุ่มวอลุ่มที่ใช้สำหรับ เพิ่ม-ลด ระดับความดังของเสียง ซึ่งจะสังเกตเห็นว่ามีการทำรอยบั้งๆ เอาไว้เพื่อช่วยให้เวลาเราเอานิ้วไปกดจะได้ไม่ลื่น รวมทั้งยังช่วยให้เราสามารถคลำหาปุ่มได้ง่ายในกรณีที่นำไปใช้งานในที่ๆ มีแสงสว่างน้อย

Sound – เสียง

ถึงคิวของการทดสอบการใช้งานด้วยการเปิดฟังเพลงเพราะๆ กันแล้วมาดูซิว่าไดร์เวอร์ที่ถูกติดตั้งมาใน Esquire 2 จะให้คาแรคเตอร์เสียงยังไง และจะถูกใจผู้ที่ชอบการฟังเพลงในสไตล์แบบไหนกันบ้าง เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาขอเชิญคุณผู้อ่านทุกท่านไปร่วมรับฟังกันเถอะ

มาเริ่มกันที่การสตรีมมิ่งเสียงเพลงจากเจ้า iPhone 6s Plus ที่อยู่บนมือของกระผมก่อนเลย

โดยการเชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth นั้นก็ง่ายมากๆ เพียงแค่เรากดปุ่มสัญลักษณ์รูป Bluetooth ก่อนจากนั้นก็ค่อยไปสั่งให้เจ้า iPhoneทำการค้นหาเจ้า Esquire 2 จากนั้นก็กดให้มันเลือกจับคู่กันเป็นอันว่าจบ

สำหรับคาแรกเตอร์เสียงที่ออกมาจากตัวของ Esquire 2 เมื่อลองเปิดเพลง “Same Old Love – Selena Gomez” ที่ใครหลายๆ คนติดกันงอมแงมมากในช่วงนี้ และเพลงนี้จะออกไปทางแนวแดนซ์เนิบๆ ไม่ได้เร็วหรือตื๊ดมากนัก โดยในเนื้อเพลงที่จะมีเสียงของ Selena Gomez ร้องไปเรื่อยๆ นั้นจะมีปลายเสียงที่ติดมนๆ หรือไม่ได้แหลมจี๊ดเหมือนกับที่เราเอาไปเปิดฟังกับลำโพงตัวอื่นๆ ส่วนเสียงเบสตื๊ดๆ ที่ลำโพงตัวนี้ทำออกมาได้นั้นถือว่ามีความสะท้านและยังมีเสียงนวลๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Harman Kardon ติดมาด้วย

จากที่ได้ทดลองฟังกับหลายๆ เพลงแล้วไม่ว่าจะเป็นเพลง “Hey JudeThe Beatles, Stay – Taylor Swift, What I”ve Done – Linkin Park, ความจริง – Room39” พบว่า Esquire 2 จะเหมาะกับการใช้ฟังเพลงได้เกือบจะทุกแนว แต่โดยส่วนตัวแล้วถ้าเป็นเพลงแนว Rock จะรู้สึกว่าคาแรคเตอร์ของเสียงที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากไดร์เวอร์จะไม่ค่อยเคลียร์มากนัก โดยเฉพาะส่วนที่เป็นเสียงสูงจะรู้สึกว่าบางครั้งมีความปนของปลายเสียงจนรู้สึกว่าฟังแล้วเหนื่อยพอสมควร

ลองใช้ดูละครหรือซีรีย์ก็ได้อรรถรสในการรับชมมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ทั้งนี้จากการเปิดใช้งานในระดับวอลุ่มที่ไม่ได้ดังกระแทกกระทั้นอะไรมากนักยังพบว่ามันสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 8 ชั่วโมงจริงๆ ตามที่สเปคได้บอกเอาไว้ (เมื่อชาร์จแบตเต็มที่) ซึ่งการใช้งานจริงสามารถลากยาวไปถึง 10 ชั่วโมงก็ไหว แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคนด้วยว่าจะเปิดเสียงดังมากน้อยเพียงใดนะ

หลังจากที่ได้ลองฟังเพลงกันไปแล้วทีนี้มาดูที่การใช้งานกับเครื่องคอมพิวเตอร์พกพากันบ้าง

หลายๆ ท่านที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์พกพาติดตัวไปหลายๆ ที่บางเวลาก็อาจจะต้องการการพักผ่อนบ้างใช่ไหมล่ะ? ตัวอย่างเช่น การดูหนัง ฟังเพลง ซึ่งบางคนอาจจะไม่ได้ชอบการใช้งานหูฟังก็สามารถพกพาเจ้า Esquire 2 ติดกระเป๋าไปได้ด้วยนะ และการที่ลำโพงมีแบตเตอรี่ในตัวก็ทำให้เราไม่ต้องยุ่งยากไปหาที่เสียบปลั๊กไฟอีกด้วย

การเชื่อมต่อ Esquire 2 เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์พกพานั้นสามารถทำได้ 2 วิธี คือ การเชื่อมต่อผ่านทางพอร์ต AUX 3.5mm และเชื่อมต่อไร้สายผ่านทาง Bluetooth เหมือนกับการใช้งานร่วมกับ SmartPhone เลยล่ะ

มาดูที่ส่วนของคุณภาพเสียงการใช้งานเมื่อเชื่อต่อเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์กันต่อเลย ซึ่งการใช้งานจากที่กระผมได้ใช้เจ้า Esquire 2 เป็นลำโพงหลักเพื่อใช้ในการรับชมภาพยนตร์เรื่อง “Mad Max : Fury Road” ก็พบว่าในฉากที่ Furiosa นางเอกของเรื่อง และ Max พระเอกของเรื่องได้ปฏิบัติการกระตุกหนวดเสือ รวมถึงการถล่มกองทัพของฝั่งตัวร้ายอย่างราบคาบ

ตัวของ Esquire 2 ที่ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ลำโพงที่มาพร้อมกับระบบเสียงแบบสเตอริโอเท่านั้นแต่ก็ยังสามารถให้อารมณ์การรับชมได้อย่างสมจริง โดยฉากระเบิดที่เป็นเสียงเบสที่ต้องใช้ย่านความถี่ต่ำของเสียงเยอะอยู่พอสมควรก็สามารทำออกมาได้ดี จุดนี้เองถือว่าเป็นจุดเด่นของลำโพงจาก Harman Kardon เขาเลยล่ะ

นอกจากเสียงเบสที่มาในปริมาณที่พอดีแบบที่ไม่ได้ล้นมากจนเกินไปแล้ว ส่วนที่เป็นฉากสนทนาของตัวละควรที่ออกมาทางเสียงกลางก็ยังให้ความคมชัดและความมนของปลายเสียงได้ดีเช่นกัน แต่ในแง่ของเสียงสูงอาจจะไม่ได้เฟี้ยวฟ้าวอะไรมากนัก โดยรวมแล้วถ้าหากเราอยากจะเผื่อแผ่ให้เพื่อนข้างๆ เราได้ชมภาพยนตร์และฟังเพลงไปพร้อมๆ กันกับเรา หรือจะใช้ประชุมงานออนไลน์กับกลุ่มคนเล็กๆ บนโต๊ะประชุมแล้วก็ถือดีกว่าการใช้ลำโพงที่ติดมากับเครื่องคอมพิวเตอร์เยอะเลยทีเดียว

Features – ลูกเล่น

ในส่วนของลูกเล่นที่อยู่บนตัวของ Esquire 2 อาจจะไม่ได้เยอะเท่ากับ Esquire ที่มี NFC มาให้เราได้ใช้งาน แต่ก็ยังคงให้ระบบ QUAS – MIC CONFERENCING ที่สามารถใช้ประชุมสายจากโทรศัพท์ได้ 360 องศาด้วยไมโครโฟนที่ถูกติดตั้งมาให้ถึง 4 ตัว 4 ทิศทาง

Esquire 2 มาพร้อมกับไมโครโฟน 4 ทิศทาง และรองรับระบบเสียงแบบ Voice Logic

ซึ่งข้อดีของการที่มีไมโครโฟนติดมาให้นั้นทำให้เราสามารถใช้ลำโพงที่เชื่อมต่อเข้ากับ SmartPhone ได้ทันที ในกรณีที่เราฟังเพลงอยู่เมื่อมีสายโทรศัพท์เข้ามาก็สามารถกดรับด้วยปุ่มที่อยู่บนตัวของลำโพงได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องสลับไปสลับมา เพราะว่าเราสามารถสนทนาผ่านไมโครโฟนและลำโพงที่อยู่บนตัวของเจ้า Esquire 2 ได้ทันที

เกือบลืมบอกไปเลยว่าไมโครโฟนที่ติดมาให้สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ด้วยการเชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth ซึ่งดีมากๆ ในเวลาที่มีประชุมงานผ่านทางเครื่องคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้แล้วพอร์ต USB ที่ใส่มาให้ที่บริเวณด้านข้างของลำโพงยังสามารถใช้เป็นพอร์ตสำหรับชาร์จแบตเตอรี่ให้กับอุปกรณ์พกพาจำพวก SmartPhone และ Tablet ได้อีกด้วยนะ

Conclusion – สรุป

ข้อดีของ Harman Kardon รุ่น Esquire 2

  • ดีไซน์ลำโพงหรูหรา งานประกอบเนียบ ตัวบอดี้โดยรอบเป็นอลูมิเนียม แถมยังการันตีด้วยรางวัล  iF DESIGN AWARD 2015 และ red dot award 2015 winner อีกด้วย
  • การเล่นเพลงผ่านสัญญาณ Bluetooth ให้ประสิทธิภาพเสียงที่ใกล้เคียงกับเชื่อมต่อสายสัญญาณ
  • ESQUIRE 2 สามารถใช้เป็น Power Bank ในยามฉุกเฉยด้วยการชาร์จไฟให้กับ SmartPhone และ Teblet ผ่านทางพอร์ต USB ที่อยู่ทางด้านข้างของลำโพง

ข้อเสียของ Harman Kardon รุ่น Esquire 2

  • ไม่มีซองสำหรับจัดเก็บลำโพงมาให้ต้องจัดหาเอง
  • ภายในชุดไม่มีสายเคเบิล AUX 3.5mm มาให้ ซึ่งถ้าหากต้องการใช้งานจะต้องจัดหาเอง
  • ไม่มีอะแดปเตอร์ชาร์จไฟมาให้มีเพียงแค่สายเคเบิล USB to Micro-USB เท่านั้นที่แถมมาให้ภายในชุด

สำหรับท่านไหนที่กำลังมองหาลำโพงไว้ติดกระเป๋าพกพาไปไหนต่อไหน Harman Kardon รุ่น Esquire 2 ก็เป็นลำโพงอีกหนึ่งตัวที่มีขนาดกำลังดีไม่เล็กจนเกินไป จึงทำให้สามารถคงคุณภาพเสียงไว้ได้ดีในระดับหนึ่ง การใช้งานโดยรวมจะเน้นที่การใช้งานแบบไร้สายผ่านทางสัญญาณ Bluetooth เพียงแค่คุณกดปุ่มที่อยู่ทางด้านบนของลำโพงแล้วก็นำ Smart Device ที่เราต้องการเชื่อมต่อมาจับคู่ด้วยก็ใช้งานได้อย่างง่ายดายแล้ว

Harman Kardon รุ่น Esquire 2
ราคา 8,990 บาท

ถัดมาที่คุณภาพเสียงการใช้งานโดยรวมนั้น ESQUIRE 2 มาพร้อมกับพละกำลังในการถ่ายทอดเสียงเบสออกมาได้กระหึ่มเกินตัว แถมในส่วนที่เป็นเสียงกลางและเสียงสูงเองก็ยังคงมีเอกลักษณ์ของความเป็น Harman Kardon อยู่เฉกเช่นเดิม โดยปลายเสียงจะติดมนๆ ออกแนวนุ่มนวล แต่การนั่งฟังหรือใช้งานจริงถ้าหากเราถอยห่างออกมาจากหน้าลำโพงสัก 10-15 เมตรจะแอบรู้สึกว่าเสียงเบสที่ถูกส่งออกมามีความเบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติของลำโพงแบบพกพาอยู่แล้วล่ะ

ในส่วนของลูกเล่นอื่นๆ นั้นเราก็ยังสามารถดึงเอาไฟในแบตเตอรี่มาชาร์จไฟให้กับ SmartPhne หรือ Tablet ได้ด้วยนะ ในส่วนของไมโครโฟน 4 ตัวที่ติดอยู่บนตัวของลำโพงก็ยังสามารถใช้เป็น Handsfree ได้อีกเช่นกัน

ทั้งนี้ส่วนของการใช้งานจริงหากเปิดในระดับเสียงที่ดังพอประมาณจะสามารถใช้งานเจ้า ESQUIRE 2 ได้ยาวนานถึง 10 ชั่วโมงได้อย่างสบายๆ (กระผมนี่ทดสอบมาแล้ว) ถือว่าสูงกว่าสเปคที่ระบุไว้เพียง 8 ชั่วโมงเท่านั้น จากที่กระผมได้รีวิวไปถ้าหากท่านใดสนใจก็อย่าพึ่งเชื่อกระผมไปเสียทั้งหมดอยากให้ไปหาทดลองฟังกันดูเสียก่อนว่ามันตรงตามสไตล์การฟังเพลงของคุณหรือป่าว

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification

ฝากอีเมลของคุณไว้ แล้วเราจะแจ้งให้ทราบทันทีที่สินค้า/รุ่นสินค้ามีในสต็อกอีกครั้ง

ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้