รีวิว Hisense 55U7G ULED TV รุ่นคุ้ม ดีไซน์ลงตัว มาตรฐานภาพจัดเต็ม!!

แบรนด์ Hisense ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ทีวีที่ได้รับความนิยมอย่างดี ด้วยคุณภาพของตัวสินค้า และมาตรฐานในการผลิตรวมถึงราคาที่จับต้องได้ง่าย ทำให้แบรนด์นี้นั่นสามารถเข้ามาตีตลาดในประเทศไทยได้ด้วยทีวีหลายๆ รุ่นในหลายปีที่ผ่านมา โดยในปี 2021 นี้ผมก็ได้มีโอกาสในการสัมผัสเจ้า ULED จาก Hisense รุ่น 55U7G และมารีวิวให้ทุกคนได้อ่านกันครับ
สเปคเบื้องต้นของ Hisense 55U7G
- หน้าจอขนาด 55″
- ความละเอียด 4K (3840 x 2160) รองรับ HDR10, HDR10+, Dolby Vision , HLG
- Refresh Rate 4K@60Hz , 1080p@120Hz
- พาเนล VA
- สมาร์ททีวี VIDAA U5
- กำลังขับลำโพง 10W x 2 รองรับสัญญาณเสียง Dolby Atmos (ARC/eARC)
Design – การออกแบบ
ดีไซน์ในปีนี้ของรุ่น U7G นั้นเรียกได้ว่ามีความสดใหม่พอสมควร จากเดิมที่รุ่นก่อนๆ นั้นจะใช้ขาตั้งเป็นทรงกิ่งไม้ แต่ในรุ่นนี้ได้ปรับเปลี่ยนมาเป็นรูปทรงคล้ายตัว U อยู่ตรงกลางของตัวทีวีแทนวัสดุนั้นทำมาจากโลหะมีความแข็งแรงรับน้ำหนักได้ดี ตัวบอดี้จอนั้นมีความบางพอประมาณ ภายใต้การออกแบบในคอนเซ็ปต์ Bezelless Design ตัวจอนั้นดูบางแทบจะไร้ขอบเลย ด้านหลังมีดีไซน์แบบเรียบง่าย พร้อมกับเล่นลวดลายที่ด้านล่างเล็กน้อย ทำให้ตัวทีวีโดยรวมออกมายังดูพรีเมี่ยมอยู่

ขอบจอ และกรอบทีวีด้านข้างมีความบางพอประมาณ เนื่องจากติดตั้ง Backlight เป็นแบบ Full-Array LED Backlight
ด้านล่างของตัวทีวีมีการเล่นแถบสีเงินหักมุมให้ดูพรีเมี่ยมยิ่งขึ้น
ฐานตั้งรูปทรงตัว U วัสดุเป็นโลหะแข็งแรง สี Metallic
แถบด้านล่างจอเป็นสีเงิน มีโลโก้ Hisense อยู่ตรงกลางพร้อมกับปุ่ม Hard Bottom ด้านล่างไว้สำหรับควบคุมตัวทีวี
รีโมทรุ่นนี้มีการเปลี่ยนหน้าตาใหม่ ดูเรียบง่าย น้ำหนักเบา และมีปุ่มเข้าสู่แอปฯ ต่างๆ ให้มาเยอะพอสมควรไม่ว่าจะเป็น Netflix, Amezon Prime Video, YouTube

Connectivity – ช่องต่อ
ช่องต่อถือว่าให้ครบครันไม่ว่าจะเป็น HDMI 4 ช่อง USB 2 ช่อง โดย 1 ช่องจะเป็นแบบ 3.0 และอีกหนึ่งช่องเป็น 2.0 รวมถึงพวก Headphones (3.5 mm), LAN, Optical, AV In และ Antenna
HDMI ทั้งหมดรองรับสัญญาณภาพสูงสุดที่ 4K@60Hz หากต้องการใช้งานเล่นเกมแบบ 120Hz นั้นต้องเล่นบนสัญญาณภาพแบบ 1080p
ช่อง HDMI, LAN, AV In จะอยู่บริเวณด้านหลัง
ช่องต่อทั้งหมดของ Hisense 55U7G
| HDMI™ In | 3 (ด้านข้าง), 1 (ด้านหลัง) รองรับสัญญาณภาพ (4K@60Hz, 1080P@120Hz) โดย HDMI ARC จะอยู่ที่ช่อง 2 |
| USB | 2 (ด้านข้าง) |
| Ethernet | 1 (ด้านหลัง) พร้อม Wi-Fi Built-In |
| AV In | 1 (ด้านหลัง) |
| Antenna In | 1 (ด้านหลัง) |
| Digital Audio Out | 1 (Optical ด้านข้าง) |
| Audio/Headphone Out | 1 (ด้านหลัง) |
| Bluetooth | รองรับ |
Extra – เพิ่มเติม
ระบบปฏิบัติการ Smart TV ของ Hisense 55U7G ใช้เป็น VIDAA U5 เวอร์ชั่นใหม่มีการปรับปรุงหน้าตาอินเตอร์เฟสให้ดูดี และสีสันสวยงามขึ้น มีการแบ่งหมวดหมู่แอปฯ ได้ชัดเจน รวมถึงแอปฯ สามัญประจำทีวีที่ต้องมีทุกเครื่องอย่าง Netflix, Amezon Prime Video และ YouTube ยังคงให้มาเช่นเคยถึงแม้แอปฯ ที่ให้มาจะดูไม่มากเท่าระบบอื่น แต่ก็ถือว่ามีการอัปเดตแอปฯ ใหม่อย่าง UEFA.TV, iQIYI มาให้รับชมบนทีวีได้แล้วในตอนนี้
*ประมาณเดือน สิงหาคม – กันยายน ปีนี้จะมีการอัปเดตเฟิร์มแวร์ให้สามารถใช้การ “สั่งงานด้วยเสียง” ผ่านรีโมทได้
แอปฯ Netflix รองรับภาพ 4K Dolby Vision และระบบเสียง Dolby Atmos (DD+) เราสามารถเชื่อมต่อชุดเครื่องเสียงหรือลำโพงซาวด์บาร์ผ่านช่องต่อ HDMI ที่รองรับ ARC/eARC บนทีวีได้เลย

ส่วนการเข้ารับชมแอปฯ Disney+ Hotstar ในตอนนี้ยังต้องทำผ่าน Web Browser อยู่แต่ถือว่าดูแก้ขัดได้
YouTube สามารถดูคลิปวิดีโอแบบ 4K HDR ได้ด้วย
Picture – ภาพ
Hisense 55U7G นั้นใช้พาแนลแบบ VA (Vertical Alignment) ความละเอียด 4K (3840×2160) มีจุดเด่นเรื่องความเปิดโปร่งรวมถึงคอนทราสต์ของภาพที่สูง ผนึกกำลังกับเทคโนโลยี Quantum Dot เข้าไปอีกทำให้ภาพที่ได้นั้นมีขอบเขตสีที่กว้างขึ้น และสามารถหรี่หลอด LED Backlight ที่เป็นแบบ Full-Array Local Dimming ได้ดีพอประมาณเนื่องจากมีโซนหลอดไฟทั้งหมด 72 โซน ช่วยให้การแสดงภาพในฉากมืดนั้นเนียนมากยิ่งขึ้น ต่างกับทีวีที่ใช้การวางหลอดไฟแบบ Edge LED
ซึ่งระดับ Local Dimming ที่ผมแนะนำให้ปรับใช้คือ Medium ทั้งโหมดการรับชม HDR และ SDR เนื่องจากการปรับระดับแสง Bakclight จะดูเป็นธรรมชาติกว่า ไม่กระชากมาก
ทีมงานใช้เครื่องมือปรับภาพระดับมาตรฐานสูงในการปรับภาพ และวัดค่าภาพ 55U7G พบว่าให้ผลออกมาดี
โหมดภาพเมื่อรับชม SDR Content มีทั้งหมด 5 โหมด
Pre-Calibration SDR

Post-Calibration SDR
ซึ่งโหมดภาพจากโรงงานที่ผมแนะนำให้ใช้งาน คือ Cinema Day หรือ Cinema Night ก็ได้ โดยให้สีสัน และความเที่ยงตรงนั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ดีใกล้เคียงกับมาตรฐานมากที่สุดโดยมีค่า Grayscale Avg DeltaE = 3.2, 3.6 เมื่อปรับภาพแล้วลดลงเหลือ 2
55U7G รองรับมาตรฐาน HDR หลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น HDR10,HDR10+, Dolby Vision, HLG สามารถใช้รับชมภาพยนตร์หรือคอนเทนต์ต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Pre-Calibration HDR

Post-Calibration HDR

โหมดภาพ HDR ที่ให้ระดับความสว่าง HDR Peak Brightness สูงสุด คือ HDR Standard ที่ 680 nits แต่โหมดที่แนะนำ คือ HDR Day หรือ HDR Night เพราะความเพี้ยนสีต่ำกว่า (Grayscale Avg DeltaE = 7.2 และจะลดลงเหลือ 3.6 หลังปรับภาพ) ส่วนขอบเขตสีอยู่ที่ 94% ของมาตรฐาน DCI-P3 ถือว่าเป็นทีวีรุ่นกลางที่ให้ภาพที่ดี เกินราคาค่าตัวพอสมควรเมื่อเทียบกับทีวีแบรนด์อื่นในรุ่นที่ราคาพอๆ กัน
การรับชมคอนเทนต์ที่เป็น Dolby Vision ก็มีโหมดภาพให้เลือกปรับได้เช่นกัน
ส่วนการตั้งค่าภาพเคลื่อนไหวนั้น โหมด Film ก็ถือว่าใช้งานได้เลยหรือหากต้องการความไหลลื่นหรือปรับลดการสะดุดด้วยตัวเองก็ทำได้ผ่านการตั้งค่าแบบ Custom

สำหรับการเล่นเกม Hisense 55U7G นั้นมีฟีเจอร์ ALLM (Auto Low Latency Mode) หรือการเข้าสู่ Game Mode แบบอัตโนมัติ ซึ่งเมื่อใช้งานโหมดนี้แล้วปิดการใช้งานฟีเจอร์การแทรกเฟรมภาพด้วยแล้ว Input Lag จะเหลือเพียงประมาณ 13 ms เท่านั้นในการใช้งานแบบ 4K@60Hz

*หมายเหตุ: กรณีที่ต้องการ On ตัวเลือก Game Mode เอง (เพื่อความชัวร์) ให้ทำการ Off – Auto Low Latency Mode ก่อน จะสามารถปรับเปลี่ยนตัวเลือก Game Mode ได้
หากต้องการเล่นเกมแบบ High Refresh Rate 120Hz นั้น ตัวทีวีสามารถเล่นได้บนความละเอียดภาพแบบ 1080p เท่านั้นต้องทำการตั้งค่าที่ตัว PC หรือ เครื่องเกมของเราเสียก่อน ตรงส่วนนี้ก็จะช่วยให้ Movement การแพนมุมมองภายในเกมนั้นไหลลื่นขึ้นยิ่ง และส่งผลต่อการตอบสนองที่ดีขึ้นอีกด้วย (Input Lag ต่ำลง)
เล่นเกมแบบ 120Hz นั้นช่วยให้การควบคุมนั้นตอบสนองได้เร็วขึ้นจริง
Sound – เสียง
Hisense 55U7G นั้นมีกำลังขับลำโพง Stereo อยู่ที่ 10W x 2 watts คุณภาพเสียงถือว่าใช้งานได้ประมาณนึงเลยสำหรับการรับชมแบบทั่วไป มีเนื้อเสียงที่อิ่มและเบสนิดหน่อย แต่หากต้องการมวลเบสหรือเสียงที่มีความกระแทกกระทั้นมากขึ้นกว่านี้สามารถหาลำโพงซาวด์บาร์หรือชุดเครื่องเสียงมาอัปเกรดคุณภาพเสียงได้

นอกจากนี้ Hisense 55U7G ยังมีโหมดเสียงให้เลือกปรับหลายรูปแบบ เราสามารถเข้าไปเลือกได้ที่เมนู Sound Mode ซึ่งโหมดภาพที่ผมแนะนำให้ลองปรับใช้ดูนั้นมี 2 โหมดคือ Standrad และ Theatre เนื่องจากมีการปรับจูนเสียงที่ออกมาดูดีมากที่สุดแล้ว

อย่าลืมเปิดการใช้งานหากต้องการ HDMI Pass-throug ระบบเสียง Dolby Atmos
Conclusion – สรุป
Hisense 55U7G ถือเป็น ULED TV รุ่นระดับกลางจากทาง Hisense ที่มีมาตรฐานภาพที่น่าสนใจ บวกกลับคุณภาพวัสดุของตัวทีวีที่ทำมาดูพรีเมี่ยม หากใครที่ต้องการทีวีความละเอียด 4K ที่ใช้ LED Backlight เป็นแบบ Full-Array Local Dimming ที่ราคาไม่สูง และสเปคภาพจัดเต็มแบบนี้ลองเก็บ 55U7G ตัวนี้ไว้เป็นตัวเลือกรับรองไม่ผิดหวังแน่นอนครับ

ข้อดีของ Hisense 55U7G
- เป็นทีวี 4K ที่สามารถแสดงผล HDR ได้ครบ ทั้ง HDR10, HLG, HDR10+ และ Dolby Vision
- ตัวทีวีใช้ Full-array LED Local Dimming Backlight
- มีปรับปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ ขาตั้งประหยัดเนื้อที่ขึ้น
- มีฟีเจอร์ Motion แทรกเฟรมภาพเคลื่อนไหวให้เลือกปรับ
- ช่องเชื่อมต่อครบครัน รองรับ eARC สามารถ Passthrough ระบบเสียง Dolby Atmos
ข้อเสียของ Hisense 55U7G
- มุมมองการรับชมอาจะไม่กว้างมากนัก แนะนำให้รับชมมุมตรงจะได้ภาพที่ดีที่สุด
- ยังไม่รองรับ 4K 120Hz
- ตัวแอปฯ ที่นิยมใช้กันในประเทศไทย ยังมีให้ใช้ไม่มากนัก
ราคาเปิดตัว Hisense U7G
55″ 27,990 บาท
65″ 34,990 บา