ข้ามไปที่เนื้อหา
|

รีวิว Hisense 65U7A ทีวี 4K HDR ซีรีส์กลางตัวใหม่ จอใหญ่ ภาพดีงามเกินค่าตัว!!!

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 04 Mar 2022 0 ความคิดเห็น

เมื่อพูดถึงแบรนด์ Hisense หลายคนที่เป็นแฟนกีฬาทั้งหลายคงจะเคยผ่านหูผ่านตากันมาบ้าง เพราะแบรนด์นี้เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการในกีฬาหลายประเภทด้วยกัน อย่างล่าสุดก็ใน FiFa World Cup 2018 สิ่งนี้บอกถึงอะไร? มันสามารถบอกได้ว่าแบรนด์นี้ในต่างประเทศถือเป็นแบรนด์ที่มียอดขายสูง และเป็นที่นิยม ข่าวดีคือก็คือแบรนด์ Hisense จะเริ่มทำตลาดในไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งเดิมทีทีวีของแบรนด์นี้ก็มีขายอยู่บ้างเพียงแต่เป็นตัวเล็กๆ เสียส่วนใหญ่ เมื่อคิดทำตลาดบ้านเราอย่างจริงจัง ก็ต้องนำรุ่นใหญ่มาลงด้วย อย่าง Hisense 65U7A รุ่นนี้

สเปค Hisense 65U7A, Spec Hisense 65U7A

– ความละเอียดภาพ 4K (3840 x 2160)

– รองรับ HDR

– ขนาด 65″

– Smart TV

– ราคาเปิดตัว 

 65นิ้ว 42,990 บาท ราคาโปรโมชั่น 39,990 บาท ประกัน 3 ปี 

 55นิ้ว 27,990 บาท ราคาโปรโมชั่น 24,990 บาท ประกัน 3 ปี

 

ดีไซน์

Hisense 65U7A ออกแบบได้ดีกว่าแบรนด์เจ้าตลาดบ้านเราในบางรุ่นเสียอีก โดยขอบด้านข้างมีความหนาราว 1 เซ็นติเมตรเท่านั้น และกรอบจอทีวีแทบจะชิดกับพาเนล ขาตั้งสีเงินทรงกิ่งไม้ซึ่งไม่ใช่กิ่งแบบเรียวเล็ก แต่เป็นกิ่งหนาไล่ระดับซึ่งดูเข้ากับตัวจอเป็นอย่างดี น่าเสียดายที่ทีวีสมัยใหม่ยุคนี้มักออกแบบจุดวางขาตั้งมีขนาดเดียวกับความกว้างของจอ ทำให้กินพื้นที่ชั้นวางค่อนข้างเยอะ

ขอบบางมาก

ไม่ใช่แค่ขอบ! กรอบจอก็แทบจะชิดขอบเลย

โลโก้ Hisense กลางขอบจอด้านล่าง

ขาตั้งทรงกิ่งไม้สวยงามก็จริง แต่ว่าจุดวางขาตั้งอยู่ใกล้กับขอบจอซ้ายขวา ทำให้กินพื้นที่ชั้นวาง

 

ช่องต่อ

Hisense 65U7A ในภาพรวมแบ่งช่องต่อออกมาด้วยกันทั้งหมดสองส่วน ส่วนแรกคือช่องต่อด้านหลังเครื่องจัดเป็นกลุ่มช่องต่อประเภทตายตัว ใครที่คิดว่าอุปกรณ์นั้นๆ ไม่ได้ถอดเสียบเปลี่ยนบ่อยๆ ก็ให้มาต่อตรงส่วนนี้ ส่วนที่สองคือกลุ่มช่องต่อด้านข้าง เป็นช่องต่อประเภทที่ใช้ถอดเข้า ถอดออกบ่อยๆ และ HDMI ทุกช่องรองรับ 4K ทั้งหมด

กลุ่มช่องต่อด้านหลัง

กลุ่มช่องต่อด้านข้าง

ช่องต่อทั้งหมดของ Hisense 65U7A

1. HDMI x 4 (Support 4K)

2. Optical Digital

3. Ethernet

4. AV In

5. Antenna

6. USB 2.0

7. USB 3.0

รีโมทของ Hisense 65U7A มีปุ่มลัด Netflix, YouTube ทรงกำลังดี จับถนัดมือ


ภาพ

Hisense 65U7A พระเอกรีวิวในครั้งนี้มีความละเอียด 4K (3840 x 2160) รองรับ HDR ขนาด 65” แวบแรกที่เห็นภาพบอกได้เลยว่ามันดีเกินคาด ก่อนอื่นรุ่นนี้ใช้พาเนลแบบ VA จุดเด่นที่สุดคงไม่พ้นการให้ระดับสีดำที่ดำลึก ส่วนในเรื่องของมุมมองก็ถือว่าหายห่วงในระดับหนึ่ง เพราะด้วยขนาดที่เป็นจอใหญ่ถึง 65” ระยะรับชมที่ดีก็ควรจะอยู่ประมาณ 1.8 เมตร ด้วยระยะขนาดนี้ภาพที่ออกมาจึงไม่มีปัญหาอะไร

สไตล์ภาพของ Hisense 65U7A ไม่ได้ออกคมชัดบาดตา ไม่ได้นุ่มนวลชวนฟุ้ง แต่จะอยู่ตรงกลางระหว่างความคมชัด และความนุ่มนวล ดังนั้นภาพที่ออกมาจึงดูสบายตาอย่างมาก สีสันอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ติดขัดเล็กน้อยตรงเรื่องของความสว่าง เพราะจากตัวเลขวัดอย่างเป็นทางการรุ่นนี้มีความสว่างอยู่ราวๆ 300 nits ดังนั้นหากห้องนั่งเล่นมีแสงสว่างส่องมากเกินไปจะส่งผลกระทบต่อภาพพอสมควร ประมาณแสงส่องมาสักสามด้านจังๆ แต่ถ้าน้อยกว่านั้นก็สบายครับ

ทดสอบภาพจากภาพยนตร์เรื่อง Thor : Ragnarok

นอกจากแผ่น 4K Blu-ray แล้ว ก็ยังจับ Hisense 65U7A มาทดสอบระบบการอัพสเกลภาพกับแผ่น Blu-ray ธรรมดาด้วย โดยเรื่องที่ใช้ทดสอบดูภาพคือเรื่อง Interstellar ภาพที่ออกมาดูดีเลยครับ รายละเอียดเป็นรองภาพแบบ 4K เล็กน้อยเท่านั้น ไม่น่าเชื่อว่าจะทำออกมาได้ดีขนาดนี้ ถือว่าหน่วยประมวลผลไว้วางใจได้จริงๆ ที่สำคัญรุ่นนี้มีฟีเจอร์ Ultra-Smooth Motion ที่ช่วยเรื่องภาพเคลื่อนไหวในตัวอีกด้วย เพียงแต่ค่ามาตรฐานที่ให้มาจากโรงงานทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ ผมขอแนะนำว่าให้เลือกแบบ Custom จากนั้นก็ปรับค่า D-Judder และ D-Blur เป็นระดับ 3 ทั้งคู่ครับ ก็จะได้ภาพเคลื่อนไหวที่ดูลื่นไหลไม่กระโชกโฮกฮาก ไม่ติดผีหลอกหลอนตามคน

อีกจุดเด่นหนึ่งของรุ่นนี้ที่ผมชอบมากก็คือเป็นทีวีที่สามารถปรับภาพได้อย่างละเอียด สำหรับใครที่พอมีพื้นฐานปรับภาพอยู่บ้างสามารถที่จะปรับภาพขุดเอาศักยภาพที่ดีที่สุดของทีวีออกมาได้เลย ซึ่งหลังจากที่ทางทีมงานได้วัดค่าต่างๆ โดยใช้เครื่องมือปรับภาพแล้วค่าอ้างอิงตามสเปคดูดีมากทีเดียวครับ ขอบเขตสีกว้างครอบคลุม 91% ของมาตรฐาน DCI P3 สามารถปรับ White Balance แบบ 2P รวมไปถึง CMS แต่ที่น่าเสียดายคือตัวเครื่องแม้จะแยกโหมดภาพระหว่าง SDR กับ HDR มาก็จริง แต่ว่าไม่มีค่าหน่วยความจำในการบันทึกการตั้งค่าแบบเฉพาะ ดังนั้นค่าที่ปรับในโหมด SDR ก็จะไปกระทบถึง HDR ด้วย ซึ่งแน่นอนสำหรับทีวีซีรีส์คุ้มค่าแบบนี้ ปรับได้ขนาดนี้ ถือว่าเยี่ยมยอดมากแล้ว

ข้อแนะนำ

 เมื่อเปิดภาพแบบ HDR ควรเลือกเป็นโหมด HDR Cinema

– ควรปิดฟีเจอร์ Dynamic Contrast เมื่อรับชมภาพแบบ SDR และควรเปิดเมื่อชมภาพแบบ HDR จะได้ภาพที่สว่างขึ้น

ค่าก่อนปรับภาพจะเห็นได้ว่าอุณหภูมิสีออกไปในโทนเย็น แต่เมื่อปรับแล้วบอกได้เลยว่าอยู่ในระดับดีมาก!

อุณหภูมิสีจากโหมด HDR Standard สังเกตได้ว่าสีน้ำเงินโดดขึ้น ทำให้ภาพติดโทนเย็น

ค่าหลังปรับภาพโหมด SDR ดีมาก!

และโหมดภาพระหว่าง HDR กับ SDR นั้นแยกกันอย่างชัดเจน อย่างเช่นถ้าเราเปิดคอนเทนท์ HDR โหมดภาพก็จะมี HDR Dynamic, HDR Standard และ HDR Cinema แต่ถ้าเราเปิดคอนเทนท์แบบ SDR ก็จะมีโหมดภาพให้เลือกใช้มากขึ้น ได้แก่ Standard, Natural, Cinema, Dynamic และ FootBall ถ้าจะให้ผมแนะนำโหมด HDR ควรเลือกเป็น HDR Cinema ครับ ส่วนการรับชมปกติควรเลือกโหมด Cinema แต่ถ้าใครอยากได้สีสันสดใสมากขึ้นจะเป็นโหมด Football ก็ได้ เหมาะแก่การเล่นเกม

โหมดภาพขณะรับชมคอนเทนท์แบบ HDR

โหมดภาพขณะรับชมคอนเทนท์แบบ SDR

โหมดฟุตบอลจะบูสต์สีสันขึ้นมา ไม่ต้องกังวลเรื่องสีผิวคน

ภาพจากทีวีดิจิตอล คมชัด จับใจ

 

เสียง

ยอมรับครับว่าแรกเริ่มเดิมทีผมมีความคาดหวังกับพลังเสียงของ Hisense 65U7A ไว้พอสมควร เพราะรุ่นนี้นอกจากลำโพงหลักที่ติดตั้งไว้ตรงด้านล่างของทีวียิงเสียงจากด้านล่างสะท้อนหาชั้นวางทีแล้วค่อยเข้าสู่หูผู้ฟังแล้ว ที่ด้านหลังยังมี Passive Radiator อยู่ด้วยกันถึงสี่ดอก แบ่งเป็นซ้าย – ขวา อย่างละสองดอก เจอแบบนี้แล้วไม่ให้หวังได้ยังไง

หน้าตาของ ที่อยู่ด้านหลัง

ถามว่าสมหวังไหม ขอตอบตรงนี้เลยว่าสมหวังนะครับ! ให้สมหวังนะครับ! เริ่มจากพลังเสียงเพียงแค่เปิดระดับ 40 ก็ดังครอบคลุมห้องนั่งเล่นทั่วไปได้อย่างสบาย นี่ต้องขอบคุณลำโพงกำลังขับ 15w x 2 ที่ให้มาด้วย แนวเสียงของรุ่นนี้มีความกลมกล่อมในตัวครับ ไม่บาดหู เสียงกลางแน่นดีกว่าทีวีทั่วไปในระดับเดียวกัน ส่วนเบสมีให้กระชุ่มกระชวยสร้างเสียงให้มีน้ำหนักขึ้นมาได้ ส่วนเสียงแหลมอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง โดยรวมแล้วก็จัดว่าดีเลยครับ 

เอามาฟังเสียงนักร้องชัดๆ นี่ดีนักแล

 

เพิ่มเติม

ระบบปฏิบัติการที่ใช้ใน Hisense 65U7A เครื่องนี้มีชื่อว่า VIDAA U Smart TV ออกแบบ GUI (Graphic User Interface) ได้ดี ระบบไม่ซับซ้อน ใช้งานง่าย อัตราการตอบสนองจัดอยู่ในระดับปานกลาง ไม่ช้าจนต้องถอนหายใจ แต่ก็ไม่ได้เร็วขนาดกดปุ๊บติดปั๊บ ประมาณว่ารอตอบสนองสัก 1-2 วินาที โดยที่หน้าหลักเราสามารถนำช็อตคัทของแอปพลิเคชั่นต่างๆ มาวางไว้ได้ด้วยเพื่อความสะดวกในการเปิดใช้งาน

หน้าหลักของระบบปฏิบัติการ Smart TV ใน Hisense 65U7A

แอปพลิเคชั่นที่มีให้เล่น ให้ใช้งานบนเครื่องนี้ต้องยอมรับครับว่าปัจจุบันยังมีให้เล่นอยู่น้อยโดยเฉพาะ Local Content แต่ถ้าใครคิดใช้งานหลักๆ เพียงแค่ ดู Netflix, YouTube ก็ขอบอกว่าเหลือเฟือครับ แอปฯ ทั้งสองมีให้บริการ แถมตอนเข้าใช้งานก็สะดวกง่ายดาย เพราะมีปุ่มลัดให้บนรีโมทคอนโทรลอยู่แล้ว ช่าวดีก็คือตัว YouTube เป็น 4K ส่วน Netflix ก็ได้ 4K อยู่แล้ว

แอปพลิเคชั่นบนเครื่อง

มีเกมให้เล่นด้วยแต่เป็นเกมเล่นง่ายๆ เหมาะกับคุณหนูๆ

4K YouTube

4K Netflix

นอกจากแอปฯ และเรื่องการสตรีมมิ่งแล้ว ด้านการเล่นไฟล์ของ Hisense 65U7A น่าประทับใจเช่นกัน เพราะหาได้ยากจริงๆ ที่ทำ Media Player ติดตัวทีวีมาแล้วรองรับการปรับแต่งค่าต่างๆ ได้อย่างละเอียดแบบนี้ ไม่ว่าจะปรับขนาดซับ เปลี่ยนสีซับ ตำแหน่ง ปรับได้ทั้งหมด แน่นอนว่าต้องเป็นซับไตเติ้ลแบบแยก ไม่ใช่แบบฝัง ส่วนการเล่นไฟล์ก็เล่นได้ลื่นดีครับ ลองเล่นไฟล์ 4K ขนาด 80GB สามารถ skip ได้ลื่น

ปรับแต่งซับไตเติ้ลได้

ทดสอบเล่นไฟล์ 4K เล่นได้ลื่น Skip ไม่กระตุก

รองรับการ Cast !

 

สรุป

ข้อดีของ Hisense 65U7A

1. ดีไซน์บางเฉียบ สีเงินดำเข้ากันได้กับทุกเฟอร์นิเจอร์

2. เป็น 4K HDR TV ที่ราคาคุ้มค่าในตลาด

3. 4K YouTube, 4K Netflix เต็มระบบ

4. รองรับการปรับภาพแบบละเอียด ผู้ที่มีเครื่องไม้เครื่องมือในการปรับภาพจะถูกใจ

5. มีฟีเจอร์ช่วยเรื่องภาพเคลื่อนไหว

6. มี Passive Radiator เสริมเรื่องคุณภาพเสียง

ข้อเสียของ Hisense 65U7A

1. ขาตั้งทีวีมีขนาดกว้างติดขอบกับขอบซ้าย/ขวา ของทีวีทำให้กินพื้นที่ชั้นวาง

2. แอปพลิเคชั่นยังน้อย โดยเฉพาะ Local Content

3. อัตราการตอบสนองต่อการกดบางครั้งมีหน่วงๆ อยู่บ้าง

4. ความสว่างสูงประมาณ 300nits ทำให้ไม่สู้แสงเท่าที่ควร เหมาะกับห้องที่คุมสภาพแสงได้ระดับหนึ่ง ถ้าแสงเข้ามา 100 คุมได้ 70% ถือว่าเหมาะกับรุ่นนี้

ข้อดีของ Hisense 65U7A

1. ดีไซน์บางเฉียบ สีเงินดำเข้ากันได้กับทุกเฟอร์นิเจอร์

2. เป็น 4K HDR TV ที่ราคาคุ้มค่าในตลาด

3. 4K YouTube, 4K Netflix เต็มระบบ

4. รองรับการปรับภาพแบบละเอียด ผู้ที่มีเครื่องไม้เครื่องมือในการปรับภาพจะถูกใจ

5. มีฟีเจอร์ช่วยเรื่องภาพเคลื่อนไหว

6. มี Passive Radiator เสริมเรื่องคุณภาพเสียง

ข้อเสียของ Hisense 65U7A

1. ขาตั้งทีวีมีขนาดกว้างติดขอบกับขอบซ้าย/ขวา ของทีวีทำให้กินพื้นที่ชั้นวาง

2. แอปพลิเคชั่นยังน้อย โดยเฉพาะ Local Content

3. อัตราการตอบสนองต่อการกดบางครั้งมีหน่วงๆ อยู่บ้าง

4. ความสว่างสูงประมาณ 300nits ทำให้ไม่สู้แสงเท่าที่ควร เหมาะกับห้องที่คุมสภาพแสงได้ระดับหนึ่ง ถ้าแสงเข้ามา 100 คุมได้ 70% ถือว่าเหมาะกับรุ่นนี้

สรุป! Hisense 65U7A เป็น 4K HDR TV จอใหญ่ในราคาที่เอื้อมถึง ถือว่าเป็นการเปิดตัวรุกตลาดเมืองไทยได้ดีมาก สิ่งที่น่าสนใจคือปกติถ้าในรุ่นคุ้มค่าเรามักจะไม่ค่อยเห็นตัวช่วยเรื่องภาพเคลื่อนไหวมาสักเท่าไหร่ แต่รุ่นนี้มีให้แถมยังทำได้ดีอีกด้วย ขอบเขตสีสันก็กว้างขวาง หากตั้งอยู่ในห้องนั่งเล่นที่เหมาะสมก็จะเสพศักยภาพของทีวีได้อย่างเต็ม 100% 

*มาตรฐานคะแนนปี 2018

 

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้