ข้ามไปที่เนื้อหา
|

รีวิว HUAWEI Vision S 4K HDR ที่เป็นได้มากกว่าทีวี

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 30 Dec 2021 0 ความคิดเห็น

HUAWEI ถือเป็นแบรนด์ที่พวกเรารู้จักกันดีในฐานะผู้ที่ผลิตสินค้าประเภทอุปกรณ์พกพามาอย่างยาวนานไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนตระกูล P ซีรีส์ หรือแท็บเล็ต MatePad Pro สร้างฐานผู้ใช้ในประเทศไทยไม่น้อย จนในตอนนี้ HUAWEI ก็ได้เปิดไลน์อัปสินค้าใหม่ HUAWEI Vision S มาลุยตลาดทีวีบ้าง ภายใต้คอนเซปต์ “Beyond TV” ความพิเศษของรุ่นนี้จะเป็นยังไง มีจุดเด่นอยู่ตรงไหน ติดตามในรีวิวนี้ได้เลยครับ

สเปกเบื้องต้นของ HUAWEI Vision S

  • ขนาดที่วางจำหน่าย 55″ / 65″
  • ความละเอียด 4K รองรับ HDR10
  • มีกล้องเว็บแคมให้ในตัว
  • มีไมโครโฟน 6 ตัว
  • ลำโพง 40W
  • ระบบปฏิบัติการ HarmonyOS

Design – การออกแบบ

การออกแบบของ HUAWEI Vision S ในภาพรวมผมมองว่ามีความเป็น “มินิมอล” สูงมาก เพราะไม่ว่าจะลักษณะของกรอบจอสี่เหลี่ยมขอบบาง หรือขาตั้ง ก็เน้นในรูปทรงของสี่เหลี่ยมเป็นหลัก เป็นส่วนประกอบของความเรียบง่ายที่มารวมกัน เพียงแต่ความเรียบง่ายนั้นได้ซ่อนรายละเอียดการใช้งานไว้อย่างครอบคลุม เช่นถ้าเรามองไปด้านบนก็จะเห็นกล้องเว็บแคม หรือมองไปด้านล่างแถวโลโก้ก็จะพบกับรูไมโครโฟนที่ไว้ใช้ประชุม

HUAWEI Vision S พร้อมลุยขาตั้งทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเรียบง่ายกล้องเว็บแคมแบบแม่เหล็ก มีแถมมาให้

มีรูไมโครโฟนถึง 6 ตัว ใช้ร่วมกับกล้องสำหรับการประชุมได้สบาย
ด้านใต้ยังมีปุ่มควบคุมแบบจอยสติ๊กอยู่ด้วย

Connectivity – ช่องต่อ

ช่องต่อที่ให้มาบน HUAWEI Vision S นั้นค่อนข้างคำนึงถึงผู้ใช้ยุคใหม่ และพิจารณาแล้วว่าช่องต่อประเภทไหนที่ใช้ และไม่ใช้บ้างในยุคปัจจุบัน ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจครับที่รุ่นนี้จะไม่มีช่องต่อ Digital Antenna มาให้ เพราะในยุคนี้ใครๆ ต่างก็ใช้กล้องจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือกล่องจำพวกสมาร์ททีวี ต่อผ่านสาย HDMI กันอยู่แล้ว

ช่องต่อทั้งหมดของ HUAWEI Vision S

  • HDMI x 3
  • USB x 1
  • Ethernet (LAN)
  • AV IN
  • SPDIF
  • Wireless LAN Built-in

แผงช่องต่อของ HUAWEI Vision S

รีโมทควบคุมง่าย

Picture – ภาพ

HUAWEI Vision S รุ่นที่ทางเราได้รับมารีวิว มีขนาด 65″ ความละเอียด 4K (3840 x 2160) นอกจากขนาด 65″ ก็ยังมีขนาด 55″ ให้เลือกอีกรุ่น ตัวจอเป็นพาเนลแบบ VA ที่มีจุดเด่นในเรื่องของความสว่าง รองรับ HDR10 จากที่เปิดหนังดูแบบคร่าวๆ หากคิดว่านี่คือสมาร์ทวิชั่นรุ่นแรกของแบรนด์ คงต้องบอกว่า HUAWEI ทำการบ้านมาได้ค่อนข้างดีเลย แนวภาพของตัวเครื่องดึงจุดเด่นของพาเนลออกมาได้ ไล่เฉดได้ดีพอประมาณ

ดูการไล่เฉดสีจากในเรื่อง MADMAX

ในการรับชมคอนเทนต์ประเภท HDR โหมดภาพที่แนะนำคือสามารถใช้โหมด Standard หรือโหมด Movie ได้ โดยสองโหมดนี้จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ในโหมด Standard นั้นภาพจะสว่างมากกว่า อุณหภูมิสีออกติดในโทนเย็นเล็กน้อย ส่วนโหมด Movie ความสว่างจะน้อยกว่า แต่อุณหภูมิสีของภาพก็จะติดโทนอุ่นทำให้ดูสบายตา ใครชอบแบบไหนก็ให้ลองไปปรับใช้กันดูได้ครับ

โหมด Movie โทนภาพสบายตา

ส่วนตอนชมคอนเทนต์แบบ SDR ความรู้สึกแรกที่ได้รับก็คือมันรู้สึกสว่างมากกว่าแบบ HDR แต่เรื่องมิติภาพ รายละเอียดภาพในส่วนที่สว่าง และมืดก็จะดูด้อยกว่าแบบ HDR ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่จะต้องแลกกัน และโหมดภาพที่อยากจะแนะนำก็คือโหมด Movie เช่นกัน เนื่องจากทุกโหมดให้ความสว่างเทียบเคียงกัน แต่โหมด Movie เราจะได้ความสบายตา เหมาะกับการดูในระยะยาว

โหมดภาพ Movie ที่แนะนำกันไปนั้นนอกจากจะสัมผัสด้วยตาว่า “ดูดี สบายตา” จริงแล้ว พอใช้เครื่องมือปรับภาพมาวัด ก็ยิ่งพิสูจน์ได้เป็นอย่างดี ในโหมด Movie มีค่าอุณหภูมิสีอยู่ที่ 6290K ถือว่าใกล้เคียงกับอุณหภูมิสีอุดมคติอย่าง 6500K ส่วนความสว่างสูงสุดนั้นอยู่ที่ประมาณ 420 nit แสดงสีสันตามมาตรฐาน DCI-P3 แบบเดียวกับโรงหนังได้ราว 93% และต้องบอกว่าค่าเฉลี่ยความผิดเพี้ยนของสีเทากลาง (Grayscale Avg dE:) และขอบเขตสี (Colorspace Avg dE:) นั้นค่อนข้างดีมาตั้งแต่ต้น เพราะมีค่าเฉลี่ยผิดเพี้ยนเพียง 2.3 กับ 3 ตามลำดับ ซึ่งค่านี้ยิ่งน้อยยิ่งดีการเล่นเกมบน HUAWEI Vision S ให้ความรู้สึกสนุกพาผู้เล่นเพลินไปกับเกมได้ง่าย เพราะขอบจอบาง ทำให้ราวกับว่าเราไม่ได้กำลังเล่นเกมอยู่ในกรอบ ค่า Input lag ก็ถือว่าใช้ได้อยู่ที่ประมาณ 13 ms เล่นเกมทั่วไปได้อย่างไม่มีปัญหา และแน่นอนว่าต้องใช้โหมดภาพ Game ในการเล่นเสริมกันอีกสักหน่อย ถึงแม้ว่าโดยธรรมชาติการเลือกโหมด Movie หรือปรับพวกอุณหภูมิสีเป็น Warm จะทำให้ภาพที่แสดงออกมาติดโทนอุ่นอยู่แล้ว แต่ในเมนูการตั้งค่าในโหมดภาพด้านนอกเขาก็ยังมีโหมดตัดแสงสีฟ้าช่วยถนอมสายตามาให้ด้วย ในภาพรวมก็จะให้อุณหภูมิสีที่ติดโทนอุ่นเหมือนกันแต่จะว่าจะมากกว่าโหมด Movie สมแล้วกับที่ผ่านมาตรฐานของ TÜV Rheinland

Sound – เสียง

แรกที่ได้ยินเสียงจากเครื่องนี้ สร้างความประทับใจให้ผม กับทีมที่ได้ฟังมากครับ เพราะถือว่าได้พลังเสียงที่ดีเกินตัว เสียงมีเนื้อมีหนัง ไม่แห้ง และพอได้มาดูสเปกก็ต้องร้อง “อ๋อ !” เลย เพราะเขาให้ลำโพงมาถึง 4 ดอก แบ่งเป็นลำโพงแบบทวีตเตอร์กำลังขับ 10W x 2 คู่กับลำโพงแบบฟูลเรนจ์ 10W x 2 รวมทั้งหมด 40W จึงสามารถตอบสนองเสียงพูด เสียงระเบิดได้ค่อนข้างดี ประทับใจครับดูหนังก็สนุก ฟังเพลงก็ได้

Feature – ลูกเล่น

ระบบปฏิบัติการที่ HUAWEI Vision S ใช้นั้นชื่อ HarmonyOS ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการของ HUAWEI เอง ซึ่งพัฒนากันมาตั้งแต่สมาร์ทโฟนแล้ว จุดเด่นของระบบนี้อยู่ที่ถ้าเรามีผลิตภัณฑ์ของ HUAWEI เราก็จะสามารถใช้ฟีเจอร์ต่างๆ ที่มีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น HUAWEI Share ที่เป็นการเอารูปจากบน HUAWEI Vision S มาลงในสมาร์ทโฟน หรือ MeeTime ที่ใช้ประชุมออนไลน์ได้ เป็นต้นถ่ายรูปบน HUAWEI Vision S มีกรอบรูปให้เลือกด้วยสามารถใช้ HUAWEI Share เอารูปจาก Huawei Vison S มาลงบนสมาร์ทโฟนได้ใช้แอปฯ MeeTime ในการประชุมออนไลน์ ไมค์ 6 ตัว อยู่ไกลปลายทางก็ได้ยิน

จากที่ได้ทดสอบลองเล่นเปิดเมนูนั้น เข้าแอปฯ นี้ มาหลายๆ รอบ บนระบบปฏิบัติการ HarmonyOS พบว่าการตอบสนองต่อคำสั่งในการเลื่อนหน้าเมนู ความไวการโหลดเข้าแอปฯ ของตัวเครื่องทำได้รวดเร็วใช้ได้ รีโมทคอนโทรลยุคใหม่ที่เน้นปุ่มน้อย ก็สามารถใช้สั่งงานได้ดี นอกจากนี้หากใครใช้สมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Android ก็สามารถไปดาวน์โหลดแอปฯ HUAWEI Vision มาติดตั้งลงบนเครื่องได้ แอปฯ นี้จะเปลี่ยนสมาร์ทโฟนของเราให้กลายเป็นรีโมทอันที่สองได้

*MeeTime Video Call รองรับการใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน HUAWEI ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ EMUI 10.0 ขึ้นไป และระบบปฏิบัติการ Android 8.0 ขึ้นไป ผ่านแแอปฯ HUAWEI Vision

เปลี่ยนสมาร์ทโฟนให้กลายเป็นรีโมทคอนโทรล

สามารถเอาภาพจาก HUAWEI Vision S มาแสดงบนสมาร์ทโฟน
หรือจะเอาภาพจากสมาร์ทโฟนมาแสดงบน HUAWEI Vision S ก็ได้

อย่างไรก็ตาม ต้องบอกตามตรงว่าแอปฯ สตรีมมิ่งต่างๆ บน HUAWEI Vision S นั้นยังน้อย ที่น่าสนใจก็จะมีเพียง HUAWEI Video ที่ได้ดึงเอาซีรีส์จีน ซีรีส์เกาหลี พร้อมซับไตเติ้ลภาษาไทยเอาไว้ ส่วนแอปฯ สตรีมมิ่งอื่นๆ เช่น Netflix, HBO GO, VIU นั้น หากเราเข้าไปดูในคลังแอปฯ ที่ติดมาให้กับตัวเครื่องก็จะพบว่าไม่มี วิธีแก้ก็คือผู้ใช้จะต้องไปหาโหลดไฟล์ .APK จาก Petal Search มาติดตั้งเอาเอง และยังจะต้องเป็นเวอร์ชันที่เข้ากันได้กับตัวเครื่องด้วย ดังนั้นการใช้งานก็จะมีความแอดวานซ์ขึ้นมาอีกระดับ

*การติดตั้งไฟล์ .APK ก็จะคล้ายกับบนสมาร์ทโฟน Android ต้องใช้แอปฯ ประเภท File Explorer ในการติดตั้ง

แอปฯ IQIYI ที่ดาวน์โหลดมาจาก Petal Search

YouTube

แต่ทาง HUAWEI เองก็เล็งเห็นถึงจุดนี้ครับ ดังนั้นช่วง Early Brid เขาจึงได้คิดโปรโมชั่น แถมกล่อง True ID TV มาด้วย ซึ่งกล่อง True ID TV โดยพื้นฐานแล้วก็คือ Android TV ดีๆ นี่เอง ดังนั้นแอปฯ อะไรต่างๆ ไม่ต้องห่วง ดูผ่านกล่องได้เลย ส่วนหลังจากนี้หากทาง HUAWEI ไม่ได้แถมกล่องแล้ว เราก็สามารถหาซื้อพวก Google TV with Chromecast หรือกล่อง Apple TV มาต่อได้เช่นกันซื้อช่วง Early Bird นอกจากจะได้กล่อง True ID TV ยังได้แท็บเล็ต MatePad ไปใช้ด้วย

Conclusion – สรุป

จุดเด่นของ HUAWEI Vision S

  • มีกล้องเว็บแคมแบบแม่เหล็ก 13 ล้านพิกเซลแถมมาให้เลย
  • ถึงรีโมทจะปุ่มน้อย แต่ก็ควบคุมการใช้งานได้อย่างเต็มที่
  • มีไมโครโฟนมากถึง 6 ตัว ถึงตัวจะอยู่ไกล แต่ปลายทางก็ยังได้ยินเสียงชัดเจน
  • ภาพจากโรงงานอย่างโหมด Movie ใช้ได้เลยตั้งแต่ต้น
  • หากเป็นผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ HUAWEI ก็จะเข้าถึงฟีเจอร์ต่างๆ ได้เต็มระบบ

จุดที่ควรปรับปรุงของ HUAWEI Vision S

  • ไม่มีช่องต่อดิจิทัล แอนเทนา ต้องรับชมผ่านกล่องของผู้ให้บริการ เช่น กล่อง True ID TV
  • ภาพ HDR จะไม่เปิดสว่างเท่า SDR แต่ก็ได้ในเรื่องของมิติภาพแทน
  • แอปฯ สตรีมมิ่งที่ให้บริการยังน้อย ต้องพึ่งกล่อง หรือดองเกิลสตรีมมิ่ง
  • หากไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ Huawei ก็จะเข้าถึงฟีเจอร์บางอย่างไม่ได้ เช่น MeeTime

ภาพรวมถือได้ว่า HUAWEI Vision S นั้น ทำออกมาได้สมกับคอนเซปต์ “Beyond TV” ที่ทางแบรนด์ได้โปรโมตออกมา คือนอกจากจะใช้ดูหนัง ฟังเพลงทั่วไปแล้ว ยังสามารถประยุกต์ใช้งานในด้านต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นการประชุมออนไลน์ออฟไลน์ก็ตาม ระบบตอบสนองได้อย่างเร็ว ตัวแอปฯ กล้องก็มีลูกเล่นมีกรอบภาพให้เลือก เพิ่มความสนุกสนานในการใช้งาน แชร์ภาพได้ ยิ่งถ้าใครใช้สินค้าของ HUAWEI อยู่แล้ว ก็สามารถใช้ฟีเจอร์ต่างๆ ได้อย่างเต็มระบบมากขึ้น จึงทำให้ทาง LCDTVTHAILAND ยกให้ HUAWEI Vision S เหมาะเป็นอย่างมากสำหรับชาวออฟฟิศ ที่กำลังหาจอไว้ในห้องประชุม หรือเอาไว้เป็นจอในการแสดงผลได้

ปัจจุบัน HUAWEI Vision S มีวางจำหน่ายที่ HUAWEI Experience Store, HUAWEI Store และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายชั้นนำ อาทิ Power Buy, AIS, True ช่องทางออนไลน์ JD Central, Shopee และ LAZADA สินค้ารับประกัน 2 ปี มีบริการ Onsite Service ครอบคลุมทั้งบริการจัดส่ง และซ่อมแซมนอกสถานที่ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ HUAWEI

HUAWEI Vision S ขนาด 55″ ราคาวางจำหน่าย 22,990 บาท
HUAWEI Vision S ขนาด 65″ ราคาวางจำหน่าย 29,990 บาท

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้