ข้ามไปที่เนื้อหา
|

รีวิว JBL Party Box 300 ลำโพงพกพาสายปาร์ตี้ เบสกระหึ่มเราใจ เสียบไมค์ เสียบกีต้าร์ได้ด้วย

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 26 Jul 2019 0 ความคิดเห็น

JBL Party Box 300 ราคา 19,990 บาท

เจ้า JBL Party Box 300 เครื่องนี้จะใช้ทำอะไรได้บ้าง มาดูกัน !!!

เมื่อเราพูดถึงงานเลี้ยง งานสังสรรค์ หรือ งานปาร์ตี้ สิ่งหนึ่งที่ขาดไปไม่ได้ก็คือเสียงเพลงนั่นเอง โดยปกติแล้วหากคุณอยากได้เครื่องเสียงที่ดี ก็มักจะมีความยุ่งยากที่ต้องนำอุปกรณ์ต่างๆ มากมายเช่น Amplifier, ลำโพง, ไมคโครโฟน, สายไฟ และอื่นๆ อีกมากมาย มาเชื่อมต่อกัน ถึงจะครบครันพร้อมใช้งาน ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับใครหลายคนพอสมควร จะดีกว่าไหมถ้ามีลำโพงพกพาไร้สายที่รวบรวมทุกสิ่งที่ได้บอกไปข้างต้นไว้ในหนึ่งเดียว

วันนี้ผมจะมาแนะนำลำโพงพกพาสายปาร์ตี้สุดเจ๋งจากแบรนด์เครื่องเสียงชื่อดังที่ใครหลายคนรู้จักกัน ลำโพงที่ว่านั่นก็คือ JBL Party Box 300 นั่นเอง !!! ลำโพงตัวนี้เป็นลำโพงพกพาไร้สายที่มาพร้อม Bluetooth ในตัว แถมเสียบไมค์เสียบกีตาร์ได้ด้วย และลำโพงตัวนี้จะมีอะไรน่าสนใจอีกบ้าง ตามมาอ่านในรีวิวกันได้เลย

หน้าตาของ JBL Party Box 300

Design – การออกแบบ

ไปทำความรู้จักกับ JBL Party Box 300 ในรีวิวกันได้เลย

การออกแบบโดยรวมของตัวเครื่องนั้นมาในแนว Street เท่ๆ สไตล์สายแดนซ์ สายปาร์ตี้ ตัวตู้ลำโพงทำมาจากวัสดุพลาสติกอย่างดีที่มีความแข็งแรงทนทาน โดยมีตะแกรงเหล็กปิดด้านหน้าเพื่อป้องกันความเสียหายต่อดอกลำโพง และตัวตู้บริเวณด้านข้างกับด้านล่างจะมีที่รองเป็นยางนูนขึ้นมาทำให้สามารถเลือกวางเจ้า JBL Party Box 300 ตัวนี้ได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน

ด้านหน้าของ JBL Party Box 300 ขณะที่ยังไม่เปิด Light Show

ยางรองลำโพงบริเวณด้านข้างตัวเครื่องมีไว้สำหรับตั้งวางในแนวนอน

ซึ่ง JBL Party Box 300 มีขนาดของตัวเครื่องอยู่ที่ ความกว้าง  31 ซม. ความยาว 32 ซม. ความสูง 69 ซม. และมีน้ำหนักอยู่ที่ 15.8 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าหนักพอตัว แต่หากแลกกับคุณภาพของเสียงและลูกเล่นต่างๆ ที่ได้ เรียกกว่าเราจะลืมปัญหาตรงจุดนี้ไปเลยครับ

ถ้าหากนำ JBL Party Box 300 ตัวนี้ไปเทียบกับ JBL Boombox อดีตพี่ใหญ่สุดในตระกูลลำโพงพกพาของ JBL ที่ผมได้เคยรีวิวไปก่อนหน้านี้ นั้นดูเครื่องเล็กลงไปเลยทีเดียว 

JBL Party Box 300 VS JBL Boombox

เรื่องระยะเวลาการใช้งานนั้นไม่ต้องกังวล เพราะ JBL Party Box 300 เครื่องนี้มาพร้อมความจุแบตเตอรี่มากถึง 10000 mAh ใช้งานได้สูงสุด 18 ชั่วโมง ยาวๆ กันไปเลยทีเดียว

มาดูต่อที่ด้านหน้า สิ่งแรกที่โดดเด่นอย่างเห็นได้ชัดหลังจากเปิดเครื่องก็คือ ฟีเจอร์ Light Show ที่จะเป็นไฟรูปวงกลมรอบดอกลำโพงกับ LED Flash ที่จะปรับเปลี่ยนลูกเล่นของแสงสีตามเพลงที่เปิดอยู่แบบอัตโนมัติ โดยสามารถกดเปลี่ยนเลือกได้ทั้งหมด 3 แบบ ที่ปุ่มรูปไฟบริเวณด้านบนของตัวเครื่องได้เลย

ส่วนหนึ่งของปุ่มบริเวณด้านบนของตัวเครื่อง

บริเวณด้านบนของตัวเครื่องจะเป็นในส่วนของปุ่มควบคุมการใช้งานต่างๆ ประกอบไปด้วย ปุ่ม เพิ่ม/ลด เสียง, ปุ่ม Play Pause, ปุ่ม Bass Boost, ปุ่ม เปิด/ปิด เครื่อง, ปุ่มเชื่อมต่อสัญญาณ Bluetooth และ สุดท้ายปุ่มเปลี่ยนลูกเล่นของไฟ

สเปกด้านเสียงของ JBL Party Box 300 เครื่องนี้ประกอบไปด้วยลำโพงวูฟเฟอร์ขนาด 6.5 นิ้ว 2 ดอก ลำโพงทวิตเตอร์ขนาด 2.25 นิ้ว 3 ดอก มีท่อระบายเบสอยู่บริเวณด้านหลังตัวเครื่อง ให้กำลังขับทั้งหมดอยู่ที่ 120 W ตอบสนองย่านเสียงได้ตั้งแต่ 45Hz–20kHz เรียกว่าครอบคลุมทุกย่านเสียงเป็นอย่างดี

ดอกลำโพงต่างๆ บริเวณด้านหน้าของตัวเครื่อง

Connectivity – ช่องต่อ

ช่องต่อของ JBL Part Box 300 ตัวนี้ ถ้าหากเทียบกับลำโพง Bluetooth ทั่วๆ ไป ถือให้มาเยอะกว่า จัดเต็มกว่าพอสมควรเลยก็ว่าได้ ประกอบไปด้วย ช่องต่อ DC In สำหรับเสียบไฟรถ เพื่อใช้งานเป็นไฟตรงเท่านั้น ไม่สามารถเสียบชาร์จได้, ช่องเสียบสายไฟบ้าน AC ปกติ เพื่อใช้งานหรือชาร์จแบตให้กับตัวลำโพง, ช่องต่อ USB สำหรับเล่นไฟล์เพลง กับใช้ชาร์จไฟให้กับอุปกรณ์อื่น เช่น Smart Phone ได้

ช่องต่อ Aux in แบบ 3.5 มม., ปุ่ม L/R Channel ไว้กด Pair เพื่อใช้งาน JBL Party Box 300 จำนวน 2 เครื่องพร้อมกันแบบ Stereo ไร้สาย, ช่องต่อ RCA Input, ช่องต่อ RCA Output, ช่องเสียบไมค์พร้อม Volume ปรับความดัง และท้ายสุดช่องเสียบกีต้าร์พร้อม Volume ปรับความดังอีกเช่นเดียวกัน

ช่องเชื่อมต่อ และ ปุ่มต่างๆ บริเวณ ด้านหลังของตัวเครื่อง

Extra – เพิ่มเติม

ตัวอย่างฟีเจอร์ Light Show

อย่างที่ 1 ที่เราจะเห็นชัดที่สุดหลังจากเปิดเครื่องมาก็คือฟีเจอร์ Light Show เป็นไฟของตัวลำโพงที่จะมีลูกเล่นเปลี่ยนสี เปลี่ยนแสง เปลี่ยนลวดลายไปมา มีทั้งหมด 3 รูปแบบด้วยกัน โดยสามารถกดเปลี่ยนรูปแบบของไฟ รวมถึงปิดไฟไปเลยก็ทำได้ที่ปุ่มรูปไฟบริเวณด้านบนของตัวเครื่อง และในเวลาที่เรากด เพิ่ม/ลด ความดังของเสียง จะมีไฟแสดงเป็นลักษณะวงกลมเหมือนเปอร์เซ็นต์โชว์ให้เราเห็นอีกด้วย

ตัวอย่างไฟเวลาเพิ่มความดังของเสียง

อย่างที่ 2 เนี่ยบอกก่อนได้เลยว่าต้องเป็นที่ชื่นชอบของคนที่รักเสียงเบสกันอย่างแน่นอน ฟีเจอร์ที่ว่านั่นก็คือ Bass Boost นั่นเอง สามารถเลือกเปิดได้ถึง 2 ระดับ โดยสามารถกดได้ที่ปุ่มบริเวณด้านบนของตัวเครื่องเช่นกัน ส่วนเรื่องความแตกต่างจะไปบอกให้รับทราบกันในส่วนของเสียงนะครับ

อย่างที่ 3 รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สาย 2 เครื่องเพื่อใช้งานพร้อมกันแบบ Stereo เพียงแค่นำลำโพงทั้งสองเครื่องมาเปิดอยู่ในบริเวณเดียวกัน และกดปุ่ม L/R Channel บริเวณด้านหลังตัวเครื่องให้ลำโพงทั้ง 2 ตัว Sync กัน โดยสามารถกดที่ปุ่มนี้เพื่อสลับสัญญาณเสียง ซ้าย/ขวา ของทั้ง 2 ลำโพงได้

อย่างที่ 4 รองรับการเชื่อมต่อกับไฟรถแบบ DC In (ที่จุดบุหรี่) โดยเมื่อเสียบใช้งาน ตัวลำโพงจะเปลี่ยนจากการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ไปใช้ไฟจากตัวรถโดยตรง เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว ตั้งแคมป์ ฟังเพลงชิวๆ ซึ่งฟีเจอร์นี้สามารถใช้เป็นไฟเลี้ยงได้เท่านั้นไม่สามารถชาร์จไฟให้ตัวลำโพงได้

อย่างที่ 5 กับฟังก์ชั่นเล็กๆ ที่สามารถสร้างความสะดวกสบายในการใช้งานได้ดีคือ รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Bluetooth ได้พร้อมกันถึง 2 เครื่อง ซึ่งทำให้สามารถที่จะเปิดเพลงสลับเครื่องกันไปมาได้แบบทันที ไม่ต้องมาคอยเชื่อมต่ออุปกรณ์ใหม่สลับกันไปมา เหมาะกับเวลาที่เราอยากฟังเพลงหนึ่ง เพื่อนอีกคนอยากฟังอีกเพลงหนึ่ง เปิดสลับกันไปมาได้อย่างทันใจไม่ทำให้หงุดหงิด

และ อย่างที่ 6 จุดที่สำคัญที่สุดที่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของ JBL Party Box 300 ตัวนี้คือจะมีช่องเชื่อมต่อไมค์โครโฟนและกีต้าร์มาให้ด้วย ซึ่งจะทดสอบการใช้งานให้ดูในส่วนถัดไปครับ

แนะนำ : สำหรับใครที่อยากนำเจ้า JBL Party Box 300 ตัวนี้ไปใช้งานแบบจริงจัง หรือใช้ในงานใหญ่ขึ้นร่วมกับ Mixer ก็สามารถทำได้โดยต่อจากช่อง Out ของ Mixer มาเข้าที่ช่อง RCA In ได้

Sound – เสียง

ทดสอบฟังเสียงจริงของ JBL Party Box 300 ได้ที่คลิปด้านบนนี้เลย !!!

ก่อนจะพูดถึงเรื่องคุณภาพของเสียงผมขออธิบายในส่วนของ Bass Boost ก่อนนะครับ แนวเสียงของ JBL Party Box 300 เครื่องนี้ในโหมดปกติที่ยังไม่ได้เปิด Bass Boost เสียงโดยรวมออกแนวจัดจ้านเล็กน้อย ฟังสนุกแบบพอดีๆ มีเบสในปริมาณพอเหมาะ ฟังเพลงช้าก็ได้ เพลงเร็วก็ดี แต่ถ้าหากเวลาที่เราอยากฟังเพลงที่มีจังหวะเร็วๆ แดนซ์ สนุกๆ ก็สามารถกดปุ่ม Bass Boost เพื่อเพิ่มเสียงเบสให้การฟังเพลงสนุกมากขึ้นได้ โดยจะมีให้เลือกทั้งหมด 2 ระดับด้วยกัน โดยมีความแตกต่างตามข้างล่างนี้

 ระดับแรก จะเป็นการเพิ่มเบสในย่าน Low Bass ไปจนถึง Deep Bass ที่มีความถี่ต่ำ ต่ำลึกพอสมควร เหมาะกับการใช้ฟังเพลงที่เป็นเครื่องดนตรีเบสแบบอิเล็กทรอนิกส์ อย่างเช่นเพลง Dance, Hip Hop หรือจะใช้ฟังเพลงอื่นๆ ก็โอเค โดยจะทำให้เสียงเบสมีมวลที่ใหญ่ขึ้น มีความชัด มีน้ำหนักมากขึ้น ซึ่งโหมดนี้จะเหมาะกับการรับฟังในบ้านมากกว่า เพราะจะให้เสียงที่ฟังสนุก ไม่มีความเพี้ยน แต่หากนำไปใช้นอกบ้านอาจจะมีความเบาบางของหัวเบสไปบ้างแต่ก็ยังสามารถใช้งานได้ดีครับ

 ระดับที่สอง จะเป็นการเพิ่มเบสในย่านของ Mid Bass ที่เป็นเสียงเบสในย่านสูงเป็นหลัก เสียงกลอง เสียงจังหวะ Beat รวมถึงหัวเบสจะมีความคมชัดมากขึ้น ซึ่งโหมดนี้จะเหมาะกับเพลงแนว โจ๊ะๆ เพลงลูกทุ่ง หรือเพลงแดนซ์สไตล์คนไทยแบบที่เราชอบฟังกันได้เป็นอย่างดี แต่ว่าโหมดนี้จะเหมาะกับใช้ฟังนอกสถานที่มากกว่า หากฟังในบ้านอาจทำให้เสียงเบสในย่านสูงมีมากเกินไปจนกวนเสียงร้อง รวมถึงเนื้อเสียงโดยรวมได้

ปุ่ม Bass Boost บริเวณด้านบนของตัวเครื่อง

 

ทดสอบฟังเพลงในบ้าน

มาเริ่มกันที่การทดสอบใช้ฟังในบ้านแบบปกติทั่วไปกันก่อน จากที่ได้ลองใช้ JBL Party Box 300 เครื่องนี้มาระยะหนึ่งบอกได้เลยว่าเรื่องเสียงเนี่ยต้องถูกใจคนรักเสียงเบส รวมถึงถูกใจสายปาร์ตี้อย่างแน่นอน ฟันธง !!!

ในการทดสอบนี้ผมได้ทำการปิดโหมด Bass Boost ไว้ เพราะรู้สึกว่าเสียงโดยรวมถือว่าออกมาดีพอแล้วในระยะการฟังแบบทั่วไป เพลงแรกที่ผมเลือกมาใช้จะเป็นเพลง #SELFIE ของ The Chainsmokers เป็นเพลงแดนซ์จังหวะสนุกสนานพร้อมกับมีเสียงพูดของ ผู้หญิง มาเป็นพักๆ  JBL Party Box 300 ตัวนี้ให้เสียงที่ออกมาได้ดีทีเดียว ให้เสียงพูดที่ชัด จังหวะ Beat ทั้งเสียงเบสแบบที่เป็นลูกๆ รวมถึงเบสลากยาว ลำโพงตัวนี้ก็ให้เสียงได้ออกมามีความชัดเจน มีน้ำหนัก ให้ Impact ของเสียงที่ดี

เชื่อว่าหลายคนอาจจะมองว่า JBL Party Box 300 นี้เป็นลำโพงแนวแดนซ์โดยเฉพาะ อาจจะนำมาฟังเพลงทั่วไปไม่เพราะหรือเปล่า ผมจึงลองนำเพลง เมื่อวาน ของ โอ๊ต ปราโมทย์ มาลองฟังดู ไม่ว่าจะเป็นเสียงร้อง เสียงจังหวะกลองทั้งกระเดื่อง สแนร์ รวมถึงเครื่องดนตรีอื่นๆ ลำโพงตัวนี้ก็ให้เสียงที่ออกมาได้ดีอีกเช่นกัน เสียงร้องชัด เสียงกลองมีความหนักแน่น หัวเบสดี เนื้อเสียงโดยรวมออกมาชัดเจนมีน้ำหนักเสียงที่ดี อาจมีเสียงเบสที่มวลใหญ่สักเล็กน้อยสำหรับเพลงแนวนี้ แต่ถ้าใครเป็น “สายเบส” บอกเลยว่าต้องถูกใจอย่างแน่นอน

 

ทดสอบฟังเพลงนอกบ้าน

มาทดสอบการฟังนอกบ้านกันบ้าง โดยผมได้ลองพาเจ้า JBL Party Box ตัวนี้ไปนั่งฟังที่ริมสระน้ำ โดยเพลงที่ใช้ทดสอบคือ Live the Night ของ W&W ซึ่งเป็นเพลงแดนซ์ที่มีจังหวะรุกเร้า ในการฟังผมได้เปิดความดังของเสียงในระดับประมาณ 70-80 % ของตัวเครื่อง เจ้า JBL Party Box 300 ก็ยังคงให้เสียงที่ออกมาดี เสียงโดยรวมยังคงชัดเจน มีรายละเอียดของเสียงที่ดี เบสที่ออกมามีความหนักแน่น มีหัวเบสที่ชัดเจน โดยรวมฟังสนุก รวมถึงเพลงชิวๆ อย่างเพลง อาย ของ สิงโต นำโชค เสียงร้อง ก็ออกมามีความชัดเจน เสียงเบสก็มีปริมาณเยอะแบบพอดีๆ อาจไม่ฟังสบายเท่าลำโพงที่เป็นแนวเสียงสบายๆ แต่ก็สามารถฟังได้แบบสนุกๆ ฟังเพลินได้บรรยากาศที่ดีทีเดียวครับ

แค่นี้ยังไม่พอ ผมอยากลองว่าถ้าเปิดดังแบบ 100% เนี่ย เสียงที่ออกมาจะเป็นแบบอย่างไร ผมจึงได้นำ JBL Party Box 300 เครื่องนี้ไปเปิดกลางสนามหญ้าที่โล่งแจ้งดู โดยใช้เพลง Groove ของ OiKi เป็นเพลงแนวอิเล็กทรอนิกส์ที่มีจังหวะรุกเร้า แถมจัดเต็มเรื่องเสียงเบสมาอย่างเต็มที่ เจ้าลำโพงตัวนี้ก็ยังคงให้เสียงที่ออกมาได้ดี ไม่มีความเพี้ยนของเสียงใดๆ เนื้อเสียงโดยรวมฟังสนุก เบสกระหึ่มสะใจ ไม่ว่าจะนั่งฟังใกล้ๆ หรือ อยู่ห่างไปเป็น 10 เมตร คุณภาพของเสียงที่ได้ก็ยังคงดีอยู่ แต่หากอยู่ไกลมากจริงๆ เรื่องความดังโดยรวมยังถือว่าเบาไปซักเล็กน้อยสำหรับเครื่องเดียว ซึ่งหากมี 2 เครื่องมาเชื่อมต่อเปิดพร้อมกัน คุณภาพเสียงโดยรวมน่าจะดีขึ้นมากกว่านี้พอสมควรเลยทีเดียว

ทดสอบฟังเพลงในที่โล่งแจ้ง

ทดสอบช่องต่อไมค์ และ กีต้าร์

เสียบไมค์ เสียบกีต้าร์ ร้องเพลงได้อย่างสนุกสนานเลยทีเดียว

เอกลักษณ์หนึ่งอย่างที่ทำให้เจ้า JBL Party Box 300 ไม่เหมือนลำโพง Bluetooth ทั่วไปก็คือ มีช่องต่อเสียบไมค์และกีต้าร์มาให้ด้วย จากการทดสอบ ได้ลองทั้งพูดแบบปกติทั่วไป ร้องเพลง รวมถึงลองร้องเพลงแบบใส่อารมณ์ เสียงพูดที่ได้ก็ยังออกมาชัดเจน สามารถเปิดดังได้โดยไม่มีอาการเสียงเพี้ยนแต่อย่างใด ส่วนการเชื่อมต่อกับกีต้าร์ที่ผมได้นำมาทดสอบ ก็ให้เสียงที่ออกมาชัดเจน แต่จะเป็นเสียงแบบสัญญาณตรง ไม่มีให้ปรับเอฟเฟกต์หรือลูกเล่นใดๆ ให้กับเสียงของกีต้าร์ แต่โดยรวม เรียกว่าใช้งานง่าย สามารถใช้เล่นดนตรีสดแบบชิวๆ ใครๆ ก็ใช้งานได้

โชว์เดี่ยวกีต้าร์ก็ได้นะ !!!

ซึ่งตรงจุดนี้ผมมองว่าเหมาะกับผู้ที่เป็นนักเล่นดนตรีสดอย่างมาก เพราะเพียงแค่คุณมีกีต้าร์และไมโครโฟนอย่างละหนึ่งตัว คุณก็สามารถใช้เล่นดนตรีในร้านอาหาร หรือจะนำไปใช้เล่นดนตรีเปิดหมวกตามตลาดนัดก็ได้อีกเช่นกัน

ข้อแนะนำ : ในการใช้งานกีต้าร์และไมโครโฟน ไม่แนะนำให้เปิดฟีเจอร์ Bass Boost เพราะจะทำให้เนื้อเสียงมีความผิดเพี้ยน และจากการทดสอบผมคิดว่าเนื้อเสียงเดิมๆ ของลำโพงก็ให้ปริมาณเบสในระดับที่ดีแล้ว

เสียงของเจ้า JBL Party Box 300 เครื่องนี้ถือว่าเป็นลำโพงสายปาร์ตี้ของแท้เลยก็ว่าได้ โดยรวมมีแนวเสียงที่ฟังสนุก เสียงแหลมเสียงกลางมีความชัดเจนแบบพอดีๆ เสียงเบสมีปริมาณที่เยอะแบบพอดีๆ แต่หากยังไม่สะใจก็สามารถกด Bass Boost เพื่อเพิ่มปริมาณเสียงเบสได้ เรียกว่าใช้ฟังเพลงในบ้านก็ได้ ฟังนอกบ้านก็ดี ใช้งานปาร์ตี้ก็แจ๋ว…!!!

Conclusion – สรุป

JBL Party Box 300 เป็นลำโพงพกพาสายปาร์ตี้ ที่ใครๆ ต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นแนวเสียงที่ฟังสนุก เบสกระหึ่มสะใจด้วยฟีเจอร์ Bass Boost รองรับการฟังเพลงไร้สายผ่าน Bluetooth มาพร้อมช่องต่อที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นช่องต่อ กีต้าร์ ช่องต่อไมค์ รวมถึง RCA In ที่เรียกว่าครบครันครอบคลุมพร้อมใช้งาน มีฟีเจอร์ Light Show ที่คอยปรับเปลี่ยนไฟตามจังหวะเพลงที่มีความสวยงาม เรียกได้ว่า JBL Party Box 300 เครื่องนี้เป็นลำโพงพกพาที่ต้องถูกใจใครหลายๆ คนอย่างแน่นอน

ข้อดี
1.มีฟีเจอร์ Bass Boost ช่วยเพิ่มเสียงเบสให้การฟังเพลงมีความสนุกสนานเร้าใจ
2.มีช่องต่อ ไมโครโฟน และ กีต้าร์ ซึ่งลำโพงพกพาส่วนใหญ่ไม่มี
3.มีช่องต่อ RCA In และ RCA Out สามารถนำไปใช้งานร่วมกับ Mixer และอุปกรณ์อื่นๆ ได้

ข้อเสีย
1.ตัวเครื่องมีน้ำหนักค่อนข้างมาก แต่ด้วยคุณภาพเสียงที่ได้จะทำให้เราลืมจุดนี้ไปเลย

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้