ข้ามไปที่เนื้อหา
|

รีวิว Klipsch Bar 40 ซาวด์บาร์สไตล์วินเทจ มาพร้อมทวิตเตอร์แบบ Tractrix horn ให้เสียงชัดเจน จัดจ้าน ดุดัน ดูหนังก็ดี ฟังเพลงก็สนุก

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 18 Oct 2019 0 ความคิดเห็น

การรับชมภาพยนตร์ ซีรีส์ต่างๆ รวมถึงรายการที่ชื่นชอบบน TV เครื่องโปรด เป็นสิ่งที่ใครหลายคนในยุคนี้นิยมทำเพื่อการพักผ่อนกันอย่างแน่นอน แต่ว่า หากต้องการให้การดูหนังมีความสนุกสนานมากยิ่งขึ้นไปอีกหละต้องทำอย่างไร ? นอกจากสีสันของภาพที่ดีแล้ว เรื่องเสียงก็สำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งต้องยอมรับว่าทีวีทั่วไปส่วนใหญ่ในท้องตลาดยังให้คุณภาพของเสียงได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก การหาเครื่องเสียงดีๆ มาช่วยเสริม ณ จุดนี้น่าจะดีไม่ใช่น้อย

ซึ่งใครที่มีขนาดของบ้านหรือพื้นที่รับชม TV ที่ไม่ใหญ่มากนัก ครั้นจะหาชุดเครื่องเสียงโฮมเธียร์เตอร์สักชุดมาใช้ก็คงจะลำบาก ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดเรื่องสถานที่ การติดตั้งลำโพงต่างๆ รวมถึงสายไฟระโยงระยางมากมาย การเลือกหาลำโพงในรูปแบบ Soundbar ดีๆ สักเครื่องหนึ่งมาใช้งาน น่าจะตอบโจทย์ตรงจุดนี้ได้ดีมากกว่า โดยวันนี้ผมจะพาทุกคนไปรู้จักกับลำโพง Soundbar จาก Klipsch รุ่น Bar 40 จะดีแค่ไหนและมีอะไรน่าสนใจบ้าง ตามมาดูกันครับ

Design – การออกแบบ

หน้าตาโดยรวมของ Klipsch Bar 40

การออกแบบ โดยรวมของ Klipsch Bar 40 รุ่นนี้ มาในโทนสีดำเทา ตัวเครื่องทำมาจากวัสดุสังเคราะห์ทำลวดลายให้มีลักษณะคล้ายโลหะ โดยมีผ้าแบบเดียวกับที่ Klipsch นิยมใช้เป็นหน้ากากลำโพง Classic มาคลุมตัวเครื่อง Soundbar ไว้ ให้ความรู้สึกเรียบหรูสไตล์วินเทจนิดๆ มีขนาดของตัวเครื่องอยู่ที่ กว้าง 101.4 ซม. X ยาว 8.6 ซม. x สูง 7.3 ซม. และมีน้ำหนักตัวเครื่องรวมกับลำโพง Subwoofer ไร้สายอยู่ที่ 9.57 กิโลกรัม ซึ่งถือว่ามีขนาดกำลังดีไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป สามารถใช้งานร่วมกับทีวีทั่วไปได้โดยไม่บังตัวรับสัญญาณรีโมทของ TV ครับ

โลโก้ Klipsch Reference ยืนยันได้ว่าเสียงของ Soundbar ตัวนี้ต้องไม่ธรรมดา

สีดำเทาดูเรียบหรูสวยงาม

สเปคด้านเสียง ของ Soundbar ตัวนี้มาในรูปแบบ 2.1 Ch ประกอบไปด้วย ลำโพง Soundbar หลัก 2 Ch และ Subwoofer ไร้สายอีกหนึ่งเครื่อง โดยในตัว Soundbar หลักนั้นมาพร้อมลำโพงวูฟเฟอร์ที่กรวยลำโพงทำมาจากไฟเบอร์คุณภาพสูงขนาด 3 นิ้ว จำนวน 2 ดอกอยู่บริเวณใต้ผ้าสีดำ และลำโพงทวิตเตอร์แบบ Tractrix horn เอกลักษณ์เฉพาะของทาง Klipsch ที่ช่วยกระจายเสียงแหลมให้มีความกว้าง ชัดเจน ขนาด 3/4 นิ้ว จำนวน 2 ดอกอยู่บริเวณด้านข้างของตัวเครื่อง

ภาพลำโพงภายในตัว Soundbar และ Subwoofer ไร้สาย

ด้านบน ของตัวเครื่องจะเป็นในส่วนของไฟสถานะต่างๆ ประกอบไปด้วย ไฟสัญญาณ Input, ไฟ Logo Dolby Audio ที่เมื่อตัวเครื่องได้รับสัญญาณเสียงในรูปแบบ Dolby ไฟดวงนี้จะแสดงขึ้นมา, ไฟโหมดเสียง Surround, ไฟโหมดเสียงพูด หรือ Dialog และ ไฟสัญลักษณ์โหมดกลางคืน หรือ Night โดยในส่วนของไฟสถานะสัญญาณ Input จะปรับเปลี่ยนสีไปตามสัญญาณ Input ต่างๆ ที่เราเลือกใช้งานอยู่ตามข้างล่างนี้

ไฟ Input Source

– ไฟสีส้ม คือ TV HDMI ARC
– ไฟสีฟ้า คือ Bluetooth
– ไฟสีแดง คือ Digital Input แบบ Optical
– ไฟสีเขียว คือ Analog 3.5 mm.

ในส่วนของ ปุ่มกด ที่อยู่ใกล้ๆ กันจะประกอบไปด้วย ปุ่ม เปิด/ปิด ตัวเครื่อง, ปุ่มเลือกสัญญาณ Input และปุ่ม เพิ่ม/ลด ความดังเสียง

โหมดเสียง Surround, Dialog, Night

นอกจากปุ่มกดและไฟสถานะด้านบนแล้ว บริเวณใกล้ๆ กับลำโพงทวิตเตอร์ด้านขวาก็จะมี ไฟ LED ที่คอยบอกสถานะต่างๆ อีกเช่นกัน ได้แก่ ความดังของ Volume, ความดังของลำโพง Subwoofer และไฟดวงล่างสุดจะเปลี่ยนสีตามสัญญาณ Input แบบเดียวกับไฟด้านบนครับ ซึ่งไฟในส่วนนี้เราสามารถกดปุ่มที่เขียนว่า “LED” ที่รีโมท เพื่อลดความสว่างหรือปิดไปเลยเพื่อไม่ให้มีแสงรบกวนเวลารับชม TV ได้

ระดับเสียง Volume

ระดับเสียง Subwoofer

ไฟ LED สามารถปรับระดับความสว่างได้

ด้านหลังของตัวเครื่องมีช่องสำหรับแขวนตัวเครื่องเข้ากับผนังได้

และแม้ว่าตัวลำโพง Soundbar จะมีคุณภาพเสียงที่ดีระดับหนึ่งแล้ว แต่ในเรื่องของเสียงเบสเนื่องด้วยขนาดตัวเครื่องที่จำกัด หากอยากได้เบสที่ลงลึกกระหึ่มก็ต้องอาศัยลำโพงที่เรียกว่า Subwoofer นั่นเอง โดย Bar 40 เครื่องนี้มาพร้อมลำโพง Subwoofer ไร้สาย ที่ตัวตู้เป็นลายไม้สีดำดูเรียบหรูสวยงาม มาพร้อมดอกลำโพงขนาด 6.5 นิ้ว 1 ดอก พร้อมท่อระบายเบสยิงลงด้านล่างแบบ Down firing ให้เสียงเบสแผ่กระจายครอบคลุมพื้นที่นั่งฟังได้เป็นอย่างดี โดยทาง Klipsch แนะนำว่าให้วางไว้ลำโพง Subwoofer ไว้ในระยะไม่เกิน 9 เมตรจากตัว Soundbar เพื่อให้สัญญาณสามารถรับส่งได้อย่างไม่มีปัญหาครับ

ดอกลำโพง Subwoofer และ ท่อระบายเบส

ตามปกติแล้วเมื่อเปิดลำโพง Soundbar ตัวลำโพง Subwoofer ก็จะเปิดตามแบบอัตโนมัติ แต่หากเกิดมีปัญหาในการเชื่อมต่อ ก็สามารถ Reconnect ใหม่ได้โดยการ กดปุ่ม Pair ที่ด้านหลังของ Subwoofer ค้างไว้ 3 วินาทีจนไฟสถานะกระพริบ และกดปุ่ม Pair ที่ด้านหลังของตัว Soundbar ค้างไว้ 3 วินาทีจนไฟสถานะหยุดกระพริบเป็นอันเสร็จสิ้นการเชื่อมต่อ

Subwoofer ไร้สาย กับ Soundbar ดีไซน์เข้ากันอย่างลงตัว

รีโมท มาในดีไซน์แบบเดียวกับลำโพงและ Soundbar รุ่นเก่าๆ จาก Klipsch ซึ่งมีขนาดเล็กกำลังดี ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป ปุ่มควบคุมครบครันต่อการใช้งาน ประกอบไปด้วยปุ่มต่างๆ ได้แก่ ปุ่ม เปิด/ปิด ตัวเครื่อง, ปุ่มไฟสถานะ LED, ปุ่ม เพิ่ม/ลด ความดังเสียง, ปุ่ม Mute, ปุ่ม เพิ่ม/ลด ความดัง Subwoofer, ปุ่ม Bluetooth, ปุ่มเลือกสัญญาณ Input, ปุ่มโหมดเสียง Surround, ปุ่มโหมดเสียง Dialog และ ปุ่มโหมดเสียงกลางคืน หรือ Night Mode

รีโมทที่มาพร้อมตัวเครื่อง

Connectivity – ช่องต่อ

ช่องเชื่อมต่อ ของเจ้า Bar 40 เครื่องนี้จะอยู่บริเวณด้านใต้ของตัวเครื่อง แม้ว่าจะไม่มีช่องเชื่อมต่อเยอะเท่าลำโพง Soundbar รุ่น Top แต่ก็ให้มาครบครันต่อการใช้งานในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ประกอบไปด้วย ช่องต่างๆ ตามด้านล่างนี้

– HDMI ARC In x 1 ช่อง
– Digital Optical In x 1 ช่อง
– Analog In 3.5 mm. x 1 ช่อง
– Subwoofer Out x 1 ช่อง
– USB (ไว้สำหรับอัพเดทเฟิร์มแวร์) x 1 ช่อง
– ช่องสายไฟ

***ช่องต่อ HDMI มีพื้นที่แคบไปสักเล็กน้อยอาจใช้ร่วมกับสาย HDMI ที่มีขนาดของสายใหญ่ได้ไม่สะดวก แนะนำให้ใช้สาย HDMI ที่มีขนาดไม่ใหญ่จนเกินไปครับ***

ช่องเชื่อมต่อต่างๆ บริเวณด้านซ้ายมือ

ช่องเสียบสายไฟ

Extra – เพิ่มเติม

นอกจากการรับฟังเสียงในแบบปกติแล้ว Klipsch Bar 40 เครื่องนี้ยังมาพร้อม โหมดเสียง ให้เลือกใช้งานได้อีกทั้งหมด 3 โหมด ด้วยกัน โดยแต่ละโหมดนั้นสามารถเลือกเปิดใช้งานพร้อมกันได้ หรือจะเปิดที่ละโหมดก็ได้เช่นกัน โดยแบ่งเป็นตามข้างล่างนี้

– Surround : โหมดจำลองเสียงแบบรอบทิศทาง โดยโหมดนี้จะเป็นการสร้างสนามเสียงให้เสียงที่กว้างขึ้นจากลำโพง 2CH จะให้เสียงที่กว้างขึ้น โอบล้อมมากขึ้น ให้อารมณ์ใกล้เคียงชุดโฮมเธียร์เตอร์เล็กๆ ได้เลย
– Dialog : โหมดเน้นเสียงพูด โดยจะเป็นการ Boost เฉพาะเสียงย่านกลางขึ้นมาให้ให้เสียงพูดมีความชัดเจน 
– Night Mode : โหมดนี้จะเป็นการปิดลำโพง Subwoofer เพื่อลดเสียงเบสลง ทำให้เสียงไม่ไปดังรบกวนคนรอบข้างเวลาใช้งานในช่วงกลางคืน

โหมดเสียง Surround , Dialog , Night

อีกหนึ่งฟีเจอร์เล็กๆ น้อยๆ แต่น่าสนใจคือ Soundbar ตัวนี้มาพร้อมช่อง Subwoofer Out แบบ RCA ให้คุณสามารถเพิ่ม Subwoofer อีกหนึ่งตัวเพื่อใช้งานในรูปแบบ 2.2 Ch ได้ ซึ่งเหมาพกับคนที่ใช้งาน Soundbar ตัวนี้ในห้องที่มีขนาดใหญ่ หรือหากใครอยากอัพเกรดแทนที่ลำโพง Suubwoofer ไร้สายที่มาในชุดไปเลยก็ได้เช่นกัน

รับฟังเสียงจริงของเจ้า Klipsch Bar 40 ได้ที่คลิปนี้เลย !!!

มาถึงส่วนที่ทุกคนรอคอยกันแล้วกับช่วงของ “เสียง” นั่นเอง โดยเจ้า Klipsch Bar 40 ตัวนี้นั้นมีกำลังขับโดยรวม (รวมลำโพง Subwoofer) อยู่ที่ 320 Watts รองรับระบบเสียง Dolby Audio ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีเลยทีเดียวเพราะหากสังเกตคอนเท็นต์ต่างๆ ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชั่นยอดนิยมอย่าง Netflix, แผ่น Blu-ray รวมถึงเครื่องเล่นเกมต่างๆ ก็ล้วนเป็นระบบเสียงในรูปแบบ Dolby Audio แทบทั้งหมดแล้ว เรียกว่าครอบคลุมจักรวาลเลยก็ว่าได้ แต่สำหรับระบบเสียง DTS แม้ทางสเปคไม่ได้ระบุไว้ว่ารองรับ แต่จากการทดสอบกับแผ่น DTS:X Demo Disc พบว่าตัว Soundbar สามารถถอดรหัสเสียงได้เช่นกันครับ

สัญลักษณ์ Dolby Audio บริเวณด้านหลังของตัวเครื่อง

มาเริ่มทดสอบแบบจัดเต็มกันก่อนเลยกับการดูหนังผ่านฟอร์เม็ตที่ให้คุณของเสียงที่ดีที่สุดอย่างแผ่น 4K UHD Blu-ray โดยในการทดสอบผมได้ทำการต่อ HDMI จากเครื่องเล่น แผ่น 4K UHD Blu-ray เข้าที่ TV และ เสียบ HDMI อีกเส้นที่ช่อง HDMI ARC เพื่อส่งเสียงย้อนกลับมาที่ลำโพง Soundbar โดยได้ตั้งค่าให้ Output เสียงผ่าน HDMI เป็นแบบ Bitstream Out เพื่อส่งสัญญาณเสียงแบบมาให้ลำโพง Soundbar เป็นตัวถอดรหัสเอง

มาเริ่มทำการทดสอบกัน !!!

เรื่องแรกที่ผมหยิบมาทดสอบเป็นหนังที่ไม่มีใครไม่รู้จักแน่นอน อย่าง Avenger : Endgame ซึ่งเรื่องนี้เป็นระบบเสียงแบบ Dolby Atmos ลำโพง Bar 40 เครื่องนี้ก็สามารถถอดรหัสเสียงให้ออกมาเป็นแบบ Dolby Digital ธรรมดา เพื่อให้เสียงออกมาได้อย่างผ่านฉลุย ซึ่งในฉากที่เหล่า Avenger รวมพลต่อสู้กันท้ายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเสียงการชกต่อยของกัปตัน เสียงฆ้อนธอร์กระทบเกราะของธานอส รวมถึงฉากที่กองทัพของทั้งสองฝ่ายวิ่งประชันหน้าเข้าหากัน Bar 40 เครื่องนี้ให้เสียงได้ออกมามีความดุดัน เสียงเหล็กกระทบกันมีความชัดเจน รวมถึงบรรยากาศของดนตรี Soundtrack มีความกว้าง มีความโอบล้อมครอบคลุมจุดนั่งฟังได้ดีพอสมควร

ทดสอบกับ Avenger Endgame เสียงที่ได้กระหึ่ม ดูแล้วสนุกสนานจริงๆ ครับ

Avenger Assemble !!! (เหล่าอเวนเจอร์ รวมพล !!!)

เรื่องต่อมากับหนังที่หลายคนชื่นชอบอย่าง Alita ในระบบเสียง Dolby Atmos เช่นกัน ในฉากของสนามปะลองช่วงกลางๆ ของเรื่อง เสียงที่ได้ออกมาจาก Bar 40 นั้นดีไม่ไม่แพ้เรื่อง Avenger เลย ไม่ว่าจะเป็นเสียงหุ่นยนต์เดินที่มีความกระแทกกระทั้น เสียงวิ่งไล่ล่าที่มีการโยนเสียงไปมาแบบ Stereo ซ้ายขวาก็ทำได้ดี โดยระหว่างชมผมได้ทดลองเปิด โหมดเสียง “((SUR))” ผลปรากฏว่าเนื้อเสียงโดยรวมที่ได้จะมีความโอบล้อมมากขึ้น ให้เสียงที่กว้างออกมาทางด้านซ้ายขวา รวมถึงข้างๆ มากขึ้น ทำให้การรับชมหนัง Action นั้นมีความสนุกสนาน เร้าใจเป็นอย่างดี

ทดสอบกับหนังหุ่นยนต์สาวยอดนักสู้อย่าง Alita

ทดสอบหนัง Action สนุกสนานกันไปแล้ว ทีนี้ขอพาเปลี่ยนมาดูหนังเพลงแบบสบายๆ อย่างเรื่อง Aladdin เวอร์ชั่น Live Action กันบ้าง โดยเลือกใช้ฉากที่อลาดินและเจ้าหญิงจัสมินนั่งพรมวิเศษไปกับเพลง “A Whole New Wold” ในช่วงกลางๆ ของเรื่อง ซึ่งจะเป็นเพลงที่บรรเลงผ่านวงดนตรีออเคสตร้า ตอนต้นของเพลงจะเป็นเสียงเครื่องดนตรีบรรเลงแบบสบายๆ บวกกับเสียงร้องที่มีความนุ่มนวลไพเราะ Bar 40 ตัวนี้ก็ถ่ายทอดออกมาได้ดี แม้จะไม่ได้ใสแบบลำโพงฟังเพลงทั่วไป แต่เสียงร้อง รวมถึงเสียงดนตรีที่ได้ก็มีความชัดเจนในระดับที่ไม่บาดหู ไปจนถึงช่วงพีคของเพลงที่มีเสียงเครื่องดนตรีเล่นพร้อมกันโหมขึ้นมาบวกกับเสียงร้องที่ขึ้นคีย์สูง Bar 40 ตัวนี้ก็สามารถถ่ายทอดอารมณ์ของเพลงออกมาได้ดี ดูมีพลัง ให้เราอินไปกับบรรยากาศนั่งบนพรมวิเศษกับ 2 ตัวละครได้เป็นอย่างดี

ท่องโลกนิยายไปกับ Aladdin กันจ้า

ทดสอบรับชมผ่านแผ่นไปแล้วทีนี้มาทดสอบรับชมผ่านแอปสตรีมมิ่งยอดนิยมอย่าง Netflix กันบ้าง โดยผมได้ทำการตั้งค่าให้ตัว TV ส่งสัญญาณเสียงมาในรูปแบบ Dolby Digital Plus ที่เป็นเสียงขั้นสูงสุดของแอปสตรีมมิ่งในปัจจุบัน ผ่าน HDMI ARC เข้าที่ลำโพง Soundbar ซึ่ง Bar 40 เครื่องนี้ก็สามารถถอดรหัสเสียงได้อย่างไม่มีปัญหาใดๆ และจากที่ได้ทดลองรับชมกับซีรีส์ยอดนิยมอย่าง Stranger Things เสียงที่ได้ออกมาดีไม่แพ้รับชมผ่านแผ่นเลย เสียงพูดมีความชัดเจน เสียงเวลาที่ปีศาจขนาดยักษ์ในเรื่องเดินก็มีความกระหึ่มสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่ง เสียงปืนในฉากต่อสู้ก็มีความพุ่งของเสียง ฟังดูดุดันพอตัวเลย

ทดสอบใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชั่น Netflix

Stranger Things เป็นซีรีส์ที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

ลองทดสอบรับชมรายการทีวีทั่วไป อย่าง ซีรีส์ เรื่อง “รักฉุดใจนายฉุกเฉิน” ที่กำลังเป็นที่ยอดฮิตในช่วงนี้ ผ่าน Line TV กันบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องนี้ส่วนใหญ่จะเป็นเสียงพูด ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเสียงผู้ชายหรือผู้หญิง Bar 40 เครื่องนี้ก็ให้เสียงที่ฟังชัด เนื้อเสียงพูดมีความอิ่ม มีมวลของเสียงที่ดี แต่หากใครอยากได้เสียงพูดที่ดังขึ้นชัดขึ้นไปอีกก็สามารถเปิด โหมดเสียง “Dialog” ที่จะช่วยบูสย่านเสียงกลางขึ้นมาให้เสียงพูดมีความชัดเจนมากขึ้นได้

ซีรีส์ “รักฉุดใจนายฉุกเฉิน” อีกหนึ่งซีรีส์ที่วัยรุ่นไม่ควรพลาด !!!

ดูหนังกันไปแล้วทีนี้มาลองทดสอบการ ฟังเพลง กันบ้างดีกว่าว่า Bar 40 เครื่องนี้จะมีสุ้มเสียงดีแค่ไหนกัน เนื่องจากความอินกับซีรีส์ “รักฉุดใจนายฉุกเฉิน” ที่เพิ่งรับชมไป ก็ต้องนำเพลงประกอบซีรีส์เรื่องนี้อย่าง “รักติดไซเรน Ost.รักฉุดใจนายฉุกเฉิน ของ แพรวา ณิชาภัทร & ไอซ์ พาริส” ที่มีจังหวะสนุกสนานถูกใจวัยรุ่น มาทดสอบลองฟังกันสักหน่อย โดยเล่นผ่าน App YouTube บน TV เสียงที่ได้ออกมาจาก Soundbar ตัวนี้คือ ฟังสนุก จังหวะของดนตรีมีความชัดเจน เสียงร้องมีความชัด มีความพุ่งของเสียงเล็กน้อยแต่ไม่บาดหู เสียงเบสมีมวลที่ใหญ่พอสมควร ส่วนเบสย่านลึกๆ โดยรวมเรียกว่าฟังสนุกจนแทบจะเผลอเต้นตามเลยทีเดียวครับ

เพลง รักติดไซเรน Ost.รักฉุดใจนายฉุกเฉิน ของ แพรวา ณิชาภัทร & ไอซ์ พาริส

อีกหนึ่งวิธียอดฮิตในการฟังเพลงของคนในสมัยนี้คือการฟังเพลงบน Smart Phone ผ่าน Bluetooth โดยผมได้ทำการเชื่อมต่อเจ้า Bar 40 เครื่องนี้เข้ากับ iPhone ของผม และทำการเปิดเพลงผ่าน Apple Music เพลงที่เลือกใช้เป็นเพลง “ฝืน ของ Lipta” เวอร์ชั่นพิเศษที่เป็นการเล่นดนตรีแบบเต็มวงสไตล์ Jazz เสียงที่ได้จาก Soundbar ตัวนี้แวบแรกที่สังเกตุได้เลยคือ เสียงเป่าแตร เสียงเซกโซโฟน ที่มีความจัดจ้านสไตล์ Klipsch มาก !!! เนื่องด้วยลำโพง ทวิตเตอร์แบบ Tractrix horn นั้นเอง แต่ในความจัดจ้านนั้นก็ยังคงมีรายละเอียดของเสียงที่ดี ไม่บาดหู ส่วนเสียงอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเสียงร้องก็ฟังดูโดดเด่นมีความชัดเจนเนื้อเสียงมีน้ำหนักที่ดี เสียงกลองก็มีมวลที่ใหญ่ ความกว้างของเวทีเสียงโดยรวมทำออกมาได้ดีเลยทีเดียวสำหรับลำโพงแบบ Soundbar

ทดสอบฟังเพลงผ่าน Bluetooth กับ iPhone X

เพลง ฝืน เวอร์ชั่นพิเศษจาก Lipta เจ้าเดิม

นอกจาก ดูหนัง ฟังเพลงแล้ว สำหรับคุณผู้ชายส่วนใหญ่ก็มักจะใช้เวลายามว่างไปกับการเล่นเกมกันอย่างแน่นอน ซึ่งผมก็ได้ทำการทดสอบการ เล่นเกม God Of War 2 บนเครื่อง PS4 Pro ผ่านลำโพง Soundbar ตัวนี้ดู บอกได้เลยว่าช่วยเพิ่มความสนุกให้มากขึ้นกว่าเสียงจากลำโพงทีวีทั่วไปพอสมควร ไม่ว่าจะเป็น เสียงพูดของเคโทสที่ปกติเมื่อฟังจากลำโพงทีวีทั่วไปเสียงที่ได้มักจะฟังดูแบนและบาง แต่เมื่อฟังผ่าน Bar 40 เครื่องนี้ เสียงที่ได้ฟังดูมีน้ำหนัก มีมิติของเสียงที่ดีขึ้นอย่างเห็นไดชัด

เสียงของสัตว์ประหลาดเดินไปเดินมา เสียงตัวเอกของเราขว้างขวานไปแล้วดึงกลับมา ที่มีความกระหึ่ม มีน้ำหนักเสียงทีดี แถมเวลาที่เราเดินไปมาตัวลำโพง Soundbar ก็สามารถให้เสียงของวัตถุในเกมที่มาตามทิศทางด้าน ซ้าย-ขวา ได้อย่างชัดเจน เล่นเกมสนุกขึ้นจริงๆ ครับ

ทดสอบเล่นเกม God Of War 2 บนเครื่อง PS4 Pro

สนุกกว่าเสียง TV เยอะพอสมควรเลย คอนเฟิร์ม !!!

จากที่ได้ทดสอบไปทั้งดูหนัง ดูซีรีส์ ฟังเพลง รวมถึงเล่นเกม บอกได้เลยว่า Klipsch Bar 40 เป็น Soundbar ที่ สุ้มเสียงอยู่ในระดับทีดีเลยทีเดียว เสียงโดยรวมเรียกว่าจัดเต็มทุกย่านเสียง ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเสียงหลักจากตัวลำโพง Soundbar หลัง ที่มาพร้อมลำโพงทวิตเตอร์แบบ Tractrix horn ให้เสียงแหลมที่มีความชัดเจน มีเวทีเสียงที่กว้าง ทำให้เนื้อเสียงโดยรวมมีความจัดจ้าน ดุดัน ฟังสนุก ส่วนเสียงกลาง เสียงพูด รวมถึง Midbass อยู่ในเกณฑ์ที่ดีถือว่าเสียงใหญ่พอตัวสำหรับลำโพง Soundbar ส่วนลำโพง Subwoofer ไร้สายที่มาในชุดก็ให้เสียงเบสที่ดี มีมวลที่ใหญ่ ส่วนเบสย่านต่ำลึกมากๆ อาจมีเนื้อเสียงที่เบาบางลงไปบ้าง เนื่องด้วยข้อจำกัดของขนาดดอกลำโพงที่มีเพียงขนาดเพียง 6.5 นิ้ว แต่ก็สามารถให้เสียงที่กลมกลืนกับลำโพง Soundbar แผ่กระจายทั่วจุดนั่งฟังได้ดี ซึ่ง Klipsch Bar 40 ตัวนี้เหมาะนำไปใช้งานกับห้องที่มีขนาดเล็กไปจนถึงห้องขนาดกลางใหญ่ได้สบายๆ เลยครับ

Conclusion – สรุป

Klipsch Bar 40 เครื่องนี้เป็นลำโพง Soundbar ที่มีดีไซน์สวยงามสไตล์วินเทจ มาพร้อมลำโพง Subwoofer ไร้สายที่ติดตั้งพร้อมใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย รองรับระบบเสียง Dolby Audio ที่เป็นฟอร์เมตเสียงหลักครอบคลุมคอนเทนต์หลายอย่างในยุคนี้ รวมถึงสุ้มเสียงที่ไม่ธรรม ด้วยทวิตเตอร์แบบ Tractrix horn ที่ให้เสียงแหลมที่มีความชัดเจน มีเวทีเสียงที่กว้าง ทำให้เนื้อเสียงโดยรวมมีความจัดจ้าน ฟังสนุก ฟังเพลงก็ได้ ดูหนังก็ดีครับ

ข้อดี
1.รองรับระบบเสียง Dolby Audio ครอบคลุมคอนเทนต์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี
2.ใช้ทวิตเตอร์แบบ Tractrix horn ทำให้เนื้อเสียงโดยรวมมีกว้าง ชัดเจนมากกว่า Soundbar ทั่วไป
3.มีช่องต่อ HDMI ARC สามารถเชื่อมต่อกับ TV ได้อย่างสะดวกสบาย
4.มีช่อง Subwoofer ให้สามารถต่อ Subwoofer ภายนอกเพิ่มเพื่อใช้งานในรูปแบบ 2.2 Ch ได้

ข้อเสีย
1.ลำโพง Subwoofer เมื่อเปิดในระดับที่ดังมากอาจมีอาการเพี้ยนของเสียงอยู่บ้าง แต่หากฟังในความดังระดับปกติเสียงที่ได้ออกมาดีไม่มีปัญหา
2.ไฟสถานะตัวเครื่องอาจทำความเข้าใจยากสักเล็กน้อย แต่ก็ได้การดดีไซน์แบบ Minimal เรียบง่ายมาแทน

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้