รีวิว Klipsch RSB-14 คมชัดดุดันหนักแน่น ช่องต่อจัดเต็ม รองรับทั้ง 4K HDR และ Wi-Fi
Soundbar & Wireless Subwoofer
Klipsch RSB-14

ราคา 29,900 บาท
เมื่อพูดถึง Klipsch สิ่งแรกที่แว่บเข้ามาในหัวเลยคือ โทนสีของแบรนด์นี้ที่เป็นสีทองแดงตัดกับสีดำ แล้วตามมาด้วยแนวเสียงดุดันสไตล์อเมริกัน อันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นจนกลายภาพเป็นที่ติดตาคนทั่วไป สร้างชื่อให้ Klipsch เป็นแบรนด์เครื่องเสียงอันดับต้นๆ ที่ใครต้องนึกถึง โดยเฉพาะชุดลำโพงระดับอ้างอิงอย่าง Klipsch Reference Series

ซีรี่ส์ Reference นี้ หลายท่านอาจจะคุ้นเคยในมาดของชุดลำโพงเต็มระบบขนาดใหญ่ สำหรับเติมเต็มห้องโฮมเธียเตอร์ สร้างอรรถรสการรับชมให้ใกล้เคียงกับโรงภาพยนตร์ ซึ่งจริงๆ แล้ว ซีรี่ส์นี้ไม่ได้มีแค่ชุดลำโพง ยังเอาใจผู้ที่รักการฟังเสียงในระดับคุณภาพ แต่อาจมีข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่ งบประมาณ หรือต้องการความเรียบง่ายในการใช้งาน ด้วยซาวด์บาร์พลังดุ เติมเต็มความสนุกได้ไม่แพ้ชุดใหญ่ ในนามของซีรี่ส์ Reference เช่นเดียวกัน
เสียงทดสอบจริงของ Klipsch RSB-14
รุ่นเริ่มต้นอย่าง R-4B หรือจะรุ่นกลางของซีรี่ส์ R-10B ทางเราก็เคยรีวิวมาแล้ว (อ่านได้ที่ รวมรีวิวซาวด์บาร์ ) มาในครั้งนี้เป็นซาวด์บาร์รุ่นใหม่ใช้รหัสโมเดลว่า “RSB” และไม่ได้ธรรมดาแค่นั้น ยังเป็นรุ่นท็อปสุดในรุ่นโมเดลใหม่อีกด้วย มีชื่อว่า Klipsch RSB-14 ต่อยอดความสำเร็จ และปรับปรุงแก้ไขให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น มีอะไรแตกต่างเพิ่มเติมจากรุ่นก่อนหน้าบ้าง มาไล่กันทีละอย่างเลยดีกว่า เริ่มต้นที่….. !!
Design – การออกแบบ
Klipsch RSB-14 เป็นซาวด์บาร์ 2.1-Channel มาพร้อมซับวูฟเฟอร์ไร้สาย รูปลักษณ์ภายนอกของตัวซาวด์บาร์ แทบจะไม่แตกต่างจากโมเดลก่อนหน้าเท่าไรนัก ดีไซน์ทรงสี่เหลี่ยม มีความยาวขนาด 44 นิ้ว ความลึกและความสูงเท่ากันที่ 3.25 นิ้ว น้ำหนักเบาเพียง 4.54 กก. ตัวเครื่องมีสีดำล้วน ด้านหน้าเป็นตะแกรงอะลูมิเนียมแข็งแรง ตรงกลางด้วยเพลทโลโก้สีทองแดง ใต้โลโก้จะมีแถบปุ่มคำสั่งและจอแสดงสถานะการใช้งาน

รูปลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ เห็นก็รู้ทันทีว่า Klipsch แน่นอน
เห็นบางๆ แบบนี้ ภายในอัดไปด้วยดอกลำโพงถึง 6 ดอก ประกอบด้วยคู่ทวีตเตอร์ขนาด 0.75 นิ้ว แบบ Tractrix Horn อันเป็นจุดเด่นของ Klipsch และวูฟเฟอร์ขนาด 2.75 นิ้ว ขนาบอยู่ข้างละ 2 ดอก หากเทียบกับรุ่นก่อนหน้าแล้ว RSB-14 ดอกลำโพงวูฟเฟอร์จะมีขนาดเล็กกว่านิดหน่อย กำลังขับสูงสุดอยูที่ 200W โดยรุ่นนี้สามารถตอบสนองย่านความถี่ตั้งแต่ 28Hz – 20KHz

ด้านหลังมีรูสำหรับแขวนผนังให้ด้วย
แถบด้านหน้าประกอบไปด้วยจอแสดงสถานะและชุดปุ่มคำสั่ง จอ LED แสดงสถานะนั้น มีขนาดที่เล็กมาก คอยแสดงสัญลักษณ์ต่างว่าขณะนี้ใช้งานช่องต่อแบบไหนอยู่ เช่น Bluetooth, Analog หรือ HDMI ช่อง 1 เป็นต้น รวมถึงบอกสถานะการใช้โหมดเสียงด้วย ด้านล่างเป็นชุดปุ่มคำสั่งต่างๆ ปุ่มแรกมีไว้สำหรับปิดเสียง, ปุ่มเปิดการเชื่อมต่อด้วย Bluetooth, ปุ่มสำหรับช่องเชื่อมต่อ, ปุ่มลดเสียง และปุ่มเพิ่มความดังเสียง

จอแสดงผลเป็นแถบจอขนาดเล็กเหนือปุ่มต่างๆ
ส่วนช่องต่อต่างๆจะอยู่ทางด้านหลัง ซึ่งข้อแตกต่างอย่างยิ่งยวดจากรุ่นก่อนหน้าอยู่ตรงนี้แหละ นั่นคือช่องต่อ HDMI ที่หลายคนบ่นเสียดายมามากมายว่าทำไมไม่มีช่องต่อ HDMI ว่าแล้วก็เหมือนประชด ใส่ช่อง HDMI มาให้ถึง 4 ช่องเลยทีเดียว แบ่งเป็นอินพุต 3 ช่อง และเอ๊าท์พุต 1 ช่อง ทั้งหมดเป็นเวอร์ชั่น 2.0 /HDCP 2.2 รองรับ 4K Passtrough ด้วย ช่องต่ออื่นๆ ก็จะมีช่องเสียบสาย AUX, ช่อง USB (สำหรับอัพเดทเฟิร์มแวร์), ช่องต่อ Optical, ช่องเสียบสายไฟ และช่องต่อ Ethernet ซึ่งปุ่มเปิดการเชื่อมสัญญาณ Wi-Fi ก็อยู่ตรงจุดนี้เช่นกัน รองรับคลื่นสัญญาณ 2.4 GHz

ช่องต่อจัดเต็มแบบเวอร์วังอลังการมาก!
เป็นอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงจากซาวด์บาร์โมเดลที่แล้วเลย กับรีโมทที่มีขนาดยาวกว่าเดิม แต่ปุ่มคำสั่งไม่ได้มีอะไรเพิ่มขึ้นเท่าไรนัก เพียงจำแนกออกมาให้ง่ายขึ้น ปุ่มคำสั่งหลักๆ จะมีปุ่มปิด/เปิดเครื่อง, ปุ่มสลับช่องเชื่อมต่อ, ปุ่มคำสั่งเล่นเพลง, ปุ่มเพิ่ม/ลดระดับเสียงซับวูฟเฟอร์, ปุ่มเพิ่ม/ลดระดับเสียงซาวด์บาร์, ปุ่มปิดเสียง และปุ่มสุดท้ายคือโหมดเสียงทั้ง 3 โหมด Dialog, Surround และ Night

ขนาดยาวใกล้เคียงกับรีโมททีวีทั่วไป
มาดูซับวูฟเฟอร์ไร้สายกันบ้าง ตัวตู้เป็นดีไซน์แบบเปิด ใช้วัสดุเป็น MDF ออกแบบให้ดอกลำโพงไฟเบอร์ขนาด 8 นิ้ว ยิงเสียงออกจากด้านข้างของตัวตู้ สัดส่วนซับวูฟเฟอร์มีหน้ากว้างเพียง 7 นิ้ว ด้านข้างมีความกว้าง 16 นิ้ว และความสูง 13.125 นิ้ว มีท่อคายเสียงอยู่ทางด้านหลัง ช่องต่อมีเพียงแค่ช่องต่อสายไฟก็อยู่ทางด้านหลังเท่านั้น ไม่รองรับการเชื่อมต่ออื่นๆ นอกจากนี้จะมีไฟ LED เล็กๆ คอยแสดงสถานนะการเชื่อมต่อด้วย

ขุมพลังสำคัญของชุดนี้ ดุดันตั้งแต่ดีไซน์ยันเสียง
Features – ลูกเล่น
ฟีเจอร์ลูกเล่นที่น่าสนใจของ RSB-14 นั้นคือสิ่งที่เพิ่มเติมมาจากซาวด์บาร์รุ่นก่อนหน้า 2 สิ่งใหญ่ๆ ได้แก่ การเชื่อมต่อผ่านสัญญาณ Wi-Fi และช่องต่อที่ให้มาอย่างครบครันจัดเต็ม มีทั้งช่องต่อ Ethernet และช่องอินพุต HDMI ถึง 3 ช่อง ซึ่งล้วนเป็น HDMI 2.0 /HDCP 2.2 ทั้งหมด รองรับสัญญาณภาพ 4K HDR เพื่อส่งผ่านไปยังทีวีได้

ภาพที่ผ่านซาวด์บาร์ยังสวยสดคมชัด ไม่ต่างจากต่อโดยตรง
ส่วนฟีเจอร์การเชื่อมต่อด้วยสัญญาณ Wi-Fi จะต้องเชื่อมต่อผ่านแอพพลิเคชั่น Klipsch Stream หรือ DTS Play-Fi บนสมาร์ทโฟน สามารถดาวน์โหลดได้ทั้ง iOS และ Android โดยวิธีการเชื่อมต่อนั้น ให้กดปุ่ม Wi-Fi ที่บริเวณจุดรวมช่องต่อด้านหลังเครื่อง กดค้างไว้ประมาณ 4 วินาที จนไฟ LED บริเวณปุ่มกดกระพริบเป็นจังหวะ ให้นำสมาร์ทโฟนของท่าน เชื่อมต่อไปยังแหล่งสัญญาณที่ชื่อว่า “PlayFiXXXXXXX” เพื่อจับคู่ระหว่างซาวด์บาร์กับสมาร์ทโฟน

หากเชื่อมต่อ Wi-Fi สำเร็จ จะขึ้นสัญลักษณ์ดังภาพ
เมื่อจับคู่เรียบร้อยให้เข้ามาที่แอพฯ ดังกล่าว (แอพฯ Klipsch Stream จะมีหน้าจอการใช้งานแบบเดียวกันกับ DTS Play-Fi) ตัวแอพฯ จะให้เลือกเครือข่าย Wi-Fi ที่ใช้ภายในบ้าน เพื่อให้อยู่ในเครือข่ายเดียวกัน เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้งานแบบ Multiroom ได้แล้ว สามารถแบ่งกลุ่มใช้งานในเครือข่ายเป็นห้องต่างๆ รวมถึงจับคู่กับลำโพงอื่นๆ เพื่อจำลองระบบเสียงเซอร์ราวด์ก็ทำได้เช่นกัน


ใคร่ใช้งานบริการไหน ก็ฟังกันได้ตามสะดวก
นอกจากนี้ ตัวแอพฯ ยังรองรับการฟังเพลงผ่านบริการสตรีมมิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Tidal, Spotify, Deezer เป็นต้น หรือจะสตรีมมิ่งจากไฟล์เพลงในอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ แม้กระทั่งดึงไฟล์เพลงจากแหล่งเก็บข้อมูลบนเครือข่ายก็ทำได้ ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบการฟังเพลงความละเอียดสูงได้เป็นอย่างดี เพราะการใช้งานสตรีมมิ่งนี้ สามารถสตรีมมิ่งเพลงความละเอียดสูงสุดที่ 24-Bit/192kHZ เลยทีเดียว
Sound – เสียง
รู้จักสเปคและฟีเจอร์ต่างๆ ของ Klipsch RSB-14 กันไปแล้ว คราวนี้มาดูในเรื่องของเสียงกันบ้างดีกว่า เริ่มต้นทดสอบคุณภาพเสียงผ่านภาพยนตร์แอ็คชั่นอันเป็นแนวถนัดของ Klipsch ด้วยเรื่อง “Suicide Squad ทีมพลีชีพมหาวายร้าย” ที่มีจุดเด่นเรื่องภาพ HDR กับฉากต่อสู้ที่หวือหวาทั้งภาพและเสียง
สิ่งประทับใจอย่างแรกนั้นไม่ใช่เรื่องเสียง แต่เป็นความสามารถของ 4K Passtrough ส่งผ่านสัญญาณภาพ 4K HDR จากเครื่องเล่นไปยังทีวี ให้ภาพคมชัดสมบูรณ์ไม่บกพร่อง โดยเฉพาะความเจิดจรัสของ HDR ยังสาดแสงให้แสบตาได้ราวกับต่อเครื่องเล่นเข้าทีวีโดยตรง หมดกังวลในเรื่องการส่งผ่านสัญญาณภาพไปได้เลย

สังเกตรายละเอียดของตัวละคร คมชัดละเอียดไม่บกพร่อง
RSB-14 รองรับรหัสเสียงจาก Dolby Audio เท่านั้น ไม่รองรับฝั่ง DTS ในฉากการปะทะกับบรรดาผู้ต้องคำสาป ต้องบอกเลยว่าซาวด์บาร์เครื่องนี้สู้เสียงแอ็คชั่นได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะเสียงปืนที่มีน้ำหนัก ไม่แห้งบางป็อกแป็กให้เสียอารมณ์ การต่อยตีก็เช่นกัน ความกระแทกกระทั้นของเสียง ชวนรู้สึกได้ถึงความแรงและน้ำหนักในการโจมตีแต่ละที สะใจคอหนังบู๊ที่มักจะหมดอารมณ์กับกับเสียงต่อสู้แบบแห้งๆ
สิ่งที่น่าประทับใจอีกอย่างคือซับวูฟเฟอร์ สามารถให้ความดุดัน อึกทึกคึกโครม และมีความไวสูง ยิ่งผสานกับทวีตเตอร์ Tractix Horn อันเลื่องชื่อด้านประกายเสียงระยิบยับ จนเกิดไดนามิกเสียงที่กว้างจนสัมผัสได้ เสียงต่ำก็ลึกยาว เสียงสูงก็ขับประกายโชดช่วงไม่แข็งทื่อ มีสมดุลย์ไม่โดดไปมาอย่างน่าตกใจ จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำให้การรับชมได้เสียงที่เป็นธรรมชาติ
ซึ่งธรรมชาติในทีนี้นั้น ให้ความหมายตรงตัวเลย หมายถึงได้เสียงที่ใกล้เคียงกับเสียงจริงๆ ไม่ปรุงแต่งให้ผิดเพี้ยน เช่น เสียงลมตามธรรมชาติที่เราได้ยิน ไม่ได้มีแค่เสียงหวีดแห้งๆ ยังมีเสียงเบสจากมวลของอากาศที่เคลื่อนไปมาแรงๆ เจ้า RSB-14 สามารถเติมเต็มเสียงลมให้เป็นธรรมชาติ ไม่ฟังดูแห้งได้
อาจเพราะด้วยเหตุดังกล่าว จึงไม่มีฟังก์ชั่น EQ หรือการปรับแต่งย่านเสียงใดๆ มาให้ แต่การรับฟังแบบธรรมดา ไม่เปิดโหมดใดๆ ก็แสดงถึงความเจนจัดหนักแน่นอันเป็นเอกลักษณ์ของ Klipsch ซีรี่ส์ Refernce อย่างชัดเจน ซึ่งโหมดเสียงนั้นมีอยู่ 3 โหมด ได้แก่ โหมด Dialog, Surround และ Night สำหรับปรับแต่งเสียงเพื่อความสะดวกในการรับชม

จะเล่นเกมแนวฟุตบอลให้ฟิน เสียงเตะลูกฟุตบอลต้องหนักแน่น ให้รู้สึกถึงน้ำหนักของการยิง
หลังจากได้ทดสอบแล้ว จะขอแนะนำการใช้โหมดเสียงสักหน่อย เริ่มที่โหมด Dialog โหมดนี้จะเป็นการเสริมเสียงย่านกลางหรือเสียงพูดขึ้นมา เชื่อว่าหลายท่านต้องเคยเจอปัญหาเรื่องเสียงในภาพยนตร์ตูมตามเสียงดังมาก แต่เสียงสนทนาในฉากกลับเบาหวิว จนต้องเพิ่มลดเสียงบ่อยๆ โหมด Dialog นี้แหละจะมาแก้ปัญหาดังกล่าว โดยที่เสียงย่านอื่นๆ ไม่ได้ตกลงเลย
ถึง RSB-14 จะเป็นซาวด์บาร์ 2.1-Channel แต่อย่าเพิ่งตัดสินใจว่าไม่สามารถให้มิติเสียงในการรับชมได้ เพราะโหมด Surround จะมาขยายขอบเขตและมิติของเสียงให้กว้างขึ้น ในรูปแบบของสนามเสียง จากที่เคยยิงเสียงตรงๆ เมื่อปรับโหมดนี้ พื้นที่ของเสียงจะขยายองศามากขึ้น รู้สึกถึงความใกล้ไกล เช่นฉากสุดท้ายของ Suicide Squad ที่ตัวร้ายแว่บไปแว่บมา ซาวด์บาร์สามารถให้ตำแหน่งเสียงได้มีระยะห่างชวนอินกับฉากจริงๆ ส่วนโหมดสุดท้าย Night ก็ตามชื่อเลย สำหรับการรับชมตอนกลางคืน โดยจำกัดความคึกโครมของเบสและปริมาณเสียงเอาไว้ ไม่ให้รบกวนข้างบ้านนั่นเอง

รับชมคอนเสิร์ต Lady Gaga ที่เป็นแนว Pop Dance ซาวด์บาร์ก็ให้ความคึกคักสนุกสนาน เก็บบรรยากาศมาครบถ้วน หากเปิดในโหมด Surround แล้ว พื้นที่เสียงถูกขยายให้กว้าง เสมือนจำลองฮอลล์คอนเสิร์ตขนาดย่อมขึ้นมา
อย่างที่บอกไปแล้วว่า RSB-14 ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่เข้ามาเป็นการสตรีมมิ่งไร้สายผ่านสัญญาณ Wi-Fi มีหรือจะไม่ทดสอบ โดยการจะฟังเพลงผ่าน Wi-Fi ได้ จำต้องใช้งานผ่านแอพพลิเคชั่น Klipsch Stream หรือ DTS Play-Fi (วิธีใช้งานอ่านได้จากหน้าก่อน) ด้วยวิธีนี้ ทำให้สามารเพลิดเพลินไปกับเพลง Hi-Res ความละเอียดสูงถึง 24Bit/192kHz
ซาวด์บาร์สามารถตอบสนองได้ทุกย่านเสียง ทดสอบด้วยเพลงหนักๆ สไตล์แทรชเมทัลอย่าง Metallica ที่ซาวด์กีต้าร์แตกละเอียดคอยขยี้โสตประสาท RSB-14 ก็จัดเต็มให้ความมันแบบถึงพริกถึงขิง ถึงจะเป็นลำโพงแนวเสียงจัดจ้านหนักแน่น ก็ไม่ได้แปลว่าจะฟังแล้วไม่สบายหู เพราะซาวด์บาร์สามารถให้เสียงที่มีความคม กระชับ สะอาด ไม่รกรุงรังจนรู้สึกระคายหู

ใครว่าเพลงเมทัลไม่เหมาะต่อการทดสอบเครื่องเสียง สามารถเช็คความสะอาดคมชัดของเสียงได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ
อย่าเพิ่งคิดว่าจะเป็นแนวดุดันอย่างเดียว เพลงแนวป็อปฟังสบาย หรืออะคูสติกใสๆ ก็ให้ความใสกระจ่าง ฟังสบายลื่นหู ไร้ความเสียดทาน ซึ่งการเชื่อมต่อผ่านสัญญาณ Bluetooth เองก็ใช้จะธรรมดา เพราะมีคำว่า apt-X พ่วงหลังด้วย เสริมศักยภาพในการรับส่งรหัสเสียงให้สูงขึ้น แต่กระนั้น ตัวอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อก็ต้องรองรับ apt-X แม้คุณภาพเสียงอาจไม่เท่าการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi แต่เสียงที่ได้จัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ยังให้เบสที่ชัดเจน เว้นเพียงรายละเอียดหรือประกายเสียง ไม่แหลมคมระยิบระยับเท่าการเล่นผ่าน Wi-Fi อ่านไปอาจยังไม่เห็นภาพ ไปรับชมคลิปทดสอบเสียงจริงกันเลยดีกว่า…
เสียงทดสอบจริงของ Klipsch RSB-14
Conclusion – สรุป
ต้องยอมรับเลยว่าไลน์อัพซาวด์บาร์รุ่นใหม่ของ Klipsch ประจำปี 2017 นี้ มาเพื่อเขย่าวงการซาวด์บาร์จริงๆ โดยเฉพาะ RSB-14 ที่จัดหนักจัดเต็มด้วยการเชื่อมต่อที่หลากหลายและทันสมัย ไม่ว่าจะเป็น HDMI ที่มีช่องอินพุตถึง 3 ช่อง สามารถส่งสัญญาณภาพ 4K HDR ได้ทุกช่อง และการเชื่อมต่อ Wi-Fi สำหรับการใช้งานแบบ Multi-room ขยายซิสเต็มให้ใหญ่ขึ้นเพีงแค่เพิ่มลำโพงเข้าไป รวมถึงคุณภาพเสียงที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ให้ประสบการณ์การฟังที่ยอดเยี่ยมโดยไม่จำเป็นต้องปรุงแต่งใดๆ ในราคาที่สมเหตุสมผล เอาอยู่ทั้งการดูหนังหรือจะฟังเพลง คงคอนเซ็ปต์ของ Reference Series เอาไว้เลยว่า “ให้เสียงระดับอ้างอิง สมจริงเป็นธรรมชาติ สร้างอารมณ์รับชมใกล้เคียงกับโรงภาพยนตร์“

ถูกใจทั้งคอเพลงและคอภาพยนตร์ อีกหนึ่งซาวด์บาร์ที่เจนจัด มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ข้อดีของ Klipsch RSB-14
1. คงเอกลักษณ์ความดุดันหนักแน่น ตอบสนองทุกย่านเสียงได้อย่างยอดเยี่ยม มีช่วงไดนามิกที่กว้าง แต่สมดุลย์อย่างน่าประทับใจ
2. ช่องต่อครบครันทันสมัย ช่องต่อ HDMI เยอะมาก แถมรองรับ 4K HDR Passtrough
3. รองรับการใช้งานแบบ Multi-room และการสตรีมมิ่งเพลง Hi-Res ผ่านสัญญาณ Wi-Fi 2.4GHz
ข้อเสียของ Klipsch RSB-14
1. บริเวณช่องต่อ HDMI ค่อนข้างคับแคบไปสักนิด อาจยากต่อการเสียบหรือถอดสาย
2. หน้าจอแสดงผลมีขนาดเล็ก มองเห็นได้ยากแม้อยู่ในระยะรับชม และไม่มีค่าแสดงผลสำหรับบอกระดับเสียง
3. ไม่รองรับการเล่นไฟล์ผ่าน USB Drive แต่แทบไม่จำเป็น เพราะใช้งานผ่านการเชื่อมต่ออื่นๆ ที่ครบครันได้
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
บริษัทซาวด์รีพับลิคจำกัด (บริษัทโฮม ไฮ-ไฟ จำกัด)
โทร. 02-448-5489, 02-448-5465-6
www.sound-republic.com