ข้ามไปที่เนื้อหา
|

รีวิว LG 48CX ครั้งแรกของ OLED 48 นิ้ว จอเล็กสเปคอย่างโหด จัดเต็มฟีเจอร์เพื่อเกมเมอร์

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 26 Oct 2020 0 ความคิดเห็น

LG 48CX 4K HDR OLED TV

ครั้งแรกของ OLED 48 นิ้ว
จอเล็กสเปคอย่างโหด จัดเต็มฟีเจอร์เพื่อเกมเมอร์

ที่ผ่านมา LG ไม่เคยทำ OLED TV ขนาดเล็กกว่า 55 นิ้ว นี่จึงเป็นครั้งแรกกับขนาด 48 นิ้ว ตอบโจทย์ผู้ที่มีพื้นที่ตั้งวางทีวีจำกัด หรืออาจจะนำไปใช้งานเป็นมอนิเตอร์ก็ได้ แน่นอนว่าจุดเด่นเรื่องการถ่ายทอดคอนทราสต์โดดเด่น ดำลึกเหมือนเดิม เพิ่มเติมคุณสมบัติเพื่อเกมเมอร์…

ปี 2020 LG วางจำหน่าย OLED TV 3 ซีรีส์ ได้แก่ ZX, GX และ CX ซึ่ง CX จะมีรุ่นขนาดจอภาพเล็กสุด 48 นิ้ว ส่วน ZX รุ่นเรือธง มีความละเอียด 8K ขนาดจอภาพใหญ่ถึง 88 นิ้ว

Design – การออกแบบ

ดีไซน์ถอดแบบมาจากรุ่นปีที่แล้ว (B9/C9) แต่จอภาพ 48 นิ้ว ทำให้ขนาดดูเล็กลงกว่าเดิมชัดเจน (เมื่อเทียบกับรุ่นปีที่แล้ว เล็กสุดคือ 55 นิ้ว)

จอภาพบางเฉียบตามสไตล์พาเนล OLED พื้นที่แสดงภาพก็เกือบเต็มจอ เหลือขอบดำโดยรอบไม่มาก

ฐานตั้งที่บริเวณกึ่งกลางส่วนล่างของจอภาพ ผิววัสดุเป็นพลาสติก แต่ก็ทำลวดลายดูคล้ายโลหะ พิมพ์โลโก้ LG OLED สีขาวตัด กับสีพื้นที่ออกเทาเข้ม

LG ยังคงให้ Magic Remote มาเช่นเคย ซึ่งน่าจะเป็นรีโมทควบคุม Smart TV ได้สะดวกที่สุดแล้วจากการรวมความสามารถ Air Mouse มาด้วย มีไมโครโฟนรับคำสั่งเสียง พร้อมปุ่มลัด Netflix และ Amazon Prime

การใช้งาน Magic Remote ให้ครบทุกฟังก์ชั่นอันรวมไปถึงการรับคำสั่งเสียง ขั้นแรกจำเป็นต้องจับคู่รีโมทกับทีวีเสียก่อน… รับชมขั้นตอนได้ตามคลิปนี้

Connectivity – ช่องต่อ

OLED48CX ติดตั้งจุดเชื่อมต่อสัญญาณภาพและเสียงมาครบครัน จัดวางเยื้องไปทางฝั่งขวา เมื่อมองจากด้านหลัง ประกอบไปด้วย HDMI In 1 ช่อง, ช่องต่อสัญญาณภาพและเสียงอะนาล็อกแบบ Composite และ Component อย่างละ 1 ชุด, USB 2.0 2 ช่อง, Optical Audio OutAnalog Headphone Out และ Ethernet (LAN)

ส่วนด้านข้าง ประกอบไปด้วย HDMI In 3 ช่อง (HDMI In 2 รองรับ eARC/ARC) และ USB 2.0 1 ช่อง

HDMI Input ของ OLED48CX เป็น version 2.1 ทั้งหมด การใช้งานต้องทำการ On ตัวเลือก HDMI Ultra HD Deep Color จึงจะรองรับคุณสมบัติด้านภาพขั้นสูง

สรุปจำนวนช่องต่อของ LG OLED48CX ได้ดังนี้

HDMI™ In  3 (ด้านข้าง), 1 (ด้านหลัง) เป็น HDMI 2.1 ทั้งหมด
USB 1 (ด้านข้าง), 2 (ด้านหลัง)
Ethernet 1 (ด้านหลัง) พร้อม Wi-Fi Built-In
Composite Video In 1 (ด้านหลัง)
Component Video In 1 (ด้านหลัง)
RF (Antenna) In 1 (ด้านหลัง) พร้อม DVB-T2 Digital Tuner
PC HD15 In
Analog Audio In 1 (Mini Jack ด้านหลัง ร่วมกับ Component)
Digital Audio Out 1 (Optical ด้านหลัง)
Audio/Headphone Out 1 (Mini Jack ด้านหลัง)
Bluetooth Audio Yes

 

Extra – เพิ่มเติม

ระบบปฏิบัติการ Smart TV ของ OLED48CX อ้างอิงช่วงทดสอบ คือ webOS 5.0 ยังคงใช้ User Interface เดิมจากปีที่แล้ว มีแถบเมนูซ้อนขึ้นมาด้านล่าง สามารถแสดงภาพของภาพยนตร์หรือรายการที่น่าสนใจก่อนกดเข้าแอป

คุณสมบัติ ThinQ AI ต่อยอดจากรุ่นก่อน สามารถรับคำสั่งเสียงโดยการพูดผ่าน Magic Remote รองรับภาษาไทยด้วยแต่จะต้องเปลี่ยนภาษาเมนูตัวเครื่องให้เป็นภาษาไทยก่อน คำสั่งพื้นฐานที่รองรับ เช่น เปลี่ยนช่องสัญญาณ ปรับระดับโวลุ่ม รวมไปถึงประโยคยาวๆ และซับซ้อนอย่าง “เปลี่ยนโหมดภาพเป็นโหมดมาตรฐาน” หรือ “ปิดทีวีหลังจบรายการ” ก็ทำได้

webOS สามารถติดตั้งแอปฯ เพิ่มเติมได้เช่นเคย มีเกมง่ายๆ ให้เล่นจำนวนหนึ่ง แต่พิเศษคือแอปความบันเทิง รับชม ภาพยนตร์ ซีรีส์ดัง ทั้งไทยและเทศ ในแบบสตรีมมิ่ง ยกตัวอย่างเช่น…

NETFLIX รองรับระบบภาพ 4K HDR10/Dolby Vision ระบบเสียง Dolby Atmos (DD+) สามารถเชื่อมต่อกับ Dolby Atmos Home Theater หรือ Sound Bar ทาง HDMI ARC/eARC เพื่ออรรถรสเสียง Immersive Audio ที่เหนือกว่าได้

Apple TV รองรับ 4K HDR10/Dolby Vison และระบบเสียง Dolby Atmos (DD+) แล้วเช่นกัน

Amazon Prime รองรับ 4K HDR10 ระบบเสียงรอบทิศทาง 5.1

HBO GO สามารถรับชมภาพยนตร์ซีรีส์ Exclusive จากช่อง HBO เช่น West World

Viu อีกหนึ่งผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งที่เน้นรายการบันเทิงจากเกาหลีเป็นหลัก มีพากย์ไทย คำบรรยายไทย

MONO MAX ชมภาพยนตร์ ละคร อนิเมะก็มี มีพากย์ไทย คำบรรยายไทย

YouTube App รองรับการแสดงผล 4K HDR

Twitch รับชมการเล่นเกมจากเหล่าสตรีมเมอร์ชื่อดัง ตลอด 24 ชม.

Picture – ภาพ

LG 4K OLED TV ประจำปี 2020 ทุกรุ่น ติดตั้งชิปประมวลผล Alpha 9 Gen 3 ซึ่งถือเป็นรุ่นสูงสุด ตัวเดียวกับที่ใช้งานในรุ่นท็อปอย่าง GX… คุณภาพของภาพในรุ่น CX จะมีความแตกต่างหรือไม่ คงต้องพิสูจน์กัน

– SDR –

LG OLED48CX มีโหมดภาพจากโรงงานสำหรับการรับชม SDR Content จำนวน 10 โหมด ความต่างจากรุ่นปี 2019* คือ โหมดภาพ Technicolor Expert จะถูกแทนที่ด้วย Filmmaker Mode

ความสว่างที่ 10% Window

Filmmaker Mode เกิดจากความร่วมมือของผู้ผลิตทีวีหลายยี่ห้อ อาทิ LG, Panasonic, Philips, Samsung และ Vizio ที่ต้องการส่งมอบ “ภาพ” แบบเดียวกับที่ผู้กำกับภาพยนตร์ต้องการให้เราได้รับชม โดยเน้นความเป็นต้นฉบับ มีการปรุ่งแต่งน้อย โดยจะเริ่มทยอยเพิ่มโหมดภาพนี้ให้กับทีวีรุ่นใหม่

ซึ่งกรณีของ LG OLED48CX ผลลัพธ์ยืนยันว่า Filmmaker Mode มีระดับความผิดเพี้ยนของสี ดีกว่าโหมดภาพอื่น แต่การใช้งานโหมดภาพนี้จะมีข้อแม้ ค่าความสว่างที่กำหนดมาจากโรงงานค่อนข้างต่ำ เพราะเน้นใช้งานในสภาพห้องที่ควบคุมแสงรบกวนเป็นอย่างดี ข้อดีคือช่วยให้สบายตา ดูได้นานไม่ล้า โดยเฉพาะเมื่อรับชมเวลากลางคืน

แต่ถ้าต้องการใช้งานในสภาพห้องรับแขกตามบ้าน (ในเวลากลางวัน หรือห้องที่เปิดไฟสว่าง ไม่ใช่มืดสลัว) โหมดภาพ ISF Expert (Bright Room) หรือ ISF Expert (Dark Room) นับเป็นทางเลือกที่น่าจะลงตัวกว่า ความเพี้ยนของสีสันจะย่อหย่อนกว่าบ้าง แต่น้อย กรณีที่ต้องการให้ภาพสว่างขึ้นอีก ทั้ง 3 โหมด สามารถปรับความสว่างเพิ่มได้ที่ตัวเลือก OLED Light หรืออาจจะเปลี่ยนไปใช้โหมด Vivid หากจำเป็นต้องสู้แสงจริงๆ

ผล Lab Test โหมดภาพ Filmmaker Mode มี “ความเที่ยงตรง” ดีเลย อุณหภูมิสีเฉลี่ยราว 6455K ค่าความผิดเพี้ยนสมดุลแสงขาว (Grayscale Avg dE) ต่ำมากเพียง 1.7 ขอบเขตสีก็ทำได้เที่ยงตรงอิงมาตรฐาน Rec.709/sRGB ค่าความผิดเพี้ยน (Color Space Avg dE) ก็ดีมากเพียง 1.7 ถือว่าไม่เสียชื่อโหมดภาพใหม่

สำหรับใครที่จริงจัง ต้องการความเที่ยงตรงของสีสันเพื่อใช้อ้างอิงกับงานเฉพาะทาง สามารถดำเนินการปรับภาพแบบละเอียดได้ จะช่วยลดดุลสีที่ติดอมเขียวนิดๆ ลงจนได้สีสันใกล้เคียงอุดมคติมากขึ้น ค่าความผิดเพี้ยนสมดุลแสงขาว (Grayscale Avg dE) จะลดต่ำลงมาเหลือเพียง 1.2 ในขณะที่ค่าความผิดเพี้ยน (Color Space Avg dE) เหลือเพียง 1.3

อันที่จริง LG TV ประจำปี 2020 หลายรุ่น รองรับปรับภาพทีวีแบบอัตโนมัติ โดยเป็นความร่วมมือกับ Portrait Displays/Spectracal ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ปรับภาพชื่อดังอย่าง CalMAN ซึ่งคุณสมบัตินี้ LG ทำได้มาตั้งแต่รุ่นปี 2018 อย่างไรก็ดีช่วงที่ทำการทดสอบ (Nov 2020) พบว่า เมื่อดำเนินการปรับภาพแบบ AutoCAL ร่วมกับ 48CX ผลลัพธ์ที่ได้ยังไม่เที่ยงตรงเท่าทีควร คงต้องรอพัฒนาแก้ไขระบบอีกสักพักครับ

– HDR –

Filmmaker Mode ไม่ได้มีให้ใช้กับการรับชม SDR Content เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการรับชมมาตรฐาน HDR10 content ด้วย ในด้านการถ่ายทอดความเปรียบต่างของแสง ถือว่า HDR Filmmaker Mode ไม่ย่อหย่อนกว่าโหมดภาพอื่น ค่าความสว่าง HDR Peak Brightness ที่ 635 nits ต่ำกว่าโหมด HDR Game (680 nits), HDR Standard (677 nits), และ HDR Vivid (676 nits) ไม่มาก แต่สีสันเที่ยงตรงดูเป็นธรรมชาติกว่า กรณีเทียบกับ 77GX 4K OLED TV ตัวท็อปของปี 2020 ความสว่าง HDR Peak Brightness ของ CX จะเป็นรองอยู่ประมาณ 15% – 30% ขึ้นกับโหมดภาพครับ

กรณีที่รับชม Dolby Vision HDR จะไม่มีตัวเลือก Filmmaker Mode แต่สามารถใช้งานโหมดภาพ HDR Cinema แทนได้ ผลลัพธ์ไม่ต่างกัน และกรณีที่รู้สึกว่าภาพ Dolby Vison จ้าเกินไป ดูแล้วแสบตาในบางสถานการณ์ ปีนี้ LG เพิ่มคุณสมบัติ “Dolby Vision IQ” เข้ามา โดยระบบ AI และเซ็นเซอร์วัดแสงของทีวี จะปรับระดับความสว่างของภาพให้อัตโนมัติอิงตามสภาพแสงแวดล้อม สามารถเปิดใช้งานคุณสมบัตินี้ได้ที่ตัวเลือก General > AI Service > AI Brightness Control

ผล Lab Test ยืนยันว่า ความเที่ยงตรงของสีสันในโหมด HDR Filmmaker/HDR Cinema ของ OLED48CX ก็อยู่ในเกณฑ์ดีมาก (Avg dE 2.5 – 3) ส่วน HDR Color Space ทำได้ครอบคลุม 95.52/97.77% ของมาตรฐาน DCI-P3 (xy/uv) หรือเท่ากับ 69.16/74.09% Rec2020 (xy/uv)

และเช่นเคย ว่าหลังปรับภาพ HDR Filmmaker Mode ให้ความเที่ยงตรงดีขึ้น (Avg dE 1.1 – 2.2) ค่าความสว่าง HDR Peak Brightness จะลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 609 nits

สรุป Filmmaker Mode กับ OLED48CX เมื่อรับชมในแบบ SDR และ HDR จะให้ความเที่ยงตรงของสีสันดีกว่าโหมดภาพอื่น สีผิวดูเป็นธรรมชาติ ไม่ดูหยาบกร้านจากการเร่ง Sharpness เกินความเป็นจริง เมื่อผนวกกับความดำลึกตามแบบฉบับ OLED ยิ่งขับเน้นให้ภาพดูมีมิติมากขึ้น ในขณะที่ระบบโมชั่นแทรกเฟรม TruMotion จะถูก Off ไว้ในโหมดนี้ เพื่อการแสดงผลภาพเคลื่อนไหวตรงตามต้นฉบับไม่มีการปรุงแต่ง แต่ก็สามารถเลือกเปิดใช้งานได้นะครับ ที่หัวข้อ Picture Mode Settings > Picture Options > TruMotion

– Game Mode –

ปีก่อนๆ LG TV รองรับ G-Sync พอมาปีนี้ก็ได้รับมาตรฐาน AMD FreeSync Premium เพิ่มเติม เป็นการการรันตีว่า เมื่อเล่นเกม สามารถแสดงผลภาพ 4K HDR พร้อม VRR (40-120Hz) โดยคุณสมบัตินี้ในส่วนของทีวี สามารถเปิดใช้งานได้ที่ตัวเลือก Additional Settings > AMD FreeSync Premium

สำหรับคอนเทนต์เกม AMD FreeSync Premium Pro Supported Games สามารถตรวจสอบรายชื่อได้ >>ที่นี่<<

การใช้งาน 4K 120Hz และ VRR (FreeSync Premium) กับ LG CX ให้เต็มประสิทธิภาพ พีซีจำเป็นต้องติดตั้ง Graphic Card ระดับสูง ที่รองรับ HDMI 2.1 ปัจจุบันยังมีจำนวนน้อยมาก (ในภาพอ้างอิงกับ AMD Radeon RX 5700 XT สามารถเปิด FreeSync ได้ก็จริง แต่ถ้าจะดันเฟรมเรตให้ถึง 120 FPS ต้องกำหนด Render Resolution ที่ 1080p)

ส่วนเครื่องเกมคอนโซลเจนเนอเรชั่นใหม่ ที่มาพร้อม HDMI 2.1 อาทิ PS5, Xbox Series X มีแนวโน้มว่าจะรองรับ 4K 120Hz VRR ร่วมกับ LG CX ซึ่งประเด็นนี้จะยืนยันได้ก็ต่อเมื่อทีมงานได้เครื่องคอนโซลมาทดสอบ หากมีโอกาสจะอัพเดทข้อมูลอีกครั้งครับ… อย่างไรก็ดีการทดสอบกับรุ่นเก่า Xbox One S สามารถเปิดใช้ 120Hz FreeSync ได้ แต่จำกัดที่ 1080p (CX ไม่รับ 1440p เมื่อเชื่อมต่อกับ One S และเมื่อเปิด VRR จะไม่รองรับการแสดงผลแบบ HDR ซึ่งเป็นข้อจำกับของ One S)

Instant Game Response เป็นตัวเลือกช่วยให้ทีวีตอบสนองกับสัญญาณภาพจาก เกมคอนโซล หรือ พีซี ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ผลลัพธ์ คือ Input Lag จะต่ำลง เหมาะกับการเล่นเกมมากยิ่งขึ้น (Input Lag ต่ำสุดอยู่ที่ 13.1 ms – อ้างอิงโหมดภาพ Game)

ดุลสีของ CX โหมดภาพ Game ยังติดโทนเย็นเหมือนเคย อุณหภูมิสีเฉลี่ย 9000K ใครที่จริงจังเรื่องสีสันอิงตามต้นฉบับ สามารถปรับเปลี่ยนตัวเลือก Color Temperature จาก Medium เป็น Warm2 ความเที่ยงตรงของดุลสีที่ได้จากโหมด Game จะใกล้เคียงมาตรฐานอ้างอิงมากขึ้น (ภาพคล้าย ISF Expert Bright Room แต่ผลลัพธ์ Input Lag จะเหมาะกับการเล่นเกมมากกว่า)

Sound – เสียง

สเปคแจ้งว่า ระบบเสียงของ 48CX ติดตั้งลำโพงแบบ 2.2 แชนเนล กำลังขับรวม 40 วัตต์ ซึ่งเหมือนกับรุ่น C9 ปีที่แล้ว อย่างไรก็ดีหากเทียบกับ 65C9 (อ่านรีวิวได้ ที่นี่) พบว่า น้ำเสียงของ 48CX จะบางกว่าเล็กน้อย เบสลึกก็น้อยกว่าบ้าง ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยเรื่องของขนาด อาจจะเป็นปริมาตรของ chamber หรือตัวขับเสียงที่ใช้ต่างออกไป ก็เป็นได้ แต่กระนั้นถ้าเทียบกับระบบเสียงของทีวีขนาดเท่าๆ กัน ถือว่า 48CX ให้เสียงได้ดีทีเดียว ปริมาณเบสพอเหมาะ เสียงไม่ก้องอุดอู้คลุมเครือ รายละเอียดชัดเจน โดยรวมถือว่าตอบสนองได้ทั้งการรับชมรายการทีวี ภาพยนตร์ หรือฟังเพลงทั่วไป

คุณสมบัติด้านเสียงที่เพิ่มเติมเข้ามากับ LG TV ประจำปี 2020 คือสามารถนำลำโพงไร้สาย Bluetooth มาใช้เป็นลำโพงเซอร์ราวด์ด้านหลัง เพื่อเสริมเอฟเฟ็กต์เสียงโอบล้อมรอบตัวผู้ฟัง โดยเป็นการทำงานประสานกับลำโพงในตัวของทีวี และในส่วนของตัวเลือก Sound Out ยังสามารถใช้งานช่องเสียงออกพร้อมกันได้หลายแบบ เพิ่มความยืดหยุ่นได้ดี

48CX ยังมี HDMI eARC สามารถใช้อัพเกรดระบบเสียงภายนอกไปยังชุดโฮมเธียเตอร์หรือซาวด์บาร์ รองรับเสียงรอบทิศทางถึงระดับ Lossless ถึง Dolby Atmos/TrueHD โดยเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ได้ที่เมนู Sound > Additional Settings > eARC ทั้งนี้ซิสเต็มโฮมเธียเตอร์หรือซาวด์บาร์ที่นำมาใช้งานร่วม จะต้องรองรับ eARC เช่นเดียวกัน จึงจะสามารถใช้งานฟีเจอร์นี้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

Conclusion – สรุป

ถือเป็นอีกทางเลือก สำหรับใครที่ไม่ต้องการจอใหญ่ นัยว่าเน้นคุณภาพ ไม่เน้นขนาดใหญ่โต จะใช้เป็นทีวีในห้องเล็กก็ไม่กินที่ตั้งวาง คุณภาพของภาพโดดเด่น ดำลึกไร้ซึ่งแสงลอดตามสไตล์ OLED โหมดภาพ Filmmaker Mode ให้สีสันเที่ยงตรงดี จะเอาไปใช้เป็นมอนิเตอร์อ้างอิงก็ได้ แต่ที่พิเศษคือคุณสมบัติจาก HDMI 2.1 ที่เอื้อต่อการเล่นเกม ทั้ง 4K 120Hz, VRR (FreeSync/G-Sync), Instant Game Mode (Low Input Lag) รองรับ eARC อัพเกรดเชื่อมต่อชุดโฮมเธียเตอร์ระบบเสียงรอบทิศทางแบบ Lossless พูดได้ว่าให้ความครบครันแบบจิ๋วแต่แจ๋วอย่างแท้จริง

ข้อดีของ LG OLED48CX

1. ขนาดเล็กที่สุดในบรรดา OLED TV ของ LG ดีไซน์อิงมาจากปีที่แล้ว จอบางเฉียบ ฐานตั้งอยู่กึ่งกลางประหยัดที่วาง
2. เพิ่ม Filmmaker Mode สมดุลสีมีความเที่ยงตรงดีมาก เหมาะใช้รับชมในห้องคุมแสง
3. HDMI 2.1 ทั้ง 4 ช่อง รองรับ 4K HDR 120Hz, Variable Refresh Rate (VRR), Auto Low Latency Mode (ALLM) และ eARC 1 ช่อง
4. VRR (40-120Hz) รองรับทั้งมาตรฐาน FreeSync Premium และ G-Sync
5. เพิ่มจำนวนแอปวิดีโอสตรีมมิ่งหลากหลาย, Apple TV จัดเต็มคอนเทนต์ 4K Dolby Vision/Atmos
6. รีโมทแบบ Air Mouse ควบคุมใช้งานทีวีและอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ ได้สะดวกรวดเร็ว

ข้อเสียของ LG OLED48CX

1. CalMAN AutoCAL ยังให้ผลลัพธ์ไม่เที่ยงตรงดีนัก ต้องรอปรับปรุง แต่สามารถดำเนินการปรับภาพแบบ Manual แทนได้ 
2. การใช้งานเป็นมอนิเตอร์ ต้องระวังเรื่องการเปิดภาพนิ่งค้างไว้ตำแหน่งเดิมต่อเนื่องเป็นเวลานาน 
3. ต้องเปลี่ยนภาษาเมนูเป็นไทย จึงจะรับคำสั่งเสียงภาษาไทยได้, การจับคำไทยปนอังกฤษยังไม่ดีนัก

หมายเหตุ : มาตรฐานคะแนนปี 2020

ราคาเปิดตัว LG OLED48CX
49,990 บาท

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification

ฝากอีเมลของคุณไว้ แล้วเราจะแจ้งให้ทราบทันทีที่สินค้า/รุ่นสินค้ามีในสต็อกอีกครั้ง

ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้