รีวิว LG 55UQ8050 4K HDR Smart TV สุดคุ้มสำหรับคนงบจำกัด ด้วยลูกเล่นเทียบเคียงรุ่นใหญ่

4K HDR Smart TV ของ LG ที่วางตัวมาเป็นรุ่นสุดคุ้มของปี 2022 นี้ มีจำหน่ายตั้งแต่ขนาด 43″ – 75″ เด่นที่ webOS เวอร์ชั่นล่าสุด ใช้งานคู่กับ Magic Remote ได้คล่องตัว มีฟีเจอร์เด่นไม่แพ้รุ่นใหญ่ โหมดภาพก็ให้สีสันดีรับชมได้สบายตา… รายละเอียดจะเป็นอย่างไร ติดตามจากรีวิวนี้ได้เลย !
ปัจจุบัน UQ8050 มีให้เลือกมากถึง 7 ขนาด ได้แก่ 43, 50, 55, 60, 65, 70 และ 75 นิ้ว ใครกำลังมองหา 4K HDR Smart TV ราคาเบา ๆ มีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่จอเล็ก ไปจนถึงจอขนาดค่อนข้างใหญ่ นับเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ สำหรับรุ่นที่ทำการทดสอบ คือ ขนาด 55 นิ้ว
ดีไซน์

UQ8050 ถือเป็น 4K HDR Smart TV ระดับเริ่มต้นประจำปี 2022 ของ LG รูปลักษณ์และวัสดุภายนอกจึงเน้นเรียบง่ายไม่หวือหวา แต่ก็ดูดีตามราคา

กรอบจอเมื่อมองจากด้านหน้าดูบาง แต่การแสดงภาพจะมีระยะขอบดำนิดหน่อย ไม่ได้สุดขอบ

ขาตั้งทรงกิ่งไม้ให้ความมั่นคงดี แต่ต้องมั่นใจว่าชั้นวางยาวพอ

ด้านข้างดูหนาอยู่บ้าง ตามสไตล์จอภาพที่ใช้ Direct LED Backlight

ด้านล่างใกล้กับโลโก้ LG เป็นตำแหน่งสวิตช์ Power ใช้ควบคุมเปลี่ยนช่องสัญญาณ ปรับระดับเสียงได้ด้วย

ด้านหลังดูเรียบ ๆ ไม่เน้นลวดลายอะไรเป็นพิเศษ ช่องรับสัญญาณต่าง ๆ จะติดตั้งอยู่ฝั่งขวาทั้งหมด

Magic Remote ที่มีความสามารถแบบ Air Mouse ใช้งานสะดวกกระชับมือ, ปุ่ม Shortcut Disney+ กับ Google Assistant สามารถใช้งานได้แล้ว (Amazon Alexa ยังไม่รองรับการใช้งานในประเทศไทย) และแน่นอนว่ามีไมโครโฟนรับคำสั่งเสียง
ช่องต่อ

จุดเชื่อมต่อสัญญาณต่างๆ ประกอบไปด้วย HDMI In จำนวน 3 ช่อง โดยติดตั้งด้านข้าง 2 ช่อง และด้านหลัง 1 ช่อง เป็นเวอร์ชั่น 2.0 ทั้งหมด รองรับ ARC/eARC ที่ HDMI In 2

ช่องต่ออื่นๆ ที่ให้มา ได้แก่ Digital Optical Audio Output, Ethernet Port (มี Wi-Fi & Bluetooth Built-in ให้ด้วย) และ DVB-T2 Antenna In
USB 2 ช่อง เป็นเวอร์ชั่น 2.0 ทั้งหมด สามารถเชื่อมต่อกับ USB Flash Drive, External HDD และอาจรวมถึง Keyboard, Mouse ฯลฯ
ไม่มี Analog Video (Composite)/Audio Input ซึ่งไม่น่าจะมีใครใช้แล้ว ส่วน Headphone Out ก็ไม่มีเช่นกัน แต่เชื่อมต่อหูฟังไร้สายผ่าน Bluetooth ได้ ซึ่งน่าจะสะดวกกว่า
สรุปจำนวนช่องต่อของ LG 55UQ8050 ได้ดังนี้
| HDMI™ In | 2 (ด้านข้าง), 1 (ด้านหลัง) |
| USB | 1 (ด้านข้าง), 1 (ด้านหลัง) |
| Ethernet | 1 (ด้านหลัง) พร้อม Wi-Fi Built-In |
| Antenna In | 1 (ด้านข้าง) พร้อม DVB-T2 Digital Tuner |
| Digital Audio Out | 1 (Optical ด้านหลัง) |
| Bluetooth Audio | Yes |
เพิ่มเติม
จุดเด่นของ webOS จาก LG Smart TV ประจำปี 2022 ปรับเปลี่ยนอินเทอร์เฟส Home Menu เน้นแสดงคอนเทนต์อัพเดทล่าสุดให้เห็นได้เด่นชัดขึ้น

webOS Home Dashboard จัดการอุปกรณ์ IoT ภายในบ้าน พร้อมตรวจสอบสถานะการทำงานได้ผ่านหน้าจอทีวี และยังเข้าถึงอุปกรณ์เชื่อมต่อภาพและเสียงได้จากหน้านี้

ใครรอใช้งาน Google Assistant ขอแสดงความยินดี เพราะใช้งานได้แล้วจ้า ! การจับคำภาษาไทย-อังกฤษ ทำได้แม่นยำดี (อย่าลืมเปลี่ยนภาษาของทีวีเป็น “ไทย” ก่อน)

ในส่วนของแอปความบันเทิงยังเพิ่ม Disney+ Hotstar ให้มาแล้ว สามารถใช้งานกันได้เลย

Netflix รองรับการแสดงผล 4K HDR10 หากต้องการระบบเสียงรอบทิศทาง (Dolby Atmos/DD+) แนะนำให้เชื่อมต่อ HDMI ARC ไปยังชุดโฮมเธียเตอร์หรือซาวด์บาร์ที่รองรับ

Apple TV รองรับ 4K HDR10

Amazon Prime อีกหนึ่งผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งคุณภาพ รองรับ 4K HDR10

HBO Go สามารถรับชมภาพยนตร์ซีรีส์ Exclusive หลากหลาย

YouTube app สามารถรับชมที่ความละเอียด 4K (2160p) HDR

และยังมีแอปความบันเทิงอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น Viu, iQIYI, Bilibili
ภาพ

55UQ8050 เป็น 4K HDR Smart TV ที่ใช้ LCD Panel แบบ ADS (ADvanced Super Dimension Switch) ซึ่งให้มุมมองรับชมกว้าง มองมุมเฉียงสีจะไม่ซีดจางลงมาก แต่ถ้าต้องการระดับคอนทราสต์ที่ดีที่สุด ยังคงแนะนำรับชมมุมตรงจะให้ผลลัพธ์ดีกว่าครับ
ในส่วนแหล่งกำเนิดแสงเป็น Direct LED Backlight ยังไม่สามารถแบ่งโซนดิมแสงตามสไตล์รุ่นเริ่มต้น แต่สามารถลดอาการแสงลอดด้วยการดิมแสงทั้งจอเมื่อแสดงสีพื้นดำ หรือฉากมืด ๆ ได้
– SDR –

โหมดภาพของ UQ8050 ที่เหมาะกับรับชม SDR Content สามารถใช้งานได้ทั้ง Cinema/ISF Expert (Bright, Dark)/Filmmaker Mode ความเที่ยงตรงของสีสันนับว่าอยู่ในเกณฑ์ดี โดยเฉพาะเมื่ออิงกับรุ่นเริ่มต้นโดยทั่วไป

ระดับความสว่างสูงสุดของโหมดภาพรุ่นนี้ที่ราว 310 nits จะเหมาะกับสภาพแวดล้อมที่มีแสงรบกวนไม่มาก ห้องรับแขกตามบ้านก็ใช้ได้ แต่ไม่ควรติดตั้งให้ทีวีประจันหน้ากับแสงรบกวนโดยตรง ถ้ามีม่านบังแสงหน่อยก็จะยิ่งดี
Rec.709 – Post ColorChecker

SDR – Post Calibration

SDR – Pre Calibration

หากใช้งานในห้องที่ค่อนข้างสว่าง ISF Expert Bright จะให้ผลลัพธ์สีสันและความสว่างดีที่สุด แต่ถ้าเป็นห้องคุมแสง Filmmaker Mode หรือ ISF Expert Dark ก็ลงตัวดีอยู่ จากการทดสอบ พบว่า โหมดภาพ Filmmaker มีอุณหภูมิสีเฉลี่ย 6415K ค่าความผิดเพี้ยนสมดุลแสงขาวเฉลี่ย (Grayscale Avg dE) 4.3 ขอบเขตสีก็ทำได้เที่ยงตรงอิงมาตรฐาน Rec.709 ค่าความผิดเพี้ยน (Color Space Avg dE) 2.5
หากปรับภาพเชิงลึกจะพบว่าผลลัพธ์ที่ได้ไม่ธรรมดา ค่าความผิดเพี้ยนสมดุลแสงขาว (Grayscale Avg dE) ลดต่ำลงมาเหลือเพียง 1 ส่วนค่าความผิดเพี้ยนสี (Color Space Avg dE) จะลดลงเหลือ 1.7
Rec.709 Color Checker หลังดำเนินการปรับภาพ ให้ค่าความผิดเพี้ยนสีโดยรวมแบบเฉลี่ย (Saturation Avg dE) ที่ 1.6 (Max dE = 5.6)
– HDR –
เนื่องจากเป็นรุ่นเริ่มต้น ระดับความสว่างไม่สูงมาก HDR Peak Brightness (10% Window) สูงที่สุด คือ โหมดภาพ Game Optimiser HDR ที่ 334 nits ขณะที่โหมดอื่น ๆ เช่น Filmmaker HDR จะอยู่ประมาณ 310 nits การถ่ายทอดเอฟเฟ็กต์แสงสีจาก HDR Content จึงทำได้ระดับหนึ่ง ไม่เจิดจรัสมากเหมือนรุ่นสูง ๆ
ขณะที่ขอบเขตสี HDR Color Space ทำได้ครอบคลุม 76.87/79.23% ของมาตรฐาน DCI-P3 (xy/uv) หรือเทียบเท่า 54.93/57.5% Rec2020 (xy/uv) ยังไม่รองรับ Wide Color Gamut ถือเป็นปกติสำหรับรุ่นเริ่มต้น
P3 – Post Saturation Sweeps

HDR – Post Calibration

HDR – Pre Calibration

ในส่วนของมาตรฐานการแสดงผล รองรับเฉพาะมาตรฐาน Static HDR อย่าง HDR10 และ HLG ไม่รองรับ Dynamic HDR อย่าง Dolby Vision ซึ่งประเด็นนี้ไม่ได้มีนัยสำคัญอะไรกับรุ่นเริ่มต้นอยู่แล้วครับ

ข้อดีของรุ่นนี้ คือ โหมดภาพ HDR รองรับการปรับภาพแบบละเอียดด้วย ในด้านความเที่ยงตรงจากสีสันในโหมดโรงงานนับว่าโอเคดี หลังดำเนินการก็จะดีขึ้นอีกระดับหนึ่ง โดยในโหมด Filmmaker จะมีค่า Grayscale Avg dE ที่ 1.3 และ Colorspace Avg dE 1.7 ความสว่าง HDR Peak Brightness จะลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 291 nits

แม้เป็นรุ่นเริ่มต้น แต่ก็มีระบบแทรกเฟรมภาพเคลื่อนไหว TruMotion ให้ด้วย จะใช้ตัวเลือก “Cinematic Movement” (ระดับการแทรกเฟรมต่ำ เน้นความเป็นต้นฉบับ) หรือจะปรับจูนเองผ่านตัวเลือก User Selection ก็ดี แต่ความต่างจากรุ่นใหญ่ คือ รุ่นนี้จะปรับได้เฉพาะ De-Judder ไม่มี De-Blur ครับ แต่ก็เพียงพอกับการใช้งาน

ด้วยระดับราคา จึงยังไม่รองรับ 4K 120Hz และ VRR แต่ก็มาพร้อมคุณสมบัติ ALLM หรือ Auto Low Latency Mode จะปรับสถานะการแสดงผลเข้าสู่ “Game Optimizer Mode” อัตโนมัติเมื่อเชื่อมต่อสัญญาณกับเกมคอนโซล การแสดง Game Dashboard ยังบอกข้อมูล FPS (up to 60) และปรับตัวเลือกตั้งค่าภาพได้สะดวกครอบคลุมเช่นเดียวกับรุ่นสูง ๆ

จุดที่เอื้อกับการเล่นเกมของรุ่นนี้ คงเป็นค่า Input Lag ที่ 4K 60Hz วัดได้ต่ำเพียง 9.5 ms ถือว่าต่ำดีครับ
โหมดภาพ Game Optimizer จะติดโทนเย็นหน่อยตามสไตล์ LG อุณหภูมิสีเฉลี่ย 8816K ใครที่จริงจังเรื่องสีสันอิงตามต้นฉบับ อาจปรับ Color Temperature เป็น Warm 43 – 45 สมดุลแสงขาวก็จะใกล้เคียงมาตรฐานอ้างอิงมากขึ้น
เสียง
สเปคแจ้งระบบเสียงของ UQ8050 ไว้ว่า ติดตั้งลำโพงแบบ 2 แชนเนล ที่ส่วนล่างของจอภาพ พร้อมภาคขยายรวมที่ 20 วัตต์ ตัวเลขดูน้อย แต่ก็ให้ระดับเสียงได้โอเค ไม่ได้รู้สึกว่าเบาจนเป็นปัญหา คุณภาพเสียงไม่ถึงกับโดดเด่นแบบรุ่นสูง ๆ แต่ก็ใช้รับฟังเสียงของรายการต่าง ๆ ได้ชัด

อย่างไรก็ดีหากจริงจัง แนะนำอัพเกรดเชื่อมต่อระบบเสียงร่วมกับชุดโฮมเธียเตอร์หรือซาวด์บาร์ นอกจากได้คุณภาพเสียงที่ดีขึ้นแล้ว ยังรองรับระบบเสียงรอบทิศทางด้วยครับ โดยเชื่อมต่อผ่านสาย HDMI eARC (รองรับถึง Dolby Atmos), Optical Out ไปจนถึงรูปแบบไร้สายผ่าน Bluetooth และยังกำหนดให้เสียงออกพร้อมกันหลายช่องทางได้ยืดหยุ่นเหมือนรุ่นสูง ๆ เช่น ให้เสียงออกลำโพงทีวี พร้อมหูฟังบลูทูธ

HDMI eARC ของ Q8050 ช่วยให้ “Pass-through” ระบบเสียงรอบทิศทางได้สูงสุดถึง Dolby Atmos/TrueHD ทว่าจะไม่รองรับระบบเสียง DTS ทุกรูปแบบ ตั้งแต่ DTS 5.1, DTS-HD MA ไปจนถึง DTS:X กรณีที่ต้องการ แนะนำให้เชื่อมต่อสัญญาณเสียงจากเพลเยอร์ตรงเข้า AVR/Soundbar
สรุป
ราคาเบา แต่ได้คุณสมบัติจัดเต็มจาก webOS เช่นเดียวกับรุ่นสูง ๆ ทั้ง Magic Remote ที่ช่วยให้การควบคุมใช้งานแอปต่าง ๆ ทำได้ง่าย พร้อมไมโครโฟนรับคำสั่งเสียง Google Assistant แอปความบันเทิงก็เพิ่มจำนวนหลากหลายมากขึ้น เมื่อเทียบกับอีกหลาย ๆ รุ่นที่มีระดับราคาใกล้เคียงกันพบว่า LG UQ8050 ให้ความสำคัญกับความเที่ยงตรงของสีสันได้ดี มีมุมมองรับชมที่กว้าง เป็นอีกรุ่นที่ตอบโจทย์ด้านความคุ้มค่าสำหรับใครที่มีงบจำกัดครับ

ข้อดีของ LG 55UQ8050
1. วัสดุ-ดีไซน์ ไม่หวือหวา แต่ก็ดูดีตามราคา, ขาตั้งให้ความมั่งคงดี
2. โหมดภาพโรงงานให้ผลลัพธ์สีสันดี หากซีเรียสรุ่นนี้ยังรองรับปรับภาพละเอียดได้, มี Motion แทรกเฟรมภาพเคลื่อนไหว
3. HDMI 2.0 In จำนวน 3 ช่อง พร้อม eARC (HDMI In 2) ให้เชื่อมต่อระบบเสียงรอบทิศทางกับโฮมเธียเตอร์หรือซาวด์บาร์
4. Game Optimizer Mode แจ้งสถานะและตั้งค่าภาพต่าง ๆ ได้เหมือนรุ่นสูง, มีค่า HDMI Input Lag ที่ต่ำ เพียง 9.5 ms (@4K 60Hz)
5. webOS พร้อม Magic Remote รองรับ Google Assistant แล้ว การรับคำสั่งเสียงและค้นหาคำไทย-อังกฤษ ทำได้ดี, เพิ่มแอป Disney+ Hotstar, Bilibili ฯลฯ
ข้อจำกัดของ LG 55UQ8050
1. ADS Panel มุมมองรับชมกว้าง แต่อาจมีแสงฟุ้งลดทอนระดับคอนทราสต์บ้างเล็กน้อย (เป็นข้อจำกัดของ Wide viewing angle LCD Panel)
2. ไม่มีช่องต่อ Analog Video (Composite)/Audio In และ Headphone Out (เป็นช่องต่อที่ไม่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน)
3. การตอบสนองมีบางจังหวะหน่วงช้าบ้าง แต่ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร
ราคาเปิดตัว LG 55UQ8050 LED TV
21,990 บาท