ข้ามไปที่เนื้อหา
|

รีวิว LG 65B9 ต้นตำรับ OLED TV รุ่นเล็ก แต่คุณภาพไม่เล็ก !!?

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 23 Aug 2019 0 ความคิดเห็น

LG 65B9 4K HDR OLED TV

ในบรรดา OLED TV ของ LG ประจำปี 2019 รุ่น B9 ถือเป็นรุ่นเล็ก ในแง่ความคุ้มค่า รุ่นนี้จึงเป็นที่จับตามองมากที่สุด แต่ประเด็นเรื่องของคุณภาพของภาพและเสียงจะทำได้ดีเพียงใด จะเป็นรองรุ่นท็อปๆ มากน้อยแค่ไหน มาพิสูจน์กันครับ…

ปัจจุบัน OLEDB9 มีจอภาพให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ 55 และ 65 นิ้ว ซึ่งรุ่นที่ทำการทดสอบคือ 65 นิ้ว ครับ

Design – การออกแบบ

ลักษณะทีวีรองรับด้วยฐานบริเวณกึ่งกลางของจอภาพอาจเป็นรูปแบบที่ไม่หวือหวา เพราะเห็นกันบ่อย แต่ดีไซน์โดยรวมของ B9 ก็ถือว่าดูดีสมราคา

จอภาพบางเฉียบตามสไตล์พาเนล OLED กรอบจอก็บางมากเหมือนไร้กรอบ

ดีไซน์ด้านหลังดูดีทีเดียว เส้นสายช่องระบายความร้อนดูดีมีดีเทล

ฐานตั้งแม้วัสดุจะเป็นพลาสติก แต่ก็ทำลวดลายดูคล้ายโลหะ พิมพ์โลโก้ LG OLED สีขาวเด่นชัด

LG ยังคงให้ Magic Remote มาเช่นเคย ซึ่งน่าจะเป็นรีโมทควบคุม Smart TV ได้สะดวกที่สุดแล้วจากการรวมความสามารถ Air Mouse มาด้วย มีไมโครโฟนรับคำสั่งเสียง พร้อมปุ่มลัด Netflix และ Amazon Prime

การใช้งาน Magic Remote ให้ครบทุกฟังก์ชั่นอันรวมไปถึงการรับคำสั่งเสียง ขั้นแรกจำเป็นต้องจับคู่รีโมทกับทีวีเสียก่อน ซึ่งจะมีขั้นตอนขึ้นมาดังภาพ

Connectivity – ช่องต่อ

OLED65B9 ติดตั้งจุดเชื่อมต่อสัญญาณภาพและเสียงมาครบครัน
จัดวางเยื้องไปทางฝั่งขวา เมื่อมองจากด้านหลัง

ด้านหลังประกอบไปด้วย HDMI In 1 ช่อง, ช่องต่อสัญญาณภาพและเสียงอะนาล็อกแบบ Composite และ Component อย่างละ 1 ชุด, USB 2.0 2 ช่อง, Optical Audio OutAnalog Headphone Out และ Ethernet (LAN)

ส่วนด้านข้าง ประกอบไปด้วย HDMI In 3 ช่อง (HDMI In 2 รองรับ eARC/ARC) และ USB 2.0 1 ช่อง

สรุปจำนวนช่องต่อของ LG OLED65B9 ได้ดังนี้

Extra – เพิ่มเติม

พื้นฐานระบบปฏิบัติการ Smart TV ของ LG ปีนี้เป็น WebOS 4.5 ใช้ User Interface แบบแถบเมนูซ้อนขึ้นมาด้านล่างเป็นรูปแบบที่คุ้นเคยกัน แต่มีเพิ่มเติมภาพยนตร์ที่น่าสนใจก่อนกดเข้าแอพ หรือแสดงการเข้าถึงล่าสุดไว้เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน

แต่จุดที่พัฒนาเพิ่มเติม คือ คุณสมบัติ ThinQ AI สามารถรับคำสั่งเสียงที่ซับซ้อนโดยการพูดผ่าน Magic Remote ซึ่งต่อยอดมาจากรุ่นปี 2018

จุดเด่นที่ทำได้ยอดเยี่ยมเหนือใคร คือ การรับคำสั่งควบคุมสั่งการทีวีได้หลากหลาย รองรับภาษาไทยด้วย ไม่เฉพาะคำสั่งพื้นฐาน อย่าง เปลี่ยนช่องสัญญาณ ปรับระดับโวลุ่ม แต่รวมไปถึงประโยคยาวๆ และซับซ้อนอย่าง “เปลี่ยนโหมดภาพเป็นโหมดมาตรฐาน” หรือ “ปิดทีวีหลังจบรายการ” ก็ทำได้แม่นยำ

เห็นทาง LG แจ้งว่า เร็วๆ นี้จะสามารถอัพเดทในส่วนของ Google Assistant ได้เต็มรูปแบบ

ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดที่ได้รับการอัพเดทเพิ่มเติมเข้ามากับ LG Smart TV รุ่นปี 2019 คือ การรองรับ Apple HomeKit และ AirPlay 2 ผู้ใช้งาน iPhone/iPad คงมีเฮ เพราะสามารถสะท้อนหน้าจอขึ้นไปรับชมกับ LG TV รวมไปถึงการควบคุมอุปกรณ์อื่นๆ ของ Apple ได้แล้ว (ในรูปทดสอบกับ iPhone 8 Plus)

WebOS สามารถติดตั้งแอพฯ เพิ่มเติมได้เช่นเคย ปริมาณความหลากหลายพอสมควร มีเกมง่ายๆ ให้เล่นจำนวนหนึ่ง

Netflix บริการวิดีโอสตรีมมิ่งยอดฮิต การรับชมร่วมกับ B9 รองรับระบบภาพ 4K HDR10 และ Dolby Vision เช่นเดียวกับรองรับระบบเสียง Dolby Atmos

เมื่อ Amazon Prime ทยอยเปิดตลาดฝั่งเอเชีย ก็ได้รับความนิยมขึ้นอย่างต่อเนื่องจากคุณภาพของคอนเทนต์ที่ดีไม่แพ้ Netflix ภาพและเสียงรองรับ 4K HDR ระบบเสียงรอบทิศทาง

Viu อีกหนึ่งผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่ง เน้นรายการบันเทิงจากฝั่งเอเชียเป็นหลัก มีพากย์ไทย

YouTube App รองรับการแสดงผล 4K HDR

ทดสอบเล่นไฟล์วิดีโอภาพยนตร์ผ่าน Media Player พบว่า รองรับฟอร์แม็ตได้ค่อนข้างหลากหลาย ส่วนเสียงและซับไตเติลสามารถเลือกได้แต่มีบ้างที่มองไม่เห็น

Gallery สามารถเปลี่ยนหน้าจอของ OLED TV เสมือนเป็นกรอบรูปดิจิตอลไล่เรียงแสดงผลงานภาพสวยๆ ที่ถูกรวบรวมเอาไว้อยู่ภายในหน่วยความจำของทีวี หรือจะเพิ่มเติมอัลบั้มภาพของตัวเองก็ทำได้

Picture – ภาพ

เมื่อพูดถึงปัจจัยที่ส่งผลกับคุณภาพของภาพ “ชิพประมวลผล” มีส่วนสำคัญลำดับต้นๆ มาพิสูจน์กันว่า ชิพ Alpha 7 Gen 2 ของ B9 ที่เด่นเรื่องของ AI (Artificial Intelligence) จะส่งผลกับการใช้งานจริงอย่างไรบ้าง

LG OLED65B9 มีโหมดภาพจากโรงงานสำหรับการรับชม SDR Content จำนวน 10 โหมด ให้ผล Lab Test ดังนี้

เช่นเคยว่าโหมดภาพที่ให้สีสันเที่ยงตรงที่สุดสำหรับ LG TV เมื่อรับชม SDR Content คือ ISF Expert (Bright Room) และ ISF Expert (Dark Room) ความแตกต่างของทั้ง 2 โหมด ก็ตามชื่อ คือ Bright Room สำหรับการรับชมเวลากลางวัน โหมดนี้อาจไม่ใช่โหมดที่สว่างมากที่สุดก็จริง (เมื่อเทียบกับ Vivid, Football หรือ HDR Effect) แต่ก็เพียงพอกับการใช้งานตามบ้านพักอาศัย

ส่วน Dark Room ระดับความสว่างต่ำลง เน้นสบายตา ความเปลี่ยนแปลงความเปรียบต่างของแสงจะไม่กระชากตามากนัก ดูนานๆ ไม่ล้า เหมาะสำหรับรับชมในห้องที่คุมแสงได้…

ผล Lab Test โหมดภาพ ISF Expert Dark Room ให้ “ความเที่ยงตรง” อยู่ในเกณฑ์ดีมาก อุณหภูมิสีเฉลี่ยราว 6400K ติดโทนร้อนนิดๆ แต่ให้สมดุลสีดี ขอบเขตสีจากตัวเลือก Colour Gamut = Auto ทำได้ครอบคลุมราว 99.9% ของมาตรฐาน Rec.709 ส่วนค่า Gamma ก็ใกล้เคียง BT.1886

ความเที่ยงตรงของโหมดภาพ ISF Expert Dark นี้ หากเป็นการใช้งานทั่วไปก็สามารถใช้ได้ แต่ถ้าเป็นการใช้งานที่จริงจังมากขึ้นกรณีจะนำไปใช้เป็นจอภาพอ้างอิง สามารถปรับภาพละเอียดเพิ่มเติมได้ ซึ่ง LG มีฟีเจอร์ที่ช่วยให้การปรับภาพอันยุ่งยากสามารถดำเนินการได้รวดเร็วและง่ายขึ้น

ยุคนี้อะไรก็ AI จึงไม่แปลกที่ LG จะนำ AI มาช่วยในการปรับภาพทีวีแบบอัตโนมัติ ซึ่งรองรับมาตั้งแต่รุ่นปี 2018 แล้ว โดยจับมือกับ Portrait Displays/Spectracal ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ปรับภาพชื่อดังอย่าง CalMAN นั่นเอง อุปกรณ์ที่ต้องใช้ คือ Colorimeter และคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งซอฟต์แวร์ CalMAN

ผลลัพธ์ที่ได้ยอดเยี่ยม แต่มีข้อแม้… กล่าวคือในส่วนของการปรับจูน White Balance ระบบ AutoCal ทำได้ไม่มีที่ติ ทว่าการจัดการกับ Color Management System (CMS) ระบบประเมินและปรับขยายขอบเขตสีออกไปเกินมาตรฐาน Rec.709 สีสันจึงติดสดจัดเกินไปบ้าง (Over Saturation) โดยเฉพาะสีเขียว แต่ดีที่สามารถไฟน์จูนแก้ไขแบบ Manual ได้ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ดำเนินการได้ไม่ยากสำหรับ Calibrator ครับ

ถัดมาเป็นโหมดการรับชมแบบ HDR10 ซึ่งโหมดภาพสำเร็จรูปมีทั้งหมด 6 โหมด ได้แก่ HDR Vivid, HDR Standard, HDR Cinema Home, HDR Cinema, HDR Game และ HDR Technicolor

โหมดภาพที่ให้ความสว่าง (HDR Peak Brightness) สูงสุด คือ Vivid อยู่ที่ราว 652 nits ในขณะที่โหมดที่ให้สีสันความเที่ยงตรงสูง อย่าง HDR Cinema Home และ HDR Cinema ระดับ Peak Brightness อยู่ที่ 599 และ 563 nits ตามลำดับ หากเทียบกับรุ่นพี่ C9 รุ่นสูงกว่าจะสว่างกว่าอยู่เล็กน้อย ความแตกต่างประมาณ 150 nits

ทดสอบดูความเที่ยงตรงสีสันของโหมดภาพโรงงาน HDR Cinema พบว่า อยู่ในเกณฑ์ดีมากทีเดียว อาจจะย่อหย่อนจากรุ่นพี่ C9 บ้าง แต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดุลสีติดโทนร้อนนิดๆ ความสามารถด้านขอบเขตสี (Color Space) ทำได้ครอบคลุมราว 96.2% ของมาตรฐาน DCI-P3 หากเป็นการใช้งานรับชมความบันเทิงทั่วไป ความเที่ยงตรงระดับนี้เพียงพอแล้วครับ

แต่หากจริงจัง และต้องการปรับภาพให้ได้ความเที่ยงตรงสูงสุด CalMAN AutoCal ก็เป็นเครื่องมือที่สะดวกรวดเร็ว สามารถดำเนินการร่วมกับโหมดภาพแบบ HDR ได้ ผลลัพธ์พบว่า ในส่วนของการคาลิเบรทดุลสี White Balance และ HDR Tone Mapping ทำได้ยอดเยี่ยมมาก ทว่าในส่วนของ CMS ก็ยังทำได้ไม่ดีนัก

CMS ภายหลังดำเนินขั้นตอน AutoCal จะตรงข้ามกับโหมด SDR กล่าวคือ  สีสันของโหมดภาพ HDR ดูจืดลงเมื่อเทียบกับค่าดั้งเดิมจากโรงงาน แต่จุดนี้แก้ไขได้ด้วยการปรับภาพ HDR แบบ Manual หรือถ้าใช้ AutoCal ก็อิงเฉพาะการปรับจูน White Balance เพียงอย่างเดียวก็พอ

ความสว่าง Peak Brightness ของ B9 โหมด HDR Cinema ภายหลังปรับภาพจะลดลงมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อยู่ที่ 560 nits (จาก 563 nits) ยังสูงกว่ามาตรฐาน Ultra HD Premium ที่กำหนดไว้ 540 nits จึงถือว่า 65B9 ผ่านเกณฑ์ Ultra HD Premium ทั้งก่อนและหลังปรับภาพครับ!

กรณีรับชมคอนเทนต์ HDR แบบ Dolby Vision จะมีโหมดภาพ Dolby Vision แยกออกมาต่างหาก สามารถปรับจูนภาพได้อิสระแยกจากโหมดภาพ HDR ปกติ

จุดหนึ่งที่ได้รับการพัฒนาขึ้นชัดเจนภายหลังจาก LG นำชิพประมวลผลตระกูล Alpha มาใช้ คือ “ภาพเคลื่อนไหว” โดยสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่รุ่นปีที่แล้วต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ ซึ่งฟีเจอร์โมชั่นแทรกเฟรมภาพเคลื่อนไหว TruMotion ให้ผลลัพธ์ความต่อเนื่องดีกว่า LG TV เจนเนอเรชั่นที่วางจำหน่ายก่อนปี 2018 มาก ปริมาณการแทรกเฟรมคงที่อิงตามระดับการแทรกเฟรมที่ผู้ใช้กำหนด และยิ่งชัดเจนเมื่อทำการปรับแต่ง De-Judder และ De-Blur โดยละเอียด

นอกจากนี้ตัวเลือกเสริมอย่าง OLED Motion ยังเพิ่มเทคนิคทางเลือกในการแทรกเฟรมดำ (Black Frame Insertion) เพื่อลด Motion Blur ให้ภาพเคลื่อนไหวดูคมชัดขึ้นได้แต่จะให้ผลดีในบางสถานการณ์

การเชื่อมต่อกับ PC ผ่านทาง HDMI นั้น พบว่า B9 รองรับสัญญาณ High Frame Rate 120Hz กรณีที่ Graphic Card เป็นมาตรฐาน HDMI 2.0 จะรองรับที่ความละเอียด 1080p ไปจนถึง 1440p แต่ในอนาคตเมื่อมีอุปกรณ์ HDMI 2.1 ออกมา ทาง LG แจ้งว่า B9 จะสามารถรับและแสดงผลสัญญาณ 4K 120Hz ทาง HDMI ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งประเด็นนี้คงต้องติดตามกันต่อไปครับ

การรับสัญญาณ High Frame Rate 120Hz ของ B9 ยังรวมไปถึงเมื่อเชื่อมต่อสัญญาณกับ Xbox One S/X ด้วย โดยรองรับ 120Hz ที่ความละเอียด 1080p และ 1440p ส่วนความละเอียด 4K จะรองรับที่ 60Hz ตามมาตรฐาน HDMI 2.0 ของเครื่องเกมคอนโซลปัจจุบัน

การใช้งาน Xbox One S/X ร่วมกับ B9 สามารถเปิดใช้ฟีเจอร์ Variable Refresh Rate (VRR) เพื่อให้ B9 ปรับรีเฟรชเรตให้สัมพันธ์กับอัตราเฟรมเรตของเกมที่ไม่คงที่ แก้ปัญหาภาพขาดหรือ Screen Tearing ได้อีกด้วย อย่างไรก็ดีฟีเจอร์ VRR ของ B9 ปัจจุบันจะยังไม่รองรับการใช้งานร่วมกับ PC (FreeSync) ครับ

ปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลกับการเล่นเกม ทั้งการเชื่อมต่อกับ PC หรือ Game Console คือ HDMI Input Lag ซึ่งสำหรับ B9 โหมดภาพ Game จะให้ระดับ Input Lag ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับโหมดภาพอื่น อยู่ที่ 21.6 ms สูงสุดไม่เกิน 40.2 ms (โหมดอื่นๆ Input Lag จะอยู่ที่ราว 92.2 ms) แต่ถ้าตัวเลขนี้ยังไม่สะใจ สามารถเปิดฟีเจอร์ที่เรียกว่า Instant Game Response เพิ่มเติมได้ ระดับ HDMI Input Lag จะยิ่งต่ำลงอีก เหลือเพียง 13.1 ms สูงสุดไม่เกิน 33.6 ms

สมดุลสีของ B9 โหมด Game แม้จะยังติดโทนเย็นอยู่บ้าง อุณหภูมิสีเฉลี่ย 9000K แต่ก็ดีกว่าโหมด Game ของรุ่นที่ออกมาก่อนปี 2018 กรณีที่ต้องการสีสันถูกต้อง (แต่อาจจะไม่ถูกใจ) สามารถปรับเปลี่ยนตัวเลือก Color Temperature ของโหมด Game จาก Medium เป็น Warm2 ได้ ความเที่ยงตรงของดุลสีที่ได้ จะใกล้เคียง ISF Expert Bright Room

Sound – เสียง

ระบบเสียงของ B9 ติดตั้งลำโพงแบบ 2.2 แชนเนล กำลังขับรวม 40 วัตต์ จัดวางอยู่บริเวณส่วนล่างของจอภาพ ในแง่ดุลเสียงถือว่าทำได้ดีทีเดียว ปริมาณเบสพอเหมาะ เสียงไม่ก้องอุดอู้คลุมเครือ รายละเอียดชัดเจนสำหรับมาตรฐานการจัดวางลำโพงทีวีลักษณะนี้ โดยรวมถือว่าตอบสนองได้ทั้งการรับชมรายการทีวี ภาพยนตร์ หรือฟังเพลงทั่วไป  

LG มีฟีเจอร์เสียงที่เรียกว่า AI Sound โดยหลักการ ระบบฯ จะทำการปรุงแต่งเสียงให้เหมาะกับคอนเทนต์ที่รับชมในขณะนั้น อย่างไรก็ดีรสนิยมความชอบนั้นไม่มีมาตรฐาน จึงเป็นการยากที่ระบบฯ จะปรุงแต่งเสียงให้ออกมาถูกใจทุกคนหรือเหมาะสมกับทุกสถานการณ์

จากการใช้งาน AI Sound พบว่า ถ้าเป็นการรับชมภาพยนตร์ ระบบฯ จัดการปรุงแต่งเสียงได้โอเค หากเป็นคอนเทนต์ระบบเสียงเซอร์ราวด์มีการมิกซ์เอฟเฟ็กต์จำลองเสียงรอบทิศทางสำหรับฟังกับลำโพงทีวี ส่วนรายการทีวีทั่วไปก็ฟังเสียงสนทนาได้ชัดเจนดี ไม่มีอะไรให้ติติง แต่ถ้าเป็นการฟังเพลง โดยเฉพาะฟอร์แม็ต Hi-res ดูเหมือนระบบจะจำลองเสียงเซอร์ราวด์เข้ามาด้วย ฟังแล้วเสียงก้องแปลกๆ ถ้าถามความเห็นส่วนตัวผมว่าไม่เหมาะ… แต่ก็ขึ้นกับความชอบของแต่ละคน นานาจิตตัง หากไม่ถูกใจก็สามารถปิดฟีเจอร์ AI Sound ได้ครับ

ในเมนูหัวข้อ Sound จะมีตัวเลือก Dolby Atmos อยู่ ตัวเลือกนี้จะเปิดการจำลองเสียง Atmos ด้วยระบบ DSP เพื่อให้สามารถฟังผ่านลำโพงสเตอริโอของทีวีที่ติดตั้งอยู่บริเวณส่วนล่างของจอภาพได้ แต่ในแง่การถ่ายทอดเสียงโอบล้อมและมิติเสียงด้านสูงอันเป็นจุดเด่นของ Atmos จะยังทำไม่ได้เหมือนซิสเต็มโฮมเธียเตอร์ที่มี Top Surround Speakers หรือซาวด์บาร์ที่มี Upward Firing Speakers อย่างไรก็ดีเทคนิคการจำลองมิติเสียงโอบล้อมผ่านระบบ DSP ของ LG นี้ ก็เป็นตัวเพิ่มสีสันให้ลำโพงทีวีดูมีมิติที่แตกต่างแและน่าจะให้ความถูกใจหลายๆ ท่านอยู่บ้างเหมือนกัน

ทีวีของ LG ประจำปี 2019 หลายรุ่น เริ่มทยอยรองรับ eARC ซึ่ง B9 ก็เป็นหนึ่งในนั้น อย่างไรก็ดีการแจ้งข้อมูลที่ช่องต่อ HDMI จะกำกับไว้แค่ ARC หากต้องการทราบว่าทีวี LG รุ่นที่ใช้ รองรับ eARC หรือไม่ ให้ดูที่เมนู All Settings > Sound > Sound Out > HDMI ARC หากมีตัวเลือก eARC ก็แสดงว่าทีวีรุ่นนั้นรองรับ ทั้งนี้ซิสเต็มโฮมเธียเตอร์หรือซาวด์บาร์ที่นำมาใช้งานร่วม จะต้องรองรับ eARC เช่นเดียวกัน จึงจะสามารถใช้งานฟีเจอร์นี้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

Conclusion – สรุป

แม้ B9 จะเป็น 4K HDR OLED TV รุ่นเล็กของ LG แต่คุณสมบัติด้านภาพยังคงแสดงความเด่นชัดของเทคโนโลยี OLED ออกมาได้ จะมีบ้างบางจุดที่ย่อหย่อนลงจากรุ่นใหญ่แต่ก็เป็นจุดที่สังเกตความแตกต่างได้ไม่ง่ายนัก ในขณะที่ลูกเล่นการปรับภาพขั้นสูงทั้ง AutoCAL และ Manual ประกอบกับระบบ Smart TV จาก ThinQ AI ทำได้ไม่ต่างกัน เมื่อประเมินจากระดับราคาที่ต่ำกว่า จึงนับว่า B9 เป็น OLED TV ประจำปี 2019 ที่ให้ความครบเครื่องคุ้มค่าคุ้มราคา

ข้อดีของ LG OLED65B9

1. โดยลำดับรุ่นแม้จะเป็น OLED TV เริ่มต้นของ LG แต่ดีไซน์ภายนอกไปจนถึงคุณภาพของภาพและเสียงทำได้ดีเกินราคา 
2. โหมดภาพจากโรงงาน โดยเฉพาะ ISF Expert ทั้ง 2 ตัวเลือก ให้สมดุลสีมีความเที่ยงตรงดีมาก จะย่อหย่อนจาก C9 ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
3. รองรับ CalMAN AutoCal ให้ผลลัพธ์การปรับจูน White Balance ได้ยอดเยี่ยมทั้งโหมด SDR และ HDR
4. มีคุณสมบัติบางอย่างของ HDMI 2.1 เช่น การรองรับสัญญาณ High Frame Rate 120Hz, Variable Refresh Rate (VRR), Auto Low Latency Mode (ALLM) และ eARC  
5. ThinQ AI ใช้งานง่ายขึ้น รับคำสั่งเสียงภาษาไทยได้แม่นยำ แม้ประโยคยาวๆ หรือสะกดแตกต่างก็แสดงได้อย่างถูกต้อง
6. รีโมทแบบ Air Mouse ควบคุมใช้งานทีวีและอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ ได้สะดวกรวดเร็ว

ข้อเสียของ LG OLED65B9

1. การปรับจูน CMS (Color Management System) ของ CalMAN AutoCal ยังให้ผลลัพธ์ได้ไม่เที่ยงตรงดีนัก แต่แก้ไขได้โดยดำเนินการเองแบบ Manual 
2. ไม่มีช่องต่อ USB 3.0
3. จะอัพเดทให้รองรับ Google Assistant เต็มรูปแบบ เร็วๆ นี้

ราคาเปิดตัว LG OLED65B9  119,990 บาท

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification

ฝากอีเมลของคุณไว้ แล้วเราจะแจ้งให้ทราบทันทีที่สินค้า/รุ่นสินค้ามีในสต็อกอีกครั้ง

ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้