รีวิว Onkyo HT-S3800 เซ็ตโฮมฯ ไซส์มินิโฉมใหม่ หล่อขึ้นกว่าเดิม เพิ่มเติมด้วยความเท่

ห่างหายกันไป 1 ปีก็ได้กลับมาพบกันอีกครั้งกับเซ็ตโฮมเธียเตอร์ไซส์มินิ Onkyo HT-S3800 ที่คราวนี้ได้ทำการเปลี่ยนหน้าตาตัวเมนยูนิตที่ใช้ต่อกันมาหลายปี ให้หน้าตาคล้ายกับรีซีฟเวอร์รุ่นใหม่ที่วางจำหน่ายในปีนี้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนเซ็ตลำโพงใหม่ให้ดูกระทัดรัดขึ้นอีกด้วย

ข้อมูลอย่างย่อของ Onkyo HT-S3800
– รองรับระบบเสียง 5.1 แชนแนลแบบ DTS-HD Master Audio และ Dolby TrueHD
– พอร์ต HDMI ทั้งหมดรองรับมาตรฐาน HDCP 2.2 พร้อมใช้งานกับแผ่นบลูเรย์แบบ HDR
– รองรับการเล่นเพลงแบบไร้สายผ่าน Bluetooth
– รองรับการอ่านไฟล์เพลงแบบ Hi-Res 24-bit/192kHz
ราคา 18,900 บาท
Design – การออกแบบ
อย่างที่เกริ่นกันไปว่าตัวเมนยูนิตมีการปรับเปลี่ยนหน้าตาแบบ Major Change ทำให้ดูหล่อขึ้นมาอีกระดับ (ถึงแม้ผิวเผินจะไปคล้ายกับแบรนด์เพื่อนบ้านก็ตาม) การวางปุ่มหน้าเครื่องถูกลดจำนวนลง แล้วบีบให้เหลือแค่บริเวณตรงกลางใต้หน้าปัดเท่านั้น จอแสดงผลก็ถูกเปลี่ยนรูปแบบจากเม็ดพิกเซลเหลี่ยมๆ มาเป็นตัวเลขแหลมๆ เหมือนหน้าปัดเครื่องคิดเลขแทน ตรงนี้แบบเก่าน่าจะอ่านง่ายกว่า

หน้าตาชัดๆ ของเมนยูนิตที่ถูกปรับโฉมใหม่ให้ดูทันสมัยขึ้น

ช่องต่อใต้ปุ่มปรับเสียงถูกลดให้เหลือแค่ช่องเสียบยูเอสบี

ลำโพงถูกย่อขนาดให้เล็กลงทำให้วางบนชั้นวางทีวีได้ง่ายกว่าเดิม
ใช้ไดร์เวอร์ขนาด 3 นิ้ว เท่ารุ่นก่อนหน้า

ฐานวางลำโพงมีลักษณะนูนขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้ลำโพงเอียงหน้าขึ้น

ด้านหลังเป็นขั้วต่อสายลำโพงแบบสปริงหนีบ พร้อมช่องแขวนผนัง

ซับวูฟเฟอร์แบบพาสซีฟมีท่อเบสรีเฟล็กซ์ด้านหน้า

ตัวไดร์เวอร์เป็นแบบยิงลงพื้นพร้อมขาตั้งลักษณะแหลมคล้ายสไปค์เพื่อช่วยซับแรงสะเทือน

ด้านหลังเป็นขั้วต่อสายลำโพงแบบเดียวกันกับลำโพงแซทเทิลไลท์ในเซ็ต

ด้านลำโพงเซ็นเตอร์มีลักษณะยาวคล้ายกับพวก ลำโพงพกพาทั่วไปในยุคนี้
ประกอบด้วยไดร์เวอร์ขนาด 3 นิ้ว แบบกรวยโคน ถูกปรับจูนให้ตอบสนองความถี่ในช่วง 70Hz – 20kHz

ด้านหลังเป็นแบบสปริงหนีบเหมือนกัน พร้อมช่องแขวนผนัง

รีโมทก็มีการเปลี่ยนแปลงหน้าตาให้ผอมลง, ตัดปุ่มไม่จำเป็นออก พร้อมปรับเลย์เอ้าต์การจัดวางใหม่ให้ดูง่าย

สายลำโพงกับแผ่นยางรองฐานแถมมาในกล่องพร้อมสรรพ สามารถต่อใช้งานได้ทันทีไม่ต้องวิ่งไปซื้อเพิ่ม
Connectivity – ช่องต่อ

บริเวณด้านหลังเครื่องก็ได้มีการเติมสีให้กับกลุ่มช่องต่อต่างๆ เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น พวกสัญลักษณ์และคำอธิบายยืดยาวต่างๆ ก็ถูกจัดให้กินพื้นที่น้อยลง เติมที่ว่างให้หลังเครื่องดูโล่งและเป็นมิตรกับมือใหม่ แต่น่าเสียดายที่ช่องต่อ HDMI ถูกลดจำนวนลงจากเดิมให้มา 6 In 1 Out ตอนนี้เหลือเพียง 4 In 1 Out แล้วก็ถอดเอาช่อง Component ออกทั้งหมด เพราะปัจจุบันแทบจะไม่เหลือคนใช้พอร์ตดังกล่าวแล้ว

มีการสกรีนสัญลักษณ์เครื่องเล่นต่างๆ ให้ง่ายต่อความเข้าใจยิ่งขึ้น
Setup – การติดตั้ง

สำหรับมือใหม่ทุกท่านหลังจากวางลำโพงเข้าที่ตามตำแหน่งสากลทั้ง 5 ตัวแล้วก็เริ่มเปิดเพลงวนไปเรื่อยๆ เพื่อวอร์มอัพลำโพงกันเล็กน้อยสัก 2-3 ชั่วโมง ตรงนี้ถ้าเป็นของใหม่อาจจะต้องใช้เวลาวอร์มนานหน่อยแต่เซ็ตนี้น่าจะผ่านการ ทดสอบมาบ้างแล้ว เลยไม่ต้องใช้เวลานานจนเกินไป
เมื่อเปิดไปสักพักก็ มาปรับจูนลำโพงกันเล็กน้อย ผมแนะนำให้เข้าไปอ่านบทความนี้แล้วค่อยๆ ทำตามไปครับ เมนูการตั้งค่าของ HT-R395 ที่เป็นเมนยูนิตในเซ็ตนี้ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากมายครับ สามารถคลำทำความเข้าใจได้ไม่ยาก

เมนูแบบ Minimalist ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกจนเหี้ยน
Sound – เสียง
เริ่มทดสอบกันด้วยฉากไล่ล่าใน Star Wars : Force Awaken ช่วงกลางเรื่องที่ฟินน์กับเรย์ขับมิลลิเนี่ยมฟอลค่อนหนีตาย ช่วงจังหวะการบินหลบสิ่งกีดขวางแบบฉิวเฉียดเราจะได้ยินเสียงลมเฟี้ยวฟ้าวไป มา ออกมาจากแชนแนลซ้ายและขวา ตามฉากต่างๆ ยิ่งบินในที่แคบก็ยิ่งชัดเจน ซึ่งเสียงจากลำโพงคู่หน้า-หลังในเซ็ต HT-S3800 นี้ก็ทำงานเข้าขาประสานงานกันช่วยเก็บรอยต่อจากหน้าไปหลังได้เรียบราบรื่น ได้มิติสมจริง

ช่วงบินเรียดพื้นได้เนื้อเสียงด้านข้างเร้าใจเหมือนนั่งข้างๆ คนขับ

เป็นหนึ่งในหลายๆ ฉากที่แฟนๆ สตาร์ วอร์ส เห็นแล้วต้องกรี๊ดสลบเมื่อได้เห็นมิลเลเนี่ยมฟอลค่อน
กลับมาผาดโผนอีกครั้งหลังหลังจอดทิ้งไว้กว่า 20 ปี
เปลี่ยนมาดูฉากบู๊อัดกันสดๆ กับ Deadpool ในฉากที่เวด วิลสัน ซัดกับ Ajax ในห้องทดลอง ซึ่งเราจะได้ทั้งเสียงจังหวะปะทะตุ้บตั้บออกมาทางซับวูฟเฟอร์ และแม้ว่าตัวลำโพงซับฯ จะเป็นแบบพาสซีฟ แต่หากเราสามารถปรับจูนจนเข้าที่ ตัวซับก็สามารถขับเสียงออกมาได้เป็นแผ่นเดียวกับลำโพงคู่หน้า พร้อมเข้าปะทะกับหูแบบไร้ทิศทาง

ทดสอบทั้งเสียงซับในช่วงซัดกันตุ้บตั้บ ไปพร้อมๆ กับทดสอบลำโพงเซอร์ราวด์จากเสียงไฟไหม้รอบๆ

“What”s my name” ประโยคเด็ดจากตัวร้ายคู่บุญ Deadpool นามว่า Ajax ที่จะต้องเจอกันไปอีกยาว
เสียงจากจังหวะปะทะกันถูกตอบสนองออก มาได้รวดเร็วดี มีความกระชับในระดับหนึ่งแต่ก็มีอาการย้วยให้เห็นบ้างตามสไตล์ซับวูฟเฟอร์ ไม้ MDF แบบพาสซีฟ แต่จังหวะการตอบสนองของลำโพงตัวอื่นๆ ถือว่าทำได้ค่อนข้างดีกว่ารุ่นที่แล้ว (HT-S3700) พอสมควร
นอกเหนือ จากดูหนัง ผมลองสลับมาเล่นเกมโดยการเสียบ HDMI ต่อตรงจากคอมพิวเตอร์มาเข้าที่แอมป์แล้วค่อยต่อ HDMI out จากแอมป์ไปยังจอมอนิเตอร์อีกที โดยวางลำโพงคู่หน้ากับเซ็นเตอร์ไว้ที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ ซับวูฟเฟอร์ไว้ใต้โต๊ะ แล้วลากลำโพงเซอร์ราวด์ไปไว้ด้านหลังให้ได้ระยะพอประมาณ จากนั้นก็ปรับจูนเสียงกันพอประมาณ แล้วก็เริ่มทดสอบกันด้วยเกม Battlefield 4

เสียงกระสุนเสียงระเบิดแบบที่ขับออกมาจากลำโพงจริง พร้อมซับวูฟเฟอร์ มันสุดยอดกว่าฟังหูฟังเป็นไหนๆ

ตำแหน่งคนเดินรอบๆ ตัวผู้เล่นถูกถ่ายทอดจากหลังมาหน้า ซ้ายไปขวาได้เป็นอย่างดี
ได้บรรยากาศจริงในสไตล์โฮมเธียเตอร์กันไป
เสียงปืนเสียงระเบิดมีมิติชัดเจนแม้จะฟังกันในระยะประชิด ที่เด็ดคือเสียงฝีเท้าที่เดินอยู่รอบๆ ตัวเรามีตำแหน่งที่ตั้งที่แน่นอนและค่อนข้างแม่นยำ ช่วยให้เราสามารถหันไปยิงได้ถูกจุด เพิ่มอรรถรสในการเล่นได้ดีเยี่ยม
ทว่า ตัวซับวูฟเฟอร์นั้นมีอาการเบสครางให้ได้ยินเป็นจังหวะ อาจจะด้วยตำแหน่งที่นั่งค่อนข้างจะใกล้ตรงนี้ก็ต้องปรับแก้กันไปด้วยวิธีลด ระดับเสียงแล้วเขยิบตัวซับวูฟเฟอร์ออกมาจากผนังให้ห่างอีกนิดก็พอจะช่วย บรรเทาไปได้ครับ
จบจากเกมก็ฟังเพลงกันต่อ โดยผมเลือกใช้โหมด Stereo ปรับจุดตัดความถี่ให้สูงที่สุด แล้วฟังเพลงกันแบบ 2.1 แชนแนล ผมเลือกแทร็ค Whatever, Wherever ของ Band of Horses
เสียงร้องแผดแหลมเป็นเอกลักษณ์ของ Ben Bridwell ถูกถ่ายทอดออกมาคู่กับภาคดนตรีที่มีท่วงทำนองอบอุ่น ฟังแล้วลอยเคลิ้มอย่างบอกไม่ถูก หากตั้งใจฟังเราจะพบว่าทั้งเพลงมีการใส่ reverb สะท้อนก้องไปมาให้กับเสียงนักร้องนำ ฟังแล้วจะลอยๆ ให้ความรู้สึกสบายซึ่งลำโพงคู่หน้าก็สามารถถ่ายทอดออกมาได้ไม่บกพร่อง
เสียง ร้องดูชัดเจนย่านเสียงกลางเด่นมาแต่ไกล รายละเอียดเสียงแหลมส่วนปลายอาจจะมีให้พบบ้างเล็กน้อยไม่ได้เด่นออกมามากนัก แต่ถ้าใช้ฟังเพลินๆ เอามิติเสียงแบบเซ็ตโฮมเธียเตอร์แทนที่ลำโพงคอมชิ้นกระจิ๊ดริด ก็ถือว่าน่าสนใจเลยทีเดียว

ตัวแอมพลิฟายเออร์ถูกออกแบบมาอย่างปราณีต มีการเลือกใช้วัสดุเกรดดี
แม้จะเป็นรุ่นเล็กก็ตาม
Features – ลูกเล่น

หากท่านไหนเลือกที่จะฟังแบบไร้สาย ตัวเครื่องก็รองรับการเชื่อมต่อผ่านบลูทูธ ซึ่งจะช่วยให้เราฟังเพลงกันได้สะดวกสบายมากขึ้น เพียงแค่กดเปลี่ยนโหมดสัญญาณไปที่ช่อง Bluetooth แล้วทำการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนของคุณ แค่นี้ HT-S3800 ก็แปลงร่างมาเป็นลำโพงชิคๆ ที่วางขายตาม iStudio แล้ว ซึ่งแม้ราคาจะใกล้เคียงกันแต่เนื้อเสียงและความเป็นดนตรี เซ็ตโฮมเธียเตอร์ตัวนี้กินขาดหลายช่วงตึกครับ
นอกจาก Bluetooth แล้ว เราสามารถเล่นไฟล์เพลงแบบ Hi-Res ผ่านทางพอร์ต USB ด้านหน้าอีกด้วย โดยการเอาไฟล์เพลงลงในฮาร์ดดิสก์หรือแฟลชไดร์ฟ แล้วก็จิ้มเข้าที่พอร์ต USB หน้าเครื่อง แล้วเปลี่ยนช่องสัญญาณไปที่ USB เท่านี้ก็พร้อมใช้งานแล้ว
Conclusion – สรุป
HT-S3800 เป็นอีกหนึ่งเซ็ตโฮมเธียเตอร์อเนกประสงค์จาก Onkyo ที่ทำการปรับโฉมหน้าตาใหม่ให้ดูใช้ง่ายมากขึ้น ทั้งเรื่องหน้าตาของแอมป์ที่มีการสกรีนด้านหลังใหม่จัดหมวดหมู่ช่องต่อให้ เข้าใจง่าย ตัวรีโมทมีการตัดปุ่มที่ไม่จำเป็นออก รวมถึงลดจำนวนเมนูของตัวเครื่องที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้ลง ทำให้ผู้ใช้มือใหม่สามารถเข้าถึงได้ง่าย

คุณภาพเสียงก็เป็นไปตาม มาตรฐานของ Onkyo อย่างเช่นทุกปี สามารถแสดงอาณุภาพได้ดีในห้องที่ไม่ใหญ่จนเกินไป ส่วนตัวใช้ห้อง Studio ถือว่าตอบสนองได้ดีทีเดียว เหมาะจะใช้คู่กับทีวีตั้งแต่ 32 นิ้ว ไปจนถึง 50 นิ้ว ก็ยังไหว แต่ถ้าใหญ่กว่านี้อาจจะต้องเลือกขยับไปเล่นชุดที่ใหญ่ขึ้น ไม่งั้นเสียงที่ได้จะดูไม่ค่อยสมดุลย์กับภาพสักเท่าไร
เช่นเคยครับ การจะเลือกซื้อเครื่องเสียง ต้องหาโอกาสไปลองฟัง พนักงานขายทุกคนยินดีให้บริการอยู่แล้ว ถูกใจก็ยกกลับบ้าน ถ้าไม่ถูกใจก็ค่อยปรับเปลี่ยนกันไปตามหน้างาน แต่อยากจะหาเซ็ตลำโพงเล็กๆ สำเร็จรูป ใช้งานง่ายแล้วล่ะก็ Onkyo HT-S3800 ตัวนี้ สามารถจบงานให้ท่านได้แน่นอน และพร้อมกับการใช้งานทุกประเภทตามต้องการ..
ข้อดี
– ตัวแอมป์มีการปรับดีไซน์โดยรวมให้ผู้ใช้งานได้เข้าใจง่ายมากขึ้น ดูน่าใช้กว่ารุ่นก่อนหน้าพอสมควร
– ลำโพงไซส์เล็กแต่เสียงใหญ่ไม่แพ้ตัวเก่า ซับวูฟเฟอร์สามารถตอบสนองเสียงต่ำได้ดีสมราคา แต่ถ้าวางชิดผนังเกินไปอาจจะทำให้เบสล้น ควรเซ็ตระยะร่นเข้ามาเล็กน้อยเพื่อความกลมกล่อม
– พอร์ต HDMI ด้านหลังรองรับมาตรฐาน HDCP 2.2 พร้อมใช้งานกับ สัญญาณภาพแบบ 4K/HDR
ข้อเสีย
– จอแสดงผลมีการเปลี่ยนรูปแบบตัวอักษรเป็นตัวแหลมๆ ส่วนตัวชอบสไตล์เก่ามากกว่า
– เสียงจากลำโพงแซทเทิลไลท์ติดปลายขุ่น ให้เสียงแหลมได้ไม่สุดขอบ

Onkyo HT-S3800
ราคา 18,900 บาท