รีวิว Panasonic 55FX700T ทีวี 4K HDR รุ่นใหม่ ปรับภาพได้แบบรุ่นท็อป!!
ถ้าเทียบกันตามไลน์อัพของ Panasonic TV ประจำปี 2018 แล้ว ซีรีส์ FX700T พระเอกในรีวิวคราวนี้ถือเป็น 4K HDR TV ที่ขยับจากตัวเริ่มต้นมาอีกหนึ่งสเต็ป ทำให้ในเรื่องของประสิทธิภาพการใช้งาน รวมไปถึงคุณภาพของภาพทำได้มากกว่าเริ่มต้นอย่าง FX600T สำหรับซีรีส์นี้ประเทศไทยวางจำหน่ายด้วยกันสองขนาดคือ 49″ และ 55″ โดยขนาดที่เราได้รับมารีวิวคือ 55″ ครับ


สเปคเบื้องต้นของ Panasonic 55FX700T
– ความละเอียด 4K รองรับ HDR
– Switch Design
– HDMI x 3
– USB x 3
– Smart TV My Home Screen 3.0
– ราคา 28,990 บาท รับประกัน 3 ปี
ดีไซน์
แกะกล่อง Panasonic 55FX700T มาทีแรก ผมประหลาดใจ จนถึงกับแทบจะต้องโทรไปสอบถามทาง Panasonic ว่าส่งทีวีมาให้รีวิวทั้งที ทำไมไม่เอา “น็อต” มาให้ด้วย แต่เมื่อดูไปดูมา ผลปรากฏว่าทีวีรุ่นนี้ไม่ต้องใช้น็อตครับ (แหม! ง. งู มาก่อน ฉ. ฉิ่ง จริงๆ) เราสามารถนำขาตั้งไปเสียบตรงสลอตขาตั้งบริเวณด้านล่างใต้กรอบทีวีได้เลย อีกทั้งเรายังสามารถเลือกได้อีกว่าจะติดตั้งขาตั้งในรูปแบบแคบ หรือแบบกว้าง ได้ตามใจที่เราต้องการ

ขาตั้งไม่ต้องใช้น็อตยึด

ตัวเครื่อง Panasonic 55FX700T มาในโทนสีดำด้าน ตัดด้วยกรอบจอสีเงิน เมื่อสองสีนี้มาเจอกันทำให้ดูแล้วน่าค้นหา ขอบตัวเครื่องด้านข้างแม้จะไม่ได้บางเฉียบเหมือนตัวท็อป แต่โดยส่วนตัวแล้วกลับชอบเพราะมันดูไม่บอบบางเกินไป เวลาจับเคลื่อนย้ายให้ความมั่นคงแข็งแรง ส่วนบริเวณด้านหลังเป็นสีดำทั้งหมด กลุ่มช่องต่อแบ่งออกเป็นสองส่วนคือด้านข้าง และด้านหลังเครื่อง

กลุ่มช่องต่อด้านข้าง
– Head Phone
– HDMI x 2
– Optical Digital
– USB 3.0
– Antenna
กลุ่มช่องต่อด้านหลัง
– HDMI
– USB 2.0 x 2
– Component
– Ethernet

กลุ่มช่องต่อด้านหลัง

กลุ่มช่องต่อด้านข้าง

รีโมทของตัวเครื่อง ที่มุมด้านล่างซ้าย จะมีปุ่ม MY APP สามารถกำหนดให้เป็นแอปพลิเคชั่นที่ใช้ประจำได้
ภาพ
ตามปกติแล้วเวลาเราซื้อทีวีมา เชื่อว่ามีผู้ใช้น้อยรายที่จะจ้างนักปรับภาพมือฉมัง มาปรับภาพทีวีให้ ดังนั้นตัวเลือกที่ดีที่สุดคือโหมดภาพอันโนมัติที่มีมาให้อยู่แล้วในตัวทีวี พอมาคิดแบบนี้แล้วคำถามใหม่ก็เกิดขึ้นมา “แล้วโหมดภาพไหนมันดีที่สุดละ?” จากที่ดูภาพทดสอบมา พบว่าโหมดภาพ True Cinema ให้อุณหภูมิสีที่ดีที่สุด ใช้ได้ทั้งคอนเทนท์ SDR และ HDR ที่กล้าบอกนี่ไม่ใช่แค่ว่าดูด้วยตาแล้วดี แต่ตัวเลขมันยืนยันได้จริง (สังเกตได้จากตารางด้านล่าง อุณหภูมิสีโหมด True Cinema อยู่ที่ราว 7000K)
คอนเทนท์แรกที่เปิดคือคอนเทนท์ความละเอียด 4K จากภาพยนตร์เรื่อง Lucy สไตล์ภาพของ Panasonic FX700T มีความเป็นธรรมชาติค่อนข้างสูง ศักยภาพของการแสดงผลด้าน HDR จัดอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง กล่าวคือไม่ได้เจิดจรัสเท่าซีรีส์กลาง หรือท็อป แต่ก็มีความโดดเด้งมากกว่า 4K TV ทั่วไป ส่วนรายละเอียดในที่มืดรุ่นนี้ทำได้อยู่ในเกณฑ์พอใช้ ตามสไตล์ของพาเนล IPS ระดับเริ่มต้น แต่จุดที่น่าชื่นชมคือการเฉลี่ยความสว่างของหลอดแบคไลท์ถือว่าทำได้ดี แสงสีขาวส่องสว่างทั่วทั้งจอ ไม่เกิดขอบมืดตามมุมจอภาพ

ภาพสะอาด แสดงรายละเอียดดีเกินตัว

ดูคอนเทนท์แบบ 4K กันไปแล้ว คราวนี้มาดูความสามารถด้านการอัพสเกลภาพของ Panasonic FX700T กันบ้าง กับแผ่นบลูเรย์ความละเอียด Full HD เรื่อง Avatar (อวตาร) หลังจากใส่แผ่นเปิดภาพขึ้นมา แว่บแรกที่เห็นประทับใจมากครับ ไม่ว่าจะเป็นสีสัน หรือความคมชัดของตัวละคร เป็นรองแผ่นความละเอียด 4K เล็กน้อยเท่านั้น อย่างฉากค่ำคืนในเรื่อง ซึ่งเป็นช่วงที่ เนทีรี่ คุยกับเจค จะมีแสงสีส้มของดวงไฟ และสีฟ้าอมน้ำเงินของตัวละคร ทีวีก็สามารถไล่เฉด และความอิ่มเข้มที่ดีเกินตัว

หลังปรับภาพแล้วอุณหภูมิสีออกมาดีมาก ในโหมด True Cinema คือ 6536K

HDR ทำ Peak Brightness สูงสุดได้ 508nits ครอบคลุมมาตรฐานสี DCI-P3 ราว 88%

ปรับ 10P WB + CMS ได้

ที่น่าประทับใจอีกอย่างคือ Panasonic FX700T มีตัวช่วยเรื่องภาพเคลื่อนไหวอยู่ด้วย ซึ่งโดยปกติแล้วเรามักจะไม่พบตัวช่วยเรื่องภาพเคลื่อนไหวในทีวีระดับเริ่มต้น แต่ FX700T รุ่นนี้ก็มีให้ ในชื่อ “Intelligent Frame Creation” โดยจะมีให้ปรับด้วยกันทั้งหมดสามระดับคือ Min/Mid/Max และจากการดูภาพเคลื่อนไหวในหลายๆ เรื่อง ขอแนะนำให้เลือกใช้แบบ Min ก็ถือว่าช่วยขึ้นได้ในระดับหนึ่งแล้วครับ

ปรับภาพอะไรเสร็จเรียบร้อย คราวนี้ก็อยากจะเปิดภาพดูอีกรอบว่าต่างไปมากน้อยแค่ไหน เรื่องที่หยิบมาดูคือเรื่อง Wonder Woman เรื่องนี้จะย้อมโทนภาพให้ดูเก่า และค่อนข้างมืดตามสไตล์ DC ฉากที่เลือกใช้ทดสอบคือช่วงที่ Wonder Woman กำลังฟาดแส้ใส่ Ares ภาพที่เห็นนั้นรู้ได้ทันทีว่าระดับสีดำในฉากมืดทำได้ดีขึ้นกว่าเดิม ต่างจากทีแรกที่จะดูแบนเกินไปหน่อย ความสว่างของสีสันรุกเร้ามากขึ้น ซึ่งจุดนี้ต้องขอขอบคุณฟีเจอร์ Dynamic Scene Optimizer ที่จะทำการปรับภาพ HDR แบบซีนต่อซีนด้วย ทีแรกคิดว่าจะดูแล้วหลอกตา ปรากฏว่าตัวหน่วยประมวลผลภาพทำได้ดีมาก กลมกลืนเป็นธรรมชาติ ช่วยให้ชมแล้วได้อรรถรสมากขึ้น

ฟาดไปเลยขุ่นแม่!!
เสียง
ลำโพงที่ให้มาพร้อมกับ Panasonic 55FX700T มีกำลังขับรวม 20 W ซึ่งในการทดสอบจริง ในห้องนั่งเล่นเดิมที่ใช้ทดสอบเป็นประจำ พบว่าแนวเสียงของรุ่นนี้มีความกลมกล่อม และคุณภาพ เพียงแต่ความไวเสียงน้อยไปสักนิดหนึ่ง กล่าวคือหากเปิดด้วยระดับ Volume เท่ากัน ความดังของเสียงจาก 55FX700T จะเบากว่า
โหมดเสียงอัตโนมัติให้เลือกใช้คือ Standard / Music / Speech / Stadium และ User ในบรรดาโหมดเสียงทั้งหมด โหมดที่ฟังแล้วแนะนำให้ใช้งานคือ Standard หรือ Music เนื่องจากทั้งสองโหมดนี้ไม่ได้ให้เสียงที่อู้ และมีเอฟเฟกต์ echo เหมือนโหมดอื่นๆ

โหมดเสียงที่แนะนำคือ Standard และ Music

เพิ่มเติม
ระบบสมาร์ททีวีของ Panasonic ในปีนี้จะยังคงเรียกว่า My Home Screen เหมือนเดิม เพียงแต่จะเป็นเวอร์ชั่น 3.0 ในเวอร์ชั่นนี้ทาง Panasonic ยังคงเน้นความเรียบง่าย ใช้งานไม่ซับซ้อน โดยจุดเด่นมากๆ ที่ต่างไปจากเดิมก็คือตัว Popup Menu ที่เป็นแบบโปร่งแสง ไม่บดบังคอนเทนท์ที่รับชมเหมือนก่อนหน้านี้ ดูแล้วสวยงาม สบายตากว่าแบบเดิมมาก

แอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่ทาง Panasonic ให้มาก็ถือว่าตอบโจทย์ ครอบคลุมการใช้งานของผู้ใช้ในบ้านเรา ทั้ง Netflix, YouTube, Browser ทั้งยังเสริมด้วย Local Content ที่น่าสนใจอย่าง Mono Maxx, Bugaboo TV, 3BB IPTV เรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นที่แบรนด์อื่นๆ ไม่มี อย่างไรก็ตาม หากใครอยากใช้แอปฯ อย่างอื่นบ้าง Panasonic ก็มี Apps Market แหล่งดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นไว้รองรับ

หน้าตาเมนูรวม Apps ที่ติดตั้งไว้ในเครื่อง

Netflix ความละเอียด 4K คมชัดจับใจ

YouTube ก็ได้ 4K เช่นกัน

Mono Maxx หากชอบพากย์ไทย ก็ต้องดูที่แอปฯ นี้

มีข้อแนะนำสำหรับคนที่ใช้ Panasonic Smart TV คือให้ไปดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นที่ Panasonic TV Remote App 2 โดยแอปฯ นี้จะทำการเปลี่ยนสามาร์ทโฟนของเรา ให้กลายเป็นรีโมท หรือคีย์บอร์ดไว้ใช้ควบคุมทีวี หรือพิมพ์ได้ ไม่เพียงเท่านั้นเรายังสามารถแชร์ไฟล์ต่างๆ ขึ้นไปบนทีวีได้ทันที

Panasonic TV Remote App 2 มีให้ดาวน์โหลดทั้ง iOS และ Android

ที่ชอบที่สุดคือต่อกับเครือข่าย 2.4GHz หรือ 5GHz ก็ได้
สรุป
ข้อดีของ Panasonic 55FX700
1. switch design ปรับเปลี่ยนขาตั้งได้ทั้งแบบแคบ และกว้าง แถมไม่ต้องใช้น็อต
2. Wi-Fi รองรับทั้งคลื่น 2.4GHz และ 5GHz
3. มี Dynamic Scene Optimizer ปรับภาพได้แบบซีนต่อซีน
4. ปรับภาพได้ละเอียดเหมือนกับตัวท็อป
5. มีตัวช่วยเรื่องภาพเคลื่อนไหว
6. HDR ทำ Peak Brightness สูงสุดได้ 508nits ครอบคลุมมาตรฐานสี DCI-P3 ราว 88% ซึ่งค่าที่ออกมาดีกว่ารุ่นกลางในตลาด
ข้อเสียของ Panasonic 55FX700
1. ระดับสีดำไม่ลึกเท่าที่ควร แต่ถ้าเน้นภาพความสว่าง สู้แสง จุดนี้จะไม่เป็นปัญหาเท่าใดนัก
2. ฟีเจอร์ 4K Pure Direct ที่ให้มาไม่ได้ส่งผลกับภาพอย่างชัดเจน
3. ความไวเสียงน้อย แต่เนื้อเสียงได้คุณภาพ

โดยรวม 55FX700 คือทีวีระดับเริ่มต้นที่แฝงฟีเจอร์แน่นๆ ไว้ภายใน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการดีไซน์ที่ปรับเปลี่ยนได้ การปรับภาพที่ลงลึกได้เช่นเดียวกับตัวท็อป ตัวช่วยเรื่องภาพเคลื่อนไหว และฟีเจอร์ด้านภาพอย่าง HEXA Chroma Drive, Dynamic Scene Optimizer ที่ช่วยศักยภาพด้านภาพมากขึ้น ที่น่าเสียดายคือระดับของสีดำที่ทำได้ไม่ลงลึก แต่ก็แลกด้วยมุมมองด้านข้างที่ดี ตามสไตล์พาเนล IPS
หมายเหตุ : มาตรฐานคะแนนปี 2018
ราคาตั้ง Panasonic 55FX700T28,990 บาท รับประกันยาวนาน 3 ปี!!