ข้ามไปที่เนื้อหา
|

รีวิว Panasonic 65GZ2000 4K HDR OLED TV ตัวท็อปมาตรฐานภาพระดับ Hollywood พร้อมลำโพง Atmos ในตัว

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 15 Nov 2019 0 ความคิดเห็น

Panasonic 65GZ2000 4K/UHD HDR OLED TV

ตัวท็อปมาตรฐานภาพระดับฮอลลีวูด
พร้อมลำโพง Atmos ในตัว

เมื่อพูดถึงทีวีตัวท็อป จะไม่กล่าวถึง Panasonic ไม่ได้ และ GZ2000 รุ่นปี 2019 ก็ฉายแววความยอดเยี่ยมที่มาจากแนวคิด Hollywood to Your Home ผ่านการไฟน์จูนคุณภาพโดย Colorist ระดับโลก พร้อมรองรับเทคโนโลยี Dynamic HDR ครบทั้ง HDR10+ และ Dolby Vision พ่วงด้วยการติดตั้งลำโพงพิเศษสำหรับถ่ายทอดเสียง Dolby Atmos โดยเฉพาะ!

จากความสัมพันธ์ใกล้ชิดของ Panasonic Hollywood Laboratory (PHL) กับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับโลก นำโดย Stefan Sonnenfeld ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Studio 3 สตูดิโอตัดต่อภาพยนตร์ชื่อดังที่ฝากฝีมือไว้กับภาพยนตร์ระดับขึ้นหิ้ง อาทิ A Star is Born, Wonder Woman, Man of Steel, Beauty and the Beast, Star Wars: The Force Awakens, Jurassic World และ 300 จึงไม่แปลกที่ Panasonic จะพัฒนาและผลิตทีวีระดับสูงหลายรุ่นให้มีศักยภาพเหมาะกับการนำมาใช้เป็นจอภาพอ้างอิงเพื่อปรับแต่งสีในสตูดิโอตัดต่อภาพยนตร์หลายแห่ง และแน่นอนว่าหากนำมาใช้งานในบ้าน การถ่ายทอดรายละเอียดสีสันต่างๆ จะมีความสมบูรณ์ตรงตามมาตรฐานอ้างอิง นี่จึงเป็นที่มาของแนวคิด Hollywood to your home!

และในปี 2019 นี้ Panasonic เคลมตัวเองว่าเป็น TV ที่เหมาะที่สุดสำหรับการรับชมความบันเทิงภายในบ้าน ซึ่งมิใช่เฉพาะผลการรับชมภาพยนตร์จากฮอลลีวูดจากฟอร์แม็ต 4K HDR Blu-ray Disc อันยอดเยี่ยม แต่รวมไปถึงคอนเทนต์ภาพและเสียงจากทุกแพล็ตฟอร์ม ทั้งรายการความบันเทิงจากช่องฟรีทีวี หรือแม้แต่สตรีมมิ่งคอนเทนต์อย่าง YouTube, Netflix, Amazon Prime, Apple TV (รับชมผ่านกล่อง) ฯลฯ ผลลัพธ์การใช้งานจริงจากทีวีตัวท็อปสุดจะเป็นเช่นไรนั้น ติดตามต่อจากรีวิวนี้ได้เลย…

ดีไซน์

การออกแบบรูปลักษณ์ของ GZ2000 มาจากแนวคิด Less is Perfection Design ตัดองค์ประกอบปรุงแต่งที่ไม่จำเป็นต่อการใช้งาน เหลือไว้เพียงรูปลักษณ์ที่เกิดจากความเรียบง่าย ตอบสนองฟังก์ชั่นใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งจากการที่ทีมงานได้สัมผัสและทดลองยกดูก็บอกได้ว่าทีวีมีความหนักแน่น บึกบึน สมกับคุณภาพตามแบบฉบับญี่ปุ่นจริงๆ… ปัจจุบัน GZ2000 มีให้เลือกเพียงขนาดเดียว คือ 65 นิ้ว

ปีนี้ Panasonic ออกแบบ GZ2000 ไม่ได้เน้นเรื่องของภาพเพียงอย่างเดียว แต่จัดเต็มในส่วนของเสียงด้วย กล่าวคือเป็นทีวีรุ่นแรกที่ติดตั้งลำโพงเอฟเฟ็กต์ด้านสูงแบบ Upward-Firing Speakers จำนวน 2 แชนเนล ฝังติดมากับจอทีวีเลย เพื่อทำหน้าที่สร้างบรรยากาศเสียงในระบบ “Dolby Atmos” โดยเฉพาะ

ตัวขับเสียงแบบ Upward-Firing Speakers ที่ด้านบนของจอภาพ GZ2000

ในส่วนของลำโพงหลักจะติดตั้งที่ส่วนล่างของจอภาพ ยิงเสียงออกทางด้านหน้าแยกเป็น 3 ชุด (ซ้าย-กลาง-ขวา) ร่วมกับ Woofer อีก 2 ชุด ที่ติดตั้งทางด้านหลังเพื่อทำหน้าที่ถ่ายทอดเสียงย่านต่ำ รวมแล้วระบบเสียงของ GZ2000 จะเทียบเท่า 3.2.2 แชนเนล (อ่านรายละเอียดระบบเสียงของ GZ2000 เพิ่มเติมได้ที่หัวข้อ Sound – เสียง)

ด้านหลังดูเรียบง่ายไม่ต่างกับด้านหน้า บริเวณกึ่งกลางและส่วนล่างของจอภาพจะมีความหนามากกว่าตำแหน่งอื่นอยู่บ้าง เนื่องจากเป็นตำแหน่งติดตั้งลำโพง และวงจรอิเล็กทรอนิกส์สำคัญต่างๆ

ด้านหลังดูเรียบง่ายไม่ต่างกับด้านหน้า บริเวณกึ่งกลางและส่วนล่างของจอภาพจะมีความหนามากกว่าตำแหน่งอื่นอยู่บ้าง เนื่องจากเป็นตำแหน่งติดตั้งลำโพง และวงจรอิเล็กทรอนิกส์สำคัญต่างๆ

ฐานตั้งโลหะดูมีความมั่นคง แข็งแรง

สวิทช์เพาเวอร์และปุ่มควบคุมต่างๆ อยู่ด้านข้าง ฝั่งซ้าย (เมื่อมองจากทางด้านหลังของทีวี)

รีโมทคอนโทรลยังคงรูปลักษณ์อันบึกบึน ขนาดเต็มไม้เต็มมือเช่นเดิม แต่ดูพรีเมียมขึ้นด้วยวัสดุโลหะ พร้อม Backlit ปุ่มสามารถเรืองแสงเพื่อใช้งานในที่มืดได้สะดวกกว่า

ช่องต่อ

GZ2000 ให้ช่องต่อ HDMI In 4 ช่อง โดยอยู่ด้านข้าง 2 ช่อง และด้านหลัง 2 ช่อง (เป็น HDMI 2.0 Full Bandwidth ทั้งหมด, รองรับ ARC ที่ HDMI In 2), USB 3.0 1 ช่อง, DVB-T2 Antenna In และ Ethernet (LAN) In พร้อม Wi-Fi & Bluetooth Built-in

USB 2.0 ให้มา 2 ช่อง, Analog Audio/Video Input 1 ชุด รองรับสัญญาณแบบ Component และ Composite (ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง), Digital Audio Out (Optical) 1 ช่อง, สายไฟเป็นแบบติดตาย ไม่สามารถถอดเปลี่ยนสายได้

ความพิเศษของรุ่น GZ2000 คือช่องต่อสัญญาณเสียง Audio/Headphone Out (3.5mm) สามารถปรับเปลี่ยนเป็น SUB Out สำหรับเชื่อมต่อลำโพงแอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์ภายนอกได้ครับ ซึ่งเป็นแนวทางแนะนำหากต้องการคุณภาพเสียงที่ดีที่สุดจาก GZ2000 (อ่านรายละเอียดระบบเสียงของ GZ2000 เพิ่มเติมได้ที่หัวข้อ Sound – เสียง)

สรุปจำนวนช่องต่อของ Panasonic 65GZ2000 ได้ดังนี้

HDMI™ In  1 (ด้านข้าง), 2 (ด้านหลัง)
USB 1 (ด้านข้าง), 2 (ด้านหลัง)
Ethernet 1 (ด้านข้าง) พร้อม Wi-Fi Built-In
Composite Video In 1 (ด้านหลัง ร่วมกับ Component)
Component Video In 1 (ด้านหลัง ร่วมกับ Composite)
RF (Antenna) In 1 (ด้านข้าง) พร้อม DVB-T2 Digital Tuner
PC HD15 In
Analog Audio In 1 (ด้านหลัง)
Digital Audio Out 1 (Optical ด้านหลัง)
Audio/Headphone Out 1 (Mini Jack ด้านข้าง ใช้เป็น Subwoofer Out ได้)
Bluetooth Audio Yes

เพิ่มเติม

สำหรับ Panasonic Smart TV ประจำปี 2019 ยังคงใช้ My Home Screen ปัจจุบันเป็นเวอร์ชั่น 4.0 โดยรูปแบบ Home Menu จะแสดงไอคอนซ้อนขึ้นมาที่ด้านล่างของจอภาพ เน้นเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน เข้าถึงได้รวดเร็ว

GZ2000 รองรับการควบคุมสั่งการด้วยเสียงผ่านระบบของ Google Assistant และ Amazon Alexa แต่จะต้องเพิ่มเติมอุปกรณ์เสริมอย่าง Google Home หรือ Amazon Echo เพื่อทำหน้าที่รับคำสั่งเสียง ไม่สามารถพูดผ่านรีโมทคอนโทรลได้

สามารถติดตั้งแอพเพื่อความบันเทิงเพิ่มเติมได้ นอกเหนือจากที่คุ้นๆ กันอย่าง Netflix, YouTube, Amazon Prime, iflix แล้ว มีผู้ให้บริการของไทย อาทิ Mono MAX และ 3BB Cloud IPTV ฯลฯ ด้วย

หากความหลากหลายของแอพยังไม่สะใจพอ สามารถใช้ Web Browser รับชมความบันเทิงผ่านเว็บไซต์ต่างๆ ได้ อย่างในภาพผมทดลองรับชมคอนเทนต์จากเว็บ LINE TV ก็ดูได้ไม่ติดขัด

Netflix app รองรับการแสดงผล 4K HDR10 และ Dolby Vision และแน่นอนว่ามีลำโพง Upward-Firing Speaker ติดตั้งมาด้วย GZ2000 จึงสามารถถ่ายทอดระบบเสียง Dolby Atmos/DD+ (อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับคุณภาพเสียงเพิ่มเติม ที่หัวข้อ Sound – เสียง)

“Netflix Calibrated Mode” ก็มีมาให้ โดยเป็นโหมดภาพของ GZ2000 ที่แนะนำให้ใช้รับชมกับ Netflix เพื่อการถ่ายทอดรายละเอียด มิติ สีสันครบถ้วน เที่ยงตรงตามมาตรฐานอ้างอิง ตัวเลือกนี้หากเป็นการรับชม SDR content จะให้ผลลัพธ์เหมือนโหมดภาพ THX Cinema/Professional2 ซึ่งเน้นดูสบาย ดูได้นาน ไม่เน้นสว่างสดจัดกระแทกตามากนัก เหมาะรับชมในห้องที่คุมแสงรบกวนได้

YouTube app รองรับความละเอียด 4K HDR พร้อมฟีเจอร์ Resume & Preview

Amazon Prime อีกหนึ่งผู้ให้บริการ Video Streaming รองรับ 4K HDR10 และอนาคตจะรองรับ HDR10+

ทดสอบชมภาพยนตร์ด้วยแอพมีเดียเพลเยอร์ สามารถเปิดไฟล์วิดีโอจาก Flashdrive/Ext. HDD รองรับ 4K HDR ระบบเสียง Dolby Atmos และเลือกเสียง-เปลี่ยนซับไตเติลได้ แต่สำหรับไฟล์ภาพยนตร์เรื่องที่ใช้ทดสอบประจำพบว่า ไม่สามารถแสดงซับไตเติลภาษาไทยครับ แต่ซับอังกฤษ จีน ไม่มีปัญหา

ภาพ

หัวใจด้านภาพของ GZ2000 คือ HCX (Hollywood Cinema eXperience) Pro Intelligent Processor โดยทำการวิเคราะห์ข้อมูลสัญญาณภาพ 3 ประการ ได้แก่ สีสัน (Colour), ความเปรียบต่างของแสง (Contrast) และ รายละเอียด (Clarity) นำไปประมวลผลถ่ายทอดเป็นภาพให้เราได้รับชมอย่างถูกต้อง ครบถ้วน พร้อมตอบสนองอย่างทันท่วงที

ซึ่งแน่นอนว่าก่อนจะมาเป็นภาพบนจอ Panasonic OLED TV ให้ได้ชมกันนี้ ผ่านการไฟน์จูนจากมืออาชีพที่คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมภาพยนตร์ จนมีศักยภาพเป็นจอภาพที่ใช้ “อ้างอิง” เพื่อการตัดต่อภาพยนตร์ได้

GZ2000 ให้โหมดภาพมาจำนวนทั้งสิ้น 9 โหมด ในจำนวนนี้มีโหมดภาพอ้างอิงจากทาง THX 2 โหมด ยืนยันว่ารุ่นนี้ยังคงได้การรับรองมาตรฐาน THX Certified Display

ในแง่ความเที่ยงตรงของสีสันโหมดการรับชมแบบ SDR นั้น THX Bright Room/Professional1 (เน้นดูในห้องสว่าง) และ THX Cinema/Professional2 (เน้นดูในห้องคุมแสงสลัว) ให้ผลลัพธ์ที่ดีใกล้เคียงกัน จะต่างกันที่ระดับความสว่าง เลือกให้เหมาะกับสภาพแสงภายในห้องได้

โหมดภาพทั้ง 4 ข้างต้น อุณหภูมิสีเฉลี่ยจะติดโทนอุ่นนิดๆ ที่ราว 6300K แต่สมดุลแสงขาวดีตามคาด ค่าความผิดเพี้ยน (dE) เฉลี่ยอยู่ที่ 2.2 เท่านั้น ถือว่าดีมาก ในส่วนของ Color Space แม็ตชิ่งได้ดีตามมาตรฐาน Rec.709 การรับชมในบ้านทั่วไป แม้ไม่ทำการปรับภาพใดๆ ก็ให้ความลงตัวดีเพียงพอแล้ว

แต่เแน่นอนว่าด้วยความที่เป็นจอภาพระดับสูงต้องให้ความสำคัญกับ “ความเที่ยงตรง” เป็นพิเศษตลอดการใช้งาน GZ2000 จึงรองรับการปรับภาพขั้นสูง ซึ่งรวมไปถึง CalMAN AutoCal ที่นำระบบ AI เข้ามาช่วยเรื่องของการประเมินและประมวลผลปรับชดเชยด้านภาพ ผลลัพธ์ความเที่ยงตรงดีเยี่ยม อุณหภูมิสีเฉลี่ย 6479K ค่าความผิดเพี้ยน (dE) เฉลี่ยลดต่ำลงอยู่ที่ 0.5-0.6 เท่านั้น!

การรับชม GZ2000 ร่วมกับคอนเทนต์แบบ HDR ยิ่งดึงศักยภาพของทีวีเครื่องนี้ออกมาได้โดดเด่นยิ่งกว่า ซึ่งระดับความสว่าง HDR Peak Brightness (10% Window) ถือว่าทำได้สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์สำหรับ OLED TV ยังไม่มีใครเทียบเคียงได้ที่ 1020 nits ในโหมด Dynamic! หากอ้างอิงโหมดภาพที่ให้สีสันเที่ยงตรงจะย่อหย่อนลงมาเพียงเล็กน้อยที่ 903 nits (THX Cinema) ต่ำสุดไม่เกิน 812 nits (Professional1) ในส่วนของขอบเขตสี (HDR Color Space) ครอบคลุม 96.8% DCI-P3 หรือเท่ากับ 70.4% Rec.2020

ผล Lab Test ยืนยันความเที่ยงตรงของดุลสีโหมดภาพโรงงานร่วมกับการรับชมแบบ HDR ของ GZ2000 ว่าทำได้ยอดเยี่ยม

ทดลองไฟน์จูนโหมดภาพ HDR ของ GZ2000 ด้วย CalMAN AutoCal ผลลัพธ์ไม่ต่างจากเดิมนัก เนื่องจากค่าภาพจากโรงงานให้ความเที่ยงตรงดีมากอยู่แล้ว ความสว่าง HDR Peak Brightness หลังปรับภาพอยู่ที่ราว 900 nits ยังถือว่าสูงมากสำหรับมาตรฐาน OLED TV ศักยภาพของ GZ2000 นับว่าดีเกินกว่าที่มาตรฐาน “Ultra HD Premium” กำหนดไว้อยู่มาก

ด้วยพื้นฐานการเป็น OLED TV ที่ให้ระดับความสว่างสูง การถ่ายทอดรายละเอียดแสงสีจาก HDR content จึงทำได้โดดเด่นต้องตาสมกับตำแหน่งทีวีรุ่นท็อปประจำปี 2019 ซึ่งอานิสงส์นี้จะยิ่งสังเกตได้ชัดเมื่อรับชมฟอร์แม็ต Dynamic HDR อย่าง Dolby Vision

GZ2000 รวมถึงทีวีของ Panasonic ประจำปี 2019 อีกหลายรุ่น นอกจากฟอร์แม็ต Dolby Vision ยังรองรับ HDR10+ ด้วย ซึ่งไม่แปลกใจเพราะ Panasonic ร่วมหัวจมท้ายกับทาง Samsung เพื่อผลักดันมาตรฐาน HDR10+ กันมาตั้งนาน อย่างไรก็ดีช่วงที่ทำการทดสอบทีมงานไม่มีเพลเยอร์ที่รองรับ HDR10+ จึงยังไม่ได้ทดลองภาพดูว่าเป็นเช่นไร

หมายเหตุ: ปัจจุบันเพลเยอร์ที่รองรับ HDR10+ ได้แก่ 4K/UHD Blu-ray Player ของ Panasonic รุ่นปี 2018 – 2019, Philips รุ่นปี 2019 และ Cambridge Audio CXUHD ส่วน Pioneer UDP-LX800 ที่ทีมงานใช้อ้างอิง ข่าวว่ารองรับ แต่ยังไม่มี Firmware ออกมาให้อัพเดท

การรับชม HDR ร่วมกับ GZ2000 มีฟีเจอร์หนึ่งที่น่าสนใจอยากจะแนะนำ… ที่ผ่านมาความเปรียบต่างแสงที่สูงมากจากความสว่างอันเจิดจ้าอัดกันเต็มที่ของ HDR บ่อยครั้งสร้างปัญหาให้กับบางท่านเมื่อเปิดรับชมตอนกลางคืนหรือดูในห้องมืด ทาง Panasonic เข้าใจตรงนี้ดีจึงเพิ่มตัวเลือก HDR Auto Brightness มาให้ โดยหลังจาก On ตัวเลือกนี้ ระบบจะทำการปรับความสว่างของทีวีให้เหมาะสมกับแสงสว่างภายในห้องโดยอัตโนมัติ ในบางสภาพแวดล้อม ภาพจะดูเพลาๆ ลง ไม่จ้ามากจนแสบตา

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ขาดไม่ได้สำหรับการรับชมภาพยนตร์ของหลายๆ ท่าน คือ Intelligent Frame Creation (IFC) หรือการประมวลผลแทรกเฟรมภาพเคลื่อนไหวของ Panasonic เพื่อช่วยให้คอนเทนต์มาตรฐานเฟรมเรตต่ำมีภาพเคลื่อนไหวไหลลื่นขึ้น สามารถเลือกปริมาณการแทรกเฟรมเพิ่มได้ 3 ระดับ ปกติ Min บาลานซ์ความเป็นธรรมชาติได้ดี ไม่แทรกเยอะเกินจนขัดตา หรือถ้าจะกำหนดเองแบบ Custom ก็ทำได้

และมี Black Frame Insertion เป็นทางเลือกเพิ่มเติมเพื่อลด Motion Blur ให้ภาพเคลื่อนไหวดูคมชัดขึ้นได้แต่จะให้ผลดีในบางสถานการณ์

การเชื่อมต่อรับสัญญาณจากเครื่องเกมคอนโซล หรือ PC นั้น GZ2000 จะรองรับความละเอียดสูงสุดที่ 4K 60Hz ไม่รองรับ High Frame Rate 120Hz และ Variable Refresh Rate (VRR)

ในส่วนของ HDMI Input Lag หาก On ตัวเลือก Game Mode จะอยู่ที่ 21.7 ms ดีกว่า EZ1000 เล็กน้อย ที่ 25.7 ms ซึ่งระดับที่ต่ำนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องของสัญญาณภาพดีเลย์เวลาเล่นเกมเลย และด้วยมาตรฐานภาพที่เที่ยงตรงของ GZ2000 การแสดงรายละเอียดสีสันของเกมก็ทำได้อย่างเต็มที่ทั้งรูปแบบ SDR และ HDR ได้อารมณ์ฟินกันไปกับกราฟิกที่สวยงามของเกม

หมายเหตุ: เมื่อ On ตัวเลือก Game Mode ระบบแทรกเฟรมภาพ Intelligent Frame Creation จะไม่สามารถเปิดใช้งานได้ แต่คงไม่มีความจำเป็นต้องเปิดแทรกเฟรมเวลาเล่นเกม

เสียง

ระบบเสียงของ Panasonic GZ2000 ต้องถือว่าพิเศษแตกต่างจากลำโพงทีวีในอดีต เพราะถือเป็นรุ่นแรกที่ฝังลำโพงเอฟเฟ็กต์ด้านสูง หรือ Upward-Firing Speakers เข้ากับจอทีวี เมื่อผสานรวมกับลำโพงหลักที่ติดตั้งอยู่บริเวณส่วนล่าง จะสามารถถ่ายทอดเสียงรอบทิศทางแบบ Dolby Atmos เทียบเท่าระบบลำโพง 3.2.2 เลยทีเดียว โดยให้ภาคขยายกำลังขับรวมสูงถึง 140 วัตต์! และได้รับการไฟน์จูนเสียงโดย “Technics” ซึ่งเป็นแบรนด์สินค้าเครื่องเสียงระดับไฮเอ็นด์ของ Panasonic ที่นักเล่นรุ่นเก๋าคุ้นหูกันเป็นอย่างดีนั่นเอง

เนื่องจาก GZ2000 เพิ่มลำโพงพิเศษสำหรับถ่ายทอดมิติเสียงด้านสูงเข้ามา จึงมีความจำเป็นต้องตั้งค่าเสียงของลำโพงให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ใช้งานจริงสักเล็กน้อย เพื่อให้ถ่ายทอดคุณภาพเสียงออกมาได้เต็มศักยภาพ เป็นขั้นตอนที่ห้ามละเลยเป็นอันขาด โดยดำเนินการผ่าน Space Tune Setting เริ่มตั้งแต่กำหนดตำแหน่งตั้งวางว่าทีวีชิดผนังหรือมุมห้องมากเพียงใด เพื่อใช้อ้างอิงชดเชยดุลเสียงย่านต่ำ ถัดมาเป็นการกำหนดความสูงของระยะการรับชม ร่วมกับระยะห่างของฝ้าเพดานที่ใช้สะท้อนเสียงจากลำโพงเอฟเฟ็กต์ด้านสูง เพื่ออ้างอิงคำนวณสร้างบรรยากาศเสียงโอบล้อม แนะนำให้กำหนดไปตามความเป็นจริง ซึ่งขั้นตอนนี้จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์อย่างตลับเมตรหรือสายวัดร่วมด้วย

ในเมื่อจัดเต็มลำโพงทั้งด้านบน-ด้านล่างมาขนาดนี้ ย่อมไม่แปลกที่ระบบเสียงของ GZ2000 จะรองรับ Dolby Atmos โดยเฉพาะการถ่ายทอดเติมเต็มบรรยากาศเสียงด้านสูง การแยกแยะตำแหน่งทิศทางเสียงอาจยังไม่เด็ดขาดชัดเจนมากเหมือนลำโพงโฮมเธียเตอร์ แต่การมี Upward-Firing Speakers ทำหน้าที่นี้โดยเฉพาะ ผลลัพธ์ย่อมเหนือกว่าลำโพงทีวีปกติแบบสัมผัสรับรู้ได้ จะให้ดีที่สุดห้ามละเลยการกำหนดตั้งค่า Space Tune อย่างเหมาะสม และรับชมร่วมกับคอนเทนต์ระบบเสียง Dolby Atmos ยิ่งเป็นฟอร์แม็ต Dolby Atmos/True HD จาก UHD/FHD Blu-ray Disc จะดีมาก หากเป็นการรับฟังเสียงเซอร์ราวด์ทั่วไปหรือระบบสเตอริโอจากสตรีมมิ่ง อาจจะดึงจุดเด่นจากลำโพง Upward-Firing ของ GZ2000 ออกมาได้ไม่เต็มที่นัก

อันที่จริง GZ2000 จะมีระบบที่เรียกว่า Sound Field Creation โดยทำการ Upmix จำลองเสียงทั่วไปไม่ว่าจะเป็นระบบเสียงเซอร์ราวด์รูปแบบเก่า หรือสัญญาณสเตอริโอให้มีมิติขยายโอบล้อมใกล้เคียง Dolby Atmos ได้ด้วย สามารถเลือกได้ถึง 4 รูปแบบ (Standard/Studio/Theater/Stadium) ซึ่งกระบวนการนี้ลำโพง Upward-Firing Speakers ของ GZ2000 จะทำงานตลอดเวลา ข้อดี คือ มิติเสียงจะถูกยกสูงขึ้น เสียงพูดสนทนา เสียงร้อง และเสียงเอฟเฟ็กต์ต่างๆ จะขยับขึ้นมาอยู่ใกล้กับระดับกึ่งกลางจอภาพ ไม่ได้รู้สึกว่าเสียงออกมาที่ลำโพงหลักส่วนล่างโดยตรง แต่การรับฟังร่วมกับคอนเทนต์บางลักษณะ เช่น เพลง หรือแม้แต่คอนเทนต์ Dolby Atmos แท้ๆ การจำลองเสียงนี้จะทำให้เนื้อเสียงเบาบางลง หากไม่ชอบสามารถเปลี่ยนตัวเลือกเป็น “Direct Through” เพื่อฟังเสียงตรงๆ ไม่ผ่านการจำลองแต่งเติมขยายมิติด้านสูงได้ครับ

ถึงแม้ว่า GZ2000 จะติดตั้งลำโพงสำหรับเสียงย่านเบสโดยเฉพาะที่ด้านหลังจอภาพถึง 2 ชุด เสริมด้วย Quad Passive Radiator ที่เคยสร้างชื่อมาแล้วเพื่อเพิ่มศักยภาพถ่ายทอดย่านเสียงต่ำโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยขนาดตัวขับเสียงที่ใหญ่โต กระนั้นหากเทียบกับทีวีรุ่นท็อปในอดีตของ Panasonic เองอย่าง EZ1000 ดุลเสียงย่านต่ำของ GZ2000 อาจยังเป็นรองอยู่บ้าง แต่ประเด็นนี้มิใช่ปัญหาครับ เพราะเราสามารถเพิ่ม “ลำโพงแอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์ภายนอก” ให้กับ GZ2000 ได้ โดยเชื่อมต่อที่ช่อง Headphone/Subwoofer Out หากดำเนินการตามนี้ได้ อรรถรสการรับฟังเสียง Low Frequency Effect (LFE) จากทีวีรุ่นท็อปประจำปี 2019 รุ่นนี้ คงยากจะหาผู้เทียบเคียง…

สรุป

Panasonic ยังคงตอกย้ำแนวคิด “Hollywood to Your Home” ความเที่ยงตรงของโหมดภาพโรงงานจึงทำได้ยอดเยี่ยมอิงตามมาตรฐานอุตสาหกรรมภาพยนตร์พ่วงด้วยการรับรอง THX Certified เช่นเดียวกับการรองรับปรับภาพขั้นสูงแบบฉบับสตูดิโอซึ่งรวมถึงฟีเจอร์ CalMAN AutoCal ให้ผลลัพธ์โดดเด่นไม่แพ้ใคร แต่เหนืออื่นใดต้องยกให้ความสามารถรองรับมาตรฐาน HDR ครบ โดยเฉพาะฟอร์แม็ตอนาคตอย่าง Dynamic HDR ทั้ง HDR10+ และ Dolby Vision เลือกรับชมกันได้ยาวๆ ไม่ต้องเลือกข้าง ซึ่งด้วยการที่เป็น OLED TV ที่ให้ระดับความสว่างได้สูงที่สุดในรุ่นปี 2019 เป็นพื้นฐานสำคัญที่ส่งให้ GZ2000 เป็นทีวีตัวท็อป ที่ตอบสนองกับฟอร์แม็ต High Dynamic Range ได้อย่างโดดเด่น!

ข้อดี Panasonic 65GZ2000

1) ทีวีเครื่องแรกที่ติดตั้งฝังลำโพง Upward-Firing Speakers กับรูปทรงที่ดูบึกบึน หนักแน่น มั่นคง ด้วยคุณภาพสไตล์ญี่ปุ่น

2) รองรับระบบภาพ HDR ครบทั้ง HDR10, HDR10+, Dolby Vision และ HLG ไม่ต้องรักพี่เสียดายน้อง

3) OLED TV ที่ให้ระดับความสว่าง Peak Brightness สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ แตะ 1000 nits เมื่อผนวกกับสีดำสนิทย่อมแสดงระดับคอนทราสต์จาก HDR content ได้อย่างยอดเยี่ยม

4) โหมดภาพโรงงานให้สีสันเที่ยงตรงตามการปรับจูนมาตรฐาน Hollywood Studio รองรับการปรับภาพละเอียด CalMAN AutoCal ให้ผลลัพธ์ดีมาก

5) Upward-Firing Speakers ช่วยให้ถ่ายทอดมิติด้านสูงจากระบบเสียง Dolby Atmos ได้ดีกว่าลำโพงทีวีอื่นใด

ข้อเสีย  Panasonic 65GZ2000

1) การสั่งงานด้วยเสียงจำเป็นต้องอาศัย Smart Speaker อย่าง Amazon Echo หรือ Google Home ไม่สามารถพูดสั่งผ่านรีโมทได้

2) เนื้อเสียงและน้ำหนักเสียงเบสเป็นรองลำโพง EZ1000 ทีวีรุ่นท็อปในอดีตของ Panasonic แต่ถ้าเชื่อมต่อลำโพงซับวูฟเฟอร์ภายนอกเพิ่มให้กับ GZ2000 ได้ เสียงย่านต่ำย่อมจะดีกว่ามาก

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification

ฝากอีเมลของคุณไว้ แล้วเราจะแจ้งให้ทราบทันทีที่สินค้า/รุ่นสินค้ามีในสต็อกอีกครั้ง

ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้