รีวิว Pioneer SBX-101 ซาวด์บาร์ตัวเล็ก ๆ แต่เบสลั่นสนั่นทุ่ง!

Pioneer SBX-101 ซาวด์บาร์ขนาดมินิที่เป็นมิตรกับทุกประเภทห้อง มาพร้อมกับซับวูฟเฟอร์ไร้สายขนาด 4 นิ้ว เพื่อช่วยเติมอรรถรสในการฟังให้มากยิ่งขึ้น ตัวลำโพงรองรับการใช้งานผ่าน Bluetooth และสาย Optical เป็นสองช่องสัญญาณหลัก นอกจากนี้ยังพกเอาระบบเสียงแบบ Dolby Audio ที่จะช่วยเพิ่มคุณภาพเสียงให้เหมือนกับนั่งดูในโรงภาพยนตร์ ทั้งหมดนี้ในราคาต่ำกว่าหมื่น ดูแล้วน่าสนใจใช่ไหมครับ ? เรามาทยอยทดสอบกันไปพร้อมๆ กันดีกว่าว่าเสียงจะดีสมคำโฆษณาหรือไม่
ข้อมูลโดยย่อของ Pioneer SBX-101
– รองรับการอ่านไฟล์เพลงนามสกุลต่อไปนี้ผ่านทางช่อง USB MP3 (.mp3), WMA (.wma), AAC (.m4a), WAV (.wav),FLAC (.flac), Monkey”s Audio (.ape)
– สามารถใช้งานสตรีมมิ่งเพลงจากสมาร์ทโฟนผ่านทางสัญญาณบลูทูธได้
– มาพร้อมกับซับวูฟเฟอร์ไร้สายในเซ็ตเพื่อมิติเสียงที่สนุกเร้าใจ
ราคา 8,900 บาท
Design – การออกแบบ

ภายในกล่องจะประกอบไปด้วยตัวลำโพงหลักความยาวเมตรกว่าๆ ที่สำคัญคือความสูงที่ไม่เด่นขึ้นมาจนบดบังทีวีเวลานำมาวางประจำตำแหน่ง ตัวเครื่องมีสีดำสนิทตลอดช่วง ที่บริเวณด้านหน้าใต้หน้ากากจะเป็นจอแสดงสถานะของตัวเครื่อง ด้านข้างทางขวาเป็นปุ่มควบคุมพื้นฐาน เช่น เปลี่ยนอินพุต หรือเพิ่มลดเสียง


ปุ่มกดพื้นฐานอยู่ทางฝั่งขวา โดยจะมีปุ่มเปิดเครื่อง, เพิ่ม-ลด เสียง, และปุ่มเลือกช่องสัญญาณ
นอกจากนี้ยังมีช่องเสียบสาย 3.5 มม. และช่อง USB สำหรับเล่นไฟล์

ด้านหน้าเป็นจอแสดงผลข้อมูลพื้นฐานอย่างช่องสัญญาณปัจจุบัน และระดับเสียงเป็นต้น

ด้านหลังเป็นช่องต่อสายออปติคัลและสายอะนาล็อก ซึ่งถือว่าครบถ้วนพื้นฐานช่องสัญญาณเสียงที่ควรมีในปัจจุบัน

ซับวูฟเฟอร์ในเซ็ตมาพร้อมกับไดร์เวอร์ขนาด 4 นิ้ว ตัวตู้เองมีขนาดไม่เล็กมากตามคอนเซ็ปต์ซาวด์บาร์สำหรับใช้งานในห้องพัก

ทั้งไดร์เวอร์และท่อเบสรีเฟล็กซ์หันออกไปทางด้านหลัง

รีโมทดีไซน์โค้งโฉบเฉี่ยว ขนาดใหญ่กว่ารีโมทเครื่องเสียงรถยนต์เล็กน้อย มาพร้อมกับปุ่มฟังก์ชั่นพื้นฐานครบถ้วน
Setup – การติดตั้ง

ด้วยความที่ซาวด์บาร์เป็นลำโพงที่ง่ายๆ ไม่ได้เลือกตำแหน่งวางมากนัก (เพราะเลือกไม่ได้) ดังนั้นผมเลยขอข้ามขั้นตอนการเซ็ตอัปมาฟังเสียงกันเลยนะครับ โดยใช้การต่อสายออปติคัลจากทีวีเข้าที่ตัวเครื่องโดยตรงซึ่งเป็นช่องสัญญาณที่ดีที่สุดของลำโพงตัวนี้สำหรับการใช้งานดูภาพยนตร์และเล่นเกม ส่วนฟังเพลงผมจะใช้การฟังผ่านสัญญาณบลูทูธเป็นหลัก เพราะคิดว่าน่าจะเป็นช่องทางหลักที่เจ้าของลำโพงประเภทนี้น่าจะเลือกใช้งาน มากกว่าการต่อสายเข้าโดยตรง

รูปแบบการเชื่อมต่อทั้งหมดที่สามารถใช้งานร่วมกับ Pioneer SBX-101 ได้
เริ่มต้นด้วยการเปิดเพลงทั่วไปในเพลย์ลิสต์เพื่อวอร์มไดร์เวอร์กันสักระยะหนึ่งก่อน โดยคุณภาพไฟล์ที่ใช้จะประมาณ 320 kbps ซึ่งเป็นความละเอียดสูงสุดจาก Spotify นั่นเอง ซึ่งผมเลือกใช้แนวเพลงค่อนข้างหลากหลายตั้งแต่เพลงป็อปเมนสตรีมไปจนถึงออดิโอไฟล์
ผ่านไปชั่วเวลาหนึ่งก็ได้ฤกษ์เริ่มทำการทดสอบครับ เริ่มด้วยการฟังเพลงกันก่อนเปิดด้วย They All Laugh – Al Somma เสียงดนตรีแจ๊สจังหวะกลางๆ พร้อมเสียงของนักร้องถูกขับออกมาได้อย่างนิ่มนวล แต่สิ่งที่จับสังเกตได้ก็คือรายละเอียดของ ghost note จากกลองสแนร์ค่อนข้างจะโดนเสียงเบสจากกระเดื่องกลบไปพอสมควร

สลับมาทดสอบดูภาพยนตร์กันบ้างครับ ทดสอบด้วยการเปิดชมภาพยนตร์ผ่านทาง Netflix ที่ทีวีแล้วปล่อยเสียงออกมาทางสายออปติคัล โดยภาพยนตร์เรื่องที่เลือกมาทดสอบก็คือ The Dark Knight ฉากขับรถส่งตัว Harvey Dent แน่นอนครับว่าคาแร็คเตอร์เสียงยังคงใกล้เคียงกับการฟังเพลงคือรายละเอียดของเศษซากรถที่ระเบิดกระจายออกมาอาจจะดูไม่ค่อยเด่น แต่เสียงระเบิดนั้นรับรองว่าดังสะใจแน่นอน
ตัวซาวด์บาร์มี EQ ติดเครื่องมาให้ทั้งหมด 3 แบบ ซึ่งก็คือ Music, Movie และ News เรียงตามลำดับ EQ1-3 ซึ่งก็จะมีสไตล์เสียงแตกต่างกันออกไป อันดับแรก Music จะเด่นในย่านเสียงสูงและเบส, Movie เหมือนเป็นการยกกราฟย่านกลางแหลมขึ้นมา ปรับแหลมปลายลงจากโหมด Music และสุดท้าย News เป็นเสียงเหมือนเอาไว้ฟังข่าว ซึ่งตรงนี้ผมชอบโหมด Music มากที่สุดเพราะมันให้โทนัลบาลานซ์ที่กำลังพอดี และไม่ทำให้เสียงย่านอื่นอัดอั้นจนเกินไปอย่างที่สองโหมดที่เหลือเป็น
Features – ลูกเล่น
หนึ่งลูกเล่นที่ Pioneer SBX-101 มีมาให้นอกเหลือจาก EQ แล้วก็จะเป็นความสามารถในการอ่านไฟล์ผ่านทางช่อง USB 2.0 บริเวณด้านข้างตัวเครื่อง โดยถ้าอ้างอิงจากคู่มือ ตัวเครื่องจะสามารถอ่านไฟล์เสียงในนามสกุลดังต่อไปนี้ได้ครับ
– MP3 (.mp3)
– WMA (.wma)
– AAC (.m4a)
– WAV (.wav)
– FLAC (.flac)
– Monkey”s Audio (.ape)
ส่วนรายละเอียดเรื่อง bit depth และความถี่ที่รองรับไม่ได้ระบุไว้ชัดเจนในคู่มือสำหรับไฟล์ FLAC แต่จากที่ผมทดลองโยนไฟล์เพลงแบบ 24-bit/96kHz เข้าไปเล่นก็สามารถเล่นได้ไม่มีปัญหาอะไร เรียกว่ายึดเอาแบนด์วิธสูงสุดของช่อง USB 2.0 ไว้เป็นระดับอ้างอิงได้
สำหรับคุณภาพเสียงที่ได้จากการเล่นไฟล์ก็ต้องบอกว่าเราจะได้ความชัดของหัวโน้ตที่หลบในหลืบตอนที่เล่นผ่านบลูทูธกลับมาประมาณหนึ่ง จะถือว่าเป็นอานิสงส์จากคุณภาพไฟล์ที่สูงขึ้นก็คงไม่ผิดอะไร แต่แน่นอนว่าสิ่งที่เรายังคงเจออยู่ก็คือความดังของซับวูฟเฟอร์ที่ยังคงต้องใช้วิธีหันท่อลมหนีกำแพงเพื่อช่วยปรับให้ความสมดุลย์กลับคืนมาบ้างนั่นเอง
Conclusion – สรุป
Pioneer SBX-101 เป็นอีกหนึ่งซาวด์บาร์ขนาดเล็กที่สามารถเข้าชุดอัปเกรดระบบเสียงให้ดีขึ้นกว่าลำโพงทีวีทั่วไปในขนาดตัวที่เป็นมิตรกับดีไซน์ห้องของเรา ไม่ว่าจะเป็นห้องนอนในบ้านเดี่ยวหรือคอนโดห้องสตูดิโอก็ตาม

ทางด้านคุณภาพเสียงภาพรวมออกมาอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ไม่โดดเด่นล้ำค่าตัวจนเกินไป เรียกว่ามันสามารถทำหน้าที่ของมันได้ดีตามที่ได้รับมอบหมายมา ติดตรงที่ว่าเราไม่สามารถแก้ไขประสิทธิภาพเสียงได้ละเอียดมาก มีเพียง Listening Mode 3 แบบ ที่ต้องมาทดลองฟังกันว่าชอบเสียงแบบไหน
สรุปว่าถ้าภาพรวมแล้วคุณถูกใจดีไซน์เล็กแบบมินิมอลของ Pioneer SBX-101 และกำลังต้องการอัปเกรดเสียงทีวีให้ดูมีมิติมากขึ้น ก็สามารถไปทดลองฟังกันได้ตามแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าห้างดังทั่วประเทศครับ เพราะของแบบนี้ต้องวัดกันด้วยหูใครหูมันถึงจะตัดสินใจถูก
ข้อดี
– รองรับการเชื่อมต่อพื้นฐานเกือบหมด สามารถอ่านไฟล์เพลงจาก USB ได้
– ดีไซน์ซาวด์บาร์และซับวูฟเฟอร์ดูเล็กกะทัดรัด ทำให้สามารถจัดเข้าเซ็ตกับชุดโต๊ะวางทีวีได้ไม่ยาก
ข้อเสีย
– ไม่สามารถปรับระดับความดังของซับวูฟเฟอร์ได้ ถ้าวางแล้วดังเกินไป แนะนำให้หันท่อเบสรีเฟล็กซ์ด้านหลังให้ห่างผนังมากที่สุดจะช่วยปรับเสียงเบสให้ดีขึ้น และไม่ดังกลบเสียงย่านอื่น
– ไม่มีช่อง HDMI มาให้

Pioneer SBX-101
ราคา 8,900 บาท