ข้ามไปที่เนื้อหา
|

รีวิว Pioneer SBX-D201 ฉีกดีไซน์เพิ่มพื้นที่ จัดจ้านแต่ไม่ทิ้งความหนักแน่น มี HDMI ARC

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 28 Jan 2022 0 ความคิดเห็น

Pioneer SBX-D201

 

ราคา 11,900 บาท

ลำโพงซาวด์บาร์กลายเป็นกระแสยอดนิยมไปทั่วโลก ถูกยอมรับในด้านเสียงที่พัฒนามาไกลมาก หากเทียบกับซาวด์บาร์รุ่นปีแรกๆ ทั้งยังประหยัดพื้นที่ติดตั้ง และใช้งานได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้ด้านเครื่องเสียง หรือไม่ต้องการความยุ่งยากในการติดตั้ง ซึ่งลำโพงที่จะมารีวิวครั้งนี้ จะเรียกซาวด์บาร์ก็เรียกได้ไม่เต็มปาก หรือเรียกชุดลำโพงมันก็ยังไงอยู่ เพราะ Pioneer SBX-D201 ลำโพงรุ่นที่จะรีวิวกันนั้น ได้ฉีกรูปแบบเดิมๆ ของลำโพงโฮมออดิโอขนาดกะทัดรัดอย่างสิ้นเชิง

ต้องบอกเลยว่า ครั้งแรกที่ได้เห็นรูปลักษณ์ของ Pioneer SBX-D201 ก็เกิดความฉงนในทันใด ด้วยรูปลักษณ์ที่คล้ายกับซาวด์บาร์ทั่วไป มีลักษณะเป็นทรงกระบอกยาว แต่แยกออกเป็น 3 ส่วน ชวนสงสัยว่ามันจะใช้งานอย่างไร รีวิวนี้จะมาทำการทดสอบให้รู้ไปเลย ว่าเจ้าลำโพงดีไซน์แปลกมีลูกเล่นทีเด็ดอะไรบ้าง และจะมาปฏิวัตินิยามของคำว่าซาวด์บาร์หรือไม่ มาร่วมชมไปพร้อมๆ กันเลย….

Design – การออกแบบ

อย่างที่เห็นๆ กันเลย ตัวลำโพงจะแบ่งออกเป็น 3 ชิ้น ทั้งหมดมีรูปร่างเป็นทรงกระบอก โดยลำโพงส่วนที่ยาวที่สุดนั้น จากตอนแรกที่เดาไว้ว่าเป็นตัวลำโพงแบบซาวด์บาร์ทั่วไป อีก 2 ส่วนที่สั้นกว่าเป็นลำโพงเซอร์ราวด์ กลับไม่ใช่อย่างที่คิด แต่มันคือซับวูฟเฟอร์…! ใช่ครับ อ่านไม่ผิด นี่คือซับวูฟเฟอร์ทรงกระบอกเหมือนซาวด์บาร์นั่นเอง และลำโพงอีก 2 ชิ้นที่เหลือเป็นคู่ลำโพงซ้าย-ขวา ไว้ประกบข้างกับซับวูฟเฟอร์แบบ 2.1 แชนแนล

โฉมหน้าเต็มๆ ของ SBX-D201 เห็นครั้งแรกเป็นต้องเข้าใจผิดแน่นอน

Pioneer SBX-D201 ใช้วัสดุเป็นพลาสติกสีดำมันวาวสไตล์ Glossy มาเริ่มดูกันที่ซับวูฟเฟอร์ทรงกระบอกยาว 66 ซม. สูงเกือบ 10 ซม. มีขนาดกะทัดรัดเหมือนซาวด์บาร์ แต่ต่างตรงที่ถูกออกแบบมาเพื่อติดตั้งด้านหลังทีวี ตรงจุดนี้ก็ทำให้รู้สึกประหลาดใจอีกแล้ว ในคู่มือได้เขียนแนะนำแบบนี้จริงๆ ตัวซับวูฟเฟอร์รับบทเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อและควบคุมการใช้งาน

ฉีกกฏการออกแบบของซับวูฟเฟอร์จริงๆ แล้วเสียงล่ะ จะเทียบกับแบบทั่วไปได้หรือไม่?

ปลายเครื่องของซับวูฟเฟอร์เป็นตะแกรงอะลูมิเนียม ภายในบรรจุดอกลำโพงขนาด 75 มม. ทั้ง 2 ฝั่งซ้าย-ขวา กำลังขับอยู่ที่ 40W ตัวเครื่องมีน้ำหนักประมาณ 3 กก. ด้านล่างตัวเครื่องจะมีฐานรองเป็นยาง วางตั้งได้อย่างมั่นคง ด้านหน้าราบเรียบ ไม่มีจอแสดงผลใดๆ ส่วนด้านบนจะมีปุ่มปิด-เปิดเครื่อง หากเปิดอยุ่จะมี LEDสีแดงแสดงขึ้นมา และมีไฟไว้แสดงสถานะการเชื่อมต่อ Bluetooth และการใช้โหมดเสียงเซอร์ราวด์

รุ่นนี้จะไม่มีจอแสดงผล มีแค่แสดงสถานะดังที่เห็นตามรูป

ต่อกันที่ด้านหลังตัวเครื่อง บริเวณตรงกลางจะมีช่องคายเสียงเบส ด้านล่างจะเป็นส่วนของช่องต่อต่างๆ ได้แก่ ช่องต่อสายไฟ, ช่องต่อสาย AUX, ช่องต่อสาย IRเพื่อรับสัญญาณจากรีโมท (หากไม่เชื่อมต่อ จะไม่สามารถใช้รีโมทได้), ช่องต่อสายลำโพงแบบหนีบ, ช่องต่ออินพุต HDMI และช่องต่อ HDMI ARC

เชื่อมต่อทีวีง่ายๆ ด้วยสายเส้นเด้นผ่าน HDMI ARC แต่สังเกตเห็นกันไหม ว่าขาดช่องต่ออะไร?

***ห้ามลืมต่อเด็ดขาด เพราะจะทำให้รับสัญาณรีโมทไม่ได้

มาดูคู่ลำโพงซ้าย-ขวาที่แยกออกมากันบ้าง เป็นทรงกระบอกเช่นกัน แต่จะมีระแนงยื่นออกมาเป็นฐาน หน้ากว้างอยู่ที่ 15 ซม. ตรงส่วนของระแนงนั้น มองเข้าไปจะเห็นเป็นช่องขับเสียงของลำโพง ภายในลำโพงแต่ละฝั่งบรรจุดอกลำโพงขนาด 33 มม. และ 55 มม. ให้กำลังขับ 20W ด้านหลังจะมีสายลำโพงความยาวประมาณ 1 ม. สำหรับเชื่อมต่อเข้ากับซับวูฟเฟอร์

ออกแบบให้สามารถวางในรูปแบบแนวนอน หรือวางลำโพงในแนวตั้งก็ได้

รีโมทของ Pioneer SBX-D201 มีขนาดเล็กกะทัดรัดเหมือนซาวด์บาร์ทั่วไป ต้องขอย้ำอีกครั้งว่า หากไม่ต่อสาย IR จะไม่สามารถใช้งานรีโมทได้ ปุ่มคำสั่งต่างๆ จะมีดังนี้ ปุ่มปิด-เปิดเครื่อง (สองปุ่มนี้จะแยกกัน), ปุ่ม Bluetooth, ปุ่มปิดเสียง, ปุ่มโหมดเสียงต่างๆ (Music/Clear Voice/Cinema), ปุ่มช่องต่อ (AUX/อินพุต HDMI/HDMI TV) และเพิ่ม-ลดระดับเสียง

รีโมทมีขนาดเล็กใช้งานง่าย ปุ่มต่างๆ แยกกันชัดเจน

Features – ลูกเล่น

ลูกเล่นของ Pioneer SBX-D201 มีให้ครบถ้วนเฉกเช่นกับซาวด์บาร์ในระดับราคาเดียวกัน อย่างการเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Bluetooth สำหรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ หรือช่องต่อที่มีให้ทั้ง AUX และ HDMI ARC เชื่อมต่อจากทีวีด้วยสายเส้นเดียว แต่ไม่มี Optical เพราะ HDMI ARC เป็นทางเลือกที่ดีกว่าอยู่แล้ว ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีช่องต่ออินพุต HDMI มาให้ด้วย แต่ไม่รองรับ 4K Passtrough สามารถถอดรหัสเสียง Dolby Digital

ช่องขับเสียงปกปิดด้วยตะแกรงอะลูมิเนียม มีฐานเป็นยางอย่างดี ไม่มีสะเทือน

ซึ่งลูกเล่นอันเป็นไฮไลต์ของ Pioneer SBX-D201 แท้จริงแล้วไม่ใช่อะไรอื่นไกล แต่เป็นดีไซน์รูปทรง เรียกได้ว่าปฏิวัติรูปแบบของซาวด์บาร์เลย ด้วยการออกแบบให้แยกเป็น 3 ส่วน ช่วยในเรื่องพื้นที่การจัดวาง เพราะตัวซับวูฟเฟอร์ถูกออกแบบให้ติดตั้งด้วยการวางหลังทีวี แถมยังได้เวทีการฟังที่กว้าง มีมิติมากขึ้น จากคู่ลำโพงซ้าย-ขวา ที่สามารถติดตั้งประกบข้างทีวีได้ทุกขนาด ซึ่งเสียงการรับชมจริงๆ จะสู้ซาวด์บาร์แบบทั่วไปได้หรือไม่ คลิกอ่านหน้าถัดไป มีคำตอบแน่นอน!

 

Sound – เสียง

รูปลักษณ์ชวนสงสัยในคุณภาพ จึงไม่รอช้า รีบจัดแจงทดสอบกันเลยด้วยภาพยนตร์เรื่อง Kingsman The Secret Service อันมีเนื้อหาเกี่ยวกับองค์กรสายลับมาดผู้ดี คอยปกป้องโลกจากเหล่าร้าย มีฉากแอ็คชั่นดุเดือดมากมาย เหมาะสำหรับทดสอบเจ้า Pioneer SBX-D201 เป็นอย่างยิ่ง ว่าจะให้ความหนักแน่นคมชัดสู้ซาวด์บาร์แบบปกติที่มีซับวูฟเฟอร์แยกออกมาได้หรือไม่

ในภาพนี้ ได้ติดตั้งซับวูฟเฟอร์ไว้ด้านหลัง ส่วนลำโพงซ้าย-ขวาประกบข้างทีวี ดูกันเต็มตาไม่มีอะไรมาบังจอ ให้ระคายสายตา

ทำการทดสอบผ่านฉากต่อสู้ในบาร์ช่วงต้นเรื่อง ฉากนี้จะเริ่มด้วยดนตรีประกอบเป็นเครื่องเป่า Pioneer SBX-D201 สามารถถ่ายทอดออกมาในเป็นอย่างดี ไม่แห้งแบน ช่วยกระตุ้นอารมณ์ร่วมไปกับหนัง ทันทีที่การต่อสู้เริ่มขึ้น ลำโพงรุ่นนี้ก็โชว์ศักยภาพออกมาพร้อมๆ กันด้วย ตัวลำโพงแยกออกมาซ้าย-ขวา ทำให้ไม่รู้สึกว่าเสียงออกมาจากจุดเดียวกัน อย่างซาวด์บาร์ทั่วไป ให้ความรู้สึกหวือหวาโฉบเฉี่ยว มีมิติการฟัง

แม้จะวางซับวูฟเฟอร์ไว้ด้านหลังทีวี แต่สามารถให้เสียงเบสที่มีน้ำหนัก สัมผัสถึงความกระแทกกระทั้นได้ในเกณฑ์ดี อาจจะไม่เท่าซับวูฟเฟอร์แบบแยก ที่ให้ความสะเทือนและน้ำหนักมากกว่า แต่ไม่ได้จืดจางจนเสียอรรถรส ไม่มีอาการเบสบวมชวนอึดอัด ฟังแบบไหลลื่นเลยทีเดียว ส่วนเสียงย่านสูงนั้นก็ทำได้ดี เสียงแก้วแตกหรือเสียงเศษกระเด็นมีความเปนประกาย แต่แอบเพิ่มด้วยความคมบาดพุ่ง ค่อนข้างจัดจ้าน

เห็นเล็กๆ แบบนี้ สามารถเค้นเอาเสียงของ Freddie Mercury ออกมาแบบเนื้อๆ

เปลี่ยนมาทดสอบด้วยแผ่นคอนเสิร์ตระดับตำนาน Hungarian Rhapsody: Queen Live in Budapest เป็นอีกหนึ่งบันทึกการแสดงสดที่ยอดเยี่ยม ในเพลง Radio Ga Ga นั้น ลำโพงรุ่นนี้สามารถให้อารมณ์การฟังได้ดี ช่วงที่ Freddie Mercury ร้องตอบโต้กับบรรดามวลชนที่มารับชม จากตำแหน่งการฟัง สามารถรับรู้ถึงความลึกของเสียงตอบโต้อย่างมีมิติ ช่วยกระตุ้นอารมณ์ร่วมได้เลย น้ำหนักไดนามิกเสียงของลำโพงรุ่นนี้อยู่ในเกณฑ์ดี อาจไม่ได้หวือหวาเป็นช่วงตัว รวมถึงสดฉ่ำของเสียง แต่ไม่ได้แห้งกร้านจนเสียดหู

ต้องบอกเลยว่า Pioneer SBX-D201 ที่ค่อนข้างจัดจ้านพอตัว ซึ่งโหมดเสียงที่ให้มาทั้ง 3 โหมด MusicClear Voice และ Cinema จากการทดสอบแล้ว คุณภาพเสียงอาจไม่แตกต่างกันมากเท่าไรนัก แต่ก็สามารถสร้างสมดุลย์เสียงให้ดีขึ้นได้ แนะนำให้เลือกใช้ตามชอบมากกว่าตามการใช้งาน เช่นใครต้องการจะลดความจัดจ้านลงและเพิ่มปริมาณเบสมากขึ้น ให้เลือกใช้โหมด Cinema เลย

ทดสอบด้วยเกม Naruto Shippuden: Ultimate Ninja Storm 4 ไม่ผิดหวังจริงๆ รวดเร็วไม่เชื่องช้า เสียงต่อสู้มีน้ำหนัก โดยเฉพาะฉากการใช้ท่าไม้ตาย ได้อรรถรสของเกมแบบเต็มๆ สะใจยิ่งนัก

ตัวเครืองสามารถรองรับการเชื่อมต่ออินพุตผ่านสาย HDMI ผ่านเครื่องเล่นอื่นๆ ได้ 1 ช่อง จึงได้ทดสอบด้วยการต่อเข้ากับเครื่องเล่น PlayStation 4 แล้วส่งสัญญาณภาพผ่าน HDMI ARC สู่ทีวี เจ้า SBX-D201 สามารถให้เสียงการเล่นเกมที่รุกเร้าคึกคัก ด้านภาพก็ไหลลื่น ไม่มีอาการ Input Lag ให้เห็น สะใจคอเกมที่ตั้งการภาพลื่น ไม่หน่วงหรือช้า แถมได้เสียงที่ฉวัดเฉวียนรวดเร็ว มีแรงปะทะของเบส เวลาเล่นเกมต่อสู้ ให้เสียงได้เกินขนาดตัว ห้องขนาดกลางขึ้นไปก็สามารถเอาอยู่ เติมเต็มได้ทั่งห้อง หากอ่านแล้วยังไม่เห็นภาพ ชมคลิปทดสอบด้านล่างนี้ได้เลย…

คลิปแกะกล่อง พร้อมสาธิตวิธีการติดตั้ง

คลิปทดสอบเสียงด้วยเกมต่อสู้

 

Conclusion – สรุป

นับว่าเป็นการพลิกโฉมเพื่อการเปลี่ยนแปลงจริงๆ จากชุดลำโพงซาวด์บาร์รูปแบบเดิมๆ สู่รูปแบบการฟังที่ยังให้คุณภาพสูง แต่ประหยัดพื้นที่ เหลือให้ใช้สอยสำหรับอื่นๆ อีกมาก ติดตั้งได้ไม่ยาก เพราะคู่มือที่ให้มา มีรูปอธิบายอย่างละเอียดชัดเจน ช่องต่อที่ให้มานั้น ค่อนข้างครบครัน มีทั้ง AUXHDMI In และ HDMI ARC จะขาดก็เพียงแค่ Optical หรือจะเชื่อมต่อไร้สาย ก็สามารถทำได้ด้วยการเชื่อมต่อ Bluetooth

ดีไซน์นอกกรอบ เพื่อน้ำเสียงที่แตกต่าง สร้างพื้นที่และความสวยงามให้แก่ชั้นวางทีวี

หากสรุปเฉพาะเรื่องเสียงเพียงอย่างเดียว ตัวลำโพงตอบสนองได้ดี มีความรุกเร้าจัดจ้าน อาจจะให้ความหนักแน่นกระแทกกระทั้นไม่เท่าซับวูฟเฟอร์แบบตู้ทั่วไป แต่ก็ยังได้ความกลมกล่อมของเบส มีน้ำมีนวล จนสัมผัสได้แน่นอน เหมาะทั้งการฟังเพลง ดูหนัง หรือเล่นเกม เข้าได้กับทุกขนาดห้อง ไม่จำเป็นต้องห้องขนาดเล็กเสมอไป ซึ่งราคาเองก็อยู่ในระดับที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับลูกเล่นและคุณภาพเสียง

ข้อดีของ Pioneer SBX-D201
1. มีดีไซน์ที่ประหยัดพื้นที่ ด้วยขนาดที่กะทัดรัด และติดตั้งด้านหลังทีวีได้
2. มีช่องต่ออินพุต HDMI และ HDMI ARC
3. ราคาไม่สูง หากเทียบกับซาวด์บาร์ในระดับราคาเดียวกัน
4. เสียงอยู่ในเกณฑ์ แม้ติดตั้งซับวูฟเฟอร์ด้านหลังทีวีก็ตาม

ข้อเสียของ Pioneer SBX-D201
1. ไม่มีช่องต่อ Optical แต่ทดแทนด้วย HDMI ARC
2. ไม่สามารถปรับแต่ง EQ หรือปรับเพิ่ม-ลดเบสของซับวูฟเฟอร์ แต่ยังมีโหมดเสียงมาให้
3. ไม่มีจอแสดงผลสำหรับแจ้งสถานะการใช้งาน 
4. อาจไม่เหมาะที่จะติดตั้งด้านหลังทีวีบางรุ่น สายลำโพงมีความยาวระดับหนึ่ง ควรวัดพื้นที่ติดตั้งเอาไว้ก่อน

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้