ข้ามไปที่เนื้อหา
|

รีวิว Polk Audio HTS10 Active Subwoofer ขนาด 10 นิ้ว เบสชัดหนักแน่น ฟังเพลงก็ดี ดูหนังก็แจ๋ว

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 24 Jun 2019 0 ความคิดเห็น

Polk Audio HTS10 Active Subwoofer ราคา 15,900 บาท

ชุดเครื่องเสียง Home Theater เป็นสิ่งที่ผู้คนที่รักการรับชมภาพยนตร์เป็นชีวิตจิตใจมักจะมีไว้ในครอบครองกันสักชุดอย่างแน่นอน โดยชุด Home Theater นั้นจะประกอบไปด้วยอุปกรณ์หลักต่างๆ ได้แก่ AV Receiver, ลำโพง และอีกสิ่งหนึ่งที่คาดไม่ได้ สำหรับอุปกรณ์ที่จะคอยมาช่วยเสริมพลังของเสียงให้มีน้ำหนัก ดูหนังก็มัน ฟังเพลงก็สนุก สิ่งนั้นจะเป็นอะไรไปไม่ได้เลย นอกจากลำโพงที่เกิดมาเพื่อสร้างเสียงเบสโดยเฉพาะอย่าง Subwoofer นั่นเอง

วันนี้ผมจะพาทุกคนไปรู้จักกับ Polk Audio HTS10 ลำโพง Active Subwoofer สัญชาติอเมริกา ขนาด 10 นิ้ว ที่มีน้ำเสียง ลูกเล่นและการออกแบบที่ไม่ธรรมดา ตามมาอ่านกันในรีวิวนี้ได้เลย !!!

หมายเหตุ : ในรีวิวนี้จะมีบางช่วงบางตอนที่นำลำโพง Polk Audio HTS10 ไปเปรียบเทียบกับ Polk Audio HTS12 ที่ผมได้รีวิวไปแล้วก่อนหน้านี้ เพื่อให้เห็นความแตกต่างของลำโพง Subwoofer ทั้ง 2 รุ่นครับ

* ส่วนที่เปรียบเทียบระหว่างรุ่น HTS12 กับ HTS10 จะใช้เป็นตัวเอียงสีเทานะครับ *

Design – การออกแบบ

ด้านหน้าของ Polk Audio HTS10 สวยงาม หล่อเหลาไม่เบา

Polk Audio HTS10 ตัวนี้เป็นลำโพง Active Subwoofer ขนาดลำโพง 10 นิ้ว มาพร้อมภาคขยายในตัวเป็นแอมป์ Class D ให้กำลังขับอยู่ที่ 100W (กำลังขับสูงสุด 200W) ตอบสนองความถี่ได้ที่ 25 ถึง 180Hz เรียกว่าจัดเต็มครบทุกย่านเสียงเบส เบสลึกก็ดี เบสต้นก็เอาอยู่

ซึ่งจุดนี้หากเรานำมาทียบกับรุ่นใหญ่อย่าง HTS12 ที่มีขนาดลำโพงอยู่ที่ 12 นิ้ว มีกำลังขับอยู่ที่ 200 W (กำลังขับสูงสุดที่ 400W วัตต์) และตอบสนองเบสย่านต่ำได้ตั้งแต่ 22 ถึง 180Hz อาจจะดูเจ้า HTS10 ของเรามีความสามารถที่เบาบางกว่ารุ่นใหญ่สักเล็กน้อย แต่ขอบอกเลยว่าถึงเป็นรุ่นเล็กกว่าก็มีจุดเด่นที่เหนือกว่าเหมือนกัน ซึ่งจะบอกในส่วนถัดไปครับ

ตัวอย่างลำโพงรุ่นอื่นๆ ในตระกูล Signature Series

การออกแบบตัวตู้นั้นมาในแนวเดียวกับลำโพงในตระกูล Signature Series นั่นเอง โดยตัวตู้ใช้การออกแบบเป็นลายไม้ ที่ด้านหน้าจะเป็นส่วนของดอกลำโพงขนาด 10 นิ้ว ที่สามารถถอดหน้ากากได้ ซึ่งดอกลำโพงนั้นจะมาในโทนสีเทาที่ตัดกับสีของตัวตู้ให้ความสวยงามมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ตัวตู้เป็นลายไม้ดูเรียบหรูสวยงาม

ดอกลำโพงสีเทาตัดกับตัวตู้ได้อย่างลงตัว

ขนาดตัวตู้ถือว่ามีขนาดที่กำลังดี ไม่เล็ก ไม่ใหญ่ จนเกินไป มีขนาดความสูงอยู่ที่ 16.6 นิ้ว ความกว้าง 15.1 นิ้ว ความยาว 16.1 นิ้ว และมีน้ำหนักอยู่ที่ 17.1 กิโลกรัม ถือว่ามีน้ำหนักที่กำลังดีสำหรับลำโพง Subwoofer ระดับกลาง

เทียบขนาดระหว่าง HTS10 (ด้านซ้าย) และ HTS12 (ด้านขวา)

HTS10 (ด้านซ้าย) และ HTS12 (ด้านขวา) ขณะใส่หน้ากากลำโพงไว้

อีกหนึ่งจุดที่เป็นเอกลักษณ์ของการออกแบบทางด้านเสียงของลำโพงในตระกูล Signature Series ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ การออกแบบท่อระบายเบสที่เรียกว่า Power Port โดยจะเป็นการออกแบบให้ตัวตู้ยกขึ้นจากพื้น แล้วยิงเสียงผ่านท่อระบายเบสที่ยิงเสียงลงด้านล่าง และมีการออกแบบให้มีแท่งที่มีลักษณะเหมือนกรวยหัวแหลมตั้งขึ้นไปในท่อเบส ซึ่งการออกแบบลักษณะนี้จะทำให้เสียงเบสที่ออกมานั้นมีความแผ่กระจายไปทั่วทั้งห้องแต่ก็ยังคงมีความคมของเสียงอยู่ เรียกได้ว่าเป็นลูกผสมของ Subwoofer แบบ Down Firing ผสมผสานกับแบบ Front Firing ทำให้เสียงที่ได้ดีกว่าการออกแบบแบบทั่วไป

ท่อระบายเบสแบบ Power Port

Connectivity – ช่องต่อ

ในส่วนของช่องต่อนั้นก็ถือว่าครบครันต่อการใช้งาน ประกอบไปด้วย สวิตช์ เปิด/ปิด(Auto) ตัวเครื่อง, สวิตช์ ปรับเฟส 0 องศา กับ 180 องศา, ช่องต่อ Line In L/R, ช่องต่อ LFE, Volume ปรับความดัง, ที่หมุนปรับ Cross Over ตั้งแต่ 40Hz ไปจนถึง 160 Hz และ ช่องต่อกับอุปกรณ์ส่งสัญญาณแบบไร้สาย โดยรุ่นนี้จะไม่มีช่องต่อแบบ Hi-Level ที่เป็นสายลำโพง เหมือนกับในซีรีส์ PSW มาให้แล้ว อาจจะทำให้ไม่สามารถนำไปใช้งานร่วมกับ Integrated Amplifier บางรุ่นได้

ด้านหลังของตัวเครื่อง

Setup – การติดตั้ง

มาทดสอบการใช้งานจริงกันครับ

ในการทดสอบครั้งนี้ ผมได้ทำการ Set Up ระบบเสียงไว้ในรูปแบบ 5.1 CH เข้ากับ AVR พร้อมชุดลำโพง จากทาง Onkyo โดยทำการเชื่อมต่อสัญญาณเสียงจากช่อง Subwoofer Out ของ AVR มาเข้าที่ช่อง LFE ของตัวลำโพง Subwoofer HTS10 ซึ่งผมได้เลือกตัด X-Over (Cross Over) บนตัว AVR ไว้ที่ 50Hz เนื่องจากลำโพงคู่หน้าเป็นลำโพงตั้งพื้น และให้ Sub ทำหน้าที่เป็นตัวช่วยเสริมความถี่ต่ำโดยรวมของระบบแทน ซึ่งผมได้ทำการหมุนปุ่มปรับ Cross Over ของตัว Sub ไว้ที่ 180 Hz (Bypass) เพื่อใช้จุดตัดความถี่จากตัว AVR เลยนั่นเองครับ

ข้อแนะนำ : หากใครที่มีประสบการณ์ในการเล่นเครื่องเสียงมาระดับหนึ่ง ผมแนะนำให้ทำการเชื่อมต่อแบบ สาย RCA 1 ออก 2 จากช่อง Subwoofer Out ที่ตัว AVR เข้าที่ช่อง L/R ของ ตัว Sub เพื่อที่เราจะสามารถใช้ภาค Cross Over ของตัว Subwoofer ที่จะสามารถปรับได้ละเอียดกว่าบน AVR แถมการต่อแบบนี้ยังให้เนื้อเสียงและน้ำหนักของเสียงที่ดีกว่าการต่อแบบ LFE ปกติด้วยครับ

Sound – เสียง

ทดสอบการฟังเพลง

ในการทดสอบการฟังเพลง ผมได้เลือกใช้เป็นโหมด Stereo ที่ตัว AVR จะส่งสัญญาณเสียงออกมาในรูปแบบ 2.1 CH ซึ่งก็คือ ลำโพงคู่หน้า + ลำโพง Subwoofer นั่นเองครับ

ทำไมถึงต้องฟังแบบ 2.1 Ch : เพราะปกติเวลาเราฟังเพลงในรูปแบบ 2.0 Ch ลำโพงทั่วไปในท้องตลาดที่มีขนาดของตัวลำโพงที่ไม่ใหญ่มาก หรือ กำลังขับของ AVR ที่อาจไม่สูงสักเท่าไหร่ อาจทำให้การตอบสนองความถี่ต่ำในย่านที่ลงลึกมากๆ อาจทำได้ไม่ดี หรือมีความเบาบางของเสียงลง การมีลำโพง Subwoofer มาช่วยเสริมเสียงเบสในจุดนี้จะทำให้การฟังเพลงนั้นสมบูรณ์แบบมากขึ้นครับ

ในการทดสอบผมครั้งนี้ได้เลือกใช้เพลงเดียวกันกับเพลงที่ใช้ทดสอบกับ Sub รุ่นใหญ่อย่าง HTS12 ที่รีวิวไปก่อนหน้านี้แล้ว เพื่อเป็นการเปรียบเทียบความแตกต่างในเรื่องของเสียงระหว่าง HTS10 กับ HTS12 ครับ

ปกเพลงต่างๆ ที่ใช้ทดสอบ

มาเริ่มทดสอบกันเลยดีกว่ากับเพลงแรก ผมเลือกใช้เพลง Gentleman ของ PSY โดยเพลงนี้เป็นเพลงแนว Dance ที่มีจังหวะ Beat ของเพลง เป็นจังหวะแบบรุกเร้า เสียงเบสมีมวลใหญ่ มาเป็นลูกๆ Sub Polk Audio HTS10 ตัวนี้ก็สามารถให้เสียงที่ออกมาแบบไม่มีตกหล่น เสียงเบสออกมามีความกระแทกกระทั้น มีความกระชับ มีน้ำหนักเสียง มี Impact ที่ดี ฟังสนุกจนเผลอโยกตามเพลงกันเลยทีเดียว

มาต่อกันที่เพลงสบายๆ กันบ้างดีกว่ากับเพลง Home ของ Michael Buble เพลงนี้เป็นเพลงที่ใช้เครื่องดนตรีจริง ให้เสียงที่เป็นธรรมชาติ โดยจะมีช่วงหนึ่งที่เป็นเสียงของเครื่องดนตรีเครื่องสายอย่างเบส และกลอง Sub ตัวนี้สามารถถ่ายทอดเสียงเบสของเพลงนี้ออกมาได้ดี มีหัวเบสที่ค่อนข้างชัด สามารถไล่โน้ตของเสียงเบสออกมาได้ดี เสียงกลองก็ออกมาแบบมีความนุ่มแต่ก็ยังคงให้น้ำนนักเสียงที่ดีอยู่

ในเพลงนี้มีจุดเด่นเรื่องเสียงของ HTS10 ตัวนี้ ที่เห็นความแตกต่างจากรุ่น HTS12 แบบรู้สึกได้คือ HTS10 จะให้เสียงเบสที่คมกว่า ไวกว่า เล็กน้อย แต่ในเบสย่านลึกลงต่ำมากๆ อาจมีความเบาบางกว่ารุ่นใหญ่ HTS12 ที่มีขนาดหน้าดอกของลำโพงที่ใหญ่กว่า จึงให้เสียงย่านลึกที่ดีกว่า

ส่วนเพลงสุดท้ายผมเลือกใช้คือเพลง Overture เป็นเพลงบรรเลงแบบ Medley ที่ใช้ประกอบในภาพยนตร์เรื่อง Beauty and the Beast เวอร์ชั่นคนแสดง โดยเป็นเพลงที่บรรเลงโดยวงออเคสตร้าวงใหญ่ ซึ่งในบางช่วงจะมีเสียงเบสจากเครื่องสายเบาๆ คลอๆ Sub ตัวนี้ก็ให้เนื้อเสียงที่มาเสริมบรรยากาศกับลำโพงหลักได้เป็นอย่างดี รวมถึงช่วงที่เป็นเสียงจากกลองขนาดใหญ่ Subwoofer ตัวนี้ก็ให้เสียงที่ออกมามีน้ำหนัก มีพลัง สัมผัสความยิ่งใหญ่ของเพลงได้เลยทีเดียว

ทดสอบการรับชมภาพยนตร์

และอีกเช่นเดียวกันเพื่อเป็นการเปรียบเทียบกับแนวเสียงระหว่างรุ่นเล็ก HTS10 กับพี่ใหญ่อย่าง HTS12 ผมก็ได้เลือกใช้ภาพยนตร์เรื่องเดียวกันในการทดสอบรับชมภาพยนตร์ด้วยเช่นกันครับ

ภาพยนตร์เรื่องแรกที่ผมหยิบมาทดสอบกันในวันนี้คือภาพยนตร์เรื่อง Interstellar เป็นภาพยนตร์แนว อวกาศ ไซ-ไฟ ที่ใครได้ดูต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าหนังเรื่องนี้จัดเต็มเรื่องเสียงเบสกันแบบสุดๆ โดยฉากที่เลือกใช้ทดสอบเป็นฉากที่กลุ่มของพระเอกได้นำยานอวกาศไปลงจอดที่ดาวดวงหนึ่งแล้วพบเจอกับคลื่นสึนามิยักษ์ เสียงเบสคลื่นถล่ม เสียงเครื่องยนต์ของยานอวกาศที่รีบหนีขึ้นจากน้ำ เสียงวัตถุต่างๆ ที่มีการกระทบกระทั่งกัน Sub ตัวนี้ก็ให้เสียงเบสที่ออกมามีความหนักแน่น มีน้ำหนักของเสียง ที่ดี

ในฉากนี้จะมีบางช่วงที่เสียงเบสความถี่ต่ำลากยาวๆ HTS10 ตัวนี้อาจให้เสียงที่ออกมามีความเบาบางกว่ารุ่นอย่าง HTS12 สักเล็กน้อย แต่ก็จะได้เสียงเบสที่มีความกระชับ เก็บตัวไวมากกว่ามาแทน

ทดสอบภาพยนตร์เรื่อง Interstellar

มาต่อกันที่อีกหนึ่งเรื่องกับภาพยนตร์ภาคต่อที่ใครหลายคนชื่นชอบอย่าง Avenger Infinity War โดยผมเลือกใช้เป็นฉากที่ลูกสมุนของทานอสบุกลงมาที่โลกเพื่อที่จะแย่งชิงอัญมณีกาลเวลาจาก Dr.Strange ในฉากนี้ก็เรียกว่าจัดเต็มเรื่องเสียงเบสไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นเสียงของการต่อสู่ เสียงพังรถ พังตึก เสียงการกระแทกของโลหะ Sub ตัวนี้ก็ให้เสียงเบสที่มีความคม หนักแน่น มีแรงปะทะ เข้ากับลำโพงหลักในระบบได้เป็นอย่างดี ทำให้การดูหนังเรื่องนี้ สนุกสนาน เร้าใจเลยทีเดียวครับ

ภาพยนตร์เรื่อง Avenger Infinity War

เรื่องสุดท้ายมากันที่หนังแนวคอนเสิตร์กันสักหน่อยกับภาพยนตร์เรื่อง Bohemian Rhapsody ในฉากคอนเสิตร์ Live-Aid ช่วงท้ายของเรื่อง โดยเพลงแรกของช่วงนี้จะเป็นเพลง Bohemian Rhapsody ถึงแม้ว่าจะเป็นเพลงช้า แต่เนื่องด้วยเป็นการเล่นสด เสียงกระเดื่องของกลองชุด Polk Audio HTS10 ตัวนี้ก็ให้เสียงเบสออกมาได้ดี หัวเบสของเสียงกลางมีความชัดเจน มีน้ำหนักเสียงที่ดี ทำให้เราสัมผัสได้ถึงแรงถีบกระเดื่องของมือกลองกันเลยทีเดียว ส่วนเพลงอื่นๆ ที่มีเบสแบบเบาๆ คลอๆ เสียงกีตาร์เบส Sub ตัวนี้ก็ให้หัวเบสของเสียงทีดี สร้างความกลมกลืนของเนื้อเสียงเข้ากับลำโพงหลักได้เป็นอย่างดี

ภาพยนตร์เรื่อง Bohemian Rhapsody

สรุปด้านเสียง

Polk Audio HTS10 รุ่นนี้เป็นลำโพง Active Subwoofer ที่ให้หัวเบสที่ดี เสียงเบสมีความชัด มีความหนักแน่น มีความกระชับอยู่พอสมควร แถมยังให้เสียงเบสที่แผ่ไปได้ทั่วห้องด้วยท่อระบายเบสแบบ Power Port แต่ในส่วนของเบสย่านต่ำลึกมากๆ ด้วยความที่มีหน้าดอกลำอยู่ที่ 10 นิ้ว อาจให้เสียงเบสที่แผ่ลงลึกได้ไม่เท่ากับ HTS12 ที่มีหน้าดอกลำโพง 12 นิ้ว แต่ก็แลกมาด้วยเสียงเบสที่มีความคม กระชับกว่า ซึ่งจะทำให้ Polk Audio HTS10 ตัวนี้เหมาะกับนำไปใช้ในห้องขนาดเล็กจนถึงขนาดกลางครับ

Conclusion – สรุป

Polk Audio HTS10 ตัวนี้เป็นลำโพง Active Subwoofer ขนาด 10 นิ้ว มาพร้อม Amp Class D ในตัว ที่ให้กำลังขับสูงสุด 200 วัตต์ ที่มีเนื้อเสียงเบสมีมวลใหญ่ หัวเบสชัดเจน มีความกระชับแบบพอตัว มาพร้อมการออกแบบท่อลมระบายเบสแบบ Power Port ที่ให้เสียงเบสได้กระจายแผ่คลุมทั่วทั้งห้อง โดย Polk Audio HTS10 ตัวนี้เหมาะกับนำไปใช้งานในห้องขนาดเล็กจนถึงขนาดกลางจะให้ผลลัพธ์ด้านเสียงออกมาดีที่สุด ส่วนการดีไซน์ก็มีรูปลักษณ์ที่สวยงาม เรียกว่าคุ้มค่า คุ้มราคาในบรรดา Subwoofer ช่วงราคานี้เลยครับ

ข้อดี
1.การออกแบบท่อลมระบายเบสแบบ Power Port ช่วยให้เสียงเบสแผ่กระจายทั่วห้อง
2.ตัวตู้ลำโพงมีน้ำหนักที่ดีพอสมควรทำให้ช่วยลดอาการเสียงเพี้ยนเมื่อเปิดในความดังระดับสูงได้
3.มีเนื้อเสียงเบสที่ดีสามารถ Set Up เข้ากับลำโพงหลักได้ไม่ยาก

ข้อเสีย
1.เนื้อเสียงเบสที่เป็นความถี่ต่ำมากๆ อาจมีความเบาบางไปบ้างเล็กน้อย เพราะเป็นดอกลำโพงขนาด 10 นิ้ว แต่ก็ได้เสียงเบสที่กระชับมาแทน
2.ไม่มีช่องต่อ Hi-Level แบบขั้วต่อลำโพง ทำให้ไม่สามารถใช้งานร่วมกับ Integrated Amplifier บางรุ่นได้

 

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification

ฝากอีเมลของคุณไว้ แล้วเราจะแจ้งให้ทราบทันทีที่สินค้า/รุ่นสินค้ามีในสต็อกอีกครั้ง

ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้