รีวิว Sharp AQUOS 4K 4T-C70AL1X ทีวี Android ขนาด 70 นิ้ว จอยักษ์ใหญ่ ในราคาจับต้องได้

รีวิว Sharp AQUOS 4K 4T-C70AL1X (ราคาเปิดตัว 59,990 บาท)
ทีวี Android ขนาด 70 นิ้ว จอยักษ์ใหญ่ ในราคาจับต้องได้
คลิปรีวิว Sharp AQUOS 4K 4T-C70AL1X
หลังจากที่ Sharp ห่างหายจากวงการทีวีบ้านเราไปสักพักหนึ่ง ตอนนี้ได้กลับมาลุยตลาดทีวีกันอีกครั้งได้อย่างน่าสนใจ เห็นได้จากตัวท็อปในปีนี้ ที่เป็นความละเอียดระดับ 8K (7680 x 4320 พิกเซล) วางจำหน่ายเป็นเจ้าแรกในไทย เปรียบดั่งการปักธงรบให้รู้ว่าอดีตแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น จะกลับมาประกาศศักดาในตลาดทีวีไทย
ซึ่งทีวีที่จะมารีวิวในครั้งนี้ มาในไซส์มหึมา ชื่อรุ่นว่า Sharp AQUOS 4K 4T-C70AL1X ทีวี 4K HDR ขนาด 70 นิ้ว จอใหญ่ยักษ์ดูกันได้แบบเต็มตาเต็มอารมณ์ จุดสนใจไม่ได้มีแค่จอใหญ่เท่านั้น ยังมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android อันได้ชื่อว่ายืดหยุ่นต่อการใช้งานที่สุดด้วย แต่ศักยภาพที่แท้จริงของทีวีรุ่นนี้ จะสามารถขับสีสัน เผยรายละเอียดความคมชัดได้มากน้อยแค่ไหน และมีลูกเล่นอะไรที่น่าสนใจอีกบ้าง เลื่อนไปอ่านด้านล่างกันต่อเลย…
สเปคคร่าวๆ ของ Sharp AQUOS 4K 4T-C70AL1X
- เป็นทีวี 4K HDR (3840 x 2160 พิกเซล)
- จอภาพแบบ VA ขนาด 70 นิ้ว
- ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 8.0
- รองรับการใช้งานคำสั่งเสียง Google Assistant
- การรับประกัน 1 ปี
- ราคาเปิดตัว 59,990 บาท

Design – การออกแบบ
เริ่มต้นที่ดีไซน์ของ Sharp AQUOS 4K 4T-C70AL1X ได้เห็นรูปลักษณ์ของรุ่นนี้ครั้งแรกแล้วต้องบอกเลยว่าสวยโดดเด่น ด้วยผืนจอขนาดใหญ่ 70 นิ้ว เมื่อถูกตีกรอบด้วยขอบที่บางมากๆ ยกลอยเหนือพื้นเล็กน้อยด้วยขาตั้งทรงกิ้งไม้ที่ออกแบบให้มีความโฉบเฉี่ยวทันสมัย คล้ายกับรุ่น 8K ที่ขาตั้งยืดสูง แต่รุ่นนี้จะสั้น ไว้สำหรับติดตั้งบนชั้นวาง ใช้วัสดุเป็นสีดำทั้งหมด ทำให้จอทีวีดูเด่นสะดุดตาไม่ใช่น้อย

กรอบทีวีและขาตั้งใช้วัสดุเป็นอะลูมิเนียม ให้ความแข็งแรงทนทานสูง ซึ่งขาตั้งจะครอบด้วยพลาสติกสีดำเงา ปุ่มเซ็นเซอร์รับสัญญาณรีโมทจะอยู่บริเวณใต้กรอบฝั่งซ้าย ในเรื่องความเพรียวบางนั้นทำได้ดีเลยทีเดียว สัดส่วนทั้งหมดรวมขาตั้งอยู่ที่ 1563 x 978 x 334 มม. (กว้าง x สูง x ลึก) แต่หากติดตั้งแบบแขวนแล้วล่ะก็ ความบางจะอยู่แค่ 52 มม. เอง และน้ำหนักเพียง 32.5 กก. เป็นทีวีที่ค่อนข้างเบาเลย ง่ายต่อการติดตั้ง

มุมกรอบด้านซ้าย มีคำว่า Japan Panel การันตีคุณภาพระดับญี่ปุ่น

มุมกรอบฝั่งขวา จะบ่งบอกฟีเจอร์หลักๆ ของทีวีเครื่องนี้

บางแค่ไหน ให้ภาพนี้เป็นคำตอบ
รีโมทของของรุ่นนี้มีปุ่มต่างๆ แยกออกมาชัดเจน ช่วยให้เข้าถึงเมนูต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการรับชมแอพฯ ยอดฮิตอย่าง Netflix และ YouTube กดเข้าแอพฯ รับชมซีรีส์เรื่องโปรดที่ดูค้างเอาไว้หรือจะเปิดคลิปฟังเพลงก็ได้ทันที นอกจากนี้ด้วยความที่เป็นทีวีระบบ Android บนรีโมทจึงมีปุ่ม Voice Search เพื่อใช้คำสั่งเสียงกับทีวีผ่านแอพฯต่างๆ และผู้ช่วยอัจฉริยะ Google Assistant

มีปุ่มคำสั่งแยกออกมามากมาย ไม่ต้องกดเมนูกันหลายๆ ต่อ
Connectivity – ช่องต่อ
Sharp ได้ใส่ช่องต่อเอาไว้ในทีวีรุ่นนี้มามากมาย เพียงพอต่อการใช้ทั่วไป ประกอบด้วย HDMI In จำนวน 4 ช่อง (HDMI ARC จะอยู่ที่ช่อง HDMI 2), Optical, Analog Audio Out, USB 3.0, USB 2.0, Ethernet และสายอากาศ ช่องต่อจะอยู่ทางด้านหลังจอภาพฝั่งซ้าย มีสัญลักษณ์บอกช่องต่อต่างๆ ชัดเจน ไม่ต้องกลัวงง

ปุ่มปิดเปิดทีวีบนตัวเครื่องจะอยู่ทางด้านหลังใต้ช่องต่อ

ช่องต่อเพียบ ต่อได้ทุกอุปกรณ์

ช่องอะนาล็อกก็ยังคงมีมาให้ด้วยนะ
Extra – เพิ่มเติม
อย่างที่บอกไปแล้ว ความพิเศษของ Sharp AQUOS 4K 4T-C70AL1X ไม่ได้อยู่ที่จอใหญ่เพียงอย่างเดียว ยังอยู่ที่ระบบปฏิบัติการ ซึ่งเป็น Android เวอร์ชั่น 8.0 ให้ความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง เนื่องจากคลังแอพฯ ของฝั่ง Android นั้น มีแอพฯ รอให้ดาวน์โหลดเพียบ ไม่ว่าจะเป็นเกม เครื่องมือช่วยใช้งาน หรือแอพฯ สำหรับการรับชม เช่น Google Play Movies, Amazon Prime เป็นต้น

หน้าตาอินเทอร์เฟสสวยงาม ใช้งานง่าย สามารถแสดงรายการที่ดูค้างเอาไว้ได้

Netflix แอพฯ สามัญประจำบ้านก็มีติดให้ในเครื่อง แถมมีปุ่มลัดที่รีโมทด้วย

YouTube สามารถปรับความละเอียดระดับ 4K 2160p

Google Play Store คลังแอพฯ ที่มีอะไรให้ค้นหาเพียบ
ผลพลอยได้ที่มาจากความเป็น Android นั่นคือการแคสต์ เป็นการนำสิ่งที่รับชมหรือเพลงที่ฟังอยู่ จากสมาร์ทโฟนไปยังทีวี คล้ายกับการมิเรอร์ริ่ง แต่การแคสต์นั้นจะส่งต่อจากมือถือ ให้ทีวีรับช่วงต่อในการเล่นแทน ทำให้ได้ภาพและเสียงคุณภาพสูงกว่าบนสมาร์ทโฟน ซึ่งการมิเรอร์ริ่ง สมาร์ทโฟนยังคงทำงานอยู่ แต่ภาพจะถูกส่งขึ้นไปบนจอทีวีด้วยนั่นเอง
อีกฟีเจอร์เด่นที่มากับ Android 8.0 นั่นคือการรองรับคำสั่งเสียงผ่าน Google Assistant กดปุ่ม Voice ที่รีโมทค้างไว้ Google Assistant ก็จะทำงานทันที ช่วยให้สั่งการง่ายๆ ผ่านการพูดด้วยรีโมท เช่น ค้นหาร้านอาหาร, เช็คสภาพอากาศ เป็นต้น ยังใช้ร่วมกับอุปกรณ์สมาร์ทอื่นๆ อย่างโคมไฟอัจฉริยะหรือลำโพง ที่เชื่อมต่ออยู่ในเครือข่ายเดียวกันได้

ไม่ต้องพิมพ์ค้นหาให้เมื่อยมือ กดรีโมทเรียก Google Assistant มาถามได้เลย
Sound – เสียง
แน่นอนว่าหลายท่านไม่ได้ต้องการแค่ภาพที่ดี ยังต้องการคุณภาพเสียงที่ดีด้วย แต่การจะซื้อเครื่องเสียงเพิ่ม ก็อาจทำให้งบบานปลายไปหลายเท่าจากที่ต้องการเพียงแค่ทีวี ซึ่ง Sharp AQUOS 4K 4T-C70AL1X สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายตรงนี้ไปได้ เพราะเครื่องนี้มาพร้อมลำโพงกำลังขับรวม 20W รองรับการถอดรหัสเสียง Dolby Audio และใช้เทคโนโลยีเสียงที่ชื่อว่า eilex PRISM คอยปรับสมดุลเสียงให้มีความกลมกล่อม
ลองทดสอบด้วยการรับชมภาพยนตร์แอ็คชั่นอย่าง Bumble Bee ที่เน้นเสียงโครมครามจากการปะทะและเสียงกระสุนสาดไปมาตลอดทั้งเรื่อง ซึ่ง Sharp รุ่นนี้สามารถทำได้ดี ให้เสียงการรับชมที่มีความคึกโครมพอตัว ผลจากฟีเจอร์ Bass Enhance ที่เพิ่มความแน่นของเสียงเบสหนักขึ้นกว่าเดิม โดยที่ไม่ไปรบกวนกับเสียงย่านกลาง ทำให้เสียงพูดมีความคมชัด ซ้ำยังอิ่มขึ้นจากการหนุนด้วยเสียงเบส
ทดสอบต่อด้วยการฟังเพลงกันบ้าง ผ่านแผ่นตอนเสิร์ต Evanescence : Synthesis Live วัยรุ่น 90s และวัยรุ่นยุคมิลเลเนี่ยมต้องคุ้นเคยกับวงนี้แน่ โดยเฉพาะเพลง Bring Me To Life ซึ่งทีวีเครื่องนี้สามารถถ่ายทอดเสียงร้อง Amy Lee ได้แบบถึงใจ ทรงพลังตามสไตล์การร้องของเธอที่นำเทคนิคการร้องแบบโอเปร่ามาใช้ ลำโพงทีวีสามารถเผยรายละเอียดของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นจากวงออเคสตร้า สอดผสานกับเครื่องดนตรีสมัยใหม่ได้ลงตัว

เสียงสนั่นหนักแน่น พอเพียงต่อการรับชมเลยทีเดียว
Picture – ภาพ
มาถึงขั้นตอนทดสอบที่ใครๆ ต่างก็อยากรู้แล้ว นั่นคือการทดสอบด้านภาพ สเปคด้านภาพของรุ่นนี้จะเป็นความละเอียด 4K รองรับฟอร์แมตภาพ HDR10 ใช้จอภาพแบบ VA ขับภาพผ่านชิพประมวลผลที่ชื่อว่า X4 Master Engine Pro II ด้วยขนาดจอที่ใหญ่ถึง 70 นิ้ว แนะนำว่าการนั่งรับชม ควรมีระยะห่างขั้นต่ำอยู่ที่ 2.25 ม. ขึ้นไป เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัด และเหมาะสมกับสายตา มองภาพได้เต็มจอ
เบื้องต้นที่เห็นจอเปล่าๆ ทีวีรุ่นนี้คุมแสงสะท้อนได้ค่อนข้างดีเลย ช่วยลดแสงสะท้อนบนจอภาพยามรับชมเวลากลางวัน เริ่มทดสอบภาพด้วยคอนเท็นต์ 4K สารคดี BBC : Planet Earth II โหมดภาพสำหรับการรับชมยังคงแนะนำเป็นโหมด Movies จะให้ภาพโทนอุ่นนวลตา ให้ความถูกต้องของสีสันสูงกว่าโหมดอื่น และสบายตาเหมาะต่อการรับชมระยะยาว

ความประทับใจแรกเลยอยู่ที่ขนาดจอที่ใหญ่เต็มตา เมื่อใช้คอนเท็นต์ที่มีสัดส่วนภาพเต็มจอแบบนี้ ยิ่งรู้สึกใหญ่สะใจ
Sharp AQUOS 4K 4T-C70AL1X สามารถเผยรายละเอียดภาพได้อย่างคมชัด จุดสังเกตอย่างขนนก หรือสภาพพื้นผิวแผ่นดิน ให้ภาพชัดคมสมจริงแม้จะเป็นจอขนาดใหญ่ก็ตาม(ทั้งนี้ระยะการรับชมต้อง 2.25 ม. ขึ้นไป) ถึงจะยังไม่ได้ทำการคาลิเบรตปรับแต่งภาพ สีสันที่ได้ก็อยู่ในเกณฑ์ดีเลยทีเดียว แต่บางท่านอาจไม่ชอบนัก เพราะโหมด Movies จะลดแสง Backlight ลงเพื่อลดอาการล้าของสายตา แนะนำว่าให้เพิ่มแสง Backlight ขึ้นมาเล็กน้อยได้

ขอบเขตสีก่อนปรับภาพให้ความถูกต้องเที่ยงตรงค่อนข้างดี
แต่สำหรับการรับชมดิจิตอลทีวีทั่วไปในรูปแบบ SDR แนะนำเป็นโหมด Standard จะให้สีสันสดใสและสว่างมากกว่าโหมด Movies เพื่อขับสีสันของช่องดิจิตอลที่ส่วนใหญ่ภาพจะมีความซีด ให้ดูสดอิ่มขึ้นมา ส่วนเรื่องการคุมความดำนั้น รุ่นนี้ไม่มีลูกเล่น Dimming แต่ด้วยความที่จอภาพลดแสงสะท้อนได้ดีระดับนึง สามารถคุมความดำได้ในระดับพึงพอใจเลย และอาจจะดีกว่าการ Dimming ของทีวีบางรุ่นด้วยซ้ำ เนื่องจากไม่มีแสงโพลนที่เล็ดลอดจากการ Dimming ให้รบกวนสายตา

ค่าภาพจากโรงงานอยู่ในเกณฑ์น่าประทับใจเลยทีเดียว
หลังจากทำการปรับแต่งคาลิเบรตภาพ ทดสอบกันต่อผ่านโหมด Movies ด้วยหนัง 4K เรื่อง Captain America : Winter Soldier คาแรกเตอร์ภาพที่ได้นั้นมีความนวลตามากขึ้นกว่าก่อนหน้าเลย ดูได้จากสีผิวของตัวละครที่มีความเป็นธรรมชาติ อาจจะไม่รุกเร้า แต่ให้ความสบายตาสูง รับชมทีวีเป็นเวลานานๆ ได้โดยไม่ล้าสายเท่าไร

การรับชมภาพยนตร์ต้องโหมด Movies เท่านั้น ให้สีผิวและสีผมไม่ฉูดฉาด ดูเป็นธรรมชาติ
โดยค่าภาพที่ได้นั้น อยู่ในเกณฑ์น่าคบหา ความสว่างสูงสุดในรูปแบบ HDR อยู่ที่ 324 nits สำหรับโหมด Dynamic และ 259 nits สำหรับโหมด Movies หากรู้สึกว่าภาพมีอาการดำจม แนะนำให้ปิดโหมด Active Contrast เอาไว้ เพื่อเผยรายละเอียดในที่มืดให้ดีขึ้น และแม้จะไม่รองรับ Wide Color Gamut แต่ขอบเขตสีที่ได้ก็ถือว่าใช้ได้เลย

ขอบเขตสีในโหมด HDR หลังทำการคาลิเบรต
การปรับโมชั่นของรุ่นนี้ วิธีการปรับนั้นจะมีเมนูที่แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ สักหน่อย ต้องเข้าไปที่เมนู Picture Setting จากนั้นไปที่ Film Mode สามารถปรับความลื่นไหลได้ 2 ระดับ ได้แก่ Standard กับ Advanced แนะนำว่าระดับ Standard จะดูลื่นไหลสบายตาที่สุด ซึ่งระดับ Advanced นั้นอาจลื่นไหลเกินไปจนเกิดเป็นภาพเหลื่อมนั่นเอง
จอใหญ่ๆ แบบนี้ ไม่ได้มีดีแค่เอาไว้ดูหนังแบบเต็มตาเพียงอย่างเดียว ยังเพิ่มความสะใจในการเล่นเกมด้วย โดยโหมดภาพที่แนะนำก็คงหนีไม่พ้น Game Mode ซึ่งรุ่นนี้ให้ Input Lag ที่ต่ำมากเพียง 36 ms เท่านั้น ต่อเล่นเกมได้สบายหายห่วง แถมโหมดนี้ยังขับสีสันที่สดใส ได้โทนสีฉูดฉาดรุกเร้า เมื่อรวมกับข้อดีทั้งจอใหญ่และ Input Lag ที่ต่ำเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ทีวีรุ่นนี้เป็นอีกรุ่นที่ตอบโจทย์คอเกมได้ดีเยี่ยม

Input Lag ต่ำ โดยที่ยังให้สีสันตระการตา
Conclusion – สรุป
คลิปรีวิว Sharp AQUOS 4K 4T-C70AL1X
สรุปได้ว่า Sharp AQUOS 4K 4T-C70AL1X เป็นทีวีอีกหนึ่งรุ่นที่ให้ความคุ้มค่าสูง อย่างแรกเลยอยู่ที่จอขนาดใหญ่ถึง 70 นิ้ว ให้ภาพที่เต็มตามากกว่าทีวีขนาดทั่วๆ ไป ต่อมาอยู่ที่ระบบปฏิบัติการ Android 8.0 เรื่องสรรพคุณคงไม่ต้องบรรยายอะไรมากแล้ว มีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง สั่งการด้วยเสียงก็ได้ จะโหลดแอพฯ มาลงเพิ่มก็มีมากมายให้เลือกเลย
ส่วนด้านภาพและเสียงนั้น อยู่ในเกณฑ์พึงพอใจ แน่นอนว่าทีวีจอใหญ่แบบนี้ก็ต้องไปติดตั้งในห้องขนาดใหญ่ ซึ่งทีวีรุ่นนี้สามารถให้เสียงที่เติมเต็มต่อห้องขนาดใหญ่ได้ และค่าภาพที่ได้จากโรงงานก็ให้ความสว่างและขอบเขตสีที่ใช้ได้เลย ยังสามารถปรับโมชั่นได้อีกด้วย ประจวบกับราคาเปิดตัว 59,990 บาท แต่ราคาขาย ณ ปัจจุบันอยู่ในระดับน่าคบหาแล้ว ทำให้ Sharp รุ่นนี้เป็นทีวีไซส์ยักษ์อีกรุ่นที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก
ข้อดีของ Sharp AQUOS 4K 4T-C70AL1X
- เป็นทีวีระบบ Android ที่ให้ความยืดหยุ่นสูง
- ค่าภาพจากโรงงานอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างใช้ได้ ให้ภาพนวลสบายตา
- มีตัวช่วยเรื่องภาพเคลื่อนไหว
- Input Lag ต่ำ
- ได้จอขนาดใหญ่ในราคาจับต้องได้
ข้อที่ควรปรับปรุงของ Sharp AQUOS 4K 4T-C70AL1X
- ไม่มี Local Dimming แต่ควบคุมความดำได้ในระดับดี
- ในโหมด Movies มีค่าความสว่างที่น้อย แนะนำให้เพิ่ม Backlight หรือปิดโหมด Active Contrast