ข้ามไปที่เนื้อหา
|

รีวิว Sony KD-55X8500B 4K TV ในระดับเริ่มต้น แต่ประสิทธิภาพเยี่ยมเหมือนรุ่นท็อป!

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 16 Jan 2022 0 ความคิดเห็น

Sony แบรนด์นี้ที่คุณคุ้นเคย ด้วยความที่อยู่ในวงการภาพและเสียงมาแต่ช้านานและได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ออกมาหลากหลาย นับตั้งแต่ยุคโทรทัศน์สี, วอล์คแมน มาจนถึงปัจจุบันกับเทรนด์แรงในวงการทีวีที่มีชื่อเรียกสั้นๆ ว่า 4K ที่แทบทุกหย่อมจอของชั้นวางทีวีในห้างเครื่องใช้ไฟฟ้า จะต้องมีทีวีความละเอียดสูง 4K วางโชว์ความงามอลังการของภาพอยู่อย่างน้อย 2-3 ตัวด้วยกัน

แน่นอนว่า Sony ถือว่าเป็นผู้บัญญัติศัพท์ 4K ขึ้นมาสู่สายตาชาวโลก ฉะนั้นแล้วจึงไม่แปลกที่ทีวีรุ่นท็อปอย่าง X9000B จะคว้ารางวัล Best 4K Ultra HD Award ในปี 2014 ไปแบบใสๆ ทว่าสำหรับชาวอารยธรรม Sony ที่มีงบประมาณจำกัด การที่จะขึ้นไปเหยียบดวงดาวถึงขั้นนั้นก็ดูจะเกินตัวไปอยู่ วันนี้ผมเลยจะมาแนะนำทีวีอีกรุ่นที่เป็นตัวรองลงมาซึ่งได้สืบทอดเอา DNA จาก X9000B มา ในราคาที่เป็นมิตรมากกว่าเก่า วันนี้เราเลยจะมารีวิว Sony 55X8500B ให้ได้รับชมกันครับ

Sony 55X8500B Specification

Enhance every image with 4K X-Reality™ PRO

  • 4K Ultra HD: 3840 x 2160 8 million pixels
  • Motionflow 200Hz XR
  • Enjoy vivid colour with TRILUMINOS™ Display
  • ClearAudio+ for enriched audio experience
  • One-flick remote control gets you watching faster

ราคาตั้ง 71,990 บาท

ดีไซน์

สำหรับรุ่น X8500B ตัวนี้แม้ว่าจะถอดรูปลักษณ์ของ X Series มาแบบเป๊ะๆ แต่สิ่งหนึ่งที่แตกต่างจากรุ่น X9000B ก็คือลำโพงด้านข้างเครื่องที่ถูกลดทอนออกไป นอกเหนือจากจุดที่สังเกตได้ง่ายๆ แล้วจะมีอะไรอีกบ้าง เรามาดูกันต่อด้านล่างเลยครับ

ด้านหน้าของ X8500B ขาตั้งและดีไซน์ต่างๆ มาในสไตล์ของ X ซีรี่ย์ เป๊ะๆ

ขาตั้งรูปตัว X ดูเท่ไม่เหมือนใครนอกจากนี้ยังแข็งแรงมั่นคงหายห่วง

ด้านบนมีกล้องขนาดความละเอียด HD ไว้สำหรับเล่น Skype ผ่านหน้าจอทีวี

สำหรับท่านที่ไม่ต้องการใช้งานกล้องตัวนี้ก็สามารถพับกลับมาไว้ด้านหลัง หรือจะถอดออกไปเลยก็ทำได้ เพราะตัวกล้องเชื่อมกับทีวีด้วยสาย USB ออกแรงดึงหน่อยก็ถอดได้แล้วครับ

บริเวณโลโก้ด้านล่างจะมีแนวหลอดไฟแสดงสถานะการทำงานสีขาวขณะเปิดเครื่อง

โยกมาดูข้างหลังจะเห็นว่าเราสามารถสลับสับเปลี่ยนฐานวางทีวีว่าจะวางแบบใกล้หรือไกลได้ เป็นจุดแข็งสำคัญที่ผมค่อนข้างชอบมากๆ เพราะบางท่านที่มีชั้นวางทีวีที่ยาวไม่พอ ก็สามารถเลือกติดตั้งฐานวางแบบใกล้ แล้วยกขึ้นวางได้เช่นเดียวกัน

รีโมทที่ให้มาในกล่องจะมีสองแบบด้วยกัน แบบแรกทางด้านซ้ายคือรีโมทคอนโทรลธรรมดาใส่ฐาน AAA 2 ก้อน ส่วนอีกอันเล็กๆ มีชื่อเรียกว่า One-Flick Remote ที่นอกจากจะช่วยให้เราเข้าถึงสมาร์ททีวีได้ง่ายดาย ตัวรีโมทยังติดตั้งฟีเจอร์ NFC ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกเวลาต้องการใช้งานสมาร์ทโฟนคู่กับทีวี

สุดท้ายในพาร์ทดีไซน์คือแว่นตา 3 มิติน้ำหนักเบาเนื่องจาก Sony เปลี่ยนมาใช้ Passive 3D แล้ว โดยมีแถมมาให้ 2 อันไว้ดูคู่กันจู่จี๋กระหนุงกระหนิงกับคนข้างๆ

ช่องต่อ

หมุนหลังเครื่องมาดูช่องต่อกันดีกว่า ดีกรีทีวีตัวรองท็อป ย่อมต้องให้ช่องต่อที่ครอบคลุมการใช้งานต่างๆ เกือบทุกประเภท อย่างในโซนแรกหลังเครื่อง ก็จะประกอบไปด้วย LAN, Analog VIDEO IN, COMPONENT IN, OPTICAL AUDIO OUT และ HDMI 2 AUDIO IN สำหรับต่อเสียงที่เป็นอินพุตจาก HDMI 2

ส่วนบริเวณข้างเครื่องนั้นจะประกอบไปด้วย USB 2.0 จำนวน 3 ช่อง, Audio OUT 3.5mm จำนวน 1 ช่อง, HDMI v2.0 อีกทั้งหมด 4 ช่อง และสุดท้ายคือช่อง ANTENNA สำหรับเสียบเสาอากาศนั่นเอง

ภาพ

จากที่ได้เคยผ่านหูผ่านตากับทีวี Sony มาเป็นเวลาหลายปี พบว่าเอกลักษณ์ภาพของทีวีโซนี่ค่อนข้างจะเป็นไปในทางสุขุมนุ่มลึก เน้นภาพสมจริงอ้างอิงได้ แกะกล่องมาเปิดดูโหมดภาพสำเร็จรูปจากโรงงานก็ค่อนข้างจะแม่นยำและให้ประสิทธิภาพที่ดีอยู่แล้ว จะมีช่วงหลังๆ ที่มีเทคโนโลยีที่ชื่อ Triluminos Display เข้ามาช่วยเร่งสีให้สดกระจ่างขึ้น ทำให้ดูมีชีวิตชีวารุกเร้าขึ้นกว่าแต่ก่อนบ้าง

สำหรับในครั้งนี้ผมเลือกที่จะปรับภาพก่อนที่จะเข้าไปดูภาพกันจริงๆ เนื่องจากกราฟจากการปรับภาพจะช่วยบอกประสิทธิภาพก่อนทำการปรับได้พอสมควรอยู่แล้ว โดยเราได้ค่าต่างๆ ออกมาดังตารางด้านล่างนี้ครับ

Picture Mode   CTT   Gamma    Luminance Consumption   Backlight 
avg. avg.  fL Watts
Vivid  14070 1.79  132.8 176 Max
Standard  10293 2.08 93.8 125 6
Custom 7452 2.18 83.5 143 7
Calibrated 6566 2.22  50.3 107 3

 

ค่าโรงงานที่ให้มาดูจากตัวเลขคร่าวๆ ก็บอกอะไรได้หลายอย่าง อาทิ เช่น ในโหมด Vivid เราได้อุณหภูมิสีปรี๊ดไปถึง 14070 ส่งผลให้ภาพที่ได้ออกมามีอาการอมฟ้า แถม Gamma ยังออกมาห่างจาก 2.2 ไปค่อนข้างไกล ส่งผลให้รายละเอียดในที่สว่างกลืนหายไปกับความเจิดจ้าของจอนั่นเอง สำหรับโหมดภาพสำเร็จรูปที่ดูดีที่สุดก็เห็นจะเป็น Custom ซึ่งได้อุณหภูมิสีที่ดีทีเดียว นอกจากนี้ความสว่างก็พอเหมาะไม่มากจนเกินไป เป็นโหมดที่ค่อนข้างแนะนำสำหรับการชมภาพยนตร์ครับ เพราะจะให้สีสันที่เป็นธรรมชาติสมจริง โดยตัวเลือก Color Temp จะอยู่ที่ Warm2

ค่าที่อ่านได้ก่อนทำการปรับภาพในโหมด Custom แม้ว่า RGB Balance จะดูกระจายไปบ้าง โดยสีน้ำเงินล้ำอยู่เล็กน้อย ภาพจึงติดอมฟ้านิดๆ ตามอุณหภูมิสีเฉลี่ยที่ราว 7000K แต่ในส่วนของ Color Space ดูดีทีเดียว เรนจ์สีที่เข้าใกล้จุดอ้างอิง Rec.709 มากๆ

 

ในส่วนของ Color Space นี้ สำหรับ TV Sony หลายๆ รุ่น ที่เป็นจอภาพแบบ Triluminos จะมีตัวเลือกพิเศษ คือ Live Color ที่เมื่อเราเปิดใช้งานจะเป็นการขยายเรนจ์สีของการแสดงผลให้กว้างขึ้นกว่า Rec.709 เดิม เปรียบเทียบจากรูปด้านบน เมื่อเปิดใช้งาน Live Color ที่ระดับ Hi จะเห็นว่าช่วงสีทั้งช่วง “สีเขียว” และ “แดง” กว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ทว่าเรนจ์สีที่กว้างขึ้นยังไม่ถึง AdobeRGB และยังห่างจาก Rec.2020 พอสมควร ถามว่าควรเปิดใช้งาน Live Color ไหม หากชอบสีสดๆ ก็น่าจะถูกใจ แต่กับบางคอนเทนต์ที่อ้างอิงการบันทึกตามมาตรฐาน Rec.709 หรือ sRGB จะพบว่าสีจะเบี่ยงเบนไปเล็กน้อย แนะนำว่าหากจะนำไปใช้อ้างอิงเป็นจอมอนิเตอร์ตามมาตรฐาน Rec.709 หรือ sRGB ให้ Off ตัวเลือก Live Color ไปครับ 

หลังจากปรับภาพด้วย 2P White Balance แล้ว พบว่า RGB Balance ดีขึ้นมาก เที่ยงตรงแทบจะตรงตามอุดมคติ เรียกว่าใกล้เคียงกับคู่แข่งที่ปรับ White Balance ละเอียดสุดๆ แบบ 10P เลยด้วยซ้ำ ทว่า Sony ดำเนินการง่ายกว่า ส่วน Color Space เนื่องจาก Sony ไม่รองรับการปรับ CMS แต่จากการอ้างอิง ก็พบว่ายังคงความเที่ยงตรงได้ดี สมราคา Bravia X Series

ทดสอบรับชมภาพ 2 มิติ

ภาพสองมิติหลังจากทำการปรับภาพของ X8500B อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก สีสันคงความเป็นสไตล์ของแบรนด์นี้ไม่เปลี่ยนแปลง ผมเลือกที่จะใช้งาน Scene : General แล้วเลือก Picture Mode : Custom แล้วอย่าลืม Color Temp : Warm2 ซึ่งเป็นค่าที่ทางทีมงานได้ทำการปรับภาพเอาไว้ ผลลัพธ์ที่ออกมาค่อนข้างลงตัวเลยทีเดียว โทนภาพโดยรวมออกมาสมจริงเหมือนในโรงหนัง รายละเอียดในที่มืดหากมองโดยผิวเผินค่อนข้างที่จะกระจ่างชัดอยู่แล้ว แต่อาจจะมีบางช่วงที่พบอาการ “ดำจม” หรือรายละเอียดของภาพหายไปในเงามืดให้เห็น จุดนี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการดันค่า Brightness ขึ้นมาสัก 54-55 ก็จะช่วยขุดรายละเอียดขึ้นมาให้เห็นได้ดีขึ้น

จากรูปด้านบนจะเห็นว่าในโหมด Vivid และ Standard รายละเอียดบนหน้าของ Daniel Creg สายลับ 007 ของเรา ถูกกลืนหายไปในสีโทนสว่าง ภาพก็จะติดอมฟ้า ซึ่งหากดูผิวเผินหลายคนอาจจะถูกใจเพราะมันดูขาวกระจ่างเหมือนใช้ผงซักฟอกใส่ไฮเตอร์ ทว่าหากท่านถวิลหาความถูกต้องของสีสันที่มาจากสตูดิโอโปรดักชั่นเฮ้าส์ ผมก็แนะนำให้เลือกใช้เป็น Custom จะดูดีมีความใกล้เคียงที่สุดครับผม

Wide Mode ฟีเจอร์การปรับอัตราส่วนการแสดงผล มีให้เลือกปรับด้วยกัน 5 แบบตามความเหมาะสมของการใช้งาน ตัวอย่างเช่น ถ้าอยากได้ภาพเหมือนต้นฉบับ ก็ให้เลือก Full ทว่าถ้าอยากได้ภาพเต็มจอก็เลือกเป็น Zoom ลองดูภาพด้านบนเพื่อประกอบการตัดสินใจได้เลยครับ เพราะมีผลต่อซับไตเติ้ลอีกด้วย จึงควรเลือกให้ดีครับผม

สำหรับภาพเคลื่อนไหวในการรับชมปกติโดยรวมค่อนข้างที่จะดีมากสมกับเป็นทีวีตัวรองท็อปอยู่แล้ว(ใกล้เคียงรุ่น X9000B พอสมควร) เรียกว่าดูง่ายไม่อ่อนล้าเลยก็ว่าได้ ทว่าในฉากที่มีการเคลื่อนไหวรวดเร็วมากๆ หรือมีการแพนกล้องต่อเนื่องแบบหฤโหดก็จะมีอาการกระตุกให้เห็นอยู่บ้างประปราย 

ที่เห็นได้ชัดคือฉากเปิดของเรื่อง The Amazing Spiderman 2 ที่พี่สไปดี้กำลังโหนตัวผ่านตึกกลางเมือง และต่อเนื่องไปถึงซีนแอ็คชั่นกับเหล่าวายร้ายที่มาปล้นสินค้าจากรถบรรทุก Osborne ซึ่งจะมีให้เห็นเป็นบางจังหวะ โดยถ้าอยากจะให้เนียนผมก็ขอแนะนำให้ เปิด Motionflow ที่ค่า True Cinema แล้วปรับ Cinema Drive : Auto ช่วยอีกแรง ทีวีก็จะแทรกเฟรมภาพให้การเคลื่อนไหวดูต่อเนื่องและลื่นไหล โดยที่ไม่ค่อยมีวุ้นมากวนใจให้หงุดหงิดมากนัก นับว่าเป็นค่าที่ทางทีมงานแนะนำเป็นอย่างยิ่ง

Motionflow = True Cinema, Cinema Drive = Auto คุณค่าที่ภาพเคลื่อนไหวคู่ควร

ฉากโยนตัวที่เป็นภาพเคลื่อนไหวปราบเซียนแบบนี้ เหมาะสำหรับมาทดสอบกับทีวีไฮเอ็นด์ตัวนี้เป็นอย่างยิ่ง

หากท่านไหนเคยชมภาพยนตร์เรื่องนี้จะพบว่าฉากดังกล่าวที่ผมยกมา มีการแพนกล้องรวดเร็วและฉวัดเฉวียนมาก แน่นอนว่าเมื่อเปิด Motionflow ตามที่ได้แนะนำ ภาพที่ได้จะดูนิ่งสงัดไร้วุ้นและอาการกระตุกมากวนใจ

ต่อเนื่องมาเล่นกับ Scene Mode ของตัวทีวีด้วยการสลับไปชมแอนิเมชั่น Toy Story 3 พร้อมกับปรับ Scene ให้เป็น Animation เพื่อเรียกความจี๊ดจ๊าดของสีสันให้ถูกใจวัยรุ่นขึ้นมาอีกระดับ และสำหรับ Scene : Animation นี้ ตัวทีวีจะตั้งค่า Motionflow มาให้เราตั้งแต่ต้นเลย เพราะว่าโดยปกติแล้วภาพยนตร์แอนิเมชั่นจะใช้การเรนเดอร์ภาพขึ้นมา ผิดกับภาพยนตร์ที่เป็นคนแสดงซึ่งจะใช้กล้องในการถ่ายทำ ส่งผลให้การเคลื่อนไหวตั้งแต่ต้นทางดูลื่นไหลไร้วุ้นมาตั้งแต่เนิ่นๆ อยู่แล้ว ฉะนั้นการเปิด Motionflow เพื่อช่วยให้การเคลื่อนไหวดูลื่นไหล ก็จะยิ่งส่งผลให้ทุกอย่างดูสมูธต่อเนื่องขึ้นไปอีกระดับ

Scene = Animation เพื่อเรียกสีให้จี๊ดหนักกว่าเดิมซะหน่อย แอนิเมชั่นจะมาดูสีสมจริงก็คงจะไม่ได้อรรถรสเท่าไร

เจอฉากนี้เข้าไป Scene : Animation ก็ช่วยเร่งสีให้จี๊ดเจ็บทรวงไปเลย ดูแอนิเมชั่นสนุกขึ้นอีกหลายเท่า

สีสันที่สดใส ช่วยให้มิติภาพดูดีมีไดนามิค ถูกใจคอแอนิเมชั่นอย่างแรง

สำหรับเรื่องของ Scene ยังไม่จบเพียงเท่านี้นะครับ การเลือก Scene ได้ตรงกับจุดประสงค์การใช้งานขณะนั้น จะช่วยรีดเอาประสิทธิภาพของทีวีออกมาได้อีก ตัวอย่างเช่นเมื่อใช้งานจำพวกเกมก็ปรับให้เป็น Scene : Game ตัวทีวีก็จะตัดการใช้ชิพประมวลผลภาพออกเพื่อลดอัตราการเกิด Input Lag หรือกระทั่งต่อคอมแล้วเลือก Scene : Graphic ทีวีก็จะเลือกค่า Sharpness ที่เหมาะสมที่ไม่ทำให้ตัวอักษรบนจอเกิดรอยหยักมาให้ พร้อมปรับอุณหภูมิสีให้ไม่สว่างจ้าจนเกินไป ถ้าเลือกใช้ให้เกิดประโยชน์นับว่า Scene เป็นฟีเจอร์ที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ในเรื่องของภาพแบบไม่ต้องจ้างนักปรับภาพให้สิ้นเปลือง

Scene : Graphic ปรับความคมของตัวอักษรให้อยู่ระดับที่พอดี ดั่งคำบรรยายในรูป Optimal picture for viewing tables and characters – ปรับภาพให้เหมาะกับการดูตารางและตัวอักษร

Digital TV

ดูภาพจากแผ่นบลูเรย์หรือคอนเทนต์ที่เป็น 1080p แท้กันไปเยอะแล้วขอสลับมาดูอีกหนึ่งอย่างที่ขาดไม่ได้สำหรับการใช้งานทีวีในเมืองไทย นั่นก็คือ Digital TV ครับผม สำหรับ X8500B นั้นจะติดตั้ง Digital Tuner มาให้ในตัว ใครที่ยกกลับบ้านไปก็แค่ลากสายอากาศจากเสาก้างปลาก้างไดโนเสาร์อะไรก็ว่าไปมาเสียบเข้าที่ช่อง ANTENNA บริเวณหลังเครื่อง แล้วกดจูนช่องตัวทีวีก็จะทำการค้นหาสัญญาณรายการมาวางลงล็อคให้เราเองโดยอัตโนมัติ

คุณภาพของความชัดจากช่อง HD ทำได้ดี ภาพสว่างกระจ่างใส เรียกว่าดูดีเลยก็ว่าได้ครับผม สำหรับการรับชมช่องดิจิตอลแบบ HD ถือว่าทีวีตัวนี้สอบผ่านฉลุย ความเร็วในการค้นหาช่องสัญญาณก็ถือว่าใช้ได้ไม่เร็วมาก และไม่ช้าจนถึงกับต้องนอนรอ หากเสาอากาศที่บ้านท่านสามารถดูดสัญญาณได้เต็มที่ พร้อมกับอยู่ในเขตที่สัญญาณดิจิตอลน่าจะครอบคลุม รับรองได้ว่าไม่กี่อึดใจก็ได้ดูแล้ว

ไทยรัฐทีวี กับซีรี่ย์จีนกำลังภายในแบบ HD สีสันสมจริง ตัวภาพคมชัดเข้าเกณฑ์มาตรฐาน

Electronic Program Guide (EPG) อีกหนึ่งข้อดีของดิจิตอลทีวีที่ทางสถานีสามารถส่งข้อมูล อันหลากหลายมาพร้อมกับสัญญาณภาพได้ในครั้งเดียว

สลับมาดูช่อง 3 SD แบบปกติกันซักหน่อย เผื่อบางบ้านเป็นคนมีตังที่อยู่นอกสายตาของสัญญาณดิจิตอล วาสนามิอาจเอื้อมถึงช่อง HD คุณภาพของภาพยังนับว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ ต้องยกความดีความชอบให้กับชิพประมวลผล X-Reality ที่ช่วยเค้นเอาประสิทธิภาพของคอนเทนต์ที่ต้นทางไม่ค่อยดีออกมาจนสุด

ภาพ

ทดสอบภาพ 3 มิติ

ยังคงป้วนเปี้ยนทดสอบเรื่องภาพกันต่อนะครับ สำหรับในหน้านี้เราจะมาดูเรื่องภาพ 3 มิติ กันดีกว่า อย่างที่ได้เกริ่นไปเมื่อช่วงต้นรีวิว ว่าทีวี Sony ตัวนี้ใช้ระบบ Passive 3D ซึ่งมีข้อดีคือแว่นเบา, ภาพลอย และไม่ต้องชาร์จแบตให้เปลืองอารมณ์ ตัวผมเองขอหยิบเอาภาพยนตร์ไซไฟฟอร์มยักษ์ Gravity มาเป็นคอนเทนต์หลักในการทดสอบครั้งนี้ สาเหตุก็เพราะว่าฉากต่างๆ ในเรื่องนอกจากจะออกแบบมาได้สื่ออารมณ์และความหมายของเนื้อเรื่องในขณะนั้น ผู้กำกับยังตั้งใจถ่ายทำแบบที่เอื้อต่อการมาทำเป็น 3D อีกด้วย โดยฉากที่เลือกมาดูกันคือช่วงที่นางเอกของเราติดอยู่ในสถานีอวกาศคนเดียว

หากใครเคยดูจะเห็นว่าฉากนี้มีสิ่งของลอยแบบไร้แรงโน้มถ่วงเต็มไปหมด นี่แหละครับทีเด็ดสุดๆ เมื่อนำมาดูแบบ 3 มิติ เพราะมันจะลอยเข้ามากระแทกหน้าเลย นอกจากนี้จังหวะการแพนกล้องเมื่อตัวเอกเคลื่อนไหวไปตามท่อลำเลียง ยังเผยให้เห็นถึงมิติภาพลึกลอยได้ค่อนข้างดี

ไล่ดูกันไปเรื่อยๆ จะเกิดอาการมึนเล็กน้อย เป็นเพราะว่าภาพมีอาการสั่นให้เห็นอยู่ขณะมีการเคลื่อนไหว หรือแพนกล้องไปมา คนที่ไม่เคยดูหนัง 3 มิตินานๆ จะรู้สึกได้ไม่ยาก แน่นอนว่าตัวผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น เลยต้องหยิบรีโมทขึ้นมาเช็คฟีเจอร์ Motionflow ปรากฏว่าถูกปิด แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ครับเมื่อเปิดภาพเป็น 3 มิติ ทีวีจะใช้โหมดภาพอีกโหมดนึง ซึ่งมีการปรับค่าไว้คนละอย่างกัน โดย Motionflow ในฝั่ง 3 มิติ นั้นจะมีด้วยกันสองแบบคือ Standard กับ Smooth

ถ้าอยากดู 3 มิติให้ได้ลึกและเร้าใจที่สุด ทีมงานแนะนำให้ดูในที่มืดสนิทจะดีที่สุดครับ

เริ่มแรกลองปรับเป็นแบบ Standard แล้วเล่นฉากเดิมซ้ำ อาการกระตุกที่พบตอนแรกลดลงอย่างเห็นได้ชัด คราวนี้ช่วยให้เราดูได้นานขึ้น มิติภาพลึกลอยนั้นทำได้ดีเสมอตัว Passive 3D ที่ให้ภาพลอยเด่นกระแทกตาคนดูอยู่ตั้งแต่ต้น พวกชิ้นส่วนเครื่องใช้ต่างๆ ที่ลอยกระจัดกระจายอยู่ในฉากเสมือนว่าเราจะสามารถสัมผัสมันได้จริง และเมื่อลองปรับ Motionflow ให้เป็น Smooth สิ่งที่ได้รับคือความลื่นไหลต่อเนื่องที่มากขึ้นกว่าแบบ Standard ทำให้ดูสามมิติได้สนุกขึ้นกว่าตอนปิดหลายเท่า ฉะนั้นแล้วถ้าดูภาพ 3 มิติแล้วไม่อยากจะเจอภาพสั่นผมก็ขอแนะนำให้ใช้ Motionflow เป็นแบบ Smooth จะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แต่ถ้าใครคิดว่าเปิดแล้วดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติก็ลดลงมาที่ Standard ได้เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามผมไม่แนะนำให้เลือกเป็น Off เพราะว่าจะทำให้เรามึนงงจากอาการภาพสั่นจนดูแล้วไม่สนุกได้ครับ

เสียง

มาถึงพาร์ทเกี่ยวกับเสียงที่เป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะว่าการรับชมทีวีของหลายท่านอาจจะมีบางเวลาที่ขี้เกียจจะต่อชุดโฮมฯให้มันยุ่งยากเปลืองไฟ เกิดเปิดมาเจอลำโพงทีวีแบนๆ ฟังแล้วก็เสียอารมณ์หมดพอดี ฉะนั้นทาง Sony จึงติดตั้งลำโพง 10W+10W มาให้ โดยมีลักษณะตู้ที่พิเศษกว่าใครโดยจะมีท่อลมที่ค่อนข้างยาวม้วนขดตัวกันอยู่ภายใน ช่วยให้เสียงที่ได้มีความลึกและชัดเจนขึ้นอีกระดับ

ลักษณะตู้ลำโพงที่ออกแบบมาพิเศษ ที่มีชื่อเรียกว่า Bass Reflex Speaker ที่มาการวางท่อยาวขดไปขดมา

เราทดสอบฟังเสียงกันด้วยคอนเสิร์ตของวงดนตรีคันทรี่ร็อคอมตะตลอดกาล The Eagles – Farewell Tour โดยเลือกแทร็ค New Kid In Town ที่มีจังหวะเนิบๆ นาบๆ ไม่รุกเร้า เปิดฟังในโหมดเสียง Standard ก่อน เสียงที่ได้ดูนิ่งไม่มีรสชาติอะไรโดดเด่นออกมา เนื้อเสียงสุขุมไม่เปิดสว่างมากฟังดีฟังเพลินได้เรื่อยๆลองสลับสับเปลี่ยนโหมดเสียงไปมาก็มาโดนที่ Music ที่ฟังแล้วจะรู้สึกซู่ซ่า มีสีสันมากขึ้นกว่าฟังโหมด Standard เดิมๆ ส่วนถ้าใครชอบแบบใสๆ พุ่งๆ Compressed Audio ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี

โดยรวมแล้วระบบเสียงของ X8500B ตัวนี้จัดอยู่ในเกณฑ์ที่ดีไม่อู้อี้ ใช้ฟังแก้ขัดหรือยามขี้เกียจต่อชุดโฮมฯได้ดี ถ้าเกิดว่าอยากได้เสียงที่มีความเซอร์ราวด์หน่อย ก็สามารถเลือกเปิดฟีเจอร์ Surround ได้ แต่นั่นจะทำให้เนื้อเสียงขาดการโฟกัส ก็ต้องขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานแล้วล่ะครับผม ว่าชอบที่จะฟังเสียงแนวไหน

Standard, Cinema, Sports, Music, Game และ Compressed Audio โหมดเสียงทั้งหมดที่มีให้เลือกใช้งาน

เพิ่มเติม

จบจากภาพและเสียงก็ได้เวลามาลองทดสอบลูกเล่นอื่นๆ ที่ถูกจัดใส่มาแน่นเครื่อง เพื่อทำให้ทีวีตัวนี้เป็นได้มากกว่าแค่ทีวี 4K ที่ใช้เปิดภาพให้คนดูเพียงอย่างเดียว

เริ่มกันที่ Twin Picture หรือการเอาภาพจากสองแหล่งสัญญาณมาโชว์บนจอเดียวกัน สามารถเลือกใช้งานได้ที่ Option > Twin Picture สำหรับในรูปด้านบนจะเป็นแบบ P&P แสดงสองฝั่งแยกกัน ซึ่งเราสามารถเลือกปรับเพิ่ม-ลด ขนาดความใหญ่ของหน้าต่างได้อิสระ

ส่วนอันนี้จะเป็นแบบ PIP คืออีกช่องแทรกขึ้นมาบนจอหลัก อย่างที่เห็นด้านบนคือเราต่อคอมพิวเตอร์ผ่านช่อง HDMI พร้อมกับดึงสัญญาณจากช่องทีวีปกติมาโชว์ที่มุมขวาล่าง

ต่อด้วย Screen Mirroring ที่เปลี่ยนจอทีวีให้กลายเป็นจอที่สองของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตได้แบบไร้สาย โดยจะเชื่อมต่อกันผ่านสัญญาณ Wi-Fi Direct ครับผม* *สำหรับฟีเจอร์ Screen Mirroring ปัจจุบันจะใช้งานได้กับสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธง เช่น Sony Xperia Z Series, Samsung Galaxy S4 เป็นต้นไป, Note 3 เป็นต้นไป เท่านั้น

เล่นเฟสบุ๊คบนมือถือผ่านจอทีวีแบบเรียลไทม์กันให้เพลินไปเลย

หรือจะเปิดกล้องถ่ายภาพขึ้นจอทีวีแบบสดๆ ก็ไม่มีขัดข้อง

จบจาก Screen Mirroring มาต่อกันที่ Sony Entertainment Network แหล่งรวมแอปพลิเคชั่นมากมาย บนบราเวียสมาร์ททีวีเครื่องนี้ที่หลายคนคุ้นเคย

จบจาก Screen Mirroring มาต่อกันที่ Sony Entertainment Network แหล่งรวมแอปพลิเคชั่นมากมาย
บนบราเวียสมาร์ททีวีเครื่องนี้ที่หลายคนคุ้นเคย

YouTube คลังวิดีโอออนไลน์อันดับหนึ่งของไทย กดดูได้เพลินๆ ทั้งวัน
น่าเสียดายที่ตัวแอปฯ ไม่รองรับการรับชมแบบ HD

นอกเหนือจากแอปฯ ที่เป็นวิดีโอคอนเทนต์แล้ว พวกเกมพัซเซิ่ลเล็กๆ ก็มีมาให้เล่นเหมือนกันตัวอย่างเช่นสองเกมด้านล่าง Boom Brick และ Snake in the Jungle

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดกับรีโมทคอนโทรลที่มีชื่อว่า One-Flick Remote ที่มีลักษณะเหมือน Touchpad
พร้อมติดตั้ง NFC ไว้ด้านหลัง โดยมันจะช่วยให้เราเข้าถึงคอนเทนต์ออนไลน์ต่างๆ ได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น

นอกจากฟีเจอร์สารพัดที่ผมได้อธิบายไปด้านบนแล้ว ยังมีแอปพลิเคชั่นอีกมากมายให้ได้ลองเล่นอีกเพียบ ถ้าจะให้ลองทั้งหมดคงต้องเขียนเป็นสารานุกรมแทนรีวิว(ฮา) อย่างไรก็ตามเนื้อหาบางแอปค่อนข้างจะขาดการอัพเดตให้สดใหม่ทันสมัยไปหน่อย ก็ต้องฝากทาง Sony ช่วยส่งสารไปยังเจ้าของแอปให้รับทราบต่อไปครับผมนอกจากฟีเจอร์สารพัดที่ผมได้อธิบายไปด้านบนแล้ว ยังมีแอปพลิเคชั่นอีกมากมายให้ได้ลองเล่นอีกเพียบ ถ้าจะให้ลองทั้งหมดคงต้องเขียนเป็นสารานุกรมแทนรีวิว(ฮา) อย่างไรก็ตามเนื้อหาบางแอปค่อนข้างจะขาดการอัพเดตให้สดใหม่ทันสมัยไปหน่อย ก็ต้องฝากทาง Sony ช่วยส่งสารไปยังเจ้าของแอปให้รับทราบต่อไปครับ

สรุป

Sony KD-55X8500B เป็นทีวี 4K ตัวเริ่มต้นที่ให้คุณภาพไม่ธรรมดา ทั้งสีสันและภาพเคลื่อนไหวล้วนแล้วแต่ยอดเยี่ยมสมจริง ประสิทธิภาพไม่หนีกับตัวท็อป X9000B ที่คุณโรมันได้เคยทดสอบไปเมื่อไม่นานมานี้ ที่สำคัญคือไม่ต้องปรับภาพซับซ้อน ประสิทธิภาพของ Picture Mode จากโรงงานก็ให้ภาพที่ดีมาแต่ต้นอยู่แล้ว ซึ่งโหมดใช้งานที่แนะนำสำหรับท่านที่อยากได้ภาพสไตล์โรงภาพยนตร์ก็คือ Custom พร้อมเปิด Cinema Drive : Auto และ Motionflow : True Cinema เท่านี้ก็เพลิดเพลินกับหนังได้ประดุจดั่งนั่งในโรงภาพยนตร์ขนาดย่อมๆ แล้ว

ฟีเจอร์ต่างๆ ที่มีมาในเครื่องก็ครบเครื่องไม่ตกหล่น ไม่ว่าจะเป็น Screen Mirroring, YouTube หรือ Skype ทุกอย่างทำงานได้อย่างราบรื่นและใช้งานได้จริง ยิ่งถ้าได้ใช้ควบคู่กับ One-Flick Remote รีโมทหน้าตาคล้าย Touchpad ด้วยแล้ว รับรองว่าคุณจะเข้าถึงออนไลน์คอนเทนต์ได้อย่างสะดวกง่ายดายขึ้นอีก

ฉะนั้นแล้วทีวีตัวนี้จึงเหมาะกับคนที่ชอบสไตล์ภาพสมจริงคล้ายโรงภาพยนตร์ และเป็นคนที่หลงใหลในกลิ่นอายงานดีไซน์ของโซนี่ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดดเด่นไม่แพ้คู่แข่ง ที่สำคัญที่สุดคือรองรับอนาคตกับความละเอียด 4K ใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานอีกหลายปี เป็น 4K TV ที่ราคาเอื้อมถึงได้ไม่ยาก เหมาะกับทุกครัวเรือนสมัยใหม่ ณ เวลานี้จริงๆ

LIKE

– การแสดงภาพเคลื่อนไหวต่อเนื่องไม่อ่อนล้า ประสิทธิภาพใกล้เคียงเทียบชั้น X9000B และจะใกล้เข้าไปอีกเมื่อเปิดใช้งาน Motionflow และ Cinema Drive ตามที่ได้แนะนำ

– สีสันอิ่มสวยเป็นธรรมชาติ แค่แกะกล่องก็พร้อมดูในโหมด Custom ถ้าไม่ซีเรียสมากๆ เรื่องการปรับภาพ

– โหมด Live Color ที่ช่วยขยายเรนจ์การแสดงสีให้กว้างกว่าเดิม น่าจะถูกใจคนชอบเสพย์สีสดๆ กันไปตามๆ กัน

– ขาตั้งสามารถยึดจอได้สองตำแหน่ง ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการวางทีวีได้อย่างไม่น่าเชื่อ

– One-Flick Remote ที่มาพร้อม Touchpad และ NFC สร้างความสะดวกสบายในการเข้าถึงแอปพลิเคชั่นมากมายใน Sony Entertainment Network

DISLIKE AND SUGGESTION

– ภาพ 3 มิติ มีอาการสั่นเมื่อเคลื่อนไหว ทว่าสามารถแก้ไขได้โดยการเปิด Motionflow ที่ตำแหน่ง Standard หรืออยากให้ลื่นสุดๆ ก็ปรับไปที่ Smooth ตามรสนิยมชมชอบ

– การอ่านชื่อไฟล์ภาษาไทยจะเพี้ยนเมื่อไม่ได้สลับเมนูเครื่องให้เป็นภาษาไทย นับว่าเป็นบั๊กที่ต่อเนื่องยาวนานมาหลายซีรี่ย์ ถ้าไม่ซีเรียสก็ไม่ได้กระทบต่อประสิทธิภาพโดยรวมของจอ

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้